บทที่ 27
มัลคอมม์เกิดและเติบโตขึ้นในหมู่บ้านเบรูอินด้วยความที่มันเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของหัวหน้าหมู่บ้านพ่วงด้วยตำแหน่งว่าที่ผู้สืบทอดคนต่อไปทำให้มันมีบารมีล้นเหลือในหมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้ เพื่อส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ๆเคารพมันมากขึ้นมัลคอมม์เลือกจะลงทะเบียนเป็นนักผจญภัย
ตอนนั้นเองที่กองกำลังเล็กของมันได้ก่อต่อขึ้นจากการรวมตัวกันของนักผจญภัยที่มีอายุใกล้เคียง ภายใต้การนำของมัลคอมม์มันมักจะชอบนำนักผจญภัยหนุ่มออกไปฆ่ามอนสเตอร์รอบๆหมู่บ้าน สำเร็จบ้างล้มเหลวบ้างโดยทุๆครั้งี่มันกลับมามักจะมีเรื่องเล่ากลับมาเสมอ
ผู้ใหญ่อาจจะมองว่ามันเป็นเด็กเลี้ยงแกะที่ปั้นเรื่องปั้นราวขึ้นมาทุกวันเพื่อเรียกร้องความสนใจแต่กับเด็กนั้นกลับได้ผลตรงกันข้าม พวกเขามองมัลคอมม์เป็นตัวอย่างที่จะต้องไปให้ถึง มัลคอมม์มักจะได้รับคำชมและคำสรรเสริญจากเหล่าคนสนิททำให้มันเชื่ออย่างไม่เคลือบแคลงว่ามันคือคนที่แข็งแกร่งที่สุด
อย่างไรก็ดีเลเวลของมัลคอมม์นั้นเลื่อนขึ้นยากมากๆส่วนหนึ่งก็เพราะความล้มเหลวหลายต่อหลายรั้งจากการพากันไปล่ามอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งเกินตัว บางครั้งเป็นมัลคอมม์เองนั่นแหละที่ออดทนรอไม่ไหวตัดใจจากการล่ากลางคันทำให้ภารกิที่ได้รับมอบหมายมานั้นล้มเหลว
หลังจากการพิจารณาตนเองหลายต่อหลายครั้งมัลคอมม์ได้ข้อสรุปว่าสิ่งที่มันยังขาดไม่ใช่พังฝีมือหรือชื่อเสียง แต่เป็นยุทธภัณฑ์ชั้นดีที่คู่ควรกับคนที่ยิ่งใหญ่เสมอฟ้าอย่างมันต่างหากนั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าหาเรกิล ช่างตีเหล็กคนแคระเพียงหนึ่งเดียวของหมู่บ้าน
ถึงแม้จะปากร้ายจนไม่มีใครอยากยุ่งเกี่ยวด้วยแต่กฎปฏิเสธไม่ได้ว่าเรกิลคือช่างตีเหล็กที่มีฝีมือ หลายต่อหลายครั้งที่มีกลุ่มคนปริศนาพยายามโน้มน้าวให้ดรอฟว์เฒ่าผู้นี้ไปทำงานให้แต่ชายชรากลับไม่สนใจละไล่ตะเพิดไปเสียทุกครั้ง ยุทธภัณฑ์มากมายที่เป็นผลิตของเรกิลนั้นล้วนเป็นของคุณภาพสูง
มัลคอมม์ค่อยๆเก็บหอมรอมริบจากการแอบไปออกล่าภารกิจระดับต่ำเพียงลำพังมันอดหลับอดนอนหลายวันหลายคืนเพื่อล่ามอนสเตอร์ที่ไม่คุ้มแก่การล่าแม้ว่าทั้ยที่สุดแล้วมันจะสามารถเก็บเงินได้มากพอจะซื้อชุดเกราะระดับ C มาสวมใส่ได้แต่ความพอใจของมันย่อมไม่หยุดอยู่แค่นั้น
ช่างตัดฟืนยต้องการขวานชั้นเยี่ยมฉันใดนักรบก็ต้องการอาวุธที่คู่ควรฉันนั้น มัลคอมม์เองก็ต้งการอาวุธที่คู่ควรที่มันอดทนใช้หอกแรงค์ D มานานก็เพราะต้องการเก็บเงินเอาไว้ซื้อสุดยอดอาวุธที่มันบังเอิญเหลือบไปเห็นโดยบังเอิญ
เกลรันดร้าสุดยอดยุทธภัณฑ์ที่มันไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนในชีวิตความงดงามของมันมากพอจะสะกดสายตาที่หยิ่งทรนงของมัลคอมม์ให้จับจ้องอย่างไม่วางตาน่าเสียดายที่ตาแก่เรกิลดันกลับมาก่อนที่มันจะทันได้สำรวจเกลรันดร้าทุกซอกมุม
หอกแรงค์ S ย่อมคู่ควรกับคนที่คู่ควรเช่นมันยิ่งบวกกับคลาสพลหอกของมันมัลคอมม์เชื่อมั่นโยไม่สั่นคลอนว่าเกลรันดร้าเกิดมาเพื่อมันเท่านั้นตอนนั้นเองที่แผนสำหรับการล่าวูซูสุดยอดมอนสเตอร์ที่น่ารำคาญแต่ผลตอบแทนสูงก็ได้เริ่มขึ้น
หลังจากการเกลี้ยกล่อมอยู่นานในที่สุดมัลคอมม์ก็สามารถชักชวนนักผจญภัยทั้งหมดให้เข้าร่วมการล่าครั้งใหญ่ที่สุดของหมู่บ้านมันคำนวณไว้แล้วว่าต้องออกเดินทางหลังจากที่โจรเงาทมิฬบุรุกหมู่บ้านว่ามันมีเวลาประมาณเจ็ดวันเพื่อทำให้แผนเป็นจริง นักผจญภัยยี่สิบชีวิตเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเพื่อหลอกล่อให้วูซูตกมายังกำดักที่เตรยมเอาไว้เพื่อให้มัลคอมม์เป็นคนลงมือคนสุดท้ายสำหรับค่าประสบการณ์แต่เพียงผู้เดียว
หลังจากคลุกคลีกับนักผจญภัยมาหลายปีมัลคอมม์ก็สามารถมองเห็นจุดอ่อนของระบบปาร์ตี้ ตามปรกติแล้วสมาชิกปาร์ตี้คนใดก็ตามที่สามารถสังหารมอนสเตอร์ลงได้จะมีการแบ่งปันค่าระสบการณ์ แต่หากมอนสเตอร์ตัวดังกล่าวถูกตัดหน้าโดยปาร์ตี้อื่นผลประโยชน์กว่าสามในสี่ส่วนจะตกเป็นของผู้ที่เป็นคนลงมือคนสุดท้ายในทันที
เริ่มแรกมัลคอมม์จะต้องเนคนเตรียมหลุมพรางด้วยตนเองทั้งหมดเพื่อให้เสียงของโลกมองว่ามันมีส่วนร่วมในการล่า ก่อนจะให้ลูกน้องคอยทำหน้าหลอกล่อวูซูหลายๆฝูงมาตกหลุมพราง ฟังดูเหมือนเป็นแผนที่ง่ายและได้ผลแต่ในทางปฏิบัตินั้นการที่จะหลอกล่อวูซูฝูงใหญ่ให้วิ่งตามมาได้นั้นเป็นเรื่องยากและเสี่ยงอันตราย
หลายต่อหลายครั้งที่นักผจญภัยเด็กบางคนเกือบตายแต่ด้วยศรัทธาที่มีต่อมัลคอมม์และผลตอบแทนที่พวกมันจะได้รับหลังจบงานทำให้พวกมันอดทนทำงานเยี่ยงกรรมกรคอยลากวูซูฝูงใหญ่มาตกหลุมพรางได้เสมอ สุดท้ายในช่วงดุกของวันที่สี่ความพยายามของมันก็สำฤทธิ์ผล
เลเวลที่พุ่งพรวดมาหยุดที่50 พร้อมกับหางวูซูอย่างน้อยหนึ่งพันชิ้นทำให้มัลคอมม์ทะยานกลายเป็นสุดยอดนักผจญภัยที่มีเลเวลมากที่สุดของหมู่บ้านอย่างไร้ข้อกังขาและด้วยเงินจำนวนมากพอบวกกับเลเวลที่สูงส่งมัลคอมม์เช่อมันโดยไม่เคลือบแคลงว่าหากมันเกลี้ยกล่อมเรกิลดวยเหตุและผลหล่อๆหน่อยคนแคระเฒ่าย่อมต้องยอมขายหอกเกลรันดร้าให้มันในราคาถูกโดยมีคำว่าเพื่อหมู่บ้านเป็นข้ออ้างที่สมเหตุสมผล
แต่ก่อนที่มันจะได้เชยชมกับความฝันที่แสนหอมหวานหมู่บ้านกลัลถูกโจมตีอย่างไม่คาดฝัน ทำให้แผนการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ของมันกับเกลรันดร้ากลับกลายเป็นหมันไหนจะถูกยัยนักผจญภัยเอล์จากเมืองหลวงฉีกหน้าต่อหน้าธารกำนัล ด้วยเลเวลที่เพิ่มขึ้นทำให้มัลคอม์ไม่มีความจำเป็นต้องเห็นนักผจญภัยจากเมืองหลวงอยู่ในสายตามันเชื่อมั่นว่าจะสามารถเปลี่ยนให้นังพยศทั้งสองกลายเป็นของเล่นภายในเวลาไม่กาวินาที
ใช่ มันเชื่อม่นเช่นนั้น
“อ้ากก ใครก็ได้หยุดที”
“บ้าเอ้ย เกินไปแล้ว”
“เฮ้ย เกราะข้าขาด”
เพียงไม่ถึงห้านาทีจากที่คิดว่าจะเป็นยี่สิบรุมสองกลายเป็นสองรุมยี่สิบ เด็กสาวอายุเพียงสิบห้าน้อยกว่ามันถึงสามปีกำลังทุบตีพวกมันเยี่ยงสุนัขด้วยโดยใช้เพียงสองคน
ต่อหน้ายอดฝีมือวัยเยาว์ทั้งสองจำนวนคนที่มากกว่าล้วนไร้ความหมายเมื่ออยู่ต่อหน้าสองนักผจญภัยมาแรงแห่งยุค พวกมันทั้งยี่สิบคนลงมือพร้อมกันกลับถูกสยบโดยเด็กผู้หญิงสองคนในเวลาแค่ห้านาทีเสียงร้องโอดครวญดังระงมทำเอามัคอมม์เผลอกลืนน้ำลายฝืดโดยไม่รู้ตัวโชคดีแค่ไหนที่มัลคอมม์ให้ลูกน้องตนไปลองเชิงก่อนหากตนเข้าไปลองดีด้วยคงไม่แคล้วถูกทุบตีไปด้วยอีกคน
“จะต่อมั้ย”
สตรีผมทองหน้าตาสระสวยแต่ดวงตาคมกริบราวกับดาบถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกอีกด้านหนึ่งคือเอลฟ์ผมสีเงินที่มีดวงตาเย็นชาไม่แพ้กันจนมัลคอมม์สะท้านไปถึงทรวงแต่มันยังคงยืนอยู่ได้เพื่อรักษาภาพพจน์
“พ พวกเราจะยอมให้ก่อน จำไว้ว่าครั้งหน้าไม่เป็นแบบนี้แน่”
มัลคอมม์พยายามบังคับไม่ให้เสียงสั่นก่อนจะล่าถอยไปพร้อมกับลูกน้องทั้งยี่สิบคน เมื่อเหตุการณ์สงบลงชาวบ้านที่มุงดูก็ตามเรกิลไปที่กำแพงเพื่อตรวจสอบความเสียหาย
“แบบนี้จะไหวมั้ยเนี่ย”
เอเลนปรายตามองนักผจญภัยหนุ่มทั้งหลายด้วยสีหน้าอ่อนใจไม่แพ้เซลีน
“คงต้องทุบกันอีกหลายทีกว่าพวกนั้นจะยอมเรา โดยเฉพาะเจ้าคนที่เป็นหัวหน้าอย่างมัลคอมม์ด้วย”
“ตัวปัญหาของแท้เลยค่ะคนนั้น”
ลูน่าถอนหายใจ
“ขอตัวไปสำรวจกับดักรอบหมู่บ้านก่อนนะคะ ท่าทางจะต้องวางระบบป้องกันใหม่ยกชุด”
พูดจบเด็กสาวชาวเอลฟ์ก็เดินแยกออกไปด้วยความที่มือธนูแบบเธอโจมตีจากแนวหลังทำให้ยุทธภัณฑ์เสียหายไม่มากนักผิดกับเซลีนและคนอื่นๆที่เครื่องแต่งกายค่อนข้างทรุดโทรม
“หลังจากหายเหนื่อยกันแล้วแบ่งคนมาซ่อมยุทธภัณฑ์ที่ร้านของตาลุงเรกิลนะ ชั้นขอล่วงหน้าไปเตรียมตัวก่อน”
“ตกลง ว่าแต่มีค่าช้จ่ายรึเปล่า”
“เวลาแบบนี้จะมาพูดเรื่องเงินๆทองๆอีกเรอะ”
เอเลนแหวกลับส่งผลใหเซลีนหัวเราะร่าผิดกับเมื่อครู่ก่อนที่เธอจะแยกไปคุยกับผู้ดูแลสมาคม หลังจากตกลงกับเรกิลเสร็จสรรพเอเลนก็ได้รับกุญแจร้านมาแล้วปล่อยหน้าที่การซ่อมแซมตกเป็นของเรกิลเนื่องจากไม้ที่เอเลนตัดเอาไว้ยังเหลืออีกมากใช้เวลาไม่ถึงห้าชั่วโมงกำแงจะกลับมาสมบูรณ์
“สลามันเดอร์อุ่นเตาหลอมที”
“ได้เลย”
เมื่อมาถถึงสลามันเดอร์ก็กระโจนลงจากหัวไหล่ของเอเลนพรุบหายไปในเตาหลอม ส่วนเอเลนเดินมาตรวจสอบอุปกรณ์เพื่อเตรียมรับการมาถึงของเหล่านักผจญภัยไม่นานนักผจญภัยหัวกะทิกลุ่มแรกก็มาถึง
“เอ๊ะ คุณเอเลน”
“หืม?”
เด็กหนุ่มเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจเหล่าหัวกะทิจะเกรงใจเขาขึ้นมาเพราะอะไรก็ไม่ทราบ ต้องย้อนกลับไปตอนที่เอเลนกำลังรับมือเหล่าโจรครึ่งร้อยเพียงลำพังในสายตาของนักผจญภัยหัวกะทิเอเลนราวกับเทพสงครามมาโปรด ด้วยเลเวลที่น้อยกว่าแต่เด็กหนุ่มกลับรับมือคนทั้งหมดเพียงลำพังโดยไม่เพี้ยงพร้ำ
เอเลนทราบเหตุผลพลันยักไหล่ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ถอดอาวุธกับเครื่องป้องกันทั้งหมด ผมจะจัดการเอง”
“แบบนี้ไม่เปลืองหินซ่อมแซมเหรอครับ”
“หืม?”
เด็กหนุ่มส่งเสียงด้วยความประหลาดใจก่อนจะพูดต่อ
“ผมไม่มีของแบบนั้นหรอกครับ ซ่อมแซมที่ว่ามาจากทักษะของผม”
“เป็นเช่นนั้นเอง”
นักผจญภัยทั้งสองบางอ้อก่อนจะยอดอุปกรณ์แรงค์ D ทั้งหมดส่งให้ เด็กหนุ่มหรี่ตาลงสำรวจโครงสร้างของพวกมันพบว่ามันเป็นผลงานของเรกิลทั้งหมดถูกสร้างขึ้นมาจากวัสดุที่มาจากชิ้นส่วนของมอนสเตอร์เอเลนจัดการซ่อมพวกมันทั้งหมดด้วยทักษะก่อนจะส่งคืน
“มีทักษะแบบนี้ด้วย?”
พวกมันประหลาดใจไม่ใช่น้อยที่เอเลนมีทักษะที่ว่านั้นจริงๆทีแรกที่เซลีนบอกหากใครต้องการซ่อมอุปกรณ์ให้ไปหาเอเลนพวกมันกลับคิดว่าเอเลนนั้นร่ำรวยหินซ่อมแซมเสียอีก ทั้งสองรับยุทธภัณฑ์ของตัวเองคืนก่อนจะกล่าวขอบคุณ
“....ผมว่าอาวุธพวกนี้ไม่เหมาะกับนาย ดาบนั่นไม่ยาวไปหน่อยเหรอ”
เอเลนทักขึ้นทำให้นักผจญภัยที่ใช้ดาบตกใจไม่ใช่น้อย
“ครับ แต่ดาบมาตรฐานก็ยาวเท่านี้ไม่ใช่เหรอครับ”
เอเลนพยักหน้าเห็นด้วยเรกิลที่ไม่มีพื้นฐานการต่อสู้เลยเฉกเช่นเดียวกับช่างตีเหล็กคนอื่นจึงไม่แปลกที่จะไม่ได้สร้างอาวุธโดยอ้างอิงขนาดและความยาวจากอาวุธมาตรฐาน อย่างดาบเขี้ยมหมาป่าแรงค์ D เล่มนี้ก็เช่นกัน การทำเช่นนี้ย่อมเป็นผลดีกับธุรกิจแต่ไม่เป็นผลดีต่อผู้ใช้งาน
สรีระผู้เป็นเจ้าของดาบต้องใช้แรงมากกว่าปกติในการเหวี่ยงดาบในการต่อส็ระยะสั้นอาจจะไม่เป็นไรแต่ในระยะยาวนั้นชายคนนี้จะเสียเปรียบจากเรี่ยวแรงที่หมดลงก่อนศัตรู ทางแก้นั้นมีหลายวิธีหนึ่งคือลดความหนาแน่นของใบดาบลงเพื่อให้ดาบมีน้ำหนักเบาวิธีนี้ถึงจะทำให้ใช้ดาบได้คล่องแต่ตัวดาบจะเสียจุดเด่นและค่าความทนทานแทน
เมื่อคิดได้ดังนั้นเอเลนก็ดีดนิ้วก่อนจะดึงดาบเล่มหนึ่งออกมาจากกระเป๋า
“ลองเล่มนี้ดู”
นักผจญภัยไม่ขัดศรัทธามันรับดาบสองคมเล่มนั้นมาถือนำหนักของมันเบากว่าดาบเล่มเก่าของมันและสั้นกว่า ด้ามจับถูกออกแบบมาให้เข้ากับรูปมือหลังจากลองเหวี่ยงสองถึงสามครั้งมันก็เบิกตากว้างด้วยแรงที่เท่ากันแต่ดาบเล่มเดิมนั้นให้ความรู้สึกที่เทียบไม่ได้กับดาบเล่มนี้ราวกับดาบเล่มนี้เกิดมาเพื่อมันโดยเฉพาะและยิ่งน่าตกตะลึงไปมากกว่าเมื่อมันเปิด่าสถานะของดาบดู
ดาบเบลาเรียร์
แรงค์ C
ประเภท อาวุธ
พลังโจมตี 710
ความทนทาน 700 / 700
ผู้สร้าง เอเลน
เงื่อนไขการสวมใส่ นักดาบ
ดาบยาวที่สั้นและกว้างกว่ามาตรฐานเล็กน้อยแต่ยังคงเอกลักษณ์ของดาบยาวเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยมสร้างจากวัสดุที่เบาและทนทาน
- ความเร็วในการโจมตีเพิ่มขึ้น 20%
- มีโอกาสปนกลางที่จะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงเพิ่มขึ้น 50%
- ไม่สามารถถูกรักษาได้ทุกวิธีเป็นเวลา 3 วินาที (ผลลัพธ์สามารถทับซ้อนได้สูงสุด 1 นาที)
นักผจญภัยทั้งสองตาแทบถลนมือที่ถือดาบเริ่มไม่มั่นคงประหนึ่งถือเผือกร้อน
“ด ดาบที่มีคุณภาพเทียบเท่าอาวุธแรค์ B”
มันเอ่ยด้วยน้ำเสียงแตกตื่นแต่เอเลนกลับยักไหล่ไม่ใส่ใจ
“อาวุธสำรองของผมเอง อ้อนายอีกคนเอาเล่มนี้ใช้ดูนะ”
ไม่พดเปล่าเด็กหนุ่มก็ดึงดาบประเภทเรเปียร์ออกมาจากกระเป๋าส่งให้นัผจญภัยอีกคนที่รับเอาไว้ด้วยใบหน้าแต่ตื่นไม่ต่างจากคนแรกเพราะคุณภาพของดาบเรเปียร์เล่มนี้มีมากพอๆกับดาบเล่มแรกที่หยิบออกมาได้ด้วยซ้ำลำพังพวกมันสองคนรวมเงินกันยังไม่พอจะซื้อของพวกนี้ได้ด้วยซ้ำ
“ร เรารับเอาไว้ไม่ได้หรอกของมีค่าแบบนี้”
“ถ้างั้นผ่อนชำระเป็นไง ยังไงผมก็ไม่รีบใช้เงินอยู่แล้ว”
เอเลนรับรู้ถึงความลำบากใจของอีกฝ่ายและยินดีที่จะขายอาวุธแรงค์ C (ที่มีคุณภาพเท่าแรงค์ B) ในราคาเทียบเท่ากับอาวุธแรงค์ C ทั่วๆไปในตลาดสร้างความยินดีให้กับนักผจญทั้งสองเป็นออย่างมากและพวกเขาจะนำข่าวนี้ไปกระจายให้กับนักผจญภัยคนอื่นๆรู้ในภายหลัง
สัญญาถูกเขียนขึ้นด้วยเงื่อนไขที่เป็นธรรมเอเลนไม่ต้องกลัวว่าจะถูกโกงเพราะสัญญาฉบับนี้ได้รับการคุ้มครองจากเสียงของโลกหากถูกเชิดสินค้าไปเสียงของโลกจะส่งสินค้ากลับมาให้เขาทันที สัญญาผ่อนชำระมีเงื่อนไขง่ายๆเพียงลูกค้าจ่ายเงินเป็นเวลาสิบห้าเดือนสัญญาจะสลายที่ผูกมัดจะสลายไปเอง
หลังจากลงนามกันเรียบร้อยคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะได้รับสัญญาคนละฉบับ เอเลนจับมือกับลูกค้าด้วยรอยยิ้มก่อนจะมอบอาวุธที่อยู่ในเงื่อนไขให้อีกฝ่ายไปนอกจากเอเลนจะได้ฐานลูกค้ายังเป็นการช่วยหมู่บ้านเบรูอินไปในตัวยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
หลังจากจบเรื่องกับพวกนักผจญภัยเอเลนก็อดรนทนไม่ไหวที่จะลองถลุงวัสดุที่ได้รับจากไวร์เวิร์นซึ่งเป็นวัสดุหายาก เด็กหนุ่มนำสิ่งที่ได้รับทั้งหมดออกมาวางบนโต๊ะ
เกล็ดทั้งสองแบบมีรูปร่างเป็นทรงสี่เหลี่ยมรูปว่าวยาวประมาณหนึ่งฟุตต่างกันที่เกล็ดธรรมดาจะมีพลังเวทย์แฝงและความทนทานน้อยกว่า เมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเอเลนตัดสินใจว่าจะใช้เกล็ดธรรมดาจัดทำชุดเกราะขึ้นมาหนึ่งชุดและใช้เกล็ดย้อนหลอมเป็นด้ามหอกในส่วนของเขี้ยวแก้วจะถูกใช้เป็นใบหอก กรงเล็บสามารถนำไปทำอาวุธชนิดอื่นซึ่งเอเลนตั้งใจว่าจะให้เป็นดาบสั้น
“โชคดีที่เรานำมิธริลติดตัวมาด้วย”
เอเลนนำเอามิธริลติดตัวมาบางส่วนเขามีแผนจะใช้มันร่วมกับเกล็ดย้อนในการสร้างหอก น่าเสียดายที่เขาไม่มีภูติธาตุแสงคอยรับใช้ไม่เช่นนั้นหอกเล่มใหม่ของเขาจะมีลูกเล่นเพิ่มขึ้นไม่ใช่น้อย แต่ก่อนอื่นเอเลนจะต้องมีแบบแปลนสำหรับการผลิตเสียก่อน
กระดาษและน้ำหมึกถูกนำออกมาเอเลนลงมือวาดอาวุธชิ้นใหม่โดยมีเกลรันดร้าเป็นแรงบันดาลใจสำคัญ หอกเล่มใหม่ถูกวาดออกมาอย่างบรรจงเอเลนบรรจุสิ่งที่เรียนรู้มาตลอดหลายเดือนลงไปในผลงานชิ้นเอกเป้าหมายคืออาวุธที่ไม่ต้องเปลี่ยนไปอีกนานแสนนาน
[ท่านสร้าง แบบแปลนอาวุธ สำเร็จกรุณาตั้งชื่อ]
เอเลนฉีกยิ้มหลังจากปลุกปล้ำกับแบบแปลนร่วมสองชั่วโมงหลังจากผ่านกระบวนการวิเคราะห์อย่างถี่ถ้วนด้วยการเสริมคุณสมบัติและลบสิ่งไม่จำเป็นออกไปในที่สุดทุกอย่างก็เป็นรูปเป็นร่าง
“ควินดีล”
[แบบแปลนอาวุธ ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น ควินดีล จำนวน 1 แผ่น]
[ท่านเรียนรู้การสร้าง ควินดีล สำเร็จ]
[สูตรการสร้าง ควินดีล ถูกบันทึกลงในฐานข้อมูลของท่าน]
เด็กหน่มหลับตาซึมซับข้อมูลการสร้างควินดีลเข้าไปในหัวแม้เขาจะเป็นคนกำหนดรูปแบบเองทั้งหมดแต่เมื่อแบบแปลนถูกลงทะเบียนโดยเสียงของโลกก็จะถูกปรับปรุงอีกเล็กน้อยให้เหมาะสม เด็กหนุ่มทบทวนข้อมูลการสร้างด้วยสีหน้าพึงพอใจก่อนจะเริ่มลงมือแปรรูปวัสดุในทันที
ซู่ว!
ไฟในเตาหลอมถูกเร่งขึ้นก่อนที่เอเลนจะนำกระดูกไวร์เวิร์นสอดเข้าไปเมื่อเกล็ดสัมผัสความร้อนพลันเปล่งเสียงหวีดร้องเบาๆราวกับไม่ยินยอมเกล็ดสีขาวค่อยๆกลายเป็นสีแดงอ่างแช่มช้าแม้จะถูกเผาผลาญด้วยเปลวเพลิงแห่งภูติ ความทนทานของมันพอๆกับมิธริล
เอเลนกัดฟันเร่งความร้อนทั้งโดยต้องระมัดระวังไม่ให้เร็วเกินไปจนเตาหลอมระเบิด กระดูกไวร์เวิร์นถูกนวดและอาบความร้อนอีกหลายครั้งก่อนจะค่อยๆเปลี่ยนรูปร่าง ทุกครั้งที่ทุบค้อนลงไปจะส่งเสียงร้องทุกครั้งแต่เมื่อเวลาผ่านไปเสียงก็ค่อยๆเบาลงจนจางหายไป
[ท่านได้รับแร่กระดูกมังกรน้อย(ต่ำ) 1 ก้อน]
แม้จะไม่ใช่มังกรจริงๆแต่สายพันธ์ก็ใกล้เคียงมากไม่แปลกที่เสียงของโลกจะมองว่าพวกมันเป็นแร่ชนิดเดียวกันเพียงแต่มีพลังเวทมนต์น้อยและจัดการยากกว่ามาก
ช่า
แท่งแร่กระดูกมังกรถูกจุ่มลงในน้ำในขณะที่เอเลนตรวจสอบคุณภาพของมันพลางขมวดคิ้ว คุณภาพของแร่ต่ำกว่าที่คิดเอาไว้จนอดผิดหวังไม่ได้
“...สิ่งเจือปนเยอะเกินไป ไม่ง่ายเลยแฮะ”
วัสดุที่ได้รับจากมอนเสตอร์มักจะมีสิ่งเจือปนอยู่มากเอเลนตองทุ่มเทในการนวดแร่มากกว่านี้หากต้องการแร่แปรรูปที่มีคุณภาพสูง เมื่อตระหนักได้ถึงข้อผิดพลาดเอเลนก็โยนแร่กลับเข้าไปในเตาหลอมอีกครั้งด้วยประสบการณ์ทำให้เด็กหนุ่มทำงานเดิมได้คล่องแค่วมากขึ้นยิ่งเวลาผ่านไปเสียงร้องของแร่ก็ยิ่งก้องกังวาลราวกับกำลังยินที่ได้เกิดใหม่
[ท่านได้รับแร่กระดูกมังกรน้อย(สูง) 1 ก้อน]
“มันต้องอย่างนั้น”
เอเลนยิ้มอย่างพึงพอใจขณะที่เหลือบมองแท่งแร่ไร้สีที่ปราศจากสิ่งเจือปน แร่ชนิดนี้มีน้ำหนักมากกว่ามิธิริลที่ผ่านการถลุงแล้วเสียอีกเอเลนที่ใช้สัมผัสเป็นหลักสามารถแยกแยะได้ในทันที
“ว่าแต่ลุงเรกิลใช้เวลานานเหมือนกันนะเนี่ย”
เด็กหนุ่มหยิบกาลอนันต์ออกมาดูเวลาพบว่าผ่านมาหลายชั่วโมงแล้วยังไม่กลับมาโดยลืมไปเสียสนิทเลยว่าเวลานี้คือเวลาที่คนทั้งหมู่บ้านจะรวมกันรับประทานอาหาร
“เอาเถอะ ทำงานอีกหน่อยแล้วกัน”
ไฟกำลังติดเอเลนจึงไม่ห่วงเรื่องอาหารการกินอะไรทั้งนั้นก่อนจะโยนกระดูกไวร์เวิร์นทั้งหมดลงในเตาเพื่อทยอยเปลี่ยนมันเป็นแร่ด้วยแรงกายและแรงใจของเขางานกรรมกรที่แสนน่าเบื่อนี้จึงดำเนินต่อไป
“เฮ้ย เบาๆหน่อยสิหมอ”
เสียงร้องโอดครวญดังขึ้นภายในสถานพยาบาลของหมู่บ้านเตียงคนเจ็บแน่นขนัดไปด้วยร่างของผู้ป่วยที่เป็นนักผจญภัยของหมู่บ้าน ผู้รักษากำลังง่วนอยู่กับการรักษาบาดแผลน้อยใหญ่แม้บาดแผลจะไม่ร้ายแรงเกินเวทย์รักษาขั้นต้นแต่จำนวนคคนที่มากเกินไปทำให้ไม่อาจรักษาได้ทันท่วงที
“มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไงกัน”
มัลคอมม์ที่ยังคงมีสภาพสมบูรณ์ถามขึ้นด้วยสีหน้าเหม่อลอยทุกครั้งที่มันนึกถึงสตรีคลั่งทั้งสองขนทั้งร่างก็พร้อมใจกันลุกชูชัน สัตว์ประหลาดในร่างคนนั่นน่ากลัวเกินคำบรรยายแทนที่ชายวัยสิบแปดปีผู้นี้จะตระหนักถึงข้อผิดพลาดกลายเป็นว่าเป็นการกระตุ้นให้มัลคอมม์ปรารถนาในเกลลันดร้ามากขึ้นไปอีก
“ถ้าเรามีหอกเล่มนั้น เราก็ไม่ต้องทนอยู่ในหมู่บ้านกันดานนี่”
ชายหนุ่มจินตนาการถึงอนาคตอันสวยหรูขณะเหลือบมองหอกของมันที่มีสภาพทรุดโทรมแล้วถอนหายใจก่อนที่เสียงเปิดประตูจะดังขึ้นพร้อมกับร่างของนักผจญภัยหัวกะทิของสมาคมแบกลังไม้ขนาดใหญ่เข้ามา
ผู้รักษาจำต้องละมือจากผู้ป่วยอย่างช่วยไม่ได้มัลคอมม์ไม่ได้สนใจพวกมันเลยซักนิดแต่สายตาแหลมคมพลันสะดุดเข้ากับอาวุธแปลกตาที่พวกมันแต่ละคนพกมาด้วย
ในอดีตมัลคอมม์มีความคิดที่จะผูกมิตรกับพวกหักะทิเหล่านี้เพราะต้องการให้อีกฝ่ายเป็นลูกน้องคอยสอดส่องความเป็นไปของสมาคมเพียงแต่เจ้าโง่พวกนั้นไม่เข้าใจความยิ่งใหญ่ของมันและมองมันเป็นตัวตลกเท่านั้น มัลคอมม์หวังจะซื้อใจพวกมันจึงมีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับอีกฝ่ายอย่างละเอียดทำให้รู้ว่าปกติพวกมันไม่ใช้ของดีขนาดนี้
“หืม ไม่ใช่ว่าเจ้าเพิ่งซื้ออาวุธใหม่จากตาแก่เรกิลมาเมื่อเดือนก่อนหรอกรึ”
ผู้รักษาถึงจะชราแต่สายตาไม่แย่มันทักขึ้นเนื่องจากอีกฝ่ายเป็นคนกันเองที่คอยรับส่งสมุนไพรให้มันมาอย่างยาวนาน นักผจญภัยที่ได้ยินดังนั้นก็กล่าวดวยความตื่นเต้น
“นักผจญภัยจากเมืองหลวงแนะนำน่ะคุณหมอ เห็นเงียบๆแบบนั้นแต่ความเชี่ยวชาญเรื่องยุทโธปกรณ์ไม่แพ้ลุงเรกิลเลยนา”
พูดจบมันก็หยิบอาวุธออกมาอวดเหล่าคนเจ็บที่ร้องกันระงมจนถึงเมื่อครู่พลันเงียบเสียงและพร้อมใจกันใช้ทักษะตรวจสอบโดยพร้อมเพรียงก่อนที่สายตาทุกคู่จะเบิกกว้างและเปี่ยมด้วยแรงปรารถนา
มัลคอมม์อ่านรายละเอียดด้วยความแปลกใจก่อนที่ความคิดใหม่จะผุดขึ้นในหัวและเข้าใจไปเองว่าคนที่สร้างอาวุธขึ้นมาต้องเป็นนักผจญภัยสายสนันสนุนคนที่สี่ที่ยังไม่ปรากฏตัวโดยที่ไม่รู้เลยว่าสำนักงานใหญ่ส่งคนมาแค่สามคนเท่านั้น
“คนนี้น่าจะใช้การได้”
มัลคอมม์พึมพำโดยหวังจะผูกขาดอาวุธชั้นดีเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว
“อ้อ แล้วก็คุณมัลคอมม์”
นักผจญภัยคนนั้นหันหัวมาทางชายหน้าหนูก่อนจะทำเสียงราวกับเพิ่งสังเกตอีกฝ่าย
“คุณต้องเข้าร่วมการประชุมการวางแนวป้องกันหมู่บ้านด้วย”
เมื่อได้ยินดังนั้นมัลคอมม์ก็แค่นเสียงกล่าตอบด้วยอย่างถือดี
“แล้วแกมีสิทธิอะไรมาสั่งชั้น”
“เป็นคำสั่งของหัวหน้าหมู่บ้าน”
หัวกะทิหนุ่มพูดยิ้มๆทให้มัลคอมม์ชะงักกึก
“หวังว่าคุณจะมีเหตุผลดีๆเอาไว้ตอบในที่ประชุมว่าทำไมถึงละทิ้งการป้องกันหมู่บ้านนะ”
“....การประชุมจะเริ่มเมื่อไหร่”
“อีกหนึ่งชั่วโมง มาให้ทันละคุณหัวหน้านักผจญภัย”
พูดจบนักผจญภัยหัวกะทิก็เดินหายไปทิ้งมัลคอมม์ให้นั่งกัดฟันกรอดราวกับถูกขัดใจ มันไม่มเวลามาเสียให้กับหน้าที่ในการป้องกันหมู่บ้านเล็กๆนี่ชายหนุ่มระงับอารมณ์เป้าหมายของมันสำคัญแลมันจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนระแคะระคายได้เด็ดขาด
“ไม่ว่าจะหน้าไหนก็มีแต่พวกโง่ทั้งนั้น”
ชายหนุ่มสบถก่อนจะกำชับให้ลูกน้องของมันจับตาดูโรงตีเหล็กของเรกิลเอาไว้ให้ดีแล้วตรงไปยังสมาคมนักผจญภัยในทันที
*********************************************************************************************
ช่วงบ่นท้ายตอน
ขออภัยจริงๆที่มาช้าครับ งานรัดตัวจริงๆช่วงนี้ทำให้เจียดเวลามาเขียนได้ยากมาก