การโคจรพลังรอบแรกสิ้นสุดลง...
ไอพลังงานสีทองดำอันเคยหมุนวนรอบกายเย่เฉิน ค่อยๆ ซึมซับกลับเข้าสู่รูขุมขนจนหมดสิ้น เหลือทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบปกคลุมก้นเหวกว้างใหญ่
เย่เฉินลืมตาขึ้นช้าๆ ั์ตาทอประกายลึกล้ำยิ่งกว่าเดิม ร่างกายเคยอ่อนล้าบัดนี้กลับเปี่ยมพละกำลังอัดแน่นทุกอณู เขาตรวจสอบ "ชีพจรเทพอสูร" ไหลเวียนอยู่ภายใน... มั่นคงและแข็งแกร่งกว่าที่คาดไว้มาก
เย่เฉินยันกายลุกขึ้นยืน เตรียมสำรวจหาทางออก และทบทวนถึงความจริงอันคัมภีร์มอบให้
แต่ทว่า... ในจังหวะเท้ากระทบพื้นหิน
ฟู่... ฟู่... ฟู่...
เสียงหนึ่งดังแว่วมาจากส่วนลึกแห่งความมืดมิดเบื้องหน้า...
เย่เฉินชะงักฝีเท้าทันที สัญชาตญาณตื่นตัวเต็มที่ หูผึ่งรับเสียงนั้นอย่างตั้งใจ มันคือ "เสียงลมหายใจ" ของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมา... ผู้กำลังรอคอยเขาอยู่
‘เสียงนี้... มิใช่การซุ่มโจมตี... แต่มันกำลังรอให้ข้าไปหา’
ความมืดมิดในช่องทางหินเบื้องหน้าดูดกลืนแสงสิ้น เย่เฉินไม่รู้สึกหวาดกลัว แต่กลับรู้สึกถึง "แรงกดดันทางจิต" แผ่ออกมาจากต้นตอเสียงนั้น... ความรู้สึกคล้ายยามเผชิญหน้าิญญาเฒ่าในศาลเ้า
‘ผู้พิทักษ์แห่งเหว... ข้านึกว่าท่านจากไปแล้ว... แต่แท้จริง ท่านกำลังเฝ้าดูการบ่มเพาะของข้าอยู่ตลอดเวลา!’
ความเงียบสงัดรอบกายดูเหมือนจะมีน้ำหนักมากขึ้น เย่เฉินััได้ถึง "แรงดึงดูด" บางอย่างเชื้อเชิญให้เดินเข้าไปหา
‘นี่คือบททดสอบแรกที่แท้จริงใช่หรือไม่...’
เย่เฉินกระชับหมัดแน่น ดวงตาฉายแววเด็ดเดี่ยว ทิ้งความปลอดภัยของลานหินไว้เื้ั เขาก้าวเท้าเดินมุ่งหน้าสู่ต้นตอเสียงลมหายใจนั้น
ทันทีที่ก้าวผ่านซากเสาหินโบราณขนาดใหญ่เข้าไปในช่องทางหิน... อุณหภูมิรอบกายพลันลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังเดินเข้าสู่ใจกลางขั้วโลกเหนือ!
เย่เฉินก้าวเดินลึกเข้าไปในช่องทางหินแคบยาว ช่องทางนี้บีบตัวเข้าหากันจนเกือบมิด และอุณหภูมิลดต่ำลงก็ยิ่งทำให้บรรยากาศหนักอึ้ง
เขาใช้สัญชาตญาณนำทางไปตามเสียงลมหายใจอันดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความมืดมิดไม่อาจมองเห็นสิ่งใดชัดเจน
จู่ๆ เย่เฉินก็หยุดชะงักฝีเท้า...
"รอย... รอยเล็บ?"
ภายใต้แสงสลัวอันส่องลอดปากเหวเบื้องบน เขาพบว่าผนังหินแกรนิตด้านข้างถูกทำลายในลักษณะแปลกประหลาด
มันมิใช่รอยแตกตามธรรมชาติ แต่เป็ "รอยเล็บั์" สามรอย... ขูดลึกลงไปในเนื้อหิน! รอยนั้นลึกและเฉียบคมมากเสียจนเนื้อหินแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า... ถูกฉีกกระชากออกอย่างง่ายดาย
เย่เฉินค่อยๆ ยื่นนิ้วไปััรอยเ่าั้ รอยเล็บแต่ละรอยใหญ่เท่าศีรษะเด็กทารก
‘ผนังนี้... แข็งแกร่งกว่าศิลาทดสอบปราณของหมู่บ้านเป็ร้อยเท่า... แต่กลับถูกฉีกออกได้ง่ายดายเช่นนี้?’
เขาเดินตามช่องทางหินไปเรื่อยๆ โดยมี "รอยเล็บั์" เป็เครื่องนำทาง เมื่อเดินมาถึงบริเวณทางเลี้ยวสุดท้าย ช่องทางหินพลันเปิดออกสู่โถงถ้ำขนาดใหญ่ที่มืดมิด
เสียงลมหายใจหนักหน่วงเมื่อครู่ บัดนี้ "ดังสนั่น" และ "ใกล้ตัว" เสียจนผนังถ้ำสั่นะเื
เย่เฉินกำหมัดแน่นเตรียมพร้อมรับการเผชิญหน้า เขาหายใจเข้าลึก... และก้าวขาเข้าไปในความมืดนั้นอย่างเด็ดเดี่ยว
เย่เฉินก้าวขาเข้าสู่โถงถ้ำขนาดใหญ่... มืดมิดและกว้างขวาง เสียงลมหายใจหนักหน่วงดังก้องสะท้อนไปมาจนผนังถ้ำสั่นไหว
เขายืนนิ่งอยู่กลางโถงถ้ำ... และทันใดนั้น เสียงลมหายใจก็พลัน "หยุดลง"
ความเงียบเข้าปกคลุมนั้นหนักอึ้งกว่าความมืดเสียอีก ราวกับมวลอากาศถูกแช่แข็ง ณ ส่วนลึกที่สุดของโถงถ้ำ
ดวงตาสีอำพันคู่ั์ ค่อยๆ "ปรากฏขึ้น" อย่างช้าๆ แสงอำพันดูดกลืนความมืดมิดทั้งหมดเข้ามาในตัว
มันคือดวงตาคู่เดียวกับที่ยื้อชีวิตเขาไว้... ใน่เวลาวิกฤต
ครืด... ครืด...
ร่างมหึมาของสัตว์อสูรผู้พิทักษ์ค่อยๆ เคลื่อนไหว มันคือ "อสูรเฝ้าผนึก" ผู้เฝ้าดูคัมภีร์มานับพันปี
"ในที่สุด... เ้าก็เข้ามา"
เสียงหนึ่งดังก้องกังวานอยู่ในจิตสำนึกเย่เฉิน มิได้ดังผ่านปาก แต่ดังผ่าน "คลื่นจิต" ทรงพลัง
"ข้านึกว่าท่านจากไปแล้ว... ท่านผู้พิทักษ์" เย่เฉินตอบกลับด้วยการสื่อสารทางจิตสำนึกอย่างระมัดระวัง
"จากไปรึ?" อสูรเฝ้าผนึกส่งเสียงหัวเราะอย่างเงียบงันแต่หนักอึ้ง "ข้าไม่เคยจากไปไหน... ข้าเฝ้ามองเ้าอยู่ตลอดเวลา"
"ข้าเฝ้าดูเ้าโคจรพลังบทปฐมกาล... และข้าเฝ้าดูเ้าเติบโตขึ้นจากการเป็เพียงเด็กหนุ่มอ่อนแอผู้ถูกเหยียบย่ำ ให้กลายเป็ผู้สามารถแบกรับชะตากรรมของ 'วิถีที่สาม' ได้"
ดวงตาสีอำพันคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อย...
"เ้าผ่านการทดสอบครั้งแรกแล้ว... นั่นคือการรอดตายด้วยความคับแค้นและยอมรับความเ็ป"
"แต่ตอนนี้... ถึงเวลาที่ข้าจะต้องตัดสินว่า... เ้าคู่ควรพอที่จะเป็ผู้สืบทอดที่แท้จริงหรือไม่"
แรงกดดันจากดวงตาสีอำพันจ้องมองมานั้น ทำให้เย่เฉินแทบทรุดลงคุกเข่า แต่ความทรนงของผู้สืบทอดวิถีเทพอสูรทำให้เขายืนหยัดอยู่ได้
ครืด...
อสูรเฝ้าผนึกค่อยๆ ก้มศีรษะลงมา จนใบหน้าอันน่าเกรงขามอยู่ห่างจากเย่เฉินไม่ถึงสามศอก มันใช้ดวงตาสีอำพันขนาดมหึมา สำรวจร่างเด็กหนุ่มอย่างละเอียด
"เ้า... เด็กน้อย..." เสียงคลื่นจิตดังขึ้นในหัวเย่เฉิน "คัมภีร์เลือกเ้าแล้ว นั่นคือ 'ชะตากรรม'"
"แต่ร่างของเ้า... ยังอ่อนแอเกินไป"
มันหยุดไปชั่วครู่ ก่อนจะปล่อยคำเตือนหนักอึ้งดุจภูผาถล่ม
"ข้ารู้ว่าเ้า้ากลับขึ้นไปยังโลกเบื้องบน... ้าชำระแค้น"
"แต่ในตอนนี้ หากเ้าปีนกลับขึ้นไป... ร่างกายเ้าที่เพิ่งถูกหลอมใหม่จะถูก 'แรงกดดันของโลกเบื้องบน' ฉีกเป็ชิ้นๆ ก่อนที่เ้าจะได้ใช้พลังแม้แต่น้อย"
เย่เฉินเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ‘แรงกดดันของโลกเบื้องบน?’
อสูรเฝ้าผนึกตอบคำถามในใจเขา "วิถีเทพอสูรเป็พลังอันถูกฟ้าดินขับไล่... ผนึกนี้จึงสร้างเกราะป้องกันเ้าไว้ที่ก้นเหวแห่งนี้"
"เ้ายังไม่คู่ควรที่จะใช้งานมันอย่างแท้จริง... เ้าขาด 'ทักษะ' และขาด 'พลังงานสำรอง' ที่จะรองรับความโกรธเกรี้ยวของวิถีนี้"
"แล้ว... ทางออกของข้าคืออะไร... ท่านผู้พิทักษ์?" เย่เฉินถามกลับด้วยความเคารพ
ดวงตาสีอำพันหรี่ลง...
"ทางออกของเ้า ไม่ใช่การปีนขึ้นไปเบื้องบน..."
"แต่คือการ ดิ่งลงไปให้ลึกกว่าเดิม"
คำว่า "ดิ่งลงไปให้ลึกกว่าเดิม" ดังก้องอยู่ในหูเย่เฉิน... มันมิใช่คำสั่ง... หากแต่เป็คำท้าทายอันไร้การต่อรอง
"แล้ว... ข้าจะลงไปได้อย่างไร... ท่านผู้พิทักษ์?"
อสูรเฝ้าผนึกส่งเสียงคำรามต่ำๆ ผ่านคลื่นจิต
"ทางเข้าสู่ 'ห้องฝึกวิถีปฐมกาล' ถูกผนึกไว้ด้วยพลังงานโบราณ มีเพียง 'สายเืผู้ถูกเลือก' ผสาน 'แก่นโลหิตผู้เฝ้าผนึก' เท่านั้นจักปลดล็อกมันได้"
ดวงตาสีอำพันจ้องมองผนังหินอันเต็มไปด้วยรอยร้าว
ครืดดดด...
อสูรั์ค่อยๆ อ้าปากขนาดมหึมาออก เผยเขี้ยวและลิ้นอันปกคลุมด้วยเมือกสีดำสนิท
ทันใดนั้น มันใช้ฟันของตนเอง "เจาะลิ้น" อย่างรวดเร็ว!
โลหิตสีอำพันเข้มข้นหยดหนึ่ง... หนาแน่นและส่องประกายกว่าโลหิตใดในโลก... พลันหยดลงสู่พื้นหินเบื้องหน้าเย่เฉิน
"รับไป!" เสียงอสูรทรงอำนาจหนักแน่น "นี่คือ 'หยดโลหิตอำพัน' แห่งการรับรอง... ใช้มันเปิดทางของเ้าเอง"
เย่เฉินจ้องมองหยดโลหิตสีอำพันเรืองแสงบนพื้นหินอย่างตะลึง... หยดเืเพียงหยดเดียวอันสามารถเปิดประตูมรดกทั้งหมดได้
เขาค่อยๆ เอื้อมมือออกไปััหยดเืนั้น
ทันทีที่นิ้วแตะต้องหยดโลหิตอสูร...
ตูมมมมม!
พื้นดินใต้เท้าสั่นะเืรุนแรงยิ่งกว่าครั้งใด เสียงกลไกโบราณฝังอยู่ใต้ก้นเหวส่งเสียงคำรามประสานกัน อักขระบนพื้นหินรอบกายสว่างวาบเป็สีแดงฉาน ก่อนพื้นหินจะทรุดตัวลง
มันเผยให้เห็น "บันไดวนแห่งปฐมกาล" สกัดลึกเข้าไปในหินผา!
บันไดทอดตัวลงสู่ความมืดมิดอันลึกยิ่งกว่า...
ทางเข้าซึ่งถูกผนึกไว้ได้เปิดออกแล้ว
"จำไว้... เด็กน้อย..." อสูรเฝ้าผนึกกล่าวเป็ประโยคสุดท้าย น้ำเสียงเต็มไปด้วยคำเตือน "ทางขึ้นสู่แสงสว่างของเ้า จะอยู่ใต้พื้นดินนี้... มิใช่เบื้องบน"
สิ้นเสียง... ร่างมหึมาอสูรเฝ้าผนึกพลันสลายตัว เลือนหายไปในเงามืดอีกครา ทิ้งเย่เฉินยืนอยู่หน้าปากทางเข้าบททดสอบที่แท้จริงเพียงลำพัง...
เขาจ้องมองลงไปในความมืดมิดแห่งบันไดวน... แววตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว ไร้ซึ่งความลังเล
‘หลิวเปา... หลิวซาน... พวกเ้าขังข้าไว้ที่นี่... แต่พวกเ้าหารู้ไม่ว่า... พวกเ้ากำลังส่งข้าเข้าสู่รากฐานแห่งวิถีที่แท้จริง!’
เย่เฉินสูดลมหายใจลึก แล้วก้าวเท้าแรกเดินลงสู่ "บันไดวนแห่งปฐมกาล"
[จบตอนที่ 7]