[GrimHunt] สมรภูมินักล่า

    บทที่ 1 ตอนที่ 1

       ''อึ่ก....''   อาการปวดหัวเล็กน้อยพุ่งเข้ามาผ่านศีรษะของ 'ราม' หนุ่มวัย 20 ปีที่จู่ๆ ก็พึ่งพบว่าตนเองงได้มานอนกองอยู่บนพื้นดินอย่างเป็นปริศนา แต่ด้วยร่างกายที่อ่อนล้าผิดปรกติ รามจึงค่อยๆ ใช้มือทั้งสองข้างที่มีมัดกล้ามเนื้อแน่นดันตัวเองขึ้นช้าๆ   สถานการณ์ตอนนี้ทำให้รามนั้นรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก หากเขานอนอยู่บนพื้นดินอย่างเดียว ก็พอจะมโนคิดได้ว่าตนเองนั้นเป็นลมล้มนอนไปเอง แต่ใช้ไม่ได้กับการที่รอบกายของเขากลับเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่พึ่งจะฟื้นขึ้นมา ไม่จำต้องถามอะไรให้มากความ พวกเขาทั้งหมดเองก็กำลังสงสัยเหมือนกับรามในตอนนี้อย่างแน่นอน หากถามออกไปก็ไม่มีทางจะได้คำตอบกลับคืน   เมื่อพยายามนึกถึงเรื่องราวก่อนหน้าที่จะหมดสติ รามกลับรู้สึกปวดหัวขึ้นมาอย่างกระทันหัน ทั้งอาการปวดนั้นยังรุนแรงถึงขนาดที่ทำให้เขานั้นนอนลงไปกุมหัวอยู่บนพื้น   ความทรงจำในช่วงก่อนหน้านี้ที่จะสลบไปมันไม่สามารถนึกออกได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าความทรงจำของเขาจะเสื่อมลงไปทั้งหมด เพราะรามนั้นยังรู้ตัวเองดีว่าเขาคือทายาทของบริษัทเครือ ซี-กรุ๊ป ซึ่งเป็นผู้จัดการเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่ดูจะไม่ค่อยโปร่งใสสักเท่าไหร่ อีกทั้ง ซี-กรุ๊ป นั้นยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายใต้ดินอีกมากมาย   โดยประธานของ ซี-กรุ๊ป หรือผู้เป็นพ่อของรามนั้น มีภรรยาทั้งหมด 4 คน และแต่คนก็มีทายาทอีกคนละ 1 คน โดยแบ่งเป็นชาย 3 และหญิง 1 ทั้งหมดล้วนมีอายุเท่ากันคือ 20 ปี และเป็นผู้ที่จะต้องสืบทอด ซี-กรุ๊ป โดยผ่านการแข่งขันกันในด้านต่างๆ   ไม่สนวิธีการใดๆ ขอเพียงแค่ได้รับชัยชนะมานั้นก็จะถือว่าเป็นผู้ชนะ นั้นเป็นวิธีการคิดที่ผู้เป็นพ่อของรามนั้นยึดมั่นและสั่งสอนมาโดยตลอด โดยส่วนตัวของรามนั้นเป็นผู้ที่ถูกคาดหวังเอาไว้ค่อนข้างสูงในด้านอื่นที่ไม่ใช่ด้านธุรกิจ เนื่องจากอาจารย์ฝึกสอนต่างๆก็ต่างให้คำนิยามรามเอาไว้ว่า 'สัตว์ประหลาด' เนื่องจากความสามารถในการต่อสู้ที่ถือติดตัวมาตั้งแต่เกิด ซึ่งมันเหมาะสมกับ ซี-กรุ๊ป แต่ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งประธานที่ใช้มันสมองในการบริหารจัดการ   ดังนั้นแล้วพ่อของรามจึงได้ฝึกสอนเขาให้เป็นบอดี้การ์ดชั้นยอดเซียน ที่จะเป็นคนปกป้องผู้เป็นประธานของ ซี-กรุ๊ป คนต่อไป   แต่ด้วยเหตุผลนั้นทำให้รามถึงกับฉงนเป็นที่สุด ว่าจะมีใครกันที่สามารถจัดการเขาลงและนำพามาที่นี้ได้... เขาคงถูกพวกมันใช้เป็นหนูทดลองแล้ว...   ''นี้มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นวะเนี่ย!''   จู่ๆ ชายร่างใหญ่ที่เคยนอนสลบอยู่ใกล้ๆ กับรามก็ได้ตื่นขึ้นพร้อมกับแผดเสียงร้องไปทั่ว ดังกว่าคนอื่นที่เพียงพูดกันเบาๆ เนื่องจากอาการตื่นตระหนก แต่การแผดเสียงร้องขึ้นครั้งนี้มันทำให้ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่ชายร่างใหญ่คนนี้   ''เห้ย! นี้มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นวะ! แกอธิบายให้ฉันฟังได้หรือเปล่า!'' ดูแล้วมันคงจะหวาดกลัวเป็นอย่างมากกับการถูกจับมา แต่แค่มองดูรามก็พอรู้ว่ามันนั้นเป็นพวกนอกกฏหมาย มันกำลังหวาดผวาว่าจะถูกแก๊งฝ่ายตรงข้ามจับตัวมา เป็นเรื่องปรกติในวงการใต้ดินที่ไม่หวาดกลัวต่อแสงสว่างแต่กลับหวาดกลัวต่อความมืดด้วยกันเอง   ไม่ว่าจะถูกจับมาเพราะอะไร หากยังไม่รู้สาเหตุและลองคาดเดาดูจาดสถานการณ์รอบๆ ถ้าหากไม่มีความเป็นไปได้ที่ถูกฝ่ายตรงข้ามจับมา ก็ควรจะอยู่ในอาการสงบเพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าสายตา   การกระทำของมันนั้นบ่งบอกได้อีกอย่าง ว่ามันเป็นเพียงสมาชิกระดับล่างที่พร้อมจะทรยศต่อองค์กรได้อย่างง่ายดาย ไม่เหมาะสมที่จะเลี้ยงเอาไว้เฝ้าบ้าน   และอีกหนึ่งการกระทำที่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่สุด คือการที่มันได้ตะคอกใส่รามด้วยอาการตื่นตระหนก และกำลังพยายามหาที่ระบายโดยการพุ่งมือมาหมายจะกระชากคอเสื้อของราม ช่างเป็นวิธีที่เหมาะสมกับกุ๊ยข้างถนนจริงๆ   รามไม่คิดหลบ เขาปล่อยให้มันกระชากคอเสื้อเชิตของเขาขึ้นเพื่อเป็นการดึงตัวของรามให้ลุกขึ้น พละกำลังของชายร่างใหญ่ก็เหมาะสมกับขนาดดี สงสัยกล้ามเนื้อจะไปแทนที่สมองหมดแล้ว ''ผมขอแนะนำให้คุณปล่อยคอเสื้อของผมและไปนั่งสงบสติอารมณ์ก่อน เพราะผมเองก็ไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องในตอนนี้เหมือนกัน นี่เป็นการกระทำที่ไม่ฉลาดเท่าไหร่นักเลยนะครับ'' ในใจรามเองก็กำลังตื่นตระหนกกับเหตุการณ์นี้ที่เขาถูกลักพาตัวมา แต่การกระทำของชายร่างใหญ่นี้มันทำเอาเขารู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก   ''แกว่าอะไรนะ!!!'' อารมณ์ของมันที่สูงอยู่แล้วพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว ความสามารถพิเศษของลูกน้องระดับล่าง คือการที่พวกมันไม่สามารถกักเก็บอารมณ์เอาไว้ได้ดี มันต้องการสิ่งระบายอารมณ์จึงคิดว่ารามเป็นกระสอบทราย มือที่ใหญ่โตอีกข้างถูกกำเอาไว้แน่นและคิดจะชกเข้าใส่ร่างของราม   'ก็คิดเอาไว้อยู่แล้วล่ะนะ' เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ ไม่มีแม้อาการกลัวต่อเหตุการณ์ตรงหน้าสักนิด เขาเพียงแค่ยกมือซ้ายไปจับเอาไว้ที่ข้อมือของชายร่างใหญ่คนนี้เบาๆ....   โครม!   ภาพที่เห็นนั้นทำเอากลุ่มคนประมาณ 30 คนที่ห้อมล้อมมองดูเหตุการณ์ถึงกับตื่นตะลึง   เพราะร่างของชายที่ดูจะตัวใหญ่กว่ารามถึงเท่าตัว ถูกชายหนุ่มจับข้อมือเหวี่ยงหมุนหนึ่งรอบและทุ่มลงบนพื้นอย่างแรง ใบหน้าทุกคนถึงกับอ้าปากค้างกับสิ่งที่ได้เห็น ไม่แตกต่างกับชายร่างใหญ่ที่กำลังรู้สึกอับอายเป็นอย่างมากในขณะนี้ แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับรามซึ่งตอนนี้กำลังปัดคอเสื้่อในจุดที่ชายร่างใหญ่นั้นสัมผัสจับเอาไว้   ไอกิโด หนึ่งในศิลปะการต่อสู้ที่ใช้ในการป้องกันนั้นยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก มันไม่อันตรายมากนักหากพื้นที่ที่ทุ่มลงไปไม่ได้มีใบมีดลงรอเอาไว้อยู่   แต่ว่า...   โพล๊ะ!!!   จู่ๆ ศีรษะของชายร่างใหญ่ก็แตกกระจายออกราวแตงโมที่ถูกฟาด จู่ๆ ร่างของรามก็รู้สึกขนลุกชันไปทั่วร่าง ขาที่เคยมั่นคงอ่อนระทวยลงราวไม่มีกระดูกส่งผลให้ร่างของเขาล้มลงไปนั่งอยู่บนพื้น รามที่อยู่ใกล้ที่สุดสมควรรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่ใช่เลย... ขนาดอยู่ห่างกันไม่ถึง 1 เมตร รามยังไม่รู้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น จะว่าถูกยิงปืนก็คงไม่ใช่เพราะไม่มีเสียงกระสุนหรือเห็นอะไรตกกระทบ แต่หากว่าจะจู่โจมใกล้ๆก็ไม่ใช่ ไม่มีมนุษย์คนใดจู่โจมด้วยความเร็วเหนือการมองเห็นได้ร้อยเปอร์เซ็น!!   ''ผู้เชื่อฟังนั้นจักเดินทางต่อ ผู้กำแหงจักต้องวายชีวัน กฏเกณฑ์แห่งธรรมชาตินั้นถูกบัญญัติเอาไว้แต่กำเนิดโลก พวกท่านทุกคนเห็นควรจะทราบเรื่องนี้ดีแม้จะหลงลืมสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดไปจนหมดสิ้น...''   เสียงอันน่าเกรงขามดังขึ้นมาจากบนท้องฟ้านภาคราม ครรลองสายตามากมายที่นอกเหนือจากการมุงล้อมดูรามนั้นจ้องมองขึ้นไป กะโดยประมาณคือหลายหมื่นชีวิตที่กำลังมองขึ้นไปอยู่ โดยจุดรวมของสายตานั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่กำลังลอยลงมา   สิ่งคล้ายมนุษย์เพศหญิงขนาดเล็กเพียงหนึ่งฝ่ามือ หน้าตาสดใสน่ารักราวตุ๊กตางานประติมากรรม กลางหลังมีปีกเล็กๆ หนึ่งคู่ที่ขยับไปมาปล่อยผงละอองสีทองงาม ชุดแต่งกายสวมใส่คล้ายดอกไม้ที่เกิดขึ้นมาเป็นเสื้อผ้าโดยเฉพาะ และแม้จะมีขนาดเล็กรามก็สังเกตุเห็นว่าบนฝ่ามือซ้ายของสิ่งมีชีวิตตนนั้นได้ปรากฏสิ่งคล้ายวงแหวนสีขาวแต่มีอักษรแปลกๆภายใน มันราวกับวงเวทในเกมส์ไม่มีผิด   ''20 แต้มสำหรับผู้สงบอารมณ์รวดเร็ว 10 แต้มสำหรับผู้ผวาเล็กน้อย และสูญชีวิตกับผู้ที่ผวาจนระรานผู้อื่น''   อึดใจเดียวพลันปรากฏสิ่งที่คล้ายกับตัวอักษรลอยมาอยู่ตรงหน้าของทุกคน   [ประกาศ : คุณได้รับ 20 แต้มในการเริ่มต้น]   รามตอนนี้รู้สึกว่าตนเองเสียสติ สิ่งที่เห็นมันมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นจริงได้ด้วยอย่างงั้นหรือ? พระเจ้าช่วย... เขายอมทนอยู่ฝึกกับพวกคนแก่ๆ เป็นเดือนดีกว่ามาพบเจอกับสถานการณ์เช่นนี้   ''ยินดีที่ได้พบทุกท่าน ข้าคือ 'อิลล์' เป็นภูมิผู้ส่งสาสน์ให้กับทุกท่าน และจะเป็นผู้แนะนำเกี่ยวกับการใช้ชีวิตอยู่ในดินแดนแห่งความหวาดผวา หรือดินแดนแห่งกริมนี้''   ''ขอให้พวกเราสนิทกันได้โดยเร็ว''   ถ้อยคำที่เอ่ยปากออกมาอย่างเรียบง่ายนี้นั้น มันช่างน่าผวาฝังลึกเข้าไปในจิตใจของทุกคน ถ้อยคำภาวนาต่อพระเจ้าหลากหลายองค์ดูเหมือนจะไร้ซึ่งอิทธิฤทธิ์ไปเสียแล้ว เวลานี้ดูเหมือนจะไม่มีสิ่งใดสามารถช่วยพวกเขาได้อีกต่อไป...