ตอนที่ 12 สาวน้อยชาวบ้านผู้ใจกล้า (1)
ขนตาของเสิ่นฉางเฮ่าสั่นไหวเล็กน้อย ร่างกายของเขาค่อยๆ ผ่อนคลายลง อยากเห็นว่าใครอยู่ข้างตนกันแน่ แต่กลับไม่อาจเปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งได้
“ทำไมเ้ายากจนนัก เงินไม่มีติดตัวสักแดงเดียว ข้าไม่ชอบติดค้างน้ำใจใคร และไม่ชอบให้คนอื่นมาติดค้างน้ำใจข้าด้วย ของสิ่งนี้ต่อให้อยู่ข้างนอกมีเงินก็หาซื้อไม่ได้ วันนี้ถือว่าเ้าได้กำไรแล้วกัน”
หลี่ซินก็ไม่ได้คาดหวังว่าคนไร้สติอย่างเห็นได้ชัดที่อยู่ตรงหน้าคนนี้จะตอบนาง พลางเอ่ยไปไม่สนใจว่า “เ้าไม่ต้องตอบแทนข้าก็ได้ ข้าจะรับหยกแขวนนี้ไว้ ถือว่าเป็ของขวัญแทนคำขอบคุณ ั้แ่นี้ไปพวกเราสองคนไม่ติดค้างกันอีก”
หลี่ซินเอ่ย พลางดึงหยกแขวนคุณภาพชั้นยอดที่ห้อยบนตัวของชายหนุ่มไปอย่างเจตนา ยุ่งวุ่นวายมาทั้งวัน ก็ต้องได้รับค่าตอบแทนมาเป็ธรรมดา หยกแขวนชิ้นนี้ไม่เลว น่าจะแลกเป็เงินได้เยอะอยู่
ลวดลายบนหยกแขวนทั้งมีความแปลกและสลับซับซ้อน หลี่ซินจ้องมองอยู่ตั้งนานก็ดูไม่ออกว่าเป็ลายอะไร ก็เลยไม่สนใจแล้ว นำหยกแขวนเก็บเข้าไปไว้ในมิติ “หยกแขวนหนึ่งชิ้นแลกกับหนึ่งชีวิต เ้าเองก็ไม่เสียเปรียบ”
ขณะนี้เอง เสียงของหลี่เฉินก็ดังขึ้นจากนอกหลุม “ซินเอ๋อร์ ทำไมเ้าก็ลงไปด้วยล่ะ เร็วเข้า จับเถาวัลย์นี้ให้แน่น พวกเราจะดึงเ้าขึ้นมา”
หลี่ซินเงยหน้ามอง เห็นหลี่เฉินและเสี่ยวสือโถวกำลังยืนตรงปากหลุมมองมาข้างใน จากนั้นก็เห็นเถาวัลย์หนาเส้นหนึ่งโยนลงมาจากปากหลุม
“พี่ใหญ่ เขาาเ็ ช่วยเขาขึ้นไปก่อนเถอะ ท่านผูกเถาวัลย์กับต้นไม้ไว้ที ป้องกันเผื่อไว้”
หลี่ซินะโบอกคนที่อยู่บนปากหลุม หลี่เฉินและเสี่ยวสือโถวขาดสารอาหารตลอดทั้งปี ไม่มีเรี่ยวแรงเท่าใดนัก อาจจะช่วยคนไม่สำเร็จ และพลอยดึงตัวเองตกลงมาด้วย
จนกระทั่งพูดกับหลี่เฉิน้าเสร็จ หลี่ซินก็ยื่นมือออกไปลองทดสอบความแข็งแรงของเถาวัลย์ พอเห็นว่าไม่มีปัญหาอะไรแล้วจึงพันเถาวัลย์ไว้รอบเอวของเสิ่นฉางเฮ่า แล้วมัดเขาเอาไว้ นางไม่อยากให้ชายผู้นี้ตกลงมาตายเพราะตนแทนที่จะตายด้วยยาพิษในร่าง
ใบหน้าทั้งสองใกล้ชิดกันมาก หากแต่ดวงตาคู่หนึ่งกลับมีประกายสดใส ขนตายาวราวกับปีกผีเสื้อ ยามกะพริบตาช่างน่ารักยิ่ง เพียงแต่ดวงหน้าขนาดเท่าฝ่ามือของอีกฝ่ายกลับซีดเหลือง เสิ่นฉางเฮ่ารู้สึกว่าลมหายใจหยุดนิ่ง ั้แ่เติบโตมาจนป่านนี้เขายังไม่เคยปล่อยให้สตรีคนใดใกล้ตัวเขาขนาดนี้มาก่อน
“พี่หญิง ข้าทำเอง” ในขณะเดียวกันเสี่ยวสือโถวกลับลงมาตามเถาวัลย์ เห็นพี่สาวใกล้ชิดกับชายแปลกหน้ามากเช่นนี้ ก็รีบเอื้อมมือมารับเถาวัลย์จากนางและช่วยผูกเขาให้แน่น
“เสร็จแล้ว” หลี่ซินไม่พูดอะไร หลังจากมัดดีแล้ว ทั้งสองคนก็ยื่นมือไปช่วยพยุงเขาขึ้น ร่วมมือกับหลี่เฉินที่อยู่้า คนหนึ่งดึง สองคนผลัก ต่อให้เป็แบบนี้ก็ยังสูญเสียแรงไปไม่น้อยถึงจะดึงคนขึ้นมาได้
หลี่เฉินวางเสิ่นฉางเฮ่าพิงที่ด้านหนึ่งของใต้ต้นไม้ใหญ่ จากนั้นโยนเถาวัลย์ลงไปในหลุมอีกครั้ง ดึงสองพี่น้องขึ้นมา
เมื่อหลี่ซินออกมาจากในหลุมก็เห็นเสิ่นฉางเฮ่านั่งพิงต้นไม้ใหญ่อยู่ไม่ไกล จิ้งจอกขาวตัวน้อยะโขึ้นๆ ลงๆ อยู่รอบตัวเขา นางอดมุ่ยปากใส่ไม่ได้ เ้าของเ็าเสียขนาดนี้ ไม่นึกว่าจะเลี้ยงสัตว์ที่ทำให้คนรักและเอ็นดูเช่นนี้ได้
“พี่ใหญ่ สือโถว พวกเรากลับบ้านกันเถอะ”
หลี่ซินเห็นว่าช่วยคนได้แล้ว ก็ไม่คิดจะสนใจอีก พลางยืดตัวขึ้นเรียกหลี่เฉิน จากนั้นก็ก้าวเท้าเดินกลับไป ส่วนเื่ช่วยชีวิตคนที่กำลังจะตายหรือรักษาอาการาเ็นั้นไม่ใช่หน้าที่ของนาง และนางก็ไม่ได้มีสำนึกจำพวกที่ต้องช่วยอย่างสุดชีวิตถวายหัว การช่วยเหลือครั้งนี้ ถือว่านางใจกว้างและได้ช่วยเหลืออย่างเต็มที่แล้ว
หลี่เฉินมองชายที่อยู่บนพื้น แล้วมองหลี่ซินอีกครั้ง แม้จะรู้สึกทนไม่ได้น้อยๆ แต่ยังคงหยิบสัตว์ที่ล่ามาได้ซึ่งวางทิ้งไว้ด้านข้างแล้วตามไปอย่างรวดเร็ว สือโถวก็ตามหลังเขาไปติดๆ เช่นกัน
เสิ่นฉางเฮ่ายามนี้กลับลืมตาขึ้นมาแล้ว มองแผ่นหลังของสามพี่น้องที่หายวับไป รู้สึกจิตใจสับสนครู่หนึ่ง
ถ้อยคำของหญิงสาวผู้นั้น เขาได้ยินทั้งหมดแล้ว ทว่าตอนนั้นเขาขยับตัวไม่ได้ คิดเพียงว่าประมุขหอจันทราผู้สูงส่งเช่นเขาปล่อยให้สตรีเข้าใกล้ตัวได้ั้แ่เมื่อใดกัน แถมยังข่มขู่เขาอีก รวมถึงตีหน้าเขา! โอบเอวของเขา! และยังขโมยหยกแขวนของเขาไปด้วย!
สมควรตายนัก เขาอยากรู้จักหญิงใจกล้าผู้นี้จริงๆ จากนั้น…จากนั้นตัดมือของนางทิ้ง และควักลูกตาของนางเสีย อืม เอาเป็ว่าตามนี้ ใช่ เป็ตามนี้…ดีไหมนะ
เสิ่นฉางเฮ่าไม่แน่ใจกับความคิดในใจเช่นกัน ฉากภาพที่สบตากันเมื่อครู่พลันแวบเข้ามาในหัว เขาถอนใจยาว “วันนี้ต้องขอบคุณสามพี่น้องนั่นแล้ว ไม่อย่างนั้น…”
เขาเอื้อมมือไปลูบหัวของจิ้งจอกขาวตัวน้อยข้างๆ ด้วยสีหน้าทำอะไรไม่ถูก “เป็กำลังเสริมที่เ้าพามาล่ะสิ ครั้งหน้าจำไว้ว่าให้เร็วกว่านี้หน่อย และก็ หลังจากขโมยกินห้ามลืมเช็ดปากให้สะอาด”
จิ้งจอกขาวตัวน้อยร้องเสียงแหลมสองเสียง บ่งบอกว่าตนถูกใส่ร้าย เสิ่นฉางเฮ่ากลับคร้านจะสนใจมัน พลางละสายตามองไปในที่ไกลๆ เ้าบ้าฉางชิงฉางหย่วน จนป่านนี้แล้ว ไยถึงยังไม่มาหาเขาอีก!
“พี่หญิง พวกเราจะทิ้งเขาโดยไม่สนใจอย่างนี้หรือ”
หลังจากสามพี่น้องตระกูลหลี่เดินออกมาได้ไกลสักระยะแล้ว เสี่ยวสือโถวแน่ใจแล้วว่าชายเมื่อครู่คนนั้นไม่ได้ยินอะไร จึงถามความสงสัยของตนออกมา
“ไม่เช่นนั้นเล่า ให้พากลับบ้านอย่างนั้นหรือ เ้าจะแบกหรือให้ข้าแบกเขาล่ะ”
หลี่ซินหันศีรษะมองเขาปราดหนึ่ง เห็นว่าเขาทำท่าทางหันกลับไปมองทุกๆ ย่างก้าวก็อดรู้สึกขันอย่างห้ามไม่ได้
“เ้าวางใจได้แล้ว คนผู้นั้นแค่ดูก็รู้ว่าไม่ใช่คนธรรมดา ต่อให้ไม่พบพวกเราเขาก็ไม่มีทางตายหรอก เดาว่าอีกไม่นานพรรคพวกของเขาก็คงจะตามหาเขาพบแล้ว หากพวกเราพาเขาไป บางทีอาจยุ่งไปกันใหญ่”
หลี่ซินเห็นเสี่ยวสือโถวมีท่าทางแบบนี้ ยังอดอธิบายต่ออีกสักประโยคไม่ได้ เพื่อไม่ให้เขารู้สึกผิดในใจ
ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็คนแบบไหน การถูกทำร้ายจนาเ็เช่นนั้นได้ แสดงว่าคู่ต่อสู้ของเขานั้นไม่ธรรมดา อย่างน้อยก็ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะเข้าไปแส่ได้ ดังนั้น หลี่ซินไม่อยากหาเื่ใส่ตัว