ยิ่งเข็มนาฬิกาขยับเข้าใกล้สัปดาห์สอบเข้ามหาวิทยาลัยมากเท่าไหร่ บรรยากาศภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เคยอบอวลไปด้วยไอความหวานก็เริ่มถูกแปรเปลี่ยนเป็ความตึงเครียดที่รู้สึกได้
ผมลอบมองแผ่นหลังกะทัดรัดของลูกคลื่นที่นั่งขดตัวอยู่บนเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ที่โต๊ะเขียนหนังสือมาร่วมสี่ชั่วโมงแล้ว น้องสวมแว่นสายตาเลนส์บางที่ปกติจะไม่ยอมใส่เลยหากไม่ล้าสายตาจริงๆ ผมยุ่งเหยิงชี้ฟูจากการที่เ้าตัวเอามือขยี้หัวระบายความเครียดอยู่บ่อยครั้ง ใบหน้าหวานที่เคยมีแก้มยุ้ยมีน้ำมีนวลบัดนี้ดูซูบลงไปอย่างเห็นได้ชัด ดวงตากลมโตคู่สวยมีรอยคล้ำใต้ตาประดับจากการนอนดึกติดต่อกันหลายสัปดาห์
การแข่งขันในระบบสอบปีนี้สูงลิ่ว เพื่อนสนิทในห้องของลูกคลื่นต่างพากันติวกวดวิชากันอย่างบ้าคลั่ง บางคนสอบติดรอบโควตาและรอบแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) ไปแล้ว ทำให้ลูกคลื่นที่ต้องเผชิญกับรอบสอบตรงรู้สึกกดดันและหวาดกลัวการเป็คนล้าหลัง ทุกครั้งที่น้องเปิดมือถือดูโซเชียลมีเดียเห็นเพื่อนๆ โพสต์คะแนนสอบจำลองหรือการ์ดอวยพรสอบติด อกซ้ายของน้องก็สะท้อนคิดว่าตัวเองช่างด้อยค่าและพยายามหักโหมเรียนจนลืมเวลาพักผ่อน
ผมในฐานะติวเตอร์และคนรักรู้สึกเป็ห่วงและปวดใจอย่างบอกไม่ถูก ทุกคืนหลังจากผมสั่งให้หยุดเรียนตอนเที่ยงคืน ผมจะแอบเห็นไฟใต้ประตูห้องนอนของน้องยังคงสว่างโล่อยู่จนถึงตีสองตีสาม เสียงพลิกกระดาษและเสียงเคาะปากกาเบาๆ เล็ดลอดออกมาเตือนให้ผมรู้ว่าร่างเล็กกำลังหักโหมอ่านหนังสือจนร่างกายแทบจะรับไม่ไหว
เพื่อช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าของน้อง ผมจึงใช้เวลาว่างใน่ค่ำเข้าครัวทำอาหารสุขภาพด้วยตัวเอง ผมเลือกตุ๋นซุปไก่ใส่โสมจีนโบราณและเครื่องยาจีนบำรุงประสาทที่ช่วยลดความอ่อนเพลียทางสมอง ผมบรรจงล้างสมุนไพร เคี่ยวน้ำซุปบนไฟอ่อนนานหลายชั่วโมง นึกย้อนกลับไปก็ตลกตัวเองดีเหมือนกัน คนอย่างผมที่เคยชินกับการกินอาหารหรูหราตามภัตตาคารระดับห้าดาวและมีคนคอยบริการรับใช้ตลอดเวลา บัดนี้กลับยอมมานั่งสับไก่ ปลอกแครอท เคี่ยวน้ำซุป คอยเฝ้าหน้าเตาเพื่อเด็กดื้อคนเดียว
ทว่าน้ำหนักของน้องก็ยังคงลดฮวบลงเพราะความวิตกกังวลสะสมจากความกดดันของระบบสอบที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด
ค่ำคืนนี้บ่ายหน้าไปทางเวลาเกือบเที่ยงคืน บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัดไร้เสียงอื่นใดนอกจากเสียงฝนตกพรำๆ ด้านนอกคฤหาสน์
ลูกคลื่นกำลังนั่งสู้กับโจทย์ฟิสิกส์เื่ ‘โมเมนตัมและการชน’ (Momentum and Collisions) ซึ่งเป็ข้อสอบเก่าระดับความยากขั้นสูงที่คัดลอกมาจากข้อสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำ น้องเขียนสูตรคำนวณลงในกระดาษร่าง ขีดฆ่า เขียนใหม่ แล้วก็ขีดฆ่าทิ้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่างกายของน้องเริ่มสั่นน้อยๆ มือที่จับดินสอเกร็งจนข้อนิ้วขาวซีด
ผมขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้เตรียมจะเอ่ยปากบอกให้น้องไปอาบน้ำนอน ทว่ายังไม่ทันที่ผมจะอ้าปากออกเสียง...
แกร๊ก!
ปลายไส้ดินสอกดร่วงหักสะบั้นลงบนหน้ากระดาษ
เสียงหักแ่เบานั้นราวกับเป็เข็มหมุดที่ทิ่มแทงลูกโป่งความอดทนที่ตึงแน่นของลูกคลื่นจนะเิออกทันที
ร่างเล็กสะดุ้งเฮือก ปล่อยดินสอร่วงหลุดจากมือ ก้มหน้าลงซบกับฝ่ามือทั้งสองข้างแล้วปล่อยเสียงสะอื้นฮักใหญ่ไม่ออกมาในทันใด แผ่นหลังบางสั่นไหวอย่างรุนแรงตามแรงสะอื้น หยาดน้ำตาใสสะอาดไหลทะลักออกมาตามซอกนิ้วหยดลงบนหน้ากระดาษข้อสอบจนเป็รอยด่างดวง
"ฮึก... ฮือออ..."
หัวใจของผมกระตุกวูบและบีบรัดตัวแน่นด้วยความเ็ป ผมไม่เคยเห็นลูกคลื่นร้องไห้ด้วยความรู้สึกพ่ายแพ้และหมดหนทางขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต
"ลูกคลื่นครับ..."
ผมรีบเอื้อมแขนแกร่งไปรวบร่างบางเข้ามาไว้ในอ้อมกอดอุ่นทันที ท่อนแขนโอบรัดร่างที่สั่นระริกช้อนตัวน้องขึ้นมานั่งบนตักกว้าง กดศีรษะทุยซุกลงกับลาดไหล่ของผมอย่างอ่อนโยน
"ฮือออ... พี่ไมค์... ผมทำไม่ได้... ฮึก... ผมโง่เกินไปใช่ไหมครับ..."
น้องกอดคอผมแน่น ร้องไห้สะอื้นจนตัวโยนเสียงอู้อี้อยู่ข้างหู
"ทำไมทำเท่าไหร่สูตรมันก็ไม่ยอมลงตัวเลย... ข้อสอบยากขนาดนี้ผมจะสอบติดได้ยังไง ป๊ากับม้าคาดหวังกับผมไว้มาก... ฮือออ... เพื่อนที่โรงเรียนเค้าติวกันไปถึงไหนแล้ว แต่ผมยังติดอยู่ที่ข้อสอบเก่าหน้านี้อยู่เลย... ผมจะทำยังไงดีครับพี่ไมค์... ฮึก..."
ผมสูดหายใจลึก กระชับอ้อมกอดแ่า ลูบแผ่นหลังบางขึ้นลงช้าๆ เพื่อช่วยผ่อนคลายอาการเกร็งสะอื้นของร่างเล็ก ผมเข้าใจความรู้สึกนี้ดี ความกดดันใน่วัยรุ่นที่ต้องแบกรับความคาดหวังของครอบครัวและอนาคตของตัวเอง มันหนักอึ้งเกินกว่าที่บ่าเล็กๆ ของเด็กอายุสิบแปดปีจะรับไหว
"ไม่ร้องนะครับคนดี... ลูกคลื่นไม่ได้โง่เลยสักนิดเดียว"
ผมกระซิบน้ำเสียงนุ่มทุ้มอบอุ่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก้มลงจูบขมับชื้นเหงื่อของน้องซ้ำๆ
"พี่เลี้ยงคนนี้เป็คนสอนเรามากับมือ พี่รู้ดีที่สุดว่าเราเก่งและพัฒนาขึ้นมากแค่ไหน จากคะแนนไม่ถึงครึ่งวันแรก จนตอนนี้ทำคะแนนผ่านเกณฑ์เฉลี่ยสูงได้แล้ว ข้อสอบข้อนี้มันยากเกินระดับมัธยมปลายทั่วไปด้วยซ้ำ ไม่ใช่ความผิดของเราเลยครับที่ทำไม่ได้ในตอนนี้"
"ฮึก... แต่เวลามันเหลือน้อยแล้วนี่ครับ... ฮือ... ผมกลัว... กลัวจะทำให้ทุกคนผิดหวัง... กลัวป๊ากับม้าจะเสียใจที่มีลูกไม่ได้เื่อย่างผม..."
น้องปาดน้ำตาลวกๆ ดวงตาแดงก่ำมองสบตาผมอย่างน่าสงสาร
"ไม่มีใครผิดหวังในตัวเราหรอกครับลูกคลื่น โดยเฉพาะป๊ากับม้าของหนู และโดยเฉพาะตัวพี่..."
ผมใช้ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยซับน้ำตาอุ่นร้อนออกจากแก้มใสช้าๆ ประคองใบหน้าหวานให้สบตาสีเทาเข้มแน่วแน่ของผม
"ป๊าเค้าบอกพี่เสมอว่ารักและห่วงใยความสุขของเรามากที่สุด ไม่ใช่ชื่อเสียงมหาวิทยาลัยเลยนะ ปล่อยวางเื่พวกนั้นซะนะเด็กดี พี่สัญญาว่าไม่ว่าผลจะออกมาเป็ยังไง พี่เลี้ยงคนนี้ก็จะอยู่เคียงข้างและดูแลชีวิตเราตลอดไปอยู่แล้ว พี่รักเรานะลูกคลื่น"
ผมช้อนตัวอุ้มลูกคลื่นขึ้นในอ้อมแขนกว้าง พาเดินตรงไปยังห้องน้ำของน้องทันที ผมวางน้องลงในอ่างอาบน้ำที่มีน้ำอุ่นร้อนกำลังดีและไอความร้อนลอยอบอวล หยดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นลาเวนเดอร์ลงไปเพื่อช่วยผ่อนคลายประสาท ผมทรุดตัวนั่งลงข้างอ่างอาบน้ำ ค่อยๆ ชโลมแชมพูลงบนเส้นผมสลวยนวดคลึงศีรษะมนเบาๆ ใช้นิ้วมือนวดกดจุดที่ท้ายทอยและไหล่บางที่ตึงเกร็ง ให้ร่างเล็กหลับตาพริ้มระบายความตึงเครียดของสมองและร่างกายออกไปจนสิ้น น้องทอดกายพักศีรษะไว้กับขอบอ่างอาบน้ำผ่อนคลายอย่างสงบ
"อาบน้ำสระผมให้สบายตัวนะครับคนดี คืนนี้พี่สั่งห้ามอ่านหนังสือเด็ดขาด หนังสือฟิสิกส์เคมีทั้งหมดพี่จะยึดไว้จนถึงพรุ่งนี้เช้า"
ผมเอ่ยแกมดุแต่แฝงความห่วงใยลึกซึ้ง
"แต่... แต่ผมยังอ่านไม่จบ..."
น้องงอแงทักท้วงเสียงแ่สะลึมสะลือจากอาการผ่อนคลาย
"ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้นครับ นี่คือคำสั่งของติวเตอร์และคนรักของเราครับ"
ผมยิ้มอบอุ่น ก้มลงจูบหน้าผากชื้นน้ำเบาๆ หนึ่งที
"อาบน้ำเสร็จแล้วออกไปดื่มนมอุ่นที่พี่เตรียมไว้ให้บนเตียงนะ เดี๋ยวคืนนี้พี่จะนอนกอดเรากล่อมจนหลับไปเอง"
ลูกคลื่นพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย แววตาสั่นระริกเริ่มมีความสงบและมั่นคงขึ้นมาประดับเพราะคำยืนยันแสนอบอุ่นของผม
ผมเดินกลับออกมาจัดการเก็บเอกสารกวาดหนังสือบนโต๊ะเรียนใส่กระเป๋าเพื่อปิดโอกาสไม่ให้น้องลอบกลับมาอ่านอีก จากนั้นไปอุ่นนมสดผสมน้ำผึ้งร้อนๆ ถือขึ้นมาคอยท่าที่เตียงนอนของน้อง
ไม่นานนักร่างเล็กสวมชุดนอนผ้าฝ้ายนุ่มตัวโคร่งเดินต้วมเตี้ยมแก้มแดงเรื่อจากความร้อนของน้ำอุ่นออกจากห้องน้ำ น้องปีนขึ้นเตียงคลานมาซุกตัวใต้ผ้าห่มผืนหนาข้างๆ ผม รับแก้วนมไปดื่มช้าๆ จนหมดเกลี้ยง ใบหน้าหวานดูผ่อนคลายขึ้นมากแต่อาการเหนื่อยล้ายังคงสะท้อนเด่นชัด
ผมรับแก้วเปล่าวางไว้โต๊ะข้างเตียง ล้มตัวลงนอนตะแคงข้างดึงร่างกะทัดรัดเข้ามาซุกอกกว้าง สอดมือโอบกอดรัดเอวบางโอบล้อมกายเล็กไว้ปานไข่ในหิน ลูกคลื่นขยับตัวซุกใบหน้าหวานเข้าหาซอกคออุ่นของผมกอดเอวสอบของผมไว้แ่าประหนึ่ง้าหาที่พึ่งพิงยึดเหนี่ยวจิตใจ
"พี่ไมค์... โชคดีจังเลยครับที่มีพี่อยู่ข้างๆ ถ้าไม่มีพี่ป่านนี้ผมคงถอดใจยอมแพ้ไปนานแล้ว"
น้องพึมพำเสียงแ่เบาปนเหนื่อยอ่อน
"พี่ไม่มีวันปล่อยให้เรายอมแพ้หรอกครับ... และต่อให้เราวิ่งหนีไปไหน พี่ก็จะตามไปอุ้มเรากลับมาดูแลจนได้อยู่ดีนั่นแหละ"
ผมตอบกลั้วหัวเราะจูบกลุ่มผมหอมนุ่มเบาๆ
"พี่เลี้ยงจอมโกง..."
น้องหัวเราะคิกคักเบาๆ หลับตาลงในที่สุดสติค่อยๆ ดิ่งลงสู่ความฝันอันแสนสุข ร่างเล็กขยับซุกตัวเข้าหาอ้อมอกอุ่นมากยิ่งขึ้น ซบแก้มลงกับอกเสื้อแกร่งอุ่นที่มีเสียงเต้นของหัวใจทุ้มสม่ำเสมอคอยเป็ทำนองกล่อมเด็กดื้อฝันดี
ความตึงเครียดและพายุอารมณ์ร้ายของวันอันยาวนานละลายหายสิ้นหลงเหลือเพียงความอบอุ่นแสนปลอดภัยในอ้อมแขนของคนสองคนที่หลอมรวมหัวใจเป็หนึ่งเดียวท่ามกลางเสียงสายฝนโปรยปรายแ่เบานอกหน้าต่างคฤหาสน์ คืนนี้ พายุฝนข้างนอกอาจจะพัดกระหน่ำอย่างรุนแรงและหนาวเหน็บเพียงใด ทว่าภายใต้ชายคาคฤหาสน์หลังนี้ ในห้องนอนที่ปิดสนิท อ้อมกอดและไอรักของพวกเราสองคนจะคอยปกป้องและสร้างความอบอุ่นที่ไม่มีวันมอดดับลงไปอย่างแน่นอน มันจะอบอวลไปด้วยความสุขสงบแสนหวานตลอดทั้งคืนกาลยาวนานนี้