หลิวเฉิงได้แต่ตกตะลึง เขาพยายามลืมตาขณะที่ตนเองถูกโจรูเาทั้งสี่คนรุมถอดเสื้อผ้าของเขาออกจนหมด ทว่ากลับมองเห็นบางขณะที่เขากระพริบตาถี่ๆ
“ข้าไม่อยากได้เสื้อผ้าของคนตาย ต้องถอดเอาตอนที่มันยังมีชีวิตอยู่นี่ล่ะ ชุดนี้งดงามนัก องครักษ์ของสกุลใหญ่ยังได้ใส่เสื้อผ้าหรูหราถึงเพียงนี้ น่าสนใจจริงๆ”
“ลูกพี่ มันเหลือแต่เตี่ยวแล้ว ท่านจะเอาด้วยหรือไม่?”
“ไม่! ให้มันเหลือไว้ติดตัวสักหน่อยเถิด แต่คนอย่างข้าก็มีเมตตาอยู่จะคลุมศพให้เ้าด้วยเสื้อของข้านี่ล่ะ ฮ่าๆ” คนที่จ่อดาบบนคอของหัวหน้าองครักษ์หนุ่มเงื้อดาบขึ้นสูงหมายจะฟันคอเขาเพียงครั้งเดียวให้ขาด
ฟิ้ว! ฉึก! ฟิ้ว! ฉึก!
“อั่ก!”
หัวหน้าองครักษ์หนุ่มรีบพลิกกายหลบร่างใหญ่ที่ถูกมีดสั้นขว้างปักคอจากด้านหลังอย่างแม่นยำ ร่างใหญ่ล้มมาข้างหน้า และโจรอีกสองคนที่อยู่ข้างๆ ก็สิ้นชีพไปพร้อมกับหัวหน้าของมัน คนที่เหลือหันซ้ายหันขวา
“ฝีมือผู้ใด?”
“ข้าเอง!” เสียงของหว่านอิ๋งอิ๋งดังขึ้นพร้อมร่างของนางกระโจนมายืนต่อหน้าโจรูเาที่เหลือทั้งห้า
ระหว่างที่หว่านอิ๋งอิ๋งชักกระบี่เข้าแทงร่างของโจรสองคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ หลิวเฉิงรีบหันไปเก็บเอากางเกงของเขาที่ถูกทิ้งลงบนกอหญ้าขึ้นมาสวมอย่างรีบเร่งแล้วหยิบเอาดาบของโจรที่อยู่ใกล้พุ่งเข้าไปช่วยองครักษ์หญิงต่อสู้
หว่านอิ๋งอิ๋งที่ฟันโจรจนล้มไปสามคน ยืนมองหลิวเฉิงต่อสู้กับโจรทั้งสองด้วยความสนใจ รูปร่างของเขามีกล้ามเนื้อที่สมบูรณ์นัก เมื่อครู่ก่อนที่นางจะเข้ามาช่วยเขาไว้ก็ได้เห็นเนื้อตัวเขาในยามที่เกือบจะล่อนจ้อนแล้ว
แค่คิดถึงสัดส่วนร่างกายกำยำของหัวหน้าหลิว หว่านอิ๋งอิ๋งก็ผิวหน้าร้อนผ่าวจนต้องยกมือขึ้นโบกเพื่อให้ตนเองใจเย็นลง
หนึ่งเค่อต่อมาหลิวเฉิงก็ฟันร่างโจรูเาทั้งสองจนล้มสิ้นใจ เขาหันกลับไปมองดูองครักษ์หญิงสกุลโม่ นางกำลังตะลึงมองดูเขาที่ใส่กางเกงขายาวสีขาวเพียงตัวเดียวต่อสู้อย่างดุเดือด พอเขาเห็นใบหน้าของหน้าแดงระเรื่อก็พลันคิดขึ้นได้รีบร้องตวาดออกไป
“เ้ามองข้ามากไปแล้ว!” ชายหนุ่มรีบพุ่งไปคว้าเสื้อผ้าของตนมาสวมใส่โดยยืนหันหลังให้นาง
“ท่านเร็วเข้าเถอะ ข้าคอยระวังหลังให้ คราวหน้าก็อย่าให้พวกโจรจับถอดเสื้อผ้าได้อีกเล่า”
หลิวเฉิงหน้าม้าน “หากเ้าเอาเื่นี้ไปพูดล่ะก็ ข้าจะไม่ละเว้นเ้าแน่”
หว่านอิ๋งอิ๋งแกล้งตีหน้าเซ่อ “เื่ใดหรือ?”
องครักษ์หลิวใช้นิ้วชี้หน้านางอย่างคาดโทษ เขาได้แต่ถลึงตาเม้มปากเอียงคอมองนางอย่างเคียดแค้น มั่นใจแล้วว่านางต้องได้เห็นตอนที่เขาเหลือเพียงเตี่ยวน้อยปิดบังกล่องดวงใจ
...แค่คิดก็แทบจะกระอักเื! ศักดิ์ศรีของบุรุษในครั้งนี้ถูกองครักษ์หญิงนางหนึ่งกุมเอาไว้แล้ว...
องครักษ์ชายและหญิงพุ่งออกมาจากป่าข้างทางเข้าไปช่วยอาจารย์ไต้และอาจารย์จงต่อสู้ อยู่ลานด้านล่าง ส่วนรถม้าทั้งสามคันอยู่บนเนินสูง เด็กกลุ่มฉีหลินเองก็กำลังต่อสู้อยู่เช่นกัน
“พวกมันหนีไปแล้ว!” องครักษ์ผู้หนึ่งะโขึ้น
“ไม่ทันก็ช่างเถิด จับกุมพวกที่เหลือให้หมด” หลิวเฉิงร้องสั่งองครักษ์ทั้งหมด
คนของนายท่านเยว่ซึ่งเป็พ่อค้าเ้าของขบวนรถขนสินค้าล้มตายและาเ็ไปหลายราย พวกเขาขอบคุณสกุลชิงที่ให้การช่วยเหลือขับไล่โจรูเา
หลิวเฉิงทำหน้าที่ควบคุมโจรูเาที่ถูกจับตัวได้ไปส่งยังที่ว่าการอำเภอของอำเภอเหลียงซึ่งเป็ทางผ่าน พอกลับมาถึงที่พักเขาก็รีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที
‘ชุดนี้ต่อไปข้าไม่สวมใส่จะดีกว่า ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห เป็เพราะมันแท้ๆ ทำให้ข้าต้องขายหน้า’
เขาไม่รู้ว่านางได้เห็นร่างเกือบเปลือยของเขาหรือไม่? เพราะตอนนั้นพวกโจรเหมือนจะยืนบังเขาเอาไว้ ทว่าเขาก็ต่อสู้โดยสวมกางเกงบางๆ เพียงตัวเดียว โดยมีนางยืนดูอยู่ไม่ห่าง
‘สตรีน่าตาย ข้าต้องไม่ข้องเกี่ยวกับนาง’
เขาออกห้องพักมาเห็นนางนั่งจิบน้ำชาพูดคุยอยู่กับหลินเต๋อก็รู้สึกหงุดหงิด ในใจก็นึกโมโหที่นางขอติดขบวนพวกเขาเข้าเมืองหลวงด้วย แต่อีกใจก็ยอมรับว่าครั้งนี้ที่รอดชีวิตมาได้ก็เป็เพราะนาง
...นางคงไม่คิดจะให้เขาตอบแทนด้วยร่างกายหรอกนะ...
หลังจากคุณหนูชิงได้หารือกับอาจารย์ทั้งสองและนายท่านเยว่แล้ว พวกเขาตัดสินใจจะบุกไปกวาดล้างค่ายโจรแห่งนั้น
“ค่ายต้าเฉามีมานานแล้ว นายอำเภอเหลียงผู้นี้คอยรับส่วยจากพวกมันจึงได้เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ หากเราไม่กำจัดเสียเห็นทีชาวบ้านต้องเดือดร้อนกันอีกไม่น้อย”
“พวกมันปล้นเอาสินค้าและเงินทองของข้าไปได้ส่วนหนึ่ง ข้าต้องตามไปเอาคืน ไม่เช่นนั้นคงไม่มีเงินชดเชยให้กับลูกน้องที่ได้รับาเ็และล้มตาย” เยว่หลวนคุนประกาศอย่างหนักแน่น
ในเมื่อความเห็นของคนทั้งหมดพ้องกัน พวกเขาจึงวางแผนบุกขึ้นเขาทลายค่ายโจรแห่งนั้นเสีย
“แม่นางหว่าน เ้าจะตามไปด้วยหรือไม่?”
หลินเต๋อนั่งจิบน้ำชาอยู่ที่ระเบียงชั้นสองกับหว่านอิ๋งอิ๋ง เขาเห็นฝีมือของนางแล้วรู้สึกเลื่อมใสยิ่งนัก
“ข้าต้องแล้วแต่คุณหนูชิง หากว่านางอนุญาตข้าก็จะไปด้วย”
“ฝีมือท่านดีนัก ข้าว่าเ้าสมควรจะไปช่วยด้วย”
“แล้วเ้าเล่า? ต้องอยู่ที่นี่ดูแลคุณหนูซิวหรือ?”
“ไม่แน่หรอก คุณหนูของข้าซุกซนมากอาจจะขอตามไปในครั้งนี้ด้วย”
หว่านอิ๋งอิ๋งทำตาโต “อีกแล้วหรือ? คราวก่อนที่พวกเขาพากันบุกลงในห้องใต้ดินก็ทำเอาทุกคนอกสั่นขวัญแขวนกันไปหมด”
หลินเต๋อยิ้มน้อยๆ “อันที่จริง เ้ายังรู้ไม่มาก กลุ่มฉีหลินของคุณหนูชิงเป็นักสืบของสำนักข่าวนกกระจิบย่อมไม่กลัวเภทภัยอยู่แล้ว เพียงแต่พวกเขายังเด็กนัก ข้ากับไห่ฮ่าวต้องคอยระวังอย่างดีที่สุด แต่ว่า ถ้ามีเ้าด้วย ข้าก็จะยิ่งสบายใจ”
“หากว่าคุณหนูชิงให้ข้าไปด้วยข้าก็ยินดี”
หว่านอิ๋งอิ๋งคุยกันถูกคอกับไห่ฮ่าวซึ่งเป็องครักษ์ประจำตัวของคุณหนูชิงและหลินเต๋อซึ่งเป็องครักษ์ประจำตัวคุณหนูซิว นางพอจะดูออกว่าหลินเต๋อซึ่งเป็รูปร่างสูงโปร่งใบหน้าหล่อเหลาผู้นี้ดูเหมือนจะตามติดไห่ฮ่าวผู้มีใบหน้าคมเข้มอยู่เรื่อยๆ
...เห็นทีพวกเขาจะมีความรู้สึกลึกซึ้งต่อกันอยู่ เพียงแต่ไห่ฮ่าวมักจะกลบเกลื่อนด้วยคำพูดและท่าทีคล้ายรำคาญในยามอยู่ต่อหน้าผู้คน...
หลินเต๋อกำลังจะกล่าวชักชวนอีกครั้ง เสียงของคนผู้หนึ่งก็ดังขึ้น
“ไม่ได้! เื่ภายในไม่ควรให้องครักษ์สกุลอื่นมาลำบาก”
“หัวหน้าหลิว ท่านเห็นนางเป็ผู้อื่นได้อย่างไร? พวกเราร่วมเป็ร่วมตายกันมาหลายคราแล้ว แม่นางหว่านฝีมือดีกว่าข้าเสียอีก ให้นางมาช่วยอารักขาคุณหนูกับคุณชายนับว่าดีนัก” หลินเต๋อหันไปโต้แย้ง
หลิวเฉิงทำหน้าตึงขึงตาใส่หลินเต๋อในทันที
“ให้นางอารักขาข้าวของอยู่ที่นี่จะดีกว่า”
“หลินเต๋อ เ้ามานี่หน่อย” ไห่ฮ่าวยืนอยู่ห่างหัวหน้าหลิวออกไปประมาณห้าก้าว เขาได้รับคำสั่งจากคุณหนูให้มาตามหลินเต๋อ
องครักษ์หนุ่มร่างโปร่งยิ้มกว้างเมื่อเห็นคนมาเรียก
“แม่นางหว่าน ข้าต้องไปแล้ว ท่านตกลงกับหัวหน้าหลิวดีๆ เล่า เราจะได้ไปด้วยกัน”
หลิวเฉิงกำลังจะเดินหนี แต่หว่านอิ๋งอิ๋งกลับลุกขึ้นมายืนขวางไว้
“หัวหน้าหลิว ข้าเป็คนช่วยชีวิตท่านไว้มิใช่หรือ? นอกจากจะไม่กล่าวขอบคุณสักคำแล้ว ท่านยังคิดจะอกตัญญูต่อข้าด้วย เช่นนี้ยังจะนับตนเองเป็จอมยุทธ์ที่มีคุณธรรมได้อย่างไร?”
*********************
