คิ้วของเซียงเจียสวี่ขมวดเข้าหากัน “มานอนเกือบทุกคืนหรือ? เสี่ยวถง บอกข้ามา...เขาคงไม่ได้ทำให้เ้าลำบากใจหรอกนะ”
ชายหนุ่มกลืนน้ำลายเบาๆ กัวเอินถงร่างกายส่วนล่างพิการไม่อาจจะทำเื่ลับๆ ระหว่างชายหญิงได้ แล้วบุรุษรูปงามทั้งยังกำยำอย่างจีหลุนจะมาร่วมเตียงกับนางด้วยเหตุใด?
ที่เซียงเจียสวี่ตามมาจนถึงวังจีเป็เพราะเขาห่วงกัวเอินถงเพราะผูกพันกับนางมาั้แ่เด็ก เขาอยู่ใน่ที่นางได้รับาเ็จนกลายเป็เด็กหญิงพิการที่ต้องนั่งรถเข็นไปตลอดชีวิต จากนั้นก็จำต้องติดตามขบวนคาราวานสินค้าออกจากดินแดนเซี่ยงซาวานไปตามที่ท่านพ่อของเขาสั่ง
กัวเอินถงรู้ว่าเซี่ยงเจียสวี่หมายถึงเื่พรรค์นั้น ใบหน้าของนางก็แดงระเรื่อ “มิได้เ้าคะ ก็แค่มานอนเป็ด้วยเฉยๆ”
“แปลกจริง...” เซียงเจียสวี่รำพึงออกมาเบาๆ ก่อนจะจ้องหน้ากัวเอินถง “ข้าไม่คิดว่าคนกระด้าง อารมณ์ร้ายอย่างนั้นจะใส่ใจเ้า แต่ก็ช่างเถอะ ขอแค่เขาไม่รังแกเ้าก็พอแล้ว ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมแน่”
“เอาไว้เขารังแกข้าเมื่อใดข้าจะบอกให้พี่เจียสวี่รู้เป็คนแรกเลยเ้าค่ะ”
“ดี! อย่าลืมคำพูดของเ้าก็แล้วกัน”
กัวเอินถงบอกให้เหย้าหลีรีบไปเตรียมตั้งโต๊ะอาหาร เซียงเจียสวี่ถือว่าเป็ญาติจากทางไกลของนาง ฮูหยินน้อยจึงไปเรียนขออนุญาตแม่สามีดูแลแขกที่เรือนนอนของนาง
“กั๋วฮูหยินดีกับเ้าหรือไม่?”
“ดีเ้าค่ะ แม้ว่าจะเป็สตรีที่ดูไว้ตัวและเ็าอยู่สักหน่อยแต่ก็ไม่เคยทำให้ข้าลำบากใจ ระยะหลังกั๋วฮูหยินสนใจในลายปักบนชุดของข้าจึงได้เรียกให้ข้าไปเฝ้านางที่ห้องปักเย็บและยังพาข้าไปดูแปลงดอกไม้ที่นางปลูกบ่อยๆ” กัวเอินถงยังไม่สนิทใจที่จะเรียกขานมารดาของสามีว่าท่านแม่ลับหลังนัก แต่ต่อหน้านางจำต้องทำเพื่อให้อีกฝ่ายเมตตา
เซียงเจียสวี่ลงมือรับประทานอาหารเงียบๆ บุตรและธิดาของหัวหน้าเผ่าทั้งสองตกอยู่ในภวังค์ของตนเอง
“เสี่ยวถง ข้ามาคิดๆ ดูแล้ว เ้าน่าจะมีจุดประสงค์แอบแฝงในการแต่งงานครั้งนี้”
กัวเอินถงสะดุ้ง “พี่เจียสวี่ ท่านคิดมากไปแล้ว”
“เ้า้าสิ่งใดในวังจีหรือว่า้าให้จีหลุนช่วยทำสิ่งใดกันแน่?”
“ข้า...” กัวเอินถงลังเลเล็กน้อย ในยามที่นางมาอยู่ต่างบ้านต่างเมือง เมื่อได้เห็นสหายในวัยเยาว์ก็รู้สึกอุ่นใจอยู่ไม่น้อย อยากจะพูดทุกสิ่งทุกอย่างให้เซียงเจียสวี่รู้และช่วยนางคิดแต่...คงไม่ควร
“ไม่เป็ไร เ้าก็คงมีความลำบากใจของเ้า แต่หากเหลือบ่ากว่าแรงก็บอกข้า สองเดือนนี้ข้าต้องอยู่ตกลงเื่เรือการค้า หากเ้ามีปัญหาก็ให้เหย้าหลีไปหาข้าที่เรือนรับรองราชทูตก็แล้วกัน”
หัวค่ำวันนั้น จีหลุนต้อนรับแขกที่เป็นายทหารระดับขุนศึกจากค่ายทัพหลวงที่มาเยือนถึงวังจี เขากับลี่เทียนเป่าพูดคุยกับคนทั้งสองถูกคอจึงได้ชวนกันดื่มสุราสนทนากันอย่างออกรส
กัวเอินถงที่ชะเง้อรอสามีอยู่นานก็เริ่มหงุดหงิด “เหย้าหลีเ้าไปดูสิ ท่านชายทำสิ่งใดอยู่? เหตุใดไม่มาเสียที? ทำเช่นนี้แผนของข้าก็พังหมด”
เหย้าหลีรับคำแล้วก็รีบออกไปดู สองสามวันมานี้มีแขกเข้าออกในวังจีค่อนข้างถี่ กัวเอินถงจึงคิดว่าเป็่เหมาะที่จะลงมือตามแผน
“ฮูหยินน้อย ท่านชายต้อนรับท่านขุนศึกสองคนจากค่ายทัพหลวงเ้าคะ กำลังดื่มสุราพูดคุยกันที่ศาลาเรือนโน้น”
“แย่จริง แขกพวกนี้จะมาทำไมกันมืดๆ ค่ำๆ”
“หากว่าท่านชายกับคุณชายลี่เมาก็ดีเหมือนกันนะเ้าคะ งานเราก็น่าจะสะดวกขึ้น” เหย้าหลียิ้มน้อยๆ
“ถ้าอย่างนั้นเ้าก็รีบไปวางยาพ่อบ้านต้วนเถิด หยวนจู้ได้ยินว่าระยะนี้เขาออกมาตรวจเวรยามทุกคืนมิใช่หรือ?”
“เ้าค่ะ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้” เหย้าหลีรับคำสั่งแล้วรีบไปยังห้องข้างๆ
หญิงสาวในชุดดำทะมัดทะแมงปิดหน้ามิดชิด แอบออกไปหน้าต่างด้านหลังเรือน สถานะที่แท้จริงของเหย้าหลีคือองครักษ์ประจำตัวกัวเอินถง แต่การมาอยู่ในแคว้นินางปกปิดตัวตนด้วยการเป็สาวใช้คู่กับหยวนจู้
นางตรงไปยังเรือนนอนของต้วนชาง พ่อบ้านประจำวังจี สายตาคมกริบของคนผู้นั้น เหย้าหลีมองคราใดก็ไม่เคยสบายใจสักครา นางรู้สึกว่าพ่อบ้านต้วนฉลาดและหลอกได้ยาก คืนนี้ต้องวางยานอนหลับเขาเสียก่อน
วงสุราของบุรุษทั้งสี่แยกย้ายกันไปตอนค่อนข้างดึ จีหลุนเดินซวนเซไปยังเรือนนอนของภรรยา ก่อนขุนศึกทั้งสองจะกลับไป พวกเขากล่าวถึงเซี่ยงเจียสวี่ว่าทั้งฉลาดและร่ำรวย
‘ได้ยินว่าที่ผู้นำเผ่าเหลียนซาได้ขึ้นเป็ผู้นำห้าเผ่าเป็เพราะการสนับสนุนจากเผ่าเซียนซานี่ล่ะ’
จีหลุนพูดไม่ออก วันนี้เขาเพิ่งจะแลกหมัดกับคนผู้นั้นไป อารมณ์ยังไม่ดีขึ้นกลับมาได้ยินคำยกย่องชมเชยถึงคู่อริเช่นนี้อีก
ลี่เทียนเป่าเห็นอาการของสหายจึงอาสาออกไปส่งขุนศึกทั้งสองที่หน้าประตู ปล่อยให้จีหลุนเดินกลับเรือนนอนของฮูหยินน้อยตามลำพัง
“เตรียมน้ำอาบให้ข้าที”
“เ้าค่ะ ท่านชาย” หยวนจู้เห็นอาการซวนเซของจีหลุนแล้วรีบร้องสั่งบ่าวรับใช้ให้หิ้วน้ำที่เตรียมเอาไว้มา
จีหลุนเอ่ยปากทักทายหญิงสาวที่นั่งอยู่บนรถเข็น เขาเข้าไปยืนดูบ่าวรับใช้หิ้วน้ำเข้ามาเทและผสมน้ำอยู่ใกล้ หยวนจู้เดินออกไปหน้าประตูรับเอาเสื้อผ้าชุดใหม่ของท่านชายแล้วเอาไปวางบนโต๊ะใกล้ฉากอาบน้ำ
“พอแล้ว ทีเหลือข้าทำเอง พวกเ้าออกไปให้หมด”
ชายหนุ่มถอดเสื้อผ้าแล้วหย่อนกายลงไปนอนแช่ เขากวักน้ำขึ้นล้างหน้าล้างตา ค่อยรู้สึกดีขึ้น ขุนศึกทั้งสองดื่มสุราเก่งไม่แพ้ลี่เทียนเป่า ทำให้เขาที่คออ่อนที่สุดเกือบจะเดินมาไม่ถึงเรือนนี้
“ท่านพี่เ้าคะ ให้ข้าช่วยหรือไม่?” เสียงหวานดังขึ้นด้านหน้าฉาก
“ไม่ต้อง ลำบากเ้าเปล่าๆ ข้าแค่อยากแช่น้ำให้สร่างเมาสักหน่อย อีกเดี๋ยวก็ขึ้นแล้ว”
“ข้าให้หยวนจู้ไปเตรียมน้ำแกงสร่างเมาไว้ให้ท่านแล้วเ้าค่ะ ท่านพี่อาบน้ำเสร็จออกมาค่อยดื่มนะเ้าคะ”
“อืม...เ้าให้หยวนจู้อุ้มขึ้นเตียงไปเถอะ หลับก่อนข้าได้เลย” เขานึกถึงใบหน้าของเซี่ยงเจียสวี่แล้วก็พาลให้โมโหมาถึงกัวเอินถงด้วย คนผู้นั้นกับนางเป็สหายวัยเยาว์ ความผูกพันแน่นแฟ้น
ก่อนเขาจะต้อนรับขุนศึกสองคนนั่น เขาเรียกสาวใช้ที่ทำหน้าที่สอดส่องมาสอบถาม จึงได้รู้ว่าคุณชายเซียงโมโหและต่อว่าที่นางเลือกการแต่งงานกับเขาเพื่อเข้ามาสวามิภักดิ์กับแคว้นิ....จีหลุนฟังแล้วข้องใจนัก...ระหว่างคนทั้งสองอาจจะไม่ใช่เพียงสหาย
กัวเอินถงชะเง้อรอให้สามีลุกออกจากอ่างอาบน้ำ นางไม่ได้ห่วงใยว่าเขาจะแช่น้ำนานเกินไป แต่นางห่วงภารกิจที่สั่งให้เหย้าหลีไปทำต่างหาก ในเมื่อเขาเมาแล้วย่อมเป็ผลดี รีบพาเขาขึ้นนอน ภารกิจในคืนนี้จะได้ราบรื่น
ชายหนุ่มสวมชุดเตรียมนอนออกมาจากหลังฉาก หยวนจู้เอาถ้วยน้ำแกงสร่างเมามาส่งแล้วกลับออกไป เขาเดินมาถึงโต๊ะก็ยกถ้วยน้ำแกงนั้นขึ้นดื่มจนหมด พอหันไปเห็นหญิงสาวที่ฟุบหน้าอยู่กับโต๊ะก็ขมวดคิ้ว
“ข้าบอกแล้วว่าให้เ้าขึ้นเตียงนอนไปก่อน ไม่ต้องรอข้า”
นางเงยหน้ามองเขาด้วยสายตาเว้าวอน “ท่านพี่ ข้าได้ชามาใหม่ ท่านจะลองดื่มหรือไม่เ้าคะ?”
“ชาใหม่ มิใช่ว่าเป็ของฝากของคุณชายเซียงหรอกนะ”
หญิงสาวบนรถเข็นถึงกับนิ่วหน้า ดูแล้วสามีของนางคงจะไม่ชอบหน้าเซียงเจียสวี่เข้าจริงๆ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ควรจุดประกายความโมโหของเขาอีก
“ถ้าท่านพี่ไม่อยากดื่มชา พวกเราก็เข้านอนกันเถิดเ้าค่ะ”
“ดี” เขาตรงเข้ามาอุ้มนางแล้วไปวางลงบนเตียง
ชายหนุ่มถอดเสื้อของตนเองแล้วพาดไว้หัวเตียง จากนั้นก็ถอดเสื้อผ้าของนางเหมือนทุกวัน กัวเอินถงก้มหน้างุด แม้นางจะถูกเขาถอดเสื้อและเอี๊ยมจนล่อนจ้อน ต้องนอนกอดร่างเปลือยของชายหนุ่มในผ้าห่มอยู่หลายวันแล้วแต่ก็ยังไม่ชิน
จีหลุนรู้สึกว่าเืลมในกายของเขาพลุ่งพล่าน ถูกสูบฉีดจนระอุขึ้นนิดๆ ชายหนุ่มกุมต้นคอของภรรยาเอาไว้ แล้วจับให้แหงนขึ้นแล้วทาบริมฝีปากลงมาอย่างรวดเร็ว
*****************

