ตอนที่ 2
ชายในรถ (1)
ร้านกาแฟเปิดใหม่เปิดแล้วอย่างเป็ทางการ โฮมคาเฟ่ บรรยากาศดูอบอุ่น ที่ถูกดัดแปลงมาจากบ้านหลังเก่า ด้านหน้าเป็เรือนกระจกที่รับแสงนวลๆ เข้าร้าน เมื่อเดินถัดเข้ามาจะเจอกับเคาน์เตอร์ชงกาแฟที่มีเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มเป็พนักงานคอยยืนต้อนรับลูกค้าด้วยกาแฟหอมกรุ่น ถัดเข้ามาเป็ตู้กระจกที่อัดแน่นไปด้วยขนมปังในรูปแบบต่างๆ ที่เ้าของร้านอบเองกับมือทุกชิ้น
โดยเฉพาะทีเด็ดของร้าน ครัวซองเนยสด ที่เ้าของร้านพิถีพิถันในการรีดในแต่ละชั้นๆ เพื่อให้ครัวซองได้รูปที่สวยงาม ตัดออกมาด้านในเป็โพรงสวย
“le rêve.....ยินดีต้อนรับค่ะ รับกาแฟอะไรสำหรับเช้านี้ดีคะ?” เสียงใสๆ ของพนักงานสาวในร้านที่คอยต้อนรับลูกค้าอยู่หลังเครื่องชงกาแฟ
ลูกค้าทยอยกันเข้ามาเยี่ยมเยือนร้านใหม่ที่พึ่งเปิดใหม่เรื่อยๆ จนเริ่มมีลูกค้าประจำแล้ว ทั้งๆ ที่ร้านพึ่งจะเปิดไปได้เพียงแค่สามอาทิตย์เท่านั้น
“วันนี้มีคนมาเหมาครัวซองไปอีกแล้วนะคะ” มะนาวกล่าวกับผู้เป็นายในขณะที่กำลังเก็บของปิดเคาน์เตอร์
มีเพียงรอยยิ้มเป็คำตอบของ ตฤณ ชายหนุ่มร่างใหญ่ สูงราวร้อยเก้าสิบ
“แล้วก็ยังมีคนเข้ามาถามหาอยู่เรื่อยๆ พอหนูบอกว่าหมดแล้ว เขาก็เดินคอตกกันไปเลย พี่ตฤณน่าจะทำเพิ่มให้เยอะขึ้นนะคะ”
“คงไม่ล่ะ พี่ทำคนเดียวไม่ไหว ได้เยอะสุดก็เท่าที่ขายทุกวันนี้” ชายหนุ่มตอบ
“พี่จ้างคนมาช่วยทำสิคะ”
“พี่อยากทำมันเองทุกชิ้นมากกว่า เก็บของแล้วรีบกลับบ้านได้แล้ว”
เด็กสาวเก็บข้าวของลงกระเป๋าหลังจากที่เคลียร์ร้านเก็บทุกอย่างเสร็จ ก่อนลาเ้านายแล้วออกจากร้านไป
ชายหนุ่มเดินหันกลับมาเพื่อเช็คความเรียบร้อยของร้านครั้งสุดท้าย ก่อนจะพบว่ามะนาวลืมถอดปลั๊กเครื่องชงกาแฟ ชายหนุ่มถอนหายใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ถือโทษโกรธอะไร
มะนาว เด็กสาวที่ต้อง มาใช้ชีวิตในเมืองหลวงตัวคนเดียว อีกทั้งยังต้องหาเงินเรียนเอง เดินดุ่มๆ เข้ามาขอสมัครงานั้แ่วันที่ร้านยังรีโนเวทไม่เสร็จดี เพราะว่าเห็นรูปแบบของบ้านที่ทุบรั้วทิ้ง และโครงสร้างของห้องกระจก จึงเดาได้ว่าน่าจะทำเป็ร้านกาแฟ เด็กสาวมาด้วยความตั้งใจและมุ่งมั่น ตฤณจึงตอบตกลงรับเธอเข้าทำงาน ความขยันขันแข็งและหนักเอาเบาสู้ของเธอ ทำให้เขาพยายามมองข้ามความกระเปิ๊บกระป๊าบของเธอไป
เสียงระฆังประตูร้านดังขึ้น “ลืมอะไรล่ะ” ตฤณเอ่ยถามขณะที่ยืนหันหลังให้ต้นทางของเสียงเพราะกำลังล้างแก้วน้ำของตัวเองอยู่ที่เคาน์เตอร์
“นี่เหรอวะ ร้านกาแฟที่ในคนซอยเขาพูดถึงกัน”
มือใหญ่ค่อยๆ วางแก้วน้ำลงอ่างล้างจานช้าๆ แล้วปิดก๊อกน้ำที่กำลังไหลอยู่ ก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปหาเ้าของเสียงที่แท้จริง
แน่นอนว่าไม่ใช่มะนาวลูกน้องสาวที่พึ่งกลับไป แต่เป็ชายร่างใหญ่ ท่าทางวางกร่างเดินเซเข้ามาในร้านพร้อมกลิ่นแอลกอฮอล์ที่คละคลุ้ง ประกบตามมาด้วยลูกน้องร่างใหญ่อีกสองคน
“ร้านปิดแล้วครับ” เ้าของร้านส่งเสียงเรียบนิ่งให้กับผู้เยี่ยมเยือนที่ดูไม่เป็มิตรเท่าไรนัก
ชายนักเลงใชะงักไปเล็กน้อยเมื่อชายตรงหน้าที่เขาตั้งใจเข้ามาหาเื่ยืดตัวตรงเต็มสูบ รูปร่างของชายคนนี้ใหญ่โตมากกว่าที่คิด ก่อนจะดึงหน้าทำใจดีสู้เสือต่อไป
“มาใหม่อาจจะไม่รู้ ว่าซอยเนี้ย เขามีคนคุ้มครองอยู่ นั้นก็คือ ฉัน!” ชายนักเลงส่งเสียงคำรามขู่คนตรงหน้า
“แล้ว้าให้ผมช่วยอะไรครับ?” ตฤณยังคงตอบกลับอย่างสงบ จนทำให้ชายนักเลงแปลกใจ
ชายนักเลงเหลือบตา ซ้าย ขวา เพราะคาดหวังว่าการเข้ามาขู่เข็นจะทำให้เ้าของร้านหวาดกลัว แต่ก็ผิดคาด ไม่คิดว่าชายตรงหน้าจะนิ่งมากขนาดนี้ “ตะ...ตะ...ั้แ่มีร้านมึง คนก็เข้าออกซอยเป็ว่าเล่น เราเคยอยู่กันสงบๆ มึงควรไปเปิดร้านที่อื่น!” เขาคำราม
“คงไม่ได้ครับ เพราะผมจ่ายเงินซื้อบ้านหลังนี้แล้ว”
“เฮ้ย พูดไม่รู้เื่เหรอวะ? จัดการดิ๊” ชายนักเลงพยักหน้าส่งสัญญาณให้กับลูกน้องทั้งสองคนให้จัดการต่อ
ชายฉกรรจ์ทั้งสองพุ่งเข้ารุมทำร้ายร่างกายตฤณจนลงทรุดลงนั่งกับพื้น ข้าวของในร้านถูกทำลาย กระจัดกระจาย เก้าอี้ล้มลงระเนระนาด เศษของ แก้วน้ำและเหยือกน้ำต่างๆ แตกลงพื้นเป็เสี่ยงๆ
เมื่อได้จังหวะร่างใหญ่ของตฤณลุกขึ้นพุ่งตัวเข้าตอบกลับที่ชายนักเลงด้วยความรวดเร็ว ก่อนที่ลูกน้องทั้งสองของชายนักเลงจะหยุดทำลายข้าวของแล้วหันกลับไปช่วยหัวหน้าของตน สองร่างใหญ่จับแขนทั้งสองของตฤณเอาไว้ ในขณะที่ชายนักเลง คว้าเอาเศษแก้วที่แตกบนพื้นขึ้นมาหวังจะแทงคนตรงหน้า แต่ตฤณขยับตัวหลบทัน เศษแก้วคมจึงได้แค่เฉี่ยวเข้าที่เอวของเขาแค่เท่านั้น
.....................................................................
Le Rêve เลอเรฟ พรหมลิขิต พิชิตฝัน
มี EBook แล้วค่าาา
โปรซื้อตอนนี้ ลด 25% เหลือ 119บาท เท่านั้นนะคะ