“ทิ้งมันไว้ตรงนี้แหละ”
“นังเด็กกาลกิณี!”
เสียงสุภาพสตรีใส่แว่นตาสีดำอันใหญ่อำพรางใบหน้า ซึ่งนั่งอยู่บนรถสั่งการสาวใช้ของตน.
“แต่ว่าตรงนี้มันสกปรกนะคะคุณ”
สาวใช้ท้วงขึ้นเพราะสงสารเด็กทารกน้อยที่กำลังมองหน้าของตนและส่งยิ้มให้ด้วยความไร้เดียงสาอย่างไม่รู้ชะตากรรมของตัวเอง.
“หรือแกจะเอามันไปเลี้ยงเองล่ะ ฉันเลี้ยงทั้งแกแล้วก็เด็กคนนี้ไม่ไหวหรอกนะ”
“ั้แ่มีมันเข้ามาชีวิตฉันก็เจอแต่เื่ซวยๆ” หล่อนพูดขึ้นด้วยความหงุดหงิด.
"ทำไมเราต้องพาน้องมาไว้ที่นี่ละคะ" เสียงเด็กน้อยที่นั่งเล่นตุ๊กตาอยู่ในรถด้วยความไร้เดียงสาถามผู้เป็แม่ด้วยความสงสัย
"ให้น้องอยู่กับเราไม่ได้หรอคะ หนูเหงา"
"เอ่อ....ไม่ได้หรอกลูก คือว่าเราต้องไปอยู่ในที่ห่างไกล น้องเลยไปกับเราไม่ได้น่ะจ้ะ" หล่อนอ้างกับลูกสาวที่ยังไม่รู้ความอะไรมากนักนอกจากคำบอกเล่าของผู้ใหญ่
"คุณนายคะดวงว่าเราเปลี่ยนใจพาคุณหนูตัวน้อยไปด้วยเถอะค่ะ คุณหนูจะได้มีเพื่อนเล่นด้วย" เมื่อได้ยินเด็กน้อยพูดเช่นนั้น สาวใช้ก็ถือโอกาสนี้โน้มน้าวเ้านายสาวอีกครั้ง
"ฉันบอกแกว่ายังไง?"
“หรือว่าแกอยากจะเนรเทศตัวเองออกไปด้วยห๊ะนังดวง!”
“ไม่นะคะคุณนาย นังดวงมันแก่แล้วค่ะ ภาระหนี้สินก็เยอะ”
“เห็นใจด้วยอิฉันด้วยเถอะนะคะ” สาวใช้นามว่าดวงรีบบอกเ้านายสาว.
“งั้นแกก็รีบวางเด็กนั่นไว้ก่อนจะมีใครมาเห็น แล้วขึ้นรถมาสักทีสิ!”
“ค่ะๆ คุณนาย”
นางดวงเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็รีบวางทารกน้อยไว้ข้างกองขยะตามคำสั่งของเ้านายสาวทันที แต่ก็ยังคงมองหาหากระดาษลังเก่าๆ มาบังเป็ร่มไว้ให้ด้วยความสงสารในชะตากรรมของเด็กน้อย
เด็กน้อยในอ้อมอกของนางนั้นหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ไม่เคยที่จะงอแงและค่อนข้างจะเลี้ยงง่ายด้วยซ้ำไป แต่คงเป็เวรกรรมของเด็กที่นายหญิงของตนไม่้าที่จะเลี้ยงดูต่อ.
“ดวงขอให้มีคนดีๆ มีเมตตามาพบคุณหนูในเร็วๆ นี้นะคะ”
“ดวงช่วยคุณหนูได้แค่นี้จริงๆ”
นางดวงพูดกับทารกน้อยที่ยังคงนอนเล่น ส่งเสียงดังอ้อแอ้อย่างอารมณ์ดีอยู่ โดยไม่รู้ชะตากรรมเลยว่าตอนนี้ตัวเองได้ถูกทอดทิ้งไปอย่างถาวรแล้ว.
อีกสองชั่วโมงต่อมา....
สโรชิณีเดินออกมาจากวัดด้วยใจที่สงบร่มเย็นและปลงได้มากขึ้นกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตหลังจากหนีทุกคนมาบวชชีอยู่ที่วัดได้หลายเดือน.
อุแว้! อุแว้! อุแว้!
“เสียงเด็กที่ไหนมาร้องอยู่แถวนี้นะ”
สโรชิณีเอ่ยขึ้นด้วยความแปลกใจเพราะแถวนี้ไม่มีบ้านคนหรือใครอยู่เลย มีเพียงแค่กองขยะกองใหญ่ที่ผู้คนนำมาทิ้งกองกันไว้ด้วยความมักง่ายจนกลายเป็กองมหึมาเท่านั้น. แต่ทว่าหญิงสาวกลับยิ่งได้ยินเสียงเด็กร้องดังอยู่ใกล้กับกองขยะชัดขึ้นทุกที สโรชิณีจึงรีบรุดไปดูเพื่อค้นหาต้นเสียง
อนิจจัง....
“ตายแล้ว!”
หญิงสาวอุทานขึ้นเมื่อเห็นทารกน้อยร้องไห้จ้าอยู่ข้างกองขยะด้วยเสียงที่เริ่มแหบแห้ง คงเป็เพราะอาจจะร้องไห้อยู่นานแล้วแต่ไม่มีใครเห็นหรือสังเกต อีกทั้งตามเนื้อตัวของเด็กก็มีแต่รอยตุ่มแดงๆ เพราะถูกมดและแมลงกัด สโรชิณีจึงรีบอุ้มเด็กน้อยขึ้นมาทันที.
“โอ๋ๆ ไม่ร้องนะจ้ะคนเก่ง ฉันมาช่วยหนูแล้วนะ”
สโรชิณีเอ่ยขึ้นด้วยความสงสารทารกน้อยจับใจ แล้วเด็กน้อยก็สงบลงเมื่อได้มาอยู่ในอ้อมอกของเธอ หญิงสาวจึงสำรวจตัวเด็กทันที
เด็กน้อยคนนี้เป็เด็กผู้หญิง ผิวขาวอมชมพู หน้าตาเหมือนพวกลูกครึ่ง จิ้มลิ้มน่ารักน่าชังมากทีเดียว แต่ทำไมผู้ให้กำเนิดถึงเอาลูกของตัวเองมาทิ้งได้ลงคอกันนะ ขนาดเธอแค่เห็นทารกน้อยแว็บแรกก็รู้สึกเอ็นดูขึ้นมาแล้วด้วยซ้ำ
“แปลก?”
สโรชิณีขมวดคิ้วเมื่อเห็นทองคำขาวที่มีจี้ทับทิมรูปดอกาาวดีติดตัวเด็กน้อยมาด้วย มันเกิดอะไรขึ้นกับทารกน้อยที่น่าสงสารผู้นี้กันนะ....
“งั้นหนูก็มาเป็ลูกสาวของแม่เถอะนะคะ”
สโรชิณีที่เพิ่งจะสูญเสียลูกในท้องไปพูดขึ้น ฟ้าคงเมตตาส่งเด็กน้อยคนนี้มาเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำของเธอแต่ๆ
.
.
.
25ปีต่อมา....
“ยัยปราง หนูแต่งตัวเสร็จรึยังลูก” คุณหญิงสโรชิณีเคาะประตูเรียกลูกสาวที่ยังคงแต่งตัวอย่างพิถีพิถันอยู่.
“ยังเลยค่ะ”
“แม่คะ ปรางไม่ได้ล็อคประตู แม่เข้ามาช่วยปรางเลือกชุดหน่อยสิคะ”
าาวดีบอกผู้เป็แม่ คุณหญิงสโรชิณีจึงเปิดประตูเข้าไปข้างในพร้อมกับรอยยิ้มเมื่อเห็นชุดเดรสราตรีสีหวานสองสามชุดที่ลูกสาววางเรียงรายอยู่บนที่นอนเพราะเลือกไม่ถูก
เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก ทารกน้อยที่ถูกคนใจร้ายนำมาทิ้งไว้ในกองขยะและนางพบเจอเข้าในวันนั้น บัดนี้ได้เติบโตเป็สาวสวยสะพรั่งขนาดนี้แล้วหรือนี่.
ใช่แล้วล่ะ!
คุณหญิงสโรชิณีเลี้ยงดูเด็กน้อยชะตาอาภัพคนนั้นในฐานะลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองและตั้งชื่อเด็กน้อยว่าาาวดีตามสร้อยที่ติดตัวเด็กเธอมา นอกจากนางกับชลกร สามีที่เสียชีวิตไปด้วยโรคร้ายเมื่อสามปีก่อนก็ไม่มีใครรู้เลยว่าาาวดีไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆ ของตน แต่นางและสามีก็รักาาวดีมากเสมือนลูกแท้ๆ คนหนึ่ง.
“ลูกสาวแม่ใส่ชุดไหนก็สวยจ้ะ แค่ไม้แขวนสวยก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว” คุณหญิงสโรชิณีพูดขึ้นอย่างภูมิใจ.
“โธ่แม่คะ!”
แต่นั่นก็ยิ่งทำให้าาวดีหนักใจมากกว่าเดิมเพราะไม่ได้คำตอบที่เธอควรจะตัดสินใจเลือกว่าควรจะใส่ชุดไหนไปงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้นั่นเอง.
“ชุดนี้ก็ได้จ้ะ”
คุณหญิงสโรชิณีซึ่งรู้ใจลูกสาวจึงเดินไปหยิบชุดราตรีสีครีมตัวยาว เรียบหรู แต่ดูแพงมาทาบตัวลูกสาว าาวดีเป็คนผิวสวยและสุขภาพดีอยู่แล้ว หากใส่ชุดนี้ไปจะยิ่งทำให้ผิวของเธอผ่องอ่อร่าขึ้นไปอีก.
“แม่น่ะกลัวแต่ว่าลูกสาวของแม่จะสวยกว่าเ้าสาวในค่ำคืนนี้นี่แหละ” คุณหญิงสโรชิณีแซวลูกสาว.
“โธ่แม่คะ ใครมันจะไปสวยกว่าเ้าสาวของพี่รัฐได้ล่ะคะแม่”
าาวดีนึกขำ วันนี้เป็วันมงคลสมรสของรัฐกร ลูกชายคนโตของคุณหญิงนัยนาหุ้นส่วนในบริษัทของพ่อเธอ อีกทั้งครอบครัวนี้ยังสนิทชิดเชื้อกับครอบครัวราชดำรงมากถึงขั้นมีการเอ่ยปากขอหมั้นหมายลูกสาวคนเดียวของบ้านราชดำรงให้แก่ราเมศร์ลูกชายคนรองของบ้านอัศวนัยอีกด้วย .
..........................
ไรท์ขอฝากนิยายกากๆ ไว้อีกสักเื่นะคะ.