ณ สนามบินดอนเมืองกรุงเทพมหานครภูธเนตรและลูกสาวลงจากเครื่องแล้วเดินมายังรถตู้สุดหรูสีดำ
ราคาแพงโดยมีลุงนพคนขับรถประจำบ้านทำหน้าที่มารับภูธเนตรแล้วลูกสาวไปยังบ้านพงษ์พิพัฒิที่เขา
จากไปถึงสามปีเต็มภูธเนตรเดินเข้ามาในบ้านที่มีแต่ความเงียบเหงาไม่มีสีสันเหมือนอดีตที่เค้ายังเป็เด็กซึ่ง
เป็่ที่เขามีความสุขที่สุดอีกด้านหนึ่งงานศพของทนายภูนิวัตน์ถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติมีผู้คนมากหน้า
หลายตามาแสดงความเสียใจมากมายทั้งเพื่อนที่เคยร่วมงานลูกความที่ทำคดีให้เพราะทนายภูนิวัตน์มีความ
ยุติธรรมจิตรใจดีและไม่เคยแบ่งฐานะรวยหรือจนจึงทำให้ท่านเป็ที่รักของทุกคนที่มาแสดงความเสีนใจ
ต่อการจากไปของท่านโดยงานศพที่จัดขึ้นมีคุณหญิงพิมพ์ดาวเป็เ้าภาพจัดงานพร้อมกับ พญ.พิมพ์รดา
ผู้เป็ลูกสาว
“ถึงแล้วครับคุณภู”ลุงนพคนขับประจำบ้านพงษ์พิพัฒิน์เปิดไปเปิดประตูรถให้กับภูธเนตรผู้เป็เ้านาย
ลงไปร่วมงานศพผู้เป็พ่อ
“ขอบคุณครับลุงนพ”
ภูธเนตรเดินเข้าไปยังสถานที่จัดงานศพของผู้เป็พ่อพร้อมกับลูกสาวอย่างขวัญฤทัยโดยภูธเนตรได้อุ้ม
ลูกสาวเดินเข้าไปในงานเพื่ิอไปกราบเคารพศพผู้เป็ปู่เป็ครั้งแรกและครั้งสุดท้ายในเวลาเดียวกัน
"กราบคุณปู่สิคะของขวัญ"
“ค่ะคุณพ่อ”
ลูกสาวของเค้าทำตามอย่างว่าง่ายเธอค่อยๆพนมมือก้มลงกราบเคารพศพผู้เป็ปู่ด้วยความนอบน้อม
"เก่งมากค่ะของขวัญ"
“คุณพ่อครับผมพาน้องขวัญมากราบคุณพ่อแล้วนะครับ”
“ผมขอโทษสำหรับทุกอย่างนะครับคุณพ่อ”
“ยกโทษให้ผมด้วยนะครับคุณพ่อ”
หลังจากภูธเนตรและลูกสาวเคารพศพผู้เป็พ่อและปู่เสร็จลูกสาวของเค้าอยากเข้าห้องน้ำเพื่อ
ทำธุระส่วนตัว
“คุณพ่อขาน้องขวัญอยากเข้าห้องน้ำคะ”
“ได้คะเดี๋ยวคุณพ่อพาไปนะคะ”
ภูธเนตรเดินจูงมือลูกสาววัยสี่ขวบไปเข้าห้องที่อยู่ไม่ไกลจากศาลาสวดศพ
“คุณพ่อรออยู่ตรงนี้นะคะ”
ขวัญฤทัยเดินเข้าไปในห้องน้ำหญิงเพื่อทำธุระส่วนตัวของตนเองโดยมีเขาผู้เป็พ่อยืนรอลูกสาวอยู่หน้าห้องน้ำ
ซึ่งภายในห้องน้ำหญิงก็มีหญิงสาวคนหนึ่งหน้าตาสะสวยกำลังล้างมืออยู่ซึ่งก็คือหมอพิมพ์รดาหนูน้อยจึง
เอ่ยกับเธอว่า
“คุณน้าขาช่วยถอดเข็มขัดให้หน่อยค่ะ”
“ได้ค่ะเดี๋ยวน้าช่วยนะคะ”
“ขอบคุณค่ะ”
จากนั้นขวัญฤทัยก็เข้าไปในห้องน้ำเมื่อทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้วเด็กหญิงก็เดินออกมาล้างมือ
พิมพ์รดาที่ยืนรอก็อยู่ที่ล้างมือก็เอ่ยถามเด็กหญิงออกไปว่า
“หนูชื่ออะไรคะ”
“ชื่อน้องขวัญค่ะ”
“หนูมากับใครค่ะ”
“มากับคุณพ่อค่ะ”
พิมพ์รดาและขวัญฤทัยที่ทำความรู้จักกันแล้วทั้งคู่ก็เดินออกจากห้องน้ำไป
“คุณพ่อน้องขวัญเสร็จแล้วค่ะ”
“คุณพ่อดูสิคะน้องพาใครมา”
“คุณพ่อขานี่คุณน้าคนสวยช่วยน้องขวัญถอดเข็มขัดกางเกงด้วยค่ะ”
“หรอค่ะนี่ไงค่ะคุณพ่อคุณน้าที่ช่วยน้องขวัญ”
พิมพ์รดาที่เดินตามขวัญฤทัยออกมาก็มีท่าทางใเมื่อได้พบเข้ากับใครบ้างคนที่เธอแสนคุ้นเคย
“พิมพ์”
“ภู”ทั้งคู่เอ่ยพึมพำออกมาด้วยความใที่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้งเธอที่ได้สถิก่อนเอ่ยถามเขาออกไป
ด้วยความมั่นใจว่าเด็กหญิงที่อยู่ตรงหน้าเธอคือลูกสาวของเธอกับเขาที่ไม่ได้เจอกันนานถึงสามปีเต็ม
"ภูน้องขวัญคือ"
ภูธเนตรยืนนิ่งไม่ตอบคำถามเธอและมีท่าทีเฉยชากับเธอ
“คุณมาทำอะไรที่นี่”เธอจ้องหน้าเขาอย่างไม่วางตาแล้วตอบเขาออกไปว่า
“พิมพ์มาเคารพศพคุณพ่อ”
“ผมว่าไม่เป็จำเป็ที่คุณจะมาที่นี้ไม่ต้องมายุ้งกับครอบครัวผมอีก”
“ไปกันเถอะค่ะน้องขวัญ”
เขาจูงมือลูกสาวเดินออกไปโดยไม่สนใจเธอแม้แต่น้อยปล่อยให้เธอยืนร้องไห้อย่างน่าสงสารที่ไม่มีสิทธิ์
ในตัวลูกสาวนั้นก็เป็เพราะการกระทำในอดีตของเธอที่สร้างความเ็ปให้เขากับลูกสาวคุณหญิงพิมพ์
ที่เดินตามหาลูกสาวก็เห็นผู้เป็ลูกสาวยืนร้องไห้อยู่ทางเข้าห้องน้ำจึงเดินเข้าไปหาลูกสาวอย่างเป็ห่วง
“ยัยพิมพ์เป็อะไรร้องไห้ทำไมลูก”
“แม่พิมพ์เจอภูกับลูกที่นี้ค่ะ”
“อะไรนะลูกเจอตาภูกับหลานแม่ที่นี่หรอ”
“ใช่ค่ะแม่พวกเขามาที่นี่”
“ฮือ..ฮือ..ฮือ..”
“แต่เขาเกลียดพิมพ์ไปแล้วค่ะแม่”
“ไม่เป็ไรนะยัยพิมพ์ลูกยังมีแม่นะ”
คุณหญิงพิมพ์ดาวสวมกอดลูกสาวเอาไว้แน่นเป็การปลอบใจลูกสาวของเธอถึงแม้เธอจะรู้ดีอยู่
อยู่แก่ใจว่าลูกสาวของเธอเองทำผิดต่อครอบครัวแต่ก็อดสงสารผู้เป็ลูกสาวไม่ได้