เหนือพื้นดินขึ้นไปทางทิศตะวันออกของมหาทวีปแพนเจีย บริเวณหมู่เกาะมากมายและใต้ห้วงมหาสมุทร ยังมีเผ่าพันธุ์ที่เรียกตัวเองว่าเผ่าพันธุ์สัตว์วิเศษ พวกมันวางตัวเป็กลางไม่ยุ่งเกี่ยวกับาระหว่างเผ่าพันธุ์อื่น แต่ก็ยังมีบางตัวที่แอบเข้าไปพัวพันกับาระหว่างเผ่าอื่นอย่างเลี่ยงไม่ได้ และก็ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงอันมากมาย
หากขั้วอำนาจตรงข้ามที่พวกมันเข้าไปร่วมต่อสู้ด้วยเป็ผู้มีชัย อนาคตของพวกมันมีเพียงแค่ความตายหรือไม่ก็การชดใช้อย่างสาสมเท่านั้นที่รออยู่ สาเหตุที่เป็เช่นนั้นเพราะว่าเผ่าสัตว์วิเศษมักจะวางตัวเป็กลางเสมอไม่มีข้อยกเว้น แม้จะเป็เผ่าพันธุ์เดียวกันก็ตาม ในวันหนึ่งท้องฟ้าทางด้านทิศขาลของบริเวณอาณาเขตหมู่เกาะอันมากมายนับไม่ถ้วน ก็ได้เกิดปรากฏการณ์พิเศษขึ้น
สายลมก่อตัวเป็ทางยาวหมุนวนรุนแรงบางครั้งคราวเกิดเป็พายุลูกใหญ่โตมโหฬาร ที่จุดใจกลางของสายลมอันบ้าคลั่งนี้ ได้ปรากฏเงาร่างของเสือขาวรูปร่างใหญ่โต หน้าตาดุร้าย แผ่อำนาจสยบกระจายไปทั่วบริเวณ กรงเล็บแหลมคมพร้อมขย้ำฉีกกระชากเหยื่อผู้โชคร้าย
ท่าทางของมันสูงส่งดังเช่นจักรพรรดิผู้ปกครองใต้หล้า ครั้งนี้นับว่าเป็ครั้งแรกที่ตัวมันได้ปะทุพลังขึ้นมา หลังจากเสร็จสิ้นการวิวัฒนาการขั้นสุดท้าย ทุกสรรพชีวิตบริเวณอาณาเขตหมู่เกาะอันมากมาย และ 4 ห้วงมหาสมุทรลึกต่างก็รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของอะไรบางอย่างทางทิศขาลสายตาทุกคู่ต่างก็แหงนมองดูท้องฟ้าทิศขาล ราวกับว่าที่ทิศทางนั้นมีสายลมหวีดร้องคำรามคล้ายเสียงของพญาพยัคฆ์
"ฮ่าๆ ๆ ช่างเป็วันที่ดีเหลือเกิน เพื่อตอบแทนที่เ้าทำให้ข้ามีความสุข จงรับรู้ััแล้วเลือกซะ!"
เสียงลึกลับดังก้องอยู่ในหัวของพญาพยัคฆ์ผู้ที่พลังทั้งมวลได้มาถึงจุดสูงสุด มันทั้งตื่นเต้นดีใจ ส่ายหางกระดิกราวกับลูกแมวน้อย มันพยายามข่มความตื่นเต้นดีใจเอาไว้ พยายามไม่ให้เสียงแห่งความปีติดังออกมา แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะแอบร้องเสียงเบา
"เหมียว~ เหมียว~"
มันจำได้ทันทีว่าเ้าของเสียงนี้คือใคร เ้าของเสียงอันอ่อนโยนนี่คือ พระเ้านั้นเอง! ภาพในสายตาของมันพลันดับมืด ก่อนที่จะพบว่าตัวมันเองกำลังลอยสูงขึ้นไปจนมองเห็นมหาทวีปแพนเจีย เสมือนกระดาษแผ่นใหญ่แผ่นหนึ่งที่กำลังขยายออก มันเห็นว่ามหาทวีปแพนเจียได้ถูกแบ่งออกเป็สามส่วน
ราวกับว่าทั่วทั้งมหาทวีปมีกำแพงใสกั้นแบ่งอาณาเขต ในแต่ละเขตต่างก็มีลูกไฟดวงเล็กๆ 12 ลูก ลอยเป็วงกลมอยู่ ตัวมันชำเลืองมองไปยังจุดที่โดดเด่นที่สุด ตรงบริเวณอาณาเขตหมู่เกาะมากมายและห้วงมหาสมุทรทิศบูรพา ตัวมันเห็น 1 ในลูกไฟกำลังลุกโชนจนดวงไฟนั้นใหญ่กว่าดวงอื่นอย่างเทียบไม่ติด ตรงใจกลางลูกไฟปรากฏภาพพยัคฆ์ขาวกำลังร้องคำราม
"หนึ่งในผู้มีสิทธิ์ได้เศษเสี้ยวตรีเอกานุภาพแห่งข้า จงเลือกเอาเถอะว่าเ้าจะยอมเป็ 12 สัตว์วิเศษผู้พิทักษ์โชคชะตาหรือจะใช้ชีวิตเยี่ยงจักรพรรดิเสือขาวเช่นเดิม ข้าไม่บังคับเ้านี่คือทางเลือกของเ้า"
น้ำเสียงอ่อนโยน เมตตาดังก้องขึ้นอีกครั้ง พยัคฆ์ขาวหมอบร่างก้มหัวส่ายหางให้อย่างเคารพและตอบกลับอย่างไร้ซึ่งความลังเล
"แด่พระเ้าผู้ยิ่งใหญ่ ตัวข้าขอมอบทั้งร่างกายและจิติญญาเพื่อทำหน้าที่สัตว์วิเศษผู้พิทักษ์โชคชะตา สร้างประโยชน์ให้ท่านสืบเนื่องต่อไป"
"เลือกได้ดี! งั้นข้าจะเล่านิทานให้เ้าฟังเป็ของตอบแทน ในวันหนึ่งตัวข้าได้กระจายพลังออกไปทั่วทั้งจักรวาลแห่งนี้ บ้างก่อกำเนิดเป็สิ่งมีชีวิต บ้างก่อตัวเป็ดวงดาว ผืนสมุทร ผืนดิน และสิ่งลึกลับมากมาย รวมทั้งสมบัติ์ด้วยเช่นกัน สิ่งมีชีวิตต่างๆ เริ่มเติบโตและสร้างอารยธรรม เมื่อใดที่สิ่งมีชีวิตสามารถทำลายขีดจำกัดของชีวิตและพัฒนาตัวเองได้แปดครั้ง จะก่อกำเนิดตัวตนที่มีระดับพลังชีวิตชั้นสูงสุดทันที"
พญาพยัคฆ์นึกสงสัยจึงถามออกไปอย่างเคารพยำเกรง หวังให้ผู้เป็พระเ้าได้ชี้ช่องเปิดเผยสิ่งที่มันคาใจ
"แด่พระเ้าผู้เมตตา ระดับพลังชีวิตสูงสุด คือความเป็เทพใช่หรือไม่? แล้วเงื่อนไขในการเป็เทพคือการฝ่าขีดจำกัดร่างกายสูงสุดคือ8ครั้งใช่หรือไม่? โปรดมอบคำตอบให้ ข้ารับใช้ของท่านด้วยเถิด"
ก็อดโอไม่ได้มีอารมณ์คิดโกรธมันที่เสียมารยาทถามขัดจังหวะ แต่เลือกที่จะตอบกลับไปอย่างซื่อตรงตามความเป็จริง
"ทั้งใช่และไม่ใช่ แต่ในจักรวาลของเ้าเวลานี้คือใช่ เมื่อใดก็ตามที่สิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งสามารถหลอมรวมเข้ากับหนึ่งในพลังแห่งโชคชะตาทั้ง 36 ก็จะได้รับพลังแห่งเศษเสี้ยวของตรีเอกานุภาพแห่งข้า หน้าที่ของผู้พิทักษ์โชคชะตาก็คือการใช้พลังเพื่อประสงค์แห่งข้าเพียงเท่านั้น เ้าสามารถใช้พลังเพื่อปกป้องอันตรายที่อาจจะมาทำร้ายเผ่าพันธุ์ของเ้าได้ แต่อย่าได้ใช้พลังเพื่อเข่นฆ่าสิ่งมีชีวิตอื่นโดยไร้ซึ่งเหตุผลที่สมควร ตัวข้าขออวยพรให้เ้าโชคดีกับการเลือกในครั้งนี้"
เมื่อเสียงในหัวก็ค่อยๆ หายไป พยัคฆ์ขาวรีบะโสรรเสริญพระเ้าอยู่ในใจ พร้อมกับค่อยๆ ลืมตาและรับรู้ััของตัวเอง พลังแห่งเศษเสี้ยวตรีเอกานุภาพของพระเ้าและข้อมูลอื่นๆ จำนวนมากกำลังค่อยๆ ไหลเข้าสู่จิตใต้สำนึก ตัวมันจึงแหงนหน้าคำรามขึ้นฟ้าประกาศก้องไปทั่วหล้า
"โฮก...! นับแต่วันนี้เป็ต้นไป ข้าคือผู้พิทักษ์แห่งโชคชะตาประจำทิศขาล"
เหตุการณ์นี้นับเป็ครั้งแรกที่ในจักรวาลได้ถือกำเนิด เทวะสัตว์วิเศษผู้พิทักษ์โชคชะตาประจำทิศขาล ในเผ่าพันธุ์พยัคฆ์สยบโลกาได้แบ่งการปกครองตามระดับความแข็งแกร่งของพลังชีวิต ผู้แข็งแกร่งย่อมปกป้องผู้อ่อนแอ พวกมันเชื่อว่าการใช้ชีวิตตามใจตัวเองปรารถนานั้น คือการตามหาคำตอบให้พระเ้าได้ดีที่สุด เมื่อไหร่เกียจคร้านก็แค่นอนพัก เมื่อไหร่ที่หิวก็แค่ล่าหาอาหาร ระดับชั้นชีวิตของพวกมันแบ่งออกเป็ 8 ร่าง เฉกเช่นพันธนาการแห่งชีวิตของเผ่าพันธุ์อื่น อันได้แก่
ร่างที่ 1 พยัคฆ์สยบโลกา ร่างทารก ทายาทสายเืแท้ของจักรพรรดิพยัคฆ์สยบโลกาผู้ปกครองโชคชะตาทิศขาล ร่างกายั้แ่เกิดมาจนถึง่อายุวัย 10 ปี จะคงสภาพและขนาดไว้เท่าเดิม จนกว่าจะถึงวิวัฒนาการครั้งต่อไป ถึงจะเผลอตัวหลงเอ็นดู แต่ในรูปลักษณ์น่ารักและแข้งขาอันสั้นป้อมน่ากัดนั้นกลับมีอันตรายแฝงเอาไว้ ถ้าไม่ระวังแล้วไปยั่วยุโทสะของพยัคฆ์น้อยเข้า อาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ ถึงจะน่ารักแต่อย่างไรก็เป็ถึงสายเืแท้ของจักรพรรดิพยัคฆ์สยบโลกาผู้แข็งแกร่ง
ร่างที่ 2 พยัคฆ์สยบโลกา ร่างวัยเยาว์ ทายาทสายเืแท้วัยเจริญพันธุ์ของจักรพรรดิพยัคฆ์สยบโลกาผู้ปกครองโชคชะตาทิศขาล ร่างกายที่ผ่านการวิวัฒนาการจากวัยทารกมาสู่วัยรุ่น สามารถควบคุมพลังแห่งสายลมได้เล็กน้อย เหล่าผู้ที่จะเป็อนาคตของเผ่าพันธุ์พยัคฆ์สยบโลกาล้วนเคยผ่านวิวัฒนาการในร่างนี้กันทั้งนั้น เมื่อร่างกายโตขึ้นพลังย่อมมากขึ้น ว่ากันว่าเมื่อใดที่มีสิ่งมีชีวิตพบเจอกับความสิ้นหวังถึงขีดสุด พยัคฆ์สยบโลกาในร่างต่างสีต่างพื้นฐานมักจะปรากฏตัวเพื่อในทิศขาลเพื่อชี้นำเป็นัยแฝงอยู่เสมอ
ร่างที่ 3 พยัคฆ์สยบโลกา ร่างผู้พิทักษ์ ร่างกายที่ผ่านการวิวัฒนาการจากวัยรุ่นมาสู่วัยโตเต็มวัยแข็งแกร่งเป็อย่างมากเมื่อเทียบกับเหล่าเหนืุ์ ด้วยพลังที่มากขึ้นและอารมณ์อันพลุ่งพล่านดุเดือด จึงมักมีการทะเลาะกับเผ่าพันธุ์ต้นกำเนิดอื่นๆ อยู่เสมอ พลังอำนาจที่แท้จริงของเผ่าพยัคฆ์สยบโลกา จะสำแดงออกมาก็ต่อเมื่อสามารถเป็ผู้คุมกฎพยัคฆ์สยบโลกาได้ เหล่าโลกาอันกว้างใหญ่ล้วนสามารถสยบให้อยู่ใต้อำนาจของเผ่าพันธุ์แห่งพยัคฆ์สยบโลกาได้ตามนามที่เรียกขาน เมื่อกองทัพพยัคฆ์สยบโลกานั้นปรากฏเหล่าอสูรล้วนดับสลาย
ร่างที่ 4 พยัคฆ์สยบโลกา ร่างผู้คุมกฎ ทายาทสายเืแท้ผู้ควบคุมกฎเกณฑ์ของเผ่าพันธุ์พยัคฆ์สยบโลกา เป็ร่างกายที่ผ่านการวิวัฒนาการจากการรับรู้และบงการกฎเกณฑ์เฉพาะของเผ่าพันธุ์พยัคฆ์สยบโลกา จนสามารถควบคุมพลังแห่งสายลมได้ดั่งใจนึก ผู้คอยปกปักดูแลเผ่าพันธุ์พยัคฆ์สยบโลกา เมื่อร่างกายสามารถควบคุมกฎแห่งสายลมได้ โลกาใดๆ ล้วนต้องสยบลง สีของเส้นขนที่เงางามต่างเฉดกันคือความหมายของพื้นฐานที่แต่ละตนนั้นมีไม่เหมือนกัน
ร่างที่ 5 พยัคฆ์สยบโลกา ร่างเทวะสัตว์วิเศษ เป็ร่างทรงพลังหลังจากวิวัฒนาการกฎเกณฑ์เฉพาะของเผ่าพยัคฆ์สยบโลกา พวกมันจะรับหน้าที่ในการบุกตะลุยทำา ถึงแม้ในยามปกติพวกมันจะไม่ก่อาหรือเข่นฆ่าอย่างไร้เหตุผล แต่ในบางคราวาแห่งการปกป้องก็ยากจะเลี่ยงไม่เผชิญได้ พวกมันเป็ตัวตนระดับขุนศึกทรงพลังชำนาญการใช้สายลม และพลังแห่งโชคชะตาทิศขาลเพียงเล็กน้อย
ร่างที่ 6 พยัคฆ์สยบโลกา ร่างเทวทูต แค่หนึ่งเสียงคำรามก็สามารถสยบโลกาลงได้อย่างง่ายดาย เป็ตัวตนระดับเทวทูตผู้ทำหน้าที่นำกองทัพพยัคฆ์สยบโลกาเข้าเข่นฆ่าล้างสังหาร เหล่าศัตรูผู้อาจนำภัยมาสู่เผ่าพันธุ์ของพวกมัน และยังเป็เทวทูตผู้ภักดีต่อจักรพรรดิพยัคฆ์สยบโลกาอย่างถึงที่สุด
ร่างที่ 7 พยัคฆ์สยบโลกา ร่างราชันย์เทวทูต พยัคฆ์สยบโลการ่างราชันย์เทวทูตนั้นเป็ตัวตนที่มีพลังทัดเทียมกับราชันย์เทวทูตของเผ่าเทพและราชันย์ปีศาจของเผ่าปีศาจ พวกมันจะฟังคำสั่งของพระเ้าและจักรพรรดิพยัคฆ์สยบโลกาเท่านั้น พวกมันยังสามารถบังคับควบคุมโชคชะตาแห่งทิศขาลและพลังแห่งสายลมรอบตัวได้อย่างชำนาญอีกด้วย ว่ากันว่าเมื่อวันที่นภาทางทิศขาลปรากฏเสียงลมคำรามลั่นฟากฟ้าจนบังเกิดสายลมกระโชกแรง นั่นหมายความว่าราชันย์พยัคฆ์สยบโลกาและทั้งเผ่าพันธุ์ได้เริ่มทำาแห่งการปกป้องแล้ว
ร่างที่ 8 จักรพรรดิพยัคฆ์สยบโลกา ผู้โชคชะตาแห่งทิศขาล ผู้บันดาลเหล่าสายลมอันบ้าคลั่ง จักรพรรดิแห่งหมู่มวลพยัคฆ์ เทวะสัตว์วิเศษผู้พิทักษ์แห่งทิศขาล ผู้รับใช้เจตจำนงแห่งพระเ้า ว่ากันว่าเมื่อใดที่ท้องฟ้าทางทิศขาลปรากฏสายลมพายุบ้าคลั่ง พร้อมกับเสียงคำรามสยบโลกาก้องฟ้าที่ทำให้ทุกสรรพชีวิตล้วนยอมหมอบยอมสยบ นั่นหมายความว่า จักรพรรดิพยัคฆ์สยบโลกาได้เริ่มทำาด้วยตัวเองแล้ว หนึ่งในเศษเสี้ยวพลังแห่งตรีเอกานุภาพของพระเ้า ผู้สาบานว่าจะจงรักภักดีและซื่อสัตย์ต่อพระเ้าเพียงคนเดียวเท่านั้น
หลังจากการปรากฏขึ้นของหนึ่งในเศษเสี้ยวพลังตรีเอกานุภาพแห่งพระเ้า เมื่อพลังนั้นได้ถูกจุดขึ้น ตรีเอกานุภาพจึงเริ่มหมุนวน บนผืนแผ่นดินแห่งหนึ่งในทวีปเหนือ ด้วยสภาพแวดล้อมที่รายรอบไปด้วยต้นไม้สูงมากมาย มีเงาร่างหนึ่งกำลังถูกกลิ่นอายโชคชะตาแห่งทิศสิงห์ เข้าปกคลุมรอบบริเวณ เงาร่างอันอาจหาญยืนสี่เท้าแหงนหน้าคำรามก้องป่า ราวกับกำลังจะประกาศให้ทั่วผืนป่า และทวีปเหนือทางทิศสิงห์ได้รับรู้ว่าใครคือราชันเ้าป่า
แผงคอที่มีเปลวเพลิงลุกโชนส่องสว่าง พร้อมกับการแผ่แสงกัดกร่อนอยู่ตลอดเวลานั้น มอบความรู้สึกร้อนแรงแผดเผาอันตรายให้แก่สิ่งมีชีวิตโดนรอบในทันที ฟันคู่อันแหลมคมรวมทั้งกรงเล็บสีดำที่มีเปลวเพลิงแวววาวลุกโชนทั้งสี่เท้า ล้วนแสดงถึงอำนาจบารมีในการดับสังหารศัตรู สามารถกดข่มเหล่าผู้รุกรานให้จมเขี้ยว ปลายหางที่มีเปลวเพลิงวูบวาบส่ายไปมาอยู่ตลอดเวลานั้น กำลังส่งคำเตือนให้แก่ผู้หมายจะเข้ามาในอาณาเขตรอบตัว เหล่าบริวารล้วนรายล้อมไปด้วยเหล่าสิงโตเพศเมียจำนวนมาก
"ในที่สุดเมื่อตรีเอกานุภาพเริ่มหมุนวน โชคชะตามากมายจะค่อยๆ ถือกำเนิดขึ้น วันนี้นับเป็วันที่ดี เพื่อตอบแทนเ้าข้าจะให้เ้าได้รับรู้แล้วเลือกทางเดินของเ้าซะ"
จักรพรรดิราชสีห์เพลิงกัลป์มันหยุดคำราม พร้อมกับหรี่ตามองขึ้นไปบนฟากฟ้า ประสาทััรับรู้ได้ทันทีว่าผู้ที่พูดกับมัน คือสิ่งมีชีวิตที่เป็ผู้ให้กำเนิดทุกสรรพสิ่ง และเรียกตัวเองว่าก็อดโอ พระเ้าผู้เฝ้ามองทุกสรรพชีวิตอยู่ตลอดเวลานั่นเอง มันกำลังเพ่งสมาธิรับมือกับทุกเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น
ฉับพลันนั้นมันก็เห็นภาพที่ร่างกายของตัวเองค่อยๆ ลอยสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนพ้นยอดต้นไม้ใหญ่ ลอยขึ้นไปผ่านก้อนปุยเมฆอันหนาวเย็น มันเห็นมหาทวีปแพนเจียทั้งหมดที่มีกำแพงอักขระใส ที่คอยแบ่งกั้นลูกไฟทั้งสามสิบหกดวงออกจากกันเป็สามวง วงละสิบสองลูก และตอนนี้มันก็สังเกตเห็นลูกไฟสองดวงโดดเด่นกำลังลุกโชน โดยที่ดวงอื่นๆ กลับไหววูบวาบมีขนาดเล็ก เมื่อเทียบกับทั้งสองดวงที่กำลังลุกโชน หนึ่งดวงบนทวีปเหนือ และอีกหนึ่งดวงที่อาณาเขตหมู่เกาะอันมากมาย
ราวกับรู้สึกถึงการถูกจ้องมอง จักรพรรดิราชสีห์เพลิงกัลป์ก็เพ่งตามองกลับไป ก่อนจะได้เห็นภาพของพยัคฆ์ขาวคำราม แล้วตามมาด้วยเสียงจากที่ห่างไกล สื่อความหมายประมาณว่า
"มองอะไรของเ้าห้ะ? เ้าแมวน้อย!"
จักรพรรดิราชสีห์เพลิงกัลป์ขมวดคิ้วเพียงเล็กน้อย ก่อนจะไม่ไปสนใจการยั่วยุแบบเด็กๆ ของอีกฝ่าย จักรพรรดิเ้าป่าอย่างมันจะเสียเวลาไปทะเลาะกับลูกแมวเหมียวไม่รู้จักโตไปทำไม?
"หนึ่งในเศษเสี้ยวตรีเอกานุภาพแห่งข้า ถึงเ้าจะบ้ากามนิดหน่อย แต่ก็เอาเถอะจงเลือกซะว่าเ้าจะยอมเป็ 12 สัตว์วิเศษผู้พิทักษ์โชคชะตาหรือจะใช้ชีวิตเยี่ยงจักรพรรดิราชสีห์เช่นเดิม ข้าไม่บังคับเ้านี่คือทางเลือกของเ้า"
พญาราชสีห์สีหน้าบิดเบี้ยวอับอายแต่ก็ฝืนข่มไว้ มันแสร้งปั้นหน้าตายแล้วกล่าวถาม
"ข้าจะได้รับสิ่งใด และต้องทำสิ่งใดเป็การแลกเปลี่ยน?"
พระเ้าหาได้ถือสากับคำถามที่ถามกลับมาอย่างหยิ่งผยองของพญาราชสีห์ กลับเลือกตอบคำถามให้มันอย่างอ่อนโยน
"โชคชะตาแห่งทิศสิงห์และความลับต่างๆ หน้าที่ของสัตว์วิเศษผู้พิทักษ์แห่งโชคชะตา ก็คือใช้พลังเพื่อประสงค์แห่งข้าเท่านั้น เ้าสามารถใช้พลังเพื่อปกป้องอันตรายที่อาจจะมาทำร้ายครอบครัวของเ้าได้เช่นกัน แต่อย่าได้ใช้พลังเพื่อเข่นฆ่าสิ่งมีชีวิตอื่นโดยไม่มีเหตุผล"
หลังจากไตร่ตรองอย่างละเอียดมันคิดว่าการเป็หนึ่งในสิ่งที่พระเ้าเรียกว่าตรีเอกานุภาพย่อมดีกว่าการที่ต้องคอยระแวดระวังอันตรายจากภัยที่มองไม่เห็น เพราะมันรับใช้พระเ้าโดยตรง ไม่ต้องไปยุ่งกับเื่ปวดหัวอย่างศึการะหว่างเผ่าพันธุ์ จึงรีบตอบรับทันที
"ข้าขอยอมรับทั้งกายหยาบ และจิตละเอียดในการอุทิศหน้าที่นี้ แด่ท่านผู้เป็พระเ้า"
มันพยายามเรียบเรียงข้อมูล และความลับอื่นๆ ที่กำลังหลั่งไหลเข้ามา สู่จิตใต้สำนึกที่ราวกับเป็ทะเลคลั่ง หลังจากผ่านไปสักพักมันจึงรู้สึกตัวและลืมตามองไปรอบๆ มันพบว่าตัวมันยังคงอยู่ที่ใจกลางป่า ซึ่งถูกล้อมรอบไปด้วยสิงโตเพศเมียมากมายเช่นเดิม
พญาราชสีห์ไม่ได้แปลกใจอะไรมากนัก มันทำเพียงแค่หาวอย่างเกียจคร้าน ก่อนจะนอนมองดูสมาชิกในเผ่าพันธุ์ราชสีห์เพลิงกัลป์ของมันเท่านั้น หลังจากกวาดสายตามองอย่างละเอียดกลับพบว่าสมาชิกทุกตัวในเผ่าของมันไม่มีตัวไหนมีความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพเลย สมาชิกในเผ่าทุกตัวจึงยังคงใช้ระบบการจัดแบ่งเช่นเดิม เป็การแบ่งตามลำดับชั้นพันธนาการแห่งชีวิต ซึ่งแยกแยะตามร่างที่พัฒนาอันได้แก่
ร่างที่ 1 ราชสีห์เพลิงกัลป์ ร่างทารก ทายาทผู้สืบสายเืแห่งราชสีห์เพลิงกัลป์ สิงโตทารกผู้มีพละกำลังและอำนาจสะกดข่มติดตัวมาั้แ่ยังอยู่ในวัยแรกเกิด มีพลังในขอบเขตเปลวเพลิงและคำสาปเพลิงกัลป์ บางครั้งสิ่งมีชีวิตที่บังเอิญอาศัยอยู่ใกล้ๆ ก็มักจะโดนลูกหลงจากคำสาปเพลิงกัลป์เนื่องจากราชสีห์น้อยยังควบคุมพลังได้ไม่ดีพอ เป็เหตุให้พลังที่มีหลุดออกจากการควบคุมอยู่บ่อยครั้ง
ร่างที่ 2 ราชสีห์เพลิงกัลป์ ร่างวัยเยาว์ ถึงแม้จะซุกซนตามประสาสิงโตที่กำลังเติบใหญ่ หากแต่ก็ยังมีความอันตรายของคำสาปเพลิงกัลป์ที่พร้อมปะทุออกมาอยู่บ่อยครั้ง คำสาปเพลิงกัลป์นั้นมักกัดกร่อนพลังชีวิตของศัตรูโดยง่าย รวมเข้ากับเปลวเพลิงที่แผดเผากายหยาบ เผ่าพันธุ์ต่างๆ จึงมักหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับเผ่าราชสีห์เพลิงกัลป์ในฐานะศัตรู เพลิงกัลป์บริเวณแผงคอที่ลุกโชนคือสิ่งที่แสดงถึงความภาคภูมิใจของพวกมัน
ร่างที่ 3 ราชสีห์เพลิงกัลป์ ร่างผู้พิทักษ์ เป็ร่างโตเต็มวัยของเผ่าพันธุ์ราชสีห์เพลิงกัลป์ พวกมันมักเย่อหยิ่งตามนิสัยดั้งเดิมของพญาราชสีห์ สามารถควบคุมเพลิงกัลป์และโชคชะตาแห่งทิศสิงห์ได้เพียงเล็กน้อย คมเขี้ยวและกรงเล็บที่แหลมยาวพร้ะปบศัตรูอยู่ตลอดเวลานั้นจะแผ่แรงกดดันอันตรายให้แก่ศัตรูอยู่เสมอ ราชสีห์เพลิงกัลป์ร่างโตเต็มวัยนี้มักจะเป็กองกำลังในการดูแลรักษาความปลอดภัยของเผ่าพันธุ์ พวกมันจะทำตามคำสั่งของ ผู้คุมกฎราชสีห์เพลิงกัลป์ และจงรักภักดีต่อจักรพรรดิราชสีห์เพลิงกัลป์เพียงเท่านั้น
ร่างที่ 4 ราชสีห์เพลิงกัลป์ ร่างผู้คุมกฎ พวกมันเป็ราชสีห์ผู้มีความสามารถในการบงการกฎแห่งเพลิงกัลป์ และโชคชะตาทิศสิงห์ พวกมันมักจะคอยเป็มือเป็เท้าให้กับราชสีห์เพลิงกัลป์ร่างเทวะสัตว์วิเศษ หน้าที่ในเผ่าพันธุ์ของพวกมันคือการคัดสรรและจัดระเบียบ โดยเฉพาะการฝึกฝนเหล่าสิงโตวัยหนุ่ม ผู้เป็อนาคตของเผ่าให้มีความแข็งแกร่งและพร้อมรบมากที่สุด
ในหลายๆ ครั้งพวกมันก็รับหน้าที่เป็มันสมอง ในการวางแผนเกี่ยวกับาขนาดเล็ก เมื่อร่างกายพัฒนาจากร่างธรรมดาวัยโตเต็มวัยเข้าสู่ร่างที่สามารถรองรับกฎแห่งโชคชะตาทิศสิงห์ได้มากขึ้น แผงคอของพวกมันจะปะทุเปลวเพลิงเป็สีที่ต่างออกไปจากเดิม คำสาปที่แฝงอยู่ในเพลิงกัลป์จะพัฒนาเป็คำสาปแห่งเพลิงกัลป์ที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น
ร่างที่ 5 ราชสีห์เพลิงกัลป์ ร่างเทวะสัตว์วิเศษ หัวหอกแห่งเผ่าราชสีห์เพลิงกัลป์ผู้บุกตะลุยในแนวหน้าของาปกป้องเผ่าพันธุ์ มีความเชี่ยวชาญในการควบคุมพลังแห่งเพลิงกัลป์ และโชคชะตาทิศสิงห์ เนื่องจากมีความแข็งแกร่งเป็อย่างมากพวกมันจึงค่อนข้างหยิ่งผยอง พวกมันต้องรักษาสมดุลระหว่างคำสาปและเปลวเพลิงอยู่บ่อยครั้ง
เพื่อให้สามารถควบคุมเพลิงกัลป์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงต้องปลดปล่อยความปรารถนาบางอย่างเป็ประจำอยู่เสมอ กรงเล็บที่มีเปลวเพลิงห้อมล้อมหากตะปบโดนสิ่งมีชีวิตใด ล้วนต้องพบเจอความเ็ปที่ทรมานไร้ที่สิ้นสุด
ร่างที่ 6 ราชสีห์เพลิงกัลป์ ร่างเทวทูต แม่ทัพผู้บัญชากองทัพราชสีห์เพลิงกัลป์แห่งทิศสิงห์ ในการศึกาทุกครั้งว่ากันว่า เมื่อใดที่ราชสีห์เพลิงกัลป์ร่างเทวทูตเข้าสู่สมรภูมิรบ เมื่อนั้นความเ็ปทรมานไร้ที่สิ้นสุดจะเข้าแทรกซึมศัตรูทุกชีวิต มีเพียงสายเืที่สามารถเข้ากันได้กับคำสาปแห่งเพลิงกัลป์เท่านั้นที่จะอยู่รอด
พวกมันมักถือคติที่ว่า 'ถ้าเ้าไม่ยุ่งกับราชสีห์ผู้สูงศักดิ์เช่นพวกข้า พวกข้าก็คร้านจะไปสนใจพวกเ้า' อีกทั้งพวกมันยังมีนิสัยรังเกียจการรังแกผู้อ่อนแอ แต่ถ้าหากศัตรูผู้อ่อนแอกล้าแยกเขี้ยวเล็บใส่พวกมัน พวกมันก็ไม่รังเกียจที่จะทุ่มสุดกำลัง เพื่อการดับลมหายใจของพวกไม่เจียมกะลาหัว
ร่างที่ 7 ราชสีห์เพลิงกัลป์ ร่างราชันย์เทวทูต เป็ตัวตนที่มีพลังทัดเทียมราชันย์เทวทูตของเผ่าเทพและราชันย์ปีศาจของเผ่าปีศาจ พวกมันจะรับบัญชาของพระเ้าและจักรพรรดิราชสีห์เพลิงกัลป์เท่านั้น พวกมันยังสามารถบังคับควบคุมโชคชะตาแห่งทิศสิงห์และพลังแห่งเพลิงกัลป์รอบตัวได้อย่างชำนาญอีกด้วย ว่ากันว่าเมื่อวันที่ทางทิศสิงห์ปรากฏมวลเมฆา ซึ่งอาบย้อมไปด้วยสีแดงดำของเพลิงคำสาปท่วมนภา นั่นคือสัญญาณบ่งบอกถึงการปรากฏตัวของราชสีห์เพลิงกัลป์ร่างราชันย์เทวทูต
ร่างที่ 8 จักรพรรดิราชสีห์เพลิงกัลป์ ผู้ครองโชคชะตาแห่งทิศสิงห์ สัตว์เทวะผู้บงการพลังแห่งเพลิงกัลป์ ผู้ปกครองเหล่าสิงหราชทั้งปวง เทวะสัตว์วิเศษผู้บงการคำสาปอันเป็นิรันดร์ จักรพรรดิราชสีห์เพลิงกัลป์คือตัวตนที่หลอมรวมจิติญญาเข้ากับโชคชะตาแห่งทิศสิงห์ มีความสามารถในการควบคุมบงการคำสาปแห่งเพลิงกัลป์มาั้แ่แรกกำเนิด แต่เนื่องจากฤทธิ์ของคำสาปแห่งเพลิงกัลป์ ทำให้เผ่าพันธุ์ของพวกมันต้องระบายความใคร่ที่สุมอยู่ออกจากร่างกายอยู่เสมอ
ทุกครั้งที่ผลข้างเคียงของคำสาปปะทุขึ้นมา ด้วยเหตุผลนี้เองจักรพรรดิราชสีห์เพลิงกัลป์ และเหล่าพญาสีหราชทั้งหลายจึงมักถูกรายล้อมไปด้วยสิงโตเพศเมียหลายตัว สายเืแห่งสีหราชเพลิงกัลป์ล้วนมีความเย่อหยิ่งโอหังถูกส่งผ่านมาทางสายเืทำให้บางครั้งพวกมันก็ถูกสิ่งมีชีวิตอื่นนำเอาความยโสโอหังของพวกมันไปเปรียบเทียบกับเผ่าพันธุ์ปีศาจอัตตาครองพิภพ
และหลังจากนั้นในเวลาไล่เลี่ยกันอีกไม่นาน เปลวเพลิงแห่งโชคชะตาที่เหลือทั้งหมดอีก 34 ดวงต่างก็ค่อยๆ ถูกกระตุ้นให้ลุกโหมในเวลาห่างกันเพียงไม่กี่ปี สิ่งมีชีวิตทั่วทั้งมหาทวีปแพนเจียหลังจากนั้นจึงได้รู้จัก กับตำนานลึกลับจำนวนมากที่บอกเล่าเื่ราวเกี่ยวกับ เทพ ปีศาจ และสัตว์วิเศษผู้พิทักษ์ปกป้องโชคชะตาทั้งสิบสองทิศ