ยังไม่ทันได้ยืนยันชัดเจนว่าเส้นชีพจรของกังหลงเป็ชนิดไหน ความโปร่งใสก็เริ่มหายไปแสงสีทองถูกดูดกลืนกลับเข้าสู่ร่างกังหลงจนหมดสิ้น เมื่อเฒ่าเทียนคงเห็นร่างกายและผิวพรรณกังหลงกลับสู่สภาพเดิม ก็คำนึงขึ้น
"เส้นชีพจรเ้าหนุ่มนี้เป็ชีพจรชนิดไหนกันถึงได้ใหญ่โตและหนาขนาดนี้จากขนาดแล้วถึงกับมีขนาดใหญ่กว่าเส้นชีพจรจักรพรรดิาตามตำราเสียอีก..!! หรือกังยี้จะมีเส้นชีพจรจักรพรรดิากัน..แต่มิน่าเป็ไปได้เพราะตามตำราบอกว่ามีโอกาสเกิดได้เพียงแค่หนึ่งในร้อยล้านเท่านั้น.. คงต้องรอให้เส้นชีพจรเติบโตเต็มที่เกือบสองชั่วยามหลังจากนี้จึงจะระบุแน่ชัดได้ ให้ถึงเวลานั้นค่อยตรวจดูอีกคราก็แล้วกัน "
"ไม่นึกเลยว่าศาสตร์ลับนี้จะวิเศษเลิศล้ำถึงเพียงนี้ ไม่เพียงสามารถเปิดจักระได้สำเร็จทั้งเจ็ดตำแหน่ง แต่ยังทำการผลัดเปลี่ยนกล้ามเนื้อ กระดูกและเส้นเอ็นให้ใหม่อีกด้วย ทั้งยังสร้างทางเชื่อมต่อระหว่าง จักระ ชีพจร และจุดตันเถียน เข้าด้วยกัน หนำซ้ำยังขยายจุดตันเถียนให้ขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิมถึงเจ็ดเท่า เสริมส้รางชีพจรที่เกิดใหม่ทั้งห้าสิบสี่จุดให้เติบโตจนสมบูรณ์ได้ในพริบตา แถมยังเปิดจุดชีพจรลมปราณทั้งหมดทั้งห้าสิบสี่จุดอย่างถาวรได้ในพริบตา แม้จะใช้ได้เพียงครั้งเดียวแล้วศาสตร์ลับจะหายไปสิ้น แต่ความสามารถที่บังเกิดขึ้นจากศาสตร์ลับนี้ก็สุดที่จะหาใดเทียมแล้ว มิน่าในดินแดนเบื้องสูงถึงเกิดการฆ่าฟันจนโลหิตไหลนองเป็ท้องธารเพราะเพียงสิ่งนี้..!!"
"วาสนาของเ้าหนุ่มนี้ไม่ทราบสร้างสมมาแต่ปางใดเ้าจะโชคดีไปถึงไหน หรือ์ล้วนลำเอียงไปที่เ้าแม้แต่ข้าผู้เป็อาจารย์ก็ยังอดอิจฉาในโชควาสนาครั้งนี้ไม่ได้ เหอ ๆ "
หลังจากชื่นชมผลงานที่เกิดขึ้น ก็ก้มมองร่างพลังงานของตัวเองที่เริ่มอ่อนจางลงเรื่อยๆ
"เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วนัก การช่วยเ้าหนุ่มนี่ใช้เวลาไปถึงสี่ชั่วยามเหลือเวลาอีกแค่หนึ่งชั่วยามร่างพลังงานนี้ก็จะสูญสลายไปสิ้นเวลาที่เหลือจะช่วยให้เ้าหนุ่มไปได้ไกลแค่ไหนคงต้องฝากไว้กับวาสนาก็แล้วกัน"
"ดูท่าเ้าหนุ่มนี้อาจจะหลับสนิทใช้เวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งชั่วยามถึงจะฝื้นคืนสติ เพื่อพักฟื้นและปรับสภาพกายานี้ให้มีความเคยชิน"
"พื้นฐานต่าง ๆ ที่ข้าสามารถส่งเสริมให้ถือว่าสุดกำลังของข้าแล้วได้ศาตร์ลับอันน่าทึ่งนี้อีก เปิดจักระทั้งเจ็ดจนสมบูรณ์เปิดจุดเส้นชีพจรอย่างสมบูรณ์ทั้งห้าสิบสี่จุด จุดตันเถียนได้รับการขยายทางเดินลมปราณทุกส่วนล้วนถูกเชื่อมต่ออย่างสมบูรณ์ แถมเส้นชีพจรยังใหญ่หนากว่าเส้นชีพจรจักรพรรดิาตามตำราเสียอีก ได้กายาอันเลิศล้ำเช่นนี้ที่แม้แต่ทวยเทพยังอิจฉา"
"ขณะนี้เพียงขาดแค่พลังปราณพลังยุทธที่กายานี้จะเติมเต็มเข้ามาเพื่อใช้ในการเลื่อนระดับยุทธและเม็ดพลังธาตุที่เหมาะสมสำหรับจุดจักระทั้งเจ็ด สิ่งเหล่านี้คงต้องให้เ้าหนุ่มนี่เป็คนสรรหาเองแล้ว ระดับยุทธจะพัฒนาไปได้สูงส่งแค่ไหน อยู่กับวาสนาและความมีมานะบากบั่นของเ้าของร่างแล้วเวลาที่เหลือนี้คงทำได้แค่เพียงการเตรียม สิ่งต่าง ๆที่จะคอยเสริมและเกื้อหนุนให้เ้าหนุ่มนี้ได้เดินไปอย่างปลอดภัยเป็การชั่วคราวก่อนคงต้องถ่ายเทพลังปราณของข้าเพื่อยกระดับปราณยุทธให้เ้าหนุ่มนี่อยู่ในระดับปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุดก่อนไม่ทราบว่าพลังปราณของข้าขณะนี้จะมีพอที่ะจะส่งเสริมไปถึงระดับปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุดได้หรือไม่ ? "
คิดดังนั้นเฒ่าเทียนคงจึงค่อย ๆ ถ่ายเทพลังปราณจากกายตนไหลเข้าสู่ร่างของกังหลงทางขม่อมพลังปราณไหลกระจายผ่านเข้าสู่จุดชีพจร เติมเต็มจุดชีพจรแต่ละจุดจนเต็มแล้วไหลต่อไปยังจุดตันเถียนจนเต็ม
เมื่อเต็มจุดตันเถียนแล้วไหลต่อไปยังตำแหน่งจักระแต่ละจุดจนครบทั้งเจ็ดตำแหน่งพลังไหลเวียนแบบนี้รอบแล้วรอบเล่า ระดับปราณยุทธก็เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆจากไร้พลังยุทธ เปลี่ยนมาเป็นักยุทธระดับปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นต้นและเปลี่ยนจากระดับปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นต้นเข้าสู่ระดับปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นกลาง
จวบจนค่อย ๆ มาถึงระดับปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุดในที่สุดแต่ขณะที่พลังปราณจากร่างพลังงานของเฒ่าเทียนคงไหลเข้าสู่ร่างที่กำลังหลับสนิทชองกังหลงทุกระดับปราณยุทธที่เปลี่ยนไปจะทำให้ร่างพลังงานของเฒ่าเทียนคงจางลงเรื่อย ๆ
และในที่สุดเมื่อระดับปราณยุทธของกังหลงเข้าสู่ปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุดเป็ที่เรียบร้อยก็มีเสียงถอนหายใจอย่างโล่งอกของผู้เป็อาจารย์
"เห้อ..!!..ในที่สุดก็สามารถกระทำจนสำเร็จได้ พลังข้าเหลือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ขอให้โชคดีนะศิษย์รัก..!!"
ร่างพลังงานได้จางจนโปร่งแสงและเริ่มกระพริบดุจดังดวงไฟที่พลังงานเชื้อเพลิงไม่เพียงพอเฒ่าเทียนคงได้หยุดขั้นตอนการถ่ายเทพลังปราณและกลับมานั่งสมาธิพักผ่อน
"ไม่นึกว่ากระบวนการต่างๆเหล่านี้จะใช้พลังปราณของข้าไปเกือบหมดจนร่างพลังงานนี้ต้องสลายไปก่อนกำหนดห้าชั่วยามนี่ผ่านมาแค่สี่ชั่วยามครึ่งร่างนี้ก็เกือบหมดพลังปราณพลังปราณที่เหลือขณะนี้คงทำอะไรได้ไม่มากแล้ว เห้อ!! ไม่มีเวลาเหลือพอที่จะรอให้เ้าหนุ่มนี่ฟื้นเพื่อพูดคุยหรือแนะนำอันใดได้"
"คงต้องกลั่น คำบอกกล่าว คำฝากฝังและเื่ราวต่าง ๆ ที่ควรรู้รวมทั้งประสบการณ์ที่ผ่านมาของข้าเป็เม็ดพลังให้เ้าหนุ่มนี้ได้ค่อยๆดูดซับเพื่อรับรู้แทนแล้วเื่ราวเหล่าจะมีประโยชน์ยามที่เ้าหนุ่มนี้ออกเดินทางสู่ดินแดนต่าง ๆ "
เฒ่าเทียนคงได้ใช้พลังปราณที่เหลือกลั่นเป็เม็ดพลังได้จำนวนหนึ่งเก็บเข้าถุงสีทองและได้ทำการค้นหาของหลายอย่างจากแหวนสีดำนิลที่สวมอยู่มาไว้ในถุงสีทองหลังจากนั้นได้หยิบดาบสีแดงอมฟ้าขนาดใหญ่ข้างกายเข้าเก็บไว้ในแหวนสีดำนิลที่สวมใส่ที่นิ้วก้อยมือซ้ายและถอดแหวนใส่เก็บไว้ในถุงสีทอง แล้วนำหนังสัตว์แผ่นหนึ่งออกมาพร้อมทั้งเขียนข้อความรายละเอียดต่าง ๆ
เมื่อเขียนเสร็จจึงวางแผ่นหนังสัตว์ผืนนั้นไว้ข้างถุงสีทองหลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการเหล่านี้ ร่างพลังงานก็กระพริบถี่ขึ้นเฒ่าเทียนคงรีบนั่งกลั่นพลังอีกครั้ง ครานี้ร่างเลือนลางที่กระพริบถี่ขึ้นได้เกิดการดูดกลืนแสงสีทองรวมทั้งร่างพลังงานที่เหลือหายวับไปจนเหลือแค่เม็ดพลังสีทองขนาดเท่าไข่ไก่วางไว้แทนที่ร่างพลังงานที่เคยนั่งอยู่ก่อนหน้านี้
"วูบ"
ผ่านไปราวสิบลมหายใจหลังจากร่างพลังงานได้หายไปภายในห้องโถงบัดนี้เงียบสนิทไร้สำเนียงอื่นใด บัดนี้ร่างที่นอนยาวเหยียดบนแท่นศิลาได้เริ่มขยับหนังตากังหลงได้กระพริบขึ้น
หลังจากกระพริบได้สองสามครั้ง จึงลืมตาขึ้น กังหลงลุกขึ้นนั่งรวบรวมความคิดและกวาดสายตามองไปรอบๆ ร่างพลังงานสูงใหญ่ดาบเล่มใหญ่ที่เคยอยู่บนแทนศิลาบัดนี้ได้หายไปหมดแล้ว
บัดนี้บนแท่นศิลาวางไว้เพียงถุงสีทองขนาดเล็กผูกไว้ด้วยเชือกสีดำนิลที่ผูกปากถุงไว้ด้านข้างถุงมีหนังสัตว์แผ่นบางพับวางอยู่ผืนหนึ่ง และมีเม็ดพลังสีทองขนาดเท่าไข่ไก่วางอยู่หนึ่งเม็ดเช่นกัน กังหลงได้ร้องเรียกขึ้น!!
"ท่านอาจารย์ ๆ ท่านไปอยู่ที่แห่งใดแล้วขอรับ ?"
เรียกอยู่ครู่หนึ่ง ไร้เสียงตอบรับใด ๆ กังหลงคำนึงขึ้น
"ท่านอาจารย์หายไปที่ใด หรือจะครบห้าชั่วยามแล้ว ร่างพลังงานของอาจารย์จึงเลือนหายไปไม่ทราบว่าท่านอาจารย์จะปลูกชีพจรได้สำเร็จหรือไม่ข้าสิ้นสติและหลับไปด้วยความอ่อนเพลียหลังจากอดทนจากความเ็ปขณะที่จุดชีพจรทั่วร่างถุกทำลายลงความเ็ปเหล่านี้เกินที่จะรับได้จริง ๆ "
"ไม่ทราบว่าจะต้องเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกหรือไม่ในเส้นทางแห่งการเพิ่มพลังยุทธในภายภาคหน้านึกถึงความเ็ปเ่าั้แล้วน่าขยาดจริง ๆคงต้องลองตรวจสอบร่างกายดูว่าเป็เช่นไรแล้ว ข้าอยากจะรู้จริง ๆว่าสำเร็จหรือล้มเหลว"