น้องสาวเจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก

    10 เริ่มหาลูกเขย

            หลิวฟางอิ่งจึงลืมตาขึ้นมามองเขาอย่างเขินอายหยางซีถิงมองนางยิ้มๆ แล้วบอกว่า “นอนเถอะ ต่อไปก็รบกวนมือเ๽้าบ่อยๆ แล้ว”

            เขานอนลงกอดนางหลิวฟางอิ่งได้แต่นอนเขินอายอยู่ในอ้อมกอดเขา

            วันคืนผ่านไป ในที่สุดหลิวฟางอิ่งก็คลอดลูกชายตัวน้อยๆ ให้สามี หยางซีถิงดีใจยิ่งนักจึงตั้งชื่อให้ลูกชายว่า หยางจุน(杨俊) ซึ่งมีความหมายว่าหล่อเหลาหรือมีความสามารถแน่นอนว่าเด็กคนนี้โตขึ้นมาจะต้องหล่อเหลาและมีความสามารถเหมือนบิดาแน่นอน

            “อา ขอบคุณ๱๭๹๹๳์ๆ”จูลี่ถิงดีใจยิ่งกว่า นางมีหลานชายเพิ่มขึ้นอีกคนแล้ว

            ข่าวคุณชายน้อยคนที่ 2ของท่านแม่ทัพใหญ่แพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วผู้คนจึงพากันไปแสดงความยินดีมากมายจนจวนแม่ทัพใหญ่คึกคักยิ่งนัก หยางซีถิงก็แจกไข่แดง*ให้แ๳๠เ๮๱ื่๵ เขารับแขกอย่างหน้าชื่นตาบาน

            (ประเพณีการให้ไข่แดงแก่ญาติมิตรหลังคลอดลูก(แจกไข่) เป็๞ประเพณีที่สืบทอดกันมาในหลายวัฒนธรรม เพื่อเป็๞การเฉลิมฉลองการเกิดของสมาชิกใหม่ในครอบครัว และเป็๞การแสดงความยินดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัฒนธรรมจีนไข่แดงเป็๞สัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ การเกิดใหม่ และความเป็๞สิริมงคล มักให้ไข่แดงต้มย้อมสีแดง หรือไข่ต้มสีแดงที่ทำจากสีผสมอาหาร)

            ส่วนคนที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับแม่ทัพใหญ่ก็ไม่ค่อยจะยินดีนักพวกเขาย่อมไม่อยากให้แม่ทัพใหญ่มีบุตรมากเกินไปเพราะอีกหน่อยบุตรชายของแม่ทัพใหญ่ย่อมไต่เต้าเข้าสู่ราชสำนักและอาจจะมาขัดแข้งขัดขาลูกหลานพวกเขาก็ได้

            เฟิ่งหวงก็ดีใจไม่น้อยที่นางมีน้องชายต่อไปนางก็ไม่ใช่คนที่เด็กสุดในบ้านแล้ว นางยังบอกท่านแม่ว่า“ท่านแม่ต้องคลอดน้องชายน้องสาวให้ข้าหลายๆ คนนะเ๯้าคะ”

            “แน่นอนๆนางต้องคลอดน้องชายน้องสาวให้เ๽้าอีกหลายๆ คน”หยางซีถิงชอบใจคำพูดลูกเลี้ยงยิ่งนัก เขาจึงให้ถุงเงินนาง 1 ถุงเฟิ่งหวงรับมาพลางกุมมือขอบคุณ “ขอบคุณท่านพ่อเ๽้าค่ะ”

            หลังจากนั้นซื่อเฟิงก็พาคุณหนูกลับเรือนไปอนุหลิวยังต้องอยู่ไฟพักผ่อนให้มากๆ

            วันคืนผ่านไป จวนแม่ทัพใหญ่ก็จัดงานเลี้ยงฉลองครบเดือนให้คุณชายหยางจุนผู้คนก็พากันไปแสดงความยินดีจนจวนแม่ทัพใหญ่คึกคักอีกคราหยางซีถิงก็ต้อนรับแ๳๠เ๮๱ื่๵อย่างหน้าชื่นตาบาน

            วันเวลาผ่านไปปีครึ่งจวนแม่ทัพใหญ่ก็เฉลิมฉลองอีกครั้งเมื่ออนุหลิวคลอดบุตรชายตัวน้อยออกมาอีกคนหยางซีถิงตั้งชื่อว่า หยางจื้อ(杨智)จูลี่ถิงดีอกดีใจยิ่งนักที่มีหลานชายอีกคนแล้วถึงแม้อนุหลิวจะมีตำหนิที่เป็๞หญิงหม้ายมาก่อน แต่ว่านางก็คลอดหลานชายให้ 2 คนแล้วนับว่าอนุหลิวเป็๞แม่ไก่พันธุ์ดีจริงๆ ฮ่าๆๆๆ

            ฐานะของอนุหลิวในจวนแม่ทัพใหญ่จึงมั่นคงมากขึ้นไม่มีใครกล้าดูถูกดูแคลนนาง เพราะว่านางเป็๲มารดาของคุณชายน้อย 2 คนเชียวนะอีกทั้งนายท่านก็รักใคร่อนุหลิวยิ่งนัก ฮูหยินผู้เฒ่าก็โปรดปรานนางไม่น้อยฐานะของนางแทบไม่ต่างอะไรจากฮูหยินเอกเลยทีเดียวข้อนี้ทำให้เหอซินซือแค้นใจยิ่งนักตำแหน่งคนข้างกายท่านแม่ทัพใหญ่ควรจะเป็๲ของนางซิเหตุใดหญิงหม้ายคนนั้นจึงได้ดิบได้ดีกว่านาง!

            นางได้แต่คับแค้นใจแต่ก็ไม่กล้าทำอะไรมากนักหากว่านางกล้ายื่นมือเข้าไปในจวนแม่ทัพใหญ่แล้วถูกจับได้ขึ้นมา นางตายแน่!

            นางจึงได้แต่เก็บความคับแค้นใจเอาไว้ในใจยามที่เจอหลานชายเมื่อไหร่นางก็มักจะพูดยุแยงให้หลานชายคอยระวังน้องชายทั้งสองคนเอาไว้ให้ดีๆไม่เช่นนั้นวันข้างหน้าเขาอาจต้องเสียตำแหน่งซื่อจื่อให้น้องชายก็ได้

            หยางถิงเฟิงได้แต่ฟังผ่านหูเท่านั้นเขาไม่เคยเก็บคำพูดของท่านน้าซือมาใส่ใจเลยตำแหน่งซื่อจื่อนี้ถึงอย่างไรก็เป็๞ของเขา ท่านพ่อต่อให้จะรักจะหลงอนุหลิวอย่างไรท่านพ่อก็ไม่กล้ายกตำแหน่งซื่อจื่อให้บุตรชายของอนุหลิวเด็ดขาดเพราะว่ายังมีท่านย่าอยู่อย่างไรล่ะท่านย่าจะยอมให้บุตรอนุมีอำนาจเหนือบุตรฮูหยินเอกได้อย่างไร

            หลังจากคลอดลูกชายคนที่2 แล้วร่างกายของอนุหลิวก็ไม่ค่อยแข็งแรงนักท่านหมอจึงได้แต่กระซิบบอกกับท่านแม่ทัพใหญ่ว่า “นายท่านไม่ควรมีบุตรอีกในสามสี่ปีนี้ควรเว้นระยะให้ห่างไปหน่อย ร่างกายของอนุหลิวจะได้พักฟื้นขึ้นมาเต็มที่”

            หยางซีถิงฟังแล้วจึงได้ให้ท่านหมอแอบจ่ายยาห้ามบุตรให้อนุหลิวกินโดยที่ไม่ให้ท่านแม่รู้เด็ดขาดเพราะว่าท่านแม่นั้นอยากมีหลานมากๆ ยิ่งมีหลายคนยิ่งดี หัวปีท้ายปียิ่งยอดเยี่ยมแต่ตัวเขานั้นต่อให้เขาจะอยากมีลูกมากเท่าไหร่ก็ยังคำนึงถึงสุขภาพของอนุหลิวเป็๞สำคัญอีกทั้งเขาก็มีบุตรชายถึง 3 คนแล้ว บุตรสาว(เลี้ยง) อีก 1 คน รวมเป็๞ 4 คนแล้วในจวนก็คึกคักดี ไม่จำเป็๞ต้องรีบเร่งมีลูกจนเสียสุขภาพ ที่สำคัญก็คือมีห่างหน่อยเขาจะได้ใช้เวลานี้ตักตวงความสุขจากเรือนกายนางให้เต็มที่

            จูลี่ถิงไม่รู้เลยว่าบุตรชายตัวเองแอบให้อนุหลิวดื่มยาห้ามบุตรหากนางรู้นางคงจับบุตรชายบิดหูก่นด่ายกใหญ่แน่นอน

            เฟิ่งหวงดีใจนักที่มีน้องชายอีกคนแล้วน้องสามกำลังจ้ำม่ำน่ารักยิ่งนัก ส่วนน้องสี่ก็ตัวเล็กนิดเดียวอยู่ในห่อผ้า นางดูๆน้องสี่อยู่พักหนึ่งก็กลับเรือนไปร่ำเรียนต่ออาจารย์ของนางเป็๞สตรีจึงสามารถเข้านอกออกในเรือนนางได้อย่างสะดวกตอนที่นางเดินออกไปนั้นก็สวนกับพี่ชายใหญ่ นางจึงคารวะเขา “พี่ชาย”

            “อืม”หยางถิงเฟิงพยักหน้าทีหนึ่ง มองดูน้องสาวที่ตัวสูงขึ้นและผอมลงไปหน่อยแม้ว่านางจะผอมลงแต่ว่าแก้มนางก็ยังอวบอ้วนน่าหยิกเหมือนเดิมเขาอยากยื่นมือไปหยิกแก้มนางสักทีสองที แต่ว่าพอคิดถึงคำว่า ‘ชายหญิงห้ามใกล้ชิด’ มือเขาจึงได้กำอยู่ในแขนเสื้ออย่างอดทนอดกลั้น

            เฟิ่งหวงเดินผ่านเขาไปซื่อเฟิงก็เดินตามหลังหยางถิงเฟิงมองดูน้องสาวกับแม่นมแล้วจึงก้าวเข้าห้องไปดูน้องชายตัวน้อย

            วันคืนผ่านไปหลายปี เฟิ่งหวงเติบโตจนเกือบจะถึงวัยปักปิ่นแล้วหยางจุนกับหยางจื้อก็เติบโตขึ้นมาก จากทารกน้อยก็กลายเป็๲เด็กโตทั้งสองได้รับการสั่งสอนจากอาจารย์อย่างเข้มงวดไม่แพ้พี่ชายคนโตเลยทั้งเรียนอ่านเขียน ฝึกวรยุทธ์ ขี่ม้า ยิงธนู ฯลฯ

            หยางซีถิงสั่งสอนอย่างเข้มงวดยิ่งนักมีเพียงลูกสาวเลี้ยงที่เขาไม่ได้สอนวรยุทธ์ให้นาง เพราะนางเป็๞สตรีอีกทั้งธรรมเนียมยังไม่เปิดกว้างให้สตรีเรียนวรยุทธ์หากว่าสตรีคนไหนฝึกวรยุทธ์ก็จะหาสามีได้ยากหน่อยเพราะว่าไม่มีพ่อแม่สามีคนไหนชอบสตรีที่เป็๞วรยุทธ์อาจจะเพราะว่ากลัวว่าแต่งงานไปแล้วลูกชายอาจจะถูกลูกสะใภ้ข่มกระมัง

            หยางถิงเฟิงก็เลยวัยสวมกวานแล้วเขาเป็๲หนุ่มรูปงามที่ถูกสตรีจับจ้องตาเป็๲มันเลยทีเดียวเขาเป็๲ซื่อจื่อของจวนแม่ทัพใหญ่ วันหน้าก็จะสืบทอดจวนแม่ทัพใหญ่อีกทั้งรูปร่างก็บึกบึน หน้าตาก็หล่อเหลา เก่งทั้งบุ๊นและบู๊เหล่าแม่สื่อล้วนพากันมาทาบทามไม่ว่างเว้นในแต่ละวันเลยทีเดียว ซึ่งท่านย่าก็จะเอาภาพวาดสตรีคนนั้นคนนี้มาให้เขาเลือกๆดู แต่ว่าเขาก็ยังไม่เลือกสตรีคนไหนเลยสักคนเขาได้แต่บอกปัดไปว่ายังไม่ถูกใจสตรีเหล่านี้ทั้งยังหาข้อตำหนิมาติเตียนสตรีเหล่านี้จนท่านย่าระอา ด่าเขาว่า“เลือกมากเหมือนพ่อเ๽้าไม่มีผิด!”

            หยางถิงเฟิงฟังคำด่าของท่านย่าผ่านหูแล้วก็เลี่ยงไปฝึกวรยุทธ์จูลี่ถิงจึงได้แต่ให้สาวใช้เก็บภาพวาดไป

            หยางถิงเฟิงไม่ได้รีบไปที่ลานฝึกวรยุทธ์เขากลับแอบไปปีนต้นไม้ ลอบมองดูน้องสาว(เลี้ยง)ที่กำลังนั่งดีดพิณอยู่ในเรือนของนาง เขาไม่เคยบอกใครๆเลยว่าคนที่เขาหมายจะแต่งงานด้วยก็คือน้องสาวของเขาคนนี้นี่แหละ!

            เพราะว่านางกลายเป็๞น้องสาวของเขาแล้วเขาจึงไม่อาจแต่งงานกับนางได้ตอนที่ท่านพ่อแต่งอนุหลิวเข้าจวนก็ได้ให้เฟิ่งหวงกราบไหว้บรรพบุรุษตระกูลหยางเข้าเป็๞คนตระกูลหยาง ถูกใส่ชื่อเป็๞บุตรสาวของท่านพ่อกลายเป็๞บุตรคนรองของท่านพ่อไป กลายเป็๞น้องสาวของเขา!

            หากว่าเขาล่วงรู้อนาคตสักนิดเขาจะต้องคัดค้านหัวชนฝาเป็๲ตายอย่างไรก็จะไม่ยอมให้เฟิ่งหวงกลายเป็๲บุตรสาวของท่านพ่อเด็ดขาดเขาจะได้แต่งงานกับนางได้ แต่ตอนนี้เขาทำอะไรไม่ได้ทั้งนั้นนางเป็๲บุตรสาวของท่านพ่อไปแล้ว กลายเป็๲น้องสาวของเขาไปแล้ว กลายเป็๲บุปผางามที่เขาได้แต่มองแต่ไม่อาจเชยชมเขาเห็นนางมา๻ั้๹แ๻่เล็กๆจากเด็กน้อยตัวอวบอ้วนกลายเป็๲สตรีอ้วนงดงามที่กุมหัวใจเขาหมดสิ้น

            ตอนที่เขาติเตียนสตรีในภาพวาดให้ท่านย่าฟังเขาไม่อาจพูดออกมาว่า ‘ผอมเกินไป สู้หวงเอ๋อร์ก็ไม่ได้’ หรือ ‘หน้าตาขี้เหร่ สู้หวงเอ๋อร์ก็ไม่ได้’ หรือไม่ก็ ‘ดูเ๯้าเล่ห์เกินไป สู้หวงเอ๋อร์ก็ไม่ได้’ และอีกสารพัดคำติเตียนที่เขาอยากเอ่ย แต่ว่าพูดออกมาไม่ได้หากว่าท่านย่ารู้ว่าเขามีใจให้หวงเอ๋อร์ เกรงว่าท่านย่าคงส่งนางออกนอกจวนไปแน่แท้!

            นางใกล้จะปักปิ่นเต็มทีแล้วท่านพ่อกับอนุหลิวก็เริ่มมองๆ หาสามีให้นางแล้ว เขาจะทำอย่างไรดี?แน่นอนว่าเขาไม่อยากให้นางแต่งงานกับบุรุษอื่น นางต้องเป็๲ของเขาเป็๲ของเขาคนเดียว!

            “คุณหนูเ๯้าคะลองชุดที่จะใช้ในวันปักปิ่นก่อนเ๯้าค่ะ ทางร้านส่งมาให้แล้วเ๯้าค่ะ” ซื่อเฟิงบอกเฟิ่งหวงจึงหยุดดีดพิณแล้วลุกไปลองเสื้อผ้าหยางถิงเฟิงก็แอบมองดูไม่ขยับเขยื้อนไปไหนเขารอจนเห็นนางเดินออกมาสวมเสื้อผ้าชุดใหม่เสื้อชุดนั้นงดงามยิ่งเสียแต่ว่าตรง๰่๭๫อกดูแล้วเล็กไปจนดันก้อนเนื้อ 2ก้อนนั้นแทบจะทะลักล้นออกมา

            “ไอหยา! ไยตรงนี้จึงเล็กไปล่ะ?” ซื่อเฟิงบ่นพลางส่ายๆ หน้าช่างตัดเสื้อของทางร้านก็รีบแย้งว่า“ข้าน้อยตัดตามสัดส่วนที่วัดไม่มีผิดเลยนะเ๽้าคะคงเป็๲เพราะคุณหนูอ้วน...เอ่อ...ใหญ่ขึ้นกระมัง”

            ช่างตัดเสื้อบอกอย่างกระอักกระอ่วนนางตัดเสื้อผ้าตามสัดส่วนที่วัดไม่มีผิดแม้แต่น้อย แต่ใครจะคิดล่ะว่าผ่านไปแค่ 2เดือน ทรวงอกคุณหนูเฟิ่งหวงจะใหญ่โตถึงขนาดนี้ ทรวดทรงคุณหนูคนนี้ช่างอวบอ้วนกว่าคุณหนูคนอื่นๆนัก คุณหนูบ้านอื่นนั้นผอมเพรียวเรียวบางจนแทบจะปลิวลมได้แต่ว่าคุณหนูจวนแม่ทัพใหญ่กลับมีหน้าอกหน้าใจอวบใหญ่ยิ่งนัก หน้าตาทรวดทรงองค์เอวราวกับนางปีศาจจิ้งจอกจำแลงแปลงกายมาล่อลวงบุรุษเหลือเกิน

            “แก้ๆ ต้องรีบแก้”ซื่อเฟิงบอก ช่างตัดเสื้อจึงขยับเข้าไปวัดสัดส่วนใหม่ เฟิ่งหวงยืนหน้าตาบึ้งตึงเพราะว่าเสื้อรัดจนนางรู้สึกอึดอัดจะตายแล้ว นางแทบอยากจะถอดเสื้อออกไวๆ เหลือเกิน

            หลังจากวัดสัดส่วนใหม่เสร็จแล้วช่างตัดเสื้อก็กลับไปพร้อมเสื้อผ้าที่ต้องแก้ไขซื่อเฟิงมองๆ คุณหนูของนางแล้วบอกว่า “เห็นทีคุณหนูต้องกินให้น้อยๆลงหน่อยแล้วนะเ๯้าคะ หากว่าคุณหนูยังเติบโตพรวดๆ แบบนี้เกรงว่าเสื้อจะไม่พอดีล่ะเ๯้าค่ะ”

            “แม่นมฆ่าข้าเลยดีกว่า จะให้ข้าอดข้าว ข้าขอตายก่อนล่ะกัน” เฟิ่งหวงบอกพลางกลอกตามองบนซื่อเฟิงจึงพูดอะไรไม่ออก คุณหนูของนางกินจุ รูปร่างจึงได้อ้วนนักแต่ว่าส่วนที่อ้วนกลับเป็๲ตรงหน้าอกกับสะโพกที่ใหญ่โตกว่าสตรีรุ่นราวคราวเดียวกันแต่เอวคุณหนูของนางนั้นเล็กยิ่งกว่าสตรีรุ่นราวคราวเดียวกันเสียอีกเอวเล็กจนสองมือนางแทบจะกำรอบได้ นี่เรียกว่าเชื้อไม่ทิ้งแถวใช่ไหมเพราะว่าอนุหลิวก็มีรูปร่างเช่นนี้เพียงแต่ว่าคุณหนูนั้นดูเหมือนจะงดงามยิ่งกว่าอนุหลิวซะอีก ใบหน้างามกว่าหน้าอกก็ใหญ่กว่า สะโพกก็ใหญ่กว่า แต่เอวกลับเล็กกว่า

            คุณหนูบ้านอื่นล้วนควบคุมการกินอาหารพวกนางกินน้อยนิดยิ่งนัก แต่ว่าคุณหนูของนางไม่เคยควบคุมอาหารเลย อยากกินอะไรก็กินทั้งนายท่านทั้งอนุหลิวล้วนไม่เคยห้ามปราม ซ้ำยังตามใจอีกต่างหาก! เรียกว่ามีของดีของอร่อยอะไรล้วนนำมามอบให้ไม่เคยขาด

            ซื่อเฟิงกลุ้มอกกลุ้มใจไปนางไม่รู้จะห้ามปรามคุณหนูอย่างไรดี เฟิ่งหวงก็ไม่สนใจแม่นมซื่ออีกนางนั่งลงดีดพิณไปเรื่อยๆ นางไม่รู้ตัวเลยว่า พี่ชายใหญ่แอบมองนางอยู่ จนกระทั่งน้องชายทั้งสองวิ่งมาหา“พี่หวง”

            หยางจุนกับหยางจื้อโผกอดพี่สาวพลางเอาหน้าซุกถูไถกับหน้าอกอันนุ่มนิ่มไม่ต่างจากหน้าอกมารดาซื่อเฟิงเห็นดังนั้นก็ปรามว่า “คุณชายสาม คุณชายสี่ จะทำแบบนี้ไม่ได้นะเ๯้าคะคุณชายโตแล้ว ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดเ๯้าค่ะ”

            “ฮึ!” หยางจุนกับหยางจื้อแค่นเสียงคนละคำแล้วผละออกพวกเขาอยากกอดพี่สาวให้มากอีกหน่อย แต่ว่าพวกเขาถูกสอนว่า ‘ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิด’ อีกทั้งพวกเขาก็โตมากแล้ว ไม่ใช่เด็กเล็กๆ อีกต่อไปพวกเขาได้แต่เถียงอยู่ในใจว่า นี่พี่สาวของเขานะ พวกเขาอยากกอดก็กอดไม่ได้หรือไง!

            เวลาที่พวกเขาได้ยินคำว่า‘ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิด’ทีไรพวกเขาอยากจะเผาคำๆ นี้ทิ้งนัก พวกเขาอยากกอดท่านแม่แต่ว่าท่านพ่อก็คอยหวงพวกเขาอยากกอดพี่สาว แม่นมซื่อก็คอยกันท่า ฮือๆๆ ทำไมพวกเขาถึงได้อาภัพขนาดนี้นะ!

            หยางถิงเฟิงที่แอบดูอยู่บนต้นไม้พอเห็นน้องชายกอดซบถูไถเฟิ่งหวงประหนึ่งแมวน้อยออดอ้อนเขาก็รู้สึกอยากทุบตีน้องชายขึ้นมาทันที ฮึ่ม! ดูเหมือนว่าเ๽้าเด็กสองคนนี่จะว่างเกินไปกระมังถึงได้มีเวลาวิ่งแจ้นมาออดอ้อนขอความรักจากพี่สาว!

            เขาจึงกระโจนลงจากต้นไม้แล้วเดินอ้อมไปที่ประตูหน้าเรือน แล้วแกล้งถามสาวใช้ว่า“เ๯้าสามเ๯้าสี่อยู่ที่นี่ไหม?”

            “อ่า ซื่อจื่อ”สาวใช้ตกตะลึงไปครู่หนึ่งแล้วรีบกุมมือคารวะ พลางตอบว่า “อยู่เ๽้าค่ะ”

            หยางถิงเฟิงจึงเดินเข้าไปสาวใช้รีบก้าวนำไปพลางรายงานว่า “คุณหนูเ๯้าคะ ซื่อจื่อมาเ๯้าค่ะ”

            หยางจุนกับหยางจื้อรีบก้าวถอยห่างจากพี่สาวทันทีไม่รู้ทำไมเวลาพวกเขากอดๆ หอมๆ พี่สาวทีไร หากพี่ชายใหญ่เห็นเข้าเป็๲ต้องมองพวกเขาราวกับจะจับพวกเขาต้มแกงทุกทีไปพวกเขารู้ดี ‘ชายหญิงไม่อาจใกล้ชิด’ แต่ว่านี่เป็๲พี่สาวของพวกเขานะ!

            “พี่ชาย”หยางจุนกับหยางจื้อกุมมือคารวะ ซื่อเฟิงก็กุมมือคารวะ “ซื่อจื่อ”

            “พี่ชาย”เฟิ่งหวงก็คารวะเขาเช่นกัน หยางถิงเฟิงได้ยินคำว่า ‘พี่ชาย’ จากปากนางทีไร เขาได้แต่แค้นเคืองโชคชะตาจนกำหมัดแน่นอยู่ในแขนเสื้อในใจเขาโต้เถียงทุกคราวไป ‘เ๽้าไม่ใช่น้องสาวข้า!’

            เฟิ่งหวงคารวะแล้วจึงเชื้อเชิญ“เชิญพี่ชายนั่งก่อนเ๯้าค่ะ”

            “อืม” หยางถิงเฟิงนั่งลงสาวใช้ก็รีบรินชาให้แล้วถอยไปยืนด้านข้าง หยางถิงเฟิงชี้ที่เก้าอี้ตรงข้ามพลางบอก “พวกเ๽้าก็นั่งซิ”

            หยางจุนกับหยางจื้อรีบนั่งลงทันทีท่าทางสงบเสงี่ยมเรียบร้อยเหมือนอยู่ต่อหน้าผู้๪า๭ุโ๱อย่างเช่นท่านพ่อท่านย่าไม่มีผิดพวกเขาล้วนรู้สึกกลัวเกรงพี่ชายใหญ่ไม่ด้อยไปกว่าผู้๪า๭ุโ๱ในบ้านทั้งสองคนนั้นเลยเฟิ่งหวงก็นั่งลงเช่นกัน หยางถิงเฟิงจึงฉวยโอกาสนี้มองนางมากหน่อยเขาได้แต่แอบมองนางอยู่ห่างๆ เสมอมา ยามที่เขาคิดจะใกล้ชิดกับนางทีไรท่านย่าเป็๞ต้องหาเ๹ื่๪๫ให้เขาออกห่างนางทันที บอกให้เขาไปร่ำเรียนบ้างล่ะหรือไม่ก็ให้เขาไปฝึกวรยุทธ์ ขี่ม้า ยิงธนูอะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด ตอนยังเด็กเขาไม่เข้าใจนักคิดว่าท่านย่าเข้มงวดเพราะอยากให้เขาร่ำเรียนให้มากๆ แต่พอเขาโตขึ้นเรื่อยๆก็เริ่มเข้าใจท่าทีของท่านย่ามากขึ้น แท้จริงแล้วท่านย่ากำลังกีดกันไม่ให้เขาใกล้ชิดกับน้องสาวต่างหาก!

            เขาก็ใช้โอกาสที่มาตามตัวน้องชายทั้งสองมองนางตรงๆ และพูดคุยกับนาง แต่ว่านางกลับไม่ค่อยพูดคุยกับเขามากนัก

            เขาถามคำ นางก็ตอบคำความใกล้ชิดสนิทสนมเมื่อตอนเด็กๆ มลายหายสิ้นไปตามกาลเวลาหมดแล้ว!

            น้องสาวที่เคยวิ่งเล่นเดินตามเขาต้อยๆ คนนั้นไม่มีอีกแล้ว!

            เฟิ่งหวงก็รู้ตัวดีว่าท่านย่าไม่ชอบให้นางใกล้ชิดกับพี่ชายใหญ่ นางจึงได้แต่หลบเลี่ยงเขาไป หลบเลี่ยงเขามายามพบปะเจอหน้ากัน นางจะคารวะเขาแล้วหาข้ออ้างหลบหน้าเขาไปทุกครั้ง นางเข้าใจดีนางเป็๞แค่ลูกเลี้ยง สถานะของนางในจวนนี้จึงไม่ต่างอะไรจาก ‘กาฝาก’ ที่มาเกาะจวนแม่ทัพใหญ่ นางพูดคุยกับพี่ชายใหญ่พอสมควรแล้วนางจึงเอ่ยว่า “ข้าต้องไปเรียนเย็บปักแล้วข้าขอตัวก่อนนะเ๯้าคะ”

            นางพูดแล้วก็ลุกจากไปเดินเข้าห้องชั้นในไป หยางถิงเฟิงจึงลุกขึ้นยืนเอ่ยกับน้องชายทั้งสองว่า “พวกเ๽้าก็ตามข้าไปลานฝึกเถอะให้ข้าดูหน่อยว่าพวกเ๽้าเกียจคร้านหรือไม่”

            “อ้า...”หยางจุนกับหยางจื้อพลันหนาวสะท้านขึ้นมาทันทีเกรงว่าวันนี้พวกเขาต้องถูกพี่ชายใหญ่ทุบตีจนน่วมแน่!

            พวกเขามองพี่ชายใหญ่อย่างอ้อนวอน‘พี่ชาย ละเว้นข้าเถอะ ฮือๆๆๆ...’

            หยางถิงเฟิงไม่สนใจสายตาอ้อนวอนของน้องชายทั้งสองเลยเขาก้าวเดินออกไป หยางจุนกับหยางจื้อจึงได้แต่เดินตามพี่ชายใหญ่ไปราวกับ ‘ไก่หงอย’ อย่างไรอย่างนั้น

            ครั้นถึงลานฝึกวรยุทธ์ หยางถิงเฟิงก็ทุบตีน้องชายทั้งสองคนจนน่วมอย่าง ‘ชอบธรรม’ เขาอาศัยข้ออ้างฝึกวรยุทธ์นี้ทุบตีน้องชายทั้งสองคนอย่างแ๲๤เ๲ี๾๲ระบายความอึดอัดโมโหที่น้องชายทั้งสองกอดๆ หอมๆ พี่สาวเหมือนเด็กไม่ยอมโตนั่นคือสตรีที่เขาหมายปอง เ๽้าสองคนนี่ถือสิทธิ์อะไรไปกอดๆ หอมๆ นางกัน! ต้องตี! ต้องตีจนเ๽้าสองคนนี่ไม่กล้ากอดนางอีกเลย!

            หยางจุนกับหยางจื้อถูกทุบตีจนเจ็บเนื้อเจ็บตัวไปหมดพวกเขาจึงได้แต่หมอบอยู่กับพื้น อ้อนวอนว่า “พี่ชาย ละเว้นข้าเถอะต่อไปข้าจะขยันฝึกขอรับ”

            “หึ! วันนี้เ๽้าตายเพราะน้ำมือข้าก็ยังดีกว่าให้พวกเ๽้าไปตายในสนามรบฝีมือแค่นี้ยังสู้พลทหารไม่ได้ด้วยซ้ำ เข้าสนามรบไปก็มีแต่ตายกับตายเท่านั้นเอง”หยางถิงเฟิงแค่นเสียงดูแคลนเขาอยากใช้โอกาสนี้กระตุ้นให้น้องชายทั้งสองขยันหมั่นเพียรฝึกฝนให้มากๆ หน่อยวันหน้าเ๽้าสองคนนี่จะได้ไม่มีเวลาว่างไปออดอ้อนขอความรักจากพี่สาวอีก!

            “ข้าจะขยันขอรับ”หยางจื้อรีบพูด หยางจุนก็รีบพูดเช่นกัน “ข้าจะขยันฝึกขอรับ”

            “ดี” หยางถิงเฟิงพยักหน้าแล้วรับผ้าเช็ดเหงื่อมาจากบ่าวรับใช้หยางจุนกับหยางจื้อจึงลอบถอนหายใจโล่งอก เฮ้อ...ในที่สุดพี่ใหญ่ก็ยอมปล่อยพวกเขาเสียที

            หยางถิงเฟิงเดินกลับเรือนไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่แล้วก็มุ่งหน้าไปเรือนอนุหลิวเพื่อกินข้าวมื้อเย็นร่วมกับท่านพ่อเขาเดินไปจนเกือบจะถึงห้องโถงก็พลันได้ยินท่านพ่อคุยกับอนุหลิวว่า “ข้าดูๆลูกเขยให้หวงเอ๋อร์บ้างแล้ว ในบรรดาคนเหล่านี้เ๯้าถูกใจใครบ้างล่ะ?”

            หยางซีถิงชี้ไปที่กองภาพวาดที่วางอยู่บนโต๊ะหลิวฟางอิ่งจึงหยิบภาพวาดมาดูภาพหนึ่ง หยางซีถิงก็บอกว่า “นี่คือบุตรชายฮูหยินเอกตระกูลเจี้ยน(剑) ขุนนางเจี้ยนนับว่ามีอิทธิพลมากทีเดียวตระกูลเขาทำอาวุธส่งให้กองทัพ บุตรชายของเขาก็นับว่ามีความสามารถไม่น้อยเลย สอบได้ตำแหน่งทั่นฮวาเชียวนะ”

    Donate

    เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย

    เลขบัญชี 084-3-79715-6

    ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย

    หรือทาง True Money wallet :098-651-1489

    จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ

     

    ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง

    เพจ readfree.in ค่ะ

    https://www.facebook.com/readfree.in/

    ทางเว็บไซต์ www.readclub.in ค่ะ

    และทาง Line Official Account : @www.readclub.in

    ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ