เสียงตวาดฟาร์ฮานดังก้องไปทั่วห้อง สิ่งของสั่นไหวราวกับเกิดภัยพิบัติ บรรยากาศภายในห้องกลับกลายเป็เย็นเยียบ แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากนักเวทระดับอัศวินหาใช่อะไรที่จะดูถูกได้ แม้มันจะหายไปในเวลาไม่นาน แต่แรงกดดันนี้ก็ทำให้ใบหน้าของแอเรียสกลับกลายเป็ซีดขาว โลหิตสายเล็กๆไหลออกมาจากมุมปาก หากเป็เขาคนเก่าคงจะล้มลงไปกองอยู่กับพื้นแล้ว แรงกดดันที่แผ่ออกมานั้นมันคือการโจมตีรูปแบบพลังจิตรูปแบบหนึ่ง นี่ถ้าไม่ใช่เพราะเขามีดวงจิตที่มีพลังแข็งแกร่งแล้วล่ะก็ เขาคงไม่อาจจะทนรับแรงกดดันเช่นนี้ได้ ช่องว่างระหว่างััเวทกับอัศวินมันห่างไกลกันจนเกินไป เขากัดฟันแน่นก่อนจะเช็ดเืที่ไหลที่มุมปาก รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนใบหน้าของแอเรียส
“ หึ ! นี่ท่านคิดจะสังหารข้ารึอย่างไรท่านปู่ ? ไม่สิ..ข้าควรจะเรียกท่านว่าท่านฟาร์ฮานสินะ เพราะในสายตาท่านข้าก็คงเป็แค่ตัวไร้ค่าที่บังอาจมาทำลายผลประโยชน์ของตระกูล ตัวตนอันไร้ค่าเช่นข้าคงไม่อาจนับเป็หลานของท่านได้“
“ สำรวมมารยาทด้วยแอเรียส !! เ้ารู้บ้างไหมว่าที่ผ่านมาท่านปู่ของเ้าห่วงใยเ้ามากเพียงใด“
ทันใดนั้นอัลเบิร์ตก็ลุกยืนขึ้นใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ปฏิกิริยาและท่าทางโกรธเกรี้ยวของอัลเบิร์ตนับว่าเป็สิ่งที่เกินความคาดหมายของแอเรียสอยู่ไม่น้อย
“ ห่วงใย ? ช่างน่าขันนักท่านพ่อ ยามข้าเจ็บป่วยปางตายเขาเคยคิดจะเหลียวแลข้าบ้างหรือไม่ ทุกครั้งที่ข้าโดนรังแกเขาเคยสนใจข้าบ้างหรือไม่ และเมื่อครู่เขาเกือบที่จะสังหารข้าลงไป นี่หรือคือความห่วงใยท่านพ่อกล่าวถึง ?“
แอเรียสกล่าวด้วยมาด้วยน้ำเสียงเ็า เท่าที่เขาจำความได้เขาเคยเห็นผู้ที่ชื่อว่าปู่ของเขาให้ความรักและความห่วงใยเขาเพียงในวัยเด็กเท่านั้น แต่เมื่อพบว่าเขาเป็ผู้ไร้พลังเวทปู่ของเขาก็ไม่เคยเหลียวแลเขาอีกเลย และยิ่งสิ่งที่เขาทำลงไปเมื่อครู่หาใช่สิ่งที่ผู้เป็ปู่สมควรจะทำกับหลานไม่ ฟาร์ฮานย่อมสมควรคิดได้ว่าเขาเป็เพียงมนุษย์ที่ไร้ซึ่งพลังเวท หากปล่อยแรงกดดันนั้นเพียงไม่กี่วินาทีแอเรียสก็คงต้องตกตายไปแล้ว นี่หรือคือสิ่งที่ผู้เป็ปู่ทำกับหลานชายตัวเอง
“ เ้ารู้บ้างไหมว่ายามที่เ้าตกลงไปในแม่น้ำใครเป็ผู้ช่วยชีวิตเ้าเอาไว้ แล้วยังมีดอกบัวหิมะที่ช่วยรักษาอาการาเ็ของเ้า ! แล้วยังเื่หมั้นหมายในครั้งนี้..“
“ พอได้แล้วอัลเบิร์ตไม่ต้องกล่าวให้มากความ “
ยังไม่ทันที่อัลเบิร์ตจะกล่าวสิ่งใดต่อ ฟาร์ฮานก็ยกมือขึ้นเชิงห้ามปรามไม่ให้อัลเบิร์ตกล่าวสิ่งใดต่อ ฟาร์ฮานในยามนี้เริ่มควบคุมอารมณ์ได้สีหน้าคลายความโกรธลงไปมาก แต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า เสียงถอนหายใจดังออกมา
ภายในใจของแอเรียสแอเรียสกระตุกวูบ ประโยคที่อัลเบิร์ตกล่าวออกมานั้นมันช่วยอธิบายสิ่งต่างๆได้ไม่น้อย บางทีสิ่งที่เขาเข้าใจตลอดมาอาจจะเป็เพียงเปลือกนอกที่ฟาร์ฮานแสดงให้เห็นหาใช่แก่นแท้ที่อยู่ข้างใน เขาเริ่มรู้สึกว่าเขาเองอาจจะมองผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็ปู่ของเขาผิดไปมากนัก
“ เ้าทำไมถึงทำการวู่วามเช่นนั้นลงไป “
ฟาร์ฮานเอ่ยถามขึ้น คำพูดและสีหน้าของเขาในตอนนี้สงบเยือกเย็นมากกว่าเก่า เมื่อครู่ยามที่เขาส่งแรงกดดันออกไปภายในใจก็รู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย
“ ถึงข้าไม่กล่าวเช่นนั้นออกไป ตระกูลฮอบสันก็คงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อยกเลิกการหมั้นหมายนี่อยู่ดี และข้าเองก็ไม่ได้อยากได้คนเช่นนางมาเป็ภรรยา ข้ารังเกียจสายตาคู่นั้นของนางยามที่มองมันยังข้า สายตาที่มองข้าราวกับวัชพืชอันแสนไร้ค่า “
แอเรียสกัดฟันกล่าวออกมาด้วยความโกรธ สิ่งที่เขารู้สึกเกลียดชังที่สุดคือผู้ที่มองเขาด้วยสายตาเช่นนั้น สักวันเขาจะทำให้พวกมันทุกคนต้องเสียใจที่เคยดูถูกเขาเอาไว้
“ นางเป็ถึงสาวงามอันดับต้นๆของเมืองเบอเนียร์แต่เ้ากลับกล่าวว่าไม่้านาง? “
“ ข้าไม่เคย้าคนเช่นนาง มันยังมีอีกหลายสิ่งที่มีคุณค่ามากกว่าความงามบนใบหน้า แม้ข้าจะอ่อนแอแต่ข้าก็มีศักดิ์ศรีมากพอ เหตุผลแค่นี้นับว่าเพียงพอหรือไม่ท่านปู่ “
แอเรียสประกาศกร้าว ทุกวาจาที่เปล่งออกมาเต็มไปด้วยความทระนงในศักดิ์ศรี สายตาเปล่งประกายอันคมกริบราวกับพญาอินทรี ในแววตาคู่นั้นไม่มีแม้การสั่นไหวยามที่เปล่งวาจาออกมา ท่าทางของแอเรียสทำให้ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในห้วงของความตกตะลึงอยู่ชั่วครู่ นี่ไม่เหมือนแอเรียสคนเก่าเลยแม้แต่น้อย ทั้งกล้าหาญเด็ดเดี่ยวแหละหยิ่งในศักดิ์ศรี หากเป็เขาในยามปกติคงไม่กล้าที่จะโต้เถียงกับฟาร์ฮาน แม้แต่จะสบตายังไม่กล้าด้วยซ้ำไป
“ ดูเหมือนเ้าจะเติบโตขึ้นแล้วสินะ หากเ้ามั่นใจเช่นนั้นข้าก็จะไม่เอ่ยถามสิ่งใดอีก “
ฟาร์ฮานทำท่าคว้าจับอะไรบางอย่างออกมาจากแหวนมิติ ก่อนจะใช้พลังควบคุมมันให้ลอยมาอยู่เบื้องหน้าแอเรียส มันคือเม็ดยาสีมรกตเปล่งประกายสดใส ภายในเม็ดยาเต็มไปด้วยกลิ่นไอของพลังงานชีวิต เพียงแค่สูดดมเข้าไปแอเรียสก็รู้สึกกระชุ่มมกระชวยขึ้น
“ แม้เ้าจะไม่ใช่นักเวทแต่ยานี่ก็คงรักษาอาการาเ็ของเ้าได้ ตอนนี้เ้าออกไปได้แล้ว “
“ ขอบคุณ…ท่านปู่ “
แอเรียสเอ่ยขอบคุณก่อนจะคว้าจับเม็ดยา ความจริงแล้วภายในใจเขาเองก็เริ่มรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย เขาเองก็ไม่ใช่คนโง่เขลาเพียงฟังคำพูดของอัลเบิร์ตเขาก็พอจะเข้าใจแล้วว่าฟาร์ฮานไม่ได้เป็ดังเช่นที่เขาเข้าใจ
แม้จะรู้สึกผิดแต่ในตอนนี้เขาเองก็ยังไม่อาจจะแก้ไขสิ่งใดได้ เขาได้เพียงเอ่ยคำอำลาก่อนจะเดินหายจากห้องไป
“ ท่านพ่อทำไมท่านไม่บอกแอเรียสไปถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของการหมั้น“
หลังจากแอเรียสจากไปแล้วอัลเบิร์ตก็เอ่ยขึ้น จุดประสงค์ในการหมั้นหมายแต่เริ่มก็คือการเชื่อมความสัมพันธ์ของสองตระกูลเข้าด้วยกัน แต่เมื่อแอเรียสตกอยู่ในฐานะผู้ไร้พลังเวทจุดประสงค์นั้นก็เปลี่ยนไป ฟาร์ฮาน้าให้แอเรียสแต่งงานกับโซเฟียร์ก็เพื่อหาที่พึ่งพิงให้กับแอเรียส เขาย่อมรู้ดีถึงความขัดแย้งต่างๆภายในตระกูล ทั้งการแย่งชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลคนต่อไปทั้งเื่ขัดแย้งต่างๆ เขาเองก็ต้องวางตัวเป็กลางอยู่เสมอไม่อาจจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้มากนัก การให้ตระกูลฮอบสันกลายเป็ผู้หนุนหลังของแอเรียสจึงเป็ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเื่นี้
“ เื่มันผ่านไปแล้วไม่จำเป็ต้องกล่าวสิ่งใดอีก เราคงต้องหาหนทางอื่นกันต่อไป “
ฟาร์ฮานถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยล้า
ภายในห้องของแอเรียส เมื่อแยกตัวออกมาแล้วแอเรียสก็มุ่งตรงไปยังห้องของตัวเองทันที
“ ฮ่าๆๆเม็ดยาระดับกลาง ไม่คิดว่าท่านปู่จะมอบเม็ดยาพฤกษามรกตแก่ข้า ยานี่ปรุงมาจากสมุนล้ำค่าไพรหลายสิบชนิด วิธีการปรุงยาก็ค่อนข้างยุ่งยากซับซ้อน แม้มันจะมีฤทธิ์ในการรักษาแต่นั่นก็ไม่ใช่จุดเด่นของมัน ยานี่อัดแน่นไปด้วยพลังงานเวทอันบริสุทธิ์เพียงกินมันก็เข้าไปก็ช่วยเพิ่มพูนการบ่มเพาะได้ไม่น้อยและยังใช้ก้าวผ่านจุดคอขวดของนักเวทระดับต่ำได้ การใช้มันเพื่อรักษาอาการาเ็เพียงเล็กน้อยเช่นนี้นับว่าสิ้นเปลืองนัก“
แอเรียสยกยิ้มขึ้นด้วยความเ้าเล่ห์ดวงตาเปล่งประกายระยิบระยับ เขามองไปยังเม็ดยานั้นด้วยความยินดี เหตุผลที่ฟาร์ฮานมอบเม็ดยาล้ำค่าเช่นนี้ให้แก่แอเรียสก็เพราะว่าแอเรียสนั้นไร้ซึ่งพลังเวท โดยทั่วไปแล้วนักเวทจะสามารถดูดซับพลังจากเม็ดยาได้เพียงห้าสิบถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นจากพลังทั้งหมดของเม็ดยา การจะดูดซับได้มากเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับพร์ของนักเวทผู้นั้น แต่ผู้ไร้พลังเวทแบบแอเรียสนั้นจะสามารถดูดซับพลังการรักษาจากเม็ดยาได้เพียงห้าเปอร์เซ็นเท่านั้น การใช้เม็ดยาธรรมดาในการรักษาจึงไม่ส่งผลต่อแอเรียสมากนัก นี่คือเหตุผลที่ฟาร์ฮานมอบเม็ดยาพฤกษามรกตให้แก่แอเรียส
แต่หากฟาร์ฮานรู้ความจริงเหล่านี้เขาจะต้องโกรธจนแทบคลั่งเป็แน่ อย่างแรกคือแอเรียสไม่ได้ไร้พลังเวท และอย่างที่สองเขานั้นไม่ได้าเ็หนักแต่อย่างใด ทั้งหมดเป็เพียงละครตบตาเท่านั้นทั้งใบหน้าที่ซีดขาวหรือเืที่ไหลออกมาล้วนแต่เป็การแสดงตบตา เขาเพียงกัดลิ้นตัวเองเพื่อให้เืมันไหลออกมาอย่างแเีเท่านั้น ไม่คิดว่าจะได้ผลตอบที่แสนคุ้มค่าเช่นนี้
“ ในอนาตตเม็ดยานี่คงมีประโยชน์กับข้าอยู่ไม่น้อย “
แอเรียสตรวจสอบมันอีกเล็กน้อยก่อนจะเก็บมันเข้าไปในแหวนมิติที่อยู่ในกระเป๋า เขาไม่สามารถนำแหวนมิติมาสวมใส่ได้เหมือนกับคนอื่นเพราะมันจะเป็การสะดุดตาจนเกินไป
“ ถึงเวลาทดสอบกันสักทีว่าพลังของข้าในตอนนี้จะสามารถทำสิ่งใดได้บ้าง“