ลักษณ์นาราเดินเข้ามาที่โซนน้ำหลังร้านเพื่อพบกับซุปเปอร์ ไวเซอร์ของเธอ ตามที่สาวเชียร์เบียร์รุ่นน้องบอกเมื่อได้พบสาวประเภทสองสุดสวยก็เอ่ยทักทายด้วยความคุ้นเคยขึ้นทันที
“สวัสดีค่ะเจ๊ซูซี่สุดสวยไหนบอกว่าวันนี้จะมาร้านนี้เป็ร้านแรกยังไงละคะ ถ้าร้านแรกยังปาไปตั้งเกือบสี่ทุ่มร้านสุดท้ายไม่ยันสว่างเลยเหรอเจ๊” เสียงทักจากลักษณ์นาราทำให้ซุปเปอร์ไวเซอร์สาวประเภทสองหยุดมือที่กำลังจดบันทึกขยุกขยิกอยู่ในสมุดบันทึกและหันมาตอบลูกน้องของตน
“ก็พอดีว่ามันมีร้านอื่นที่น่าไปมากกว่ามาที่นี่ไงพวกแกก็เลยต้องรอไปตามลำดับยังไงละจ๊ะ” เจ๊ซูซี่ตอบกลับมาด้วยท่าทางและคำพูดที่ใส่จริตจะก้านลงไปจนเกินหญิง
“ไม่ต้องบอกก็รู้ร้านนั้นต้องมีหล่อล่ำน่าปล้ำอยู่แน่นอน ใช่ไหมล่ะเจ๊”
“รู้ก็ดีแล้วจ้ะมา ๆ เข้าเื่ดีกว่า แกมารับซองไปก่อนเลย อยู่กับเจ๊นานเดี๋ยวมันจะเหลือไม่เท่าเก่า”เจ๊ซูซี่พูดจบก็เปิดกระเป๋าสะพาย หยิบซองยาวสีขาวออกมายื่นให้ลูกน้อง
“เห้ย!ซองอะไรอะเจ๊ อย่าบอกว่าซองขาวไล่ออกนะ” ลักษณ์นารารับซองมาด้วยอาการใร้องอุทานเสียงหลงกลัวจะเป็ข่าวร้าย เพราะวันนี้เธอเพิ่งถูกผู้จัดการร้านเตือนเื่มาสายมาตอนนี้ก็ได้รับซองขาวเสียแล้ว
“จะบ้าหรือไงนี่มันซองเงินต่างหากละ เจ๊ไปเล่าเื่แม่ของแกให้พวกซุปฯ ด้วยกันฟังพวกนางก็เลยมีน้ำใจอยากจะช่วย คนละนิดคนละหน่อยอะนะ ไม่ได้มากมายอะไรหรอก แต่ก็น่าจะพอค่าฟอกไตได้สักครั้งสองครั้งละมั้ง”
“หูยยย..เจ๊ขอบคุณมากนะคะ ทำไมเจ๊น้ำใจงามขนาดนี้ล่ะ ตอนแรกก็นึกว่าจะสวยอย่างเดียว เพิ่งรู้ว่าน้ำใจก็งามด้วยทำไมนะผู้ชายถึงมองไม่เห็น คอยหักอกเจ๊ซูซี่ของน้ำอยู่เรื่อยเลย”
“โอ๊ยอย่าไปพูดถึงพวกตาไม่มีระดับ ใจไม่เปิดรับเลย พูดแล้วก็เซ็ง เอาเป็ว่าเจ๊ขอให้แม่แกกลับมาแข็งแรงไวๆ ละกันนะไอ้น้ำ”
“ขอบคุณมากๆ ค่ะเจ๊ และก็ฝากขอบคุณเ้าของเงินคนอื่นด้วยนะคะ”ลักษณ์นารายกมือไหว้ขอบคุณหัวหน้าของตนด้วยความซึ้งใจ
“เออไม่เป็ไร เจ๊ก็ช่วยได้แค่นี้ละ อะไรที่ช่วยได้ก็ช่วยกันไปแต่ไอ้เื่ที่แกมาสายนี่ อย่าให้บ่อยนักนะ เดี๋ยวเจ๊จะช่วยไม่ได้เสียก่อนผู้จัดการเขาขอความร่วมมือ แกก็ให้เขาหน่อย ก่อนจะต้องซวยกันยกแผง”
“ค่ะเจ๊..”
“ค่ะเจ๊ก็มาให้มันเร็ว ๆ ด้วย” เจ๊ซูซี่เอ่ยสำทับ
ติ๊ด..ติ๊ด..ติ๊ด..ติ๊ด..เป็เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือของลักษณ์นารา ที่ดังขึ้นขัดจังหวะการสนทนา
“จ้ะรับรองพรุ่งนี้ตรงเวลาเป๊ะ ขอตัวรับโทรศัพท์แป๊บนะเจ๊”สาวเชียร์เบียร์คนสวยพูดจบก็ถอยออกมารับโทรศัพท์ของตน
“ฮัลโหลป้ายังไม่นอนอีกเหรอคะ โทรมามีอะไรหรือเปล่า หรือว่าแม่เป็อะไรคะ?”ลักษณ์นารากรอกเสียงผ่านโทรศัพท์มือถือของเธอไปยังปลายสาย
(แม่เราเขาอยากจะคุยด้วยป้าบอกว่าน้ำทำงานอยู่เดี๋ยวก็กลับ เขาก็ยืนยันว่าจะถามเองว่าน้ำจะกลับเมื่อไหร่น้ำก็บอกแม่เขาหน่อยละกัน เขาจะได้สบายใจ แล้วจะได้นอนสักที)
“จ้ะป้า”
(ฮัลโหลน้ำเหรอลูก)
“ค่ะแม่น้ำเอง ดึกแล้วนะแม่ นอนดึกไม่ดีต่อสุขภาพนะคะ แม่นอนก่อนเลยนะ ไม่ต้องรอน้ำเดี๋ยวห้าทุ่มน้ำก็กลับแล้วค่ะ เหมือนทุกวันไง น้ำกลับได้ปลอดภัยไม่ต้องห่วงนะ”
(อ้าว!น้ำกลับดึกอย่างนี้ทุกวันเหรอลูก ทำไมแม่จำไม่ได้ล่ะ เอาเป็ว่าน้ำทำงานเสร็จแล้วกลับเลยนะอย่าไปเถลไถลที่ไหนนะลูก)
“ค่ะแม่ไม่ต้องห่วงนะคะ แม่นอนนะ พาป้านอนด้วยพรุ่งนี้เช้าตื่นมาหน้าตาจะได้สดชื่นกันทั้งคู่เลย”
ลักษณ์นาราส่งน้ำเสียงสดใสกลับไป ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้น้ำตากำลังเอ่อคลอขึ้นมาอย่างไม่อาจจะกลั้นได้เนื่องจากรู้ว่าอาการที่แม่ของเธอเป็อยู่นี้ คือหนึ่งในผลกระทบจากการรักษาหญิงสาวได้แต่หนักใจและภาวนาให้แม่ของเธอหายกลับมาเป็ปกติในเวลาอันใกล้นี้ สาวเชียร์เบียร์คนสวยวางสายไปปิดตาลงชั่วครู่เพื่อเปิดขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับความสดใสและพลังที่จะสู้ต่อไป
“เป็อะไรไปวะไอ้น้ำ เจ๊ซูซี่ด่าหรือไง ทำไมทำหน้าจ๋อยอย่างนั้นล่ะหรือว่าเป็เพราะโทรศัพท์เมื่อกี้ มีใครเป็อะไรหรือเปล่า?”
รัชนกเดินเข้ามาถามเพื่อนสาวด้วยความเป็ห่วงเพราะถึงแม้ว่าริมฝีปากของหญิงสาวจะแย้มยิ้มแต่ว่าดวงตาไม่อาจจะปกปิดความเศร้าในใจได้เพื่อนสนิทอย่างรัชนกมองแวบเดียวก็รู้ได้ว่าเพื่อนของเธอนั้นกำลังมีเื่ไม่สบายใจ
“หึไม่มีอะไรหรอก เมื่อกี้แม่โทรมาบอกให้รีบกลับแค่นั้นแหละ ส่วนเจ๊ก็ไม่ได้ว่าอะไรไม่มีอะไรหรอก ไปทำงานกันดีกว่า” ลักษณ์นาราตอบปัด ไม่อยากให้เพื่อนรับรู้เื่ราวจนไม่สบายใจตามเธอไปด้วยอีกคน
นอกจากลักษณ์นาราจะอยู่ในสายตาของเพื่อนสาวอย่างรัชนกแล้วยังอยู่ในสายตาของต้นน้ำด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ก็เพราะชายหนุ่มไม่ได้้าจะมาเข้าห้องน้ำอย่างที่บอกเพื่อนแต่ตั้งใจตามมาทดสอบเบอร์โทรศัพท์ที่สาวเชียร์เบียร์คนสวยให้เขามาต่างหาก ทว่ายังไม่ทันจะได้หยิบโทรศัพท์ออกมาโทรเช็คเขาก็กลับมีเื่อื่นให้สงสัยเพิ่มขึ้นอีก เพราะภายในระยะเวลาประมาณห้านาที ที่ต้นน้ำมาแอบยืนมองเธออยู่นั้นใบหน้าสวยแสดงอารมณ์หลากหลายออกมา เดี๋ยวยิ้ม เดี๋ยวเครียดเดี๋ยวก็เหมือนจะร้องไห้ แต่แป๊บเดียวก็กลับมายิ้มได้ใหม่ ชายหนุ่มมองดูใบหน้าสวยคมด้วยความสนใจอยากรู้ว่าเธอกำลังคิดหรือว่าเผชิญกับอะไรอยู่ การแสดงออกจึงได้เป็เช่นนั้น
ถึงแม้ว่าต้นน้ำจะยังไม่รู้ความคิดของเธอ แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้ตอนนี้ คือเธอคุยโทรศัพท์ในเวลางานได้และเธอก็พกโทรศัพท์ไว้ติดตัวด้วย
“ก็รับสายได้นี่หว่า?”ต้นน้ำพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์พร้อมกับกระดาษที่มีเบอร์โทรอยู่ขึ้นมากดเบอร์และโทรออกสายตาจับจ้องไปที่ร่างน้องน้ำของเขา
และสิ่งที่ได้เห็นก็คือหญิงสาวเก็บโทรศัพท์ที่ถืออยู่ลงกระเป๋ากระโปรง เหมือนไม่มีเสียงเรียกเข้าให้ต้องหยิบขึ้นมาดูแม้สักนิดแต่ที่หูของชายหนุ่มกลับได้ยินสัญญาณรอสายและครู่เดียวก็มีเสียงตอบรับ
(สวัสดีค่ะจากไหนคะ?)
เสียงดังออกมาจากเครื่องโทรศัพท์มือถือของต้นน้ำสร้างความสงสัยให้ชายหนุ่มเป็อย่างมาก ในเมื่อคนที่เขาโทรหาไม่รับสาย แล้วใครกันที่เป็เ้าของเสียงที่ทักเขากลับมา
“เอ่อนั่นใช่เบอร์ของน้องน้ำหรือเปล่าครับ” ต้นน้ำส่งเสียงตอบกลับ ละสายตาจากหญิงสาวที่ให้เบอร์เขามากวาดตามองหาคนที่ใช้โทรศัพท์อยู่ตอนนี้
(น้องน้ำเหรอคะอ๋อ...จะว่าใช่ก็ได้ค่ะ มีธุระอะไรกับน้องน้ำเหรอคะ พูดได้เลยค่ะ)
“ฝากบอกน้องน้ำว่าผมคิดถึงแล้วเจอกันครับ”
ต้นน้ำตอบกลับแค่นั้นก็ตัดสายไปเพราะมั่นใจแล้วว่าเบอร์ที่เขาได้มานั้น ไม่ใช่เบอร์ของคนให้ แต่เป็เบอร์โทรของสาวแปลงเพศต่างหาก
“แสบนักนะ..หึ”ต้นน้ำส่งเสียงพึมพำ เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า และเดินกลับไปที่โต๊ะ