หลิวฟางอิ่งจึงลืมตาขึ้นมามองเขาอย่างเขินอายหยางซีถิงมองนางยิ้มๆ แล้วบอกว่า “นอนเถอะ ต่อไปก็รบกวนมือเ้าบ่อยๆ แล้ว”
เขานอนลงกอดนางหลิวฟางอิ่งได้แต่นอนเขินอายอยู่ในอ้อมกอดเขา
วันคืนผ่านไป ในที่สุดหลิวฟางอิ่งก็คลอดลูกชายตัวน้อยๆ ให้สามี หยางซีถิงดีใจยิ่งนักจึงตั้งชื่อให้ลูกชายว่า หยางจุน(杨俊) ซึ่งมีความหมายว่าหล่อเหลาหรือมีความสามารถแน่นอนว่าเด็กคนนี้โตขึ้นมาจะต้องหล่อเหลาและมีความสามารถเหมือนบิดาแน่นอน
“อา ขอบคุณ์ๆ”จูลี่ถิงดีใจยิ่งกว่า นางมีหลานชายเพิ่มขึ้นอีกคนแล้ว
ข่าวคุณชายน้อยคนที่ 2ของท่านแม่ทัพใหญ่แพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วผู้คนจึงพากันไปแสดงความยินดีมากมายจนจวนแม่ทัพใหญ่คึกคักยิ่งนัก หยางซีถิงก็แจกไข่แดง*ให้แเื่ เขารับแขกอย่างหน้าชื่นตาบาน
(ประเพณีการให้ไข่แดงแก่ญาติมิตรหลังคลอดลูก(แจกไข่) เป็ประเพณีที่สืบทอดกันมาในหลายวัฒนธรรม เพื่อเป็การเฉลิมฉลองการเกิดของสมาชิกใหม่ในครอบครัว และเป็การแสดงความยินดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัฒนธรรมจีนไข่แดงเป็สัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ การเกิดใหม่ และความเป็สิริมงคล มักให้ไข่แดงต้มย้อมสีแดง หรือไข่ต้มสีแดงที่ทำจากสีผสมอาหาร)
ส่วนคนที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับแม่ทัพใหญ่ก็ไม่ค่อยจะยินดีนักพวกเขาย่อมไม่อยากให้แม่ทัพใหญ่มีบุตรมากเกินไปเพราะอีกหน่อยบุตรชายของแม่ทัพใหญ่ย่อมไต่เต้าเข้าสู่ราชสำนักและอาจจะมาขัดแข้งขัดขาลูกหลานพวกเขาก็ได้
เฟิ่งหวงก็ดีใจไม่น้อยที่นางมีน้องชายต่อไปนางก็ไม่ใช่คนที่เด็กสุดในบ้านแล้ว นางยังบอกท่านแม่ว่า“ท่านแม่ต้องคลอดน้องชายน้องสาวให้ข้าหลายๆ คนนะเ้าคะ”
“แน่นอนๆนางต้องคลอดน้องชายน้องสาวให้เ้าอีกหลายๆ คน”หยางซีถิงชอบใจคำพูดลูกเลี้ยงยิ่งนัก เขาจึงให้ถุงเงินนาง 1 ถุงเฟิ่งหวงรับมาพลางกุมมือขอบคุณ “ขอบคุณท่านพ่อเ้าค่ะ”
หลังจากนั้นซื่อเฟิงก็พาคุณหนูกลับเรือนไปอนุหลิวยังต้องอยู่ไฟพักผ่อนให้มากๆ
วันคืนผ่านไป จวนแม่ทัพใหญ่ก็จัดงานเลี้ยงฉลองครบเดือนให้คุณชายหยางจุนผู้คนก็พากันไปแสดงความยินดีจนจวนแม่ทัพใหญ่คึกคักอีกคราหยางซีถิงก็ต้อนรับแเื่อย่างหน้าชื่นตาบาน
วันเวลาผ่านไปปีครึ่งจวนแม่ทัพใหญ่ก็เฉลิมฉลองอีกครั้งเมื่ออนุหลิวคลอดบุตรชายตัวน้อยออกมาอีกคนหยางซีถิงตั้งชื่อว่า หยางจื้อ(杨智)จูลี่ถิงดีอกดีใจยิ่งนักที่มีหลานชายอีกคนแล้วถึงแม้อนุหลิวจะมีตำหนิที่เป็หญิงหม้ายมาก่อน แต่ว่านางก็คลอดหลานชายให้ 2 คนแล้วนับว่าอนุหลิวเป็แม่ไก่พันธุ์ดีจริงๆ ฮ่าๆๆๆ
ฐานะของอนุหลิวในจวนแม่ทัพใหญ่จึงมั่นคงมากขึ้นไม่มีใครกล้าดูถูกดูแคลนนาง เพราะว่านางเป็มารดาของคุณชายน้อย 2 คนเชียวนะอีกทั้งนายท่านก็รักใคร่อนุหลิวยิ่งนัก ฮูหยินผู้เฒ่าก็โปรดปรานนางไม่น้อยฐานะของนางแทบไม่ต่างอะไรจากฮูหยินเอกเลยทีเดียวข้อนี้ทำให้เหอซินซือแค้นใจยิ่งนักตำแหน่งคนข้างกายท่านแม่ทัพใหญ่ควรจะเป็ของนางซิเหตุใดหญิงหม้ายคนนั้นจึงได้ดิบได้ดีกว่านาง!
นางได้แต่คับแค้นใจแต่ก็ไม่กล้าทำอะไรมากนักหากว่านางกล้ายื่นมือเข้าไปในจวนแม่ทัพใหญ่แล้วถูกจับได้ขึ้นมา นางตายแน่!
นางจึงได้แต่เก็บความคับแค้นใจเอาไว้ในใจยามที่เจอหลานชายเมื่อไหร่นางก็มักจะพูดยุแยงให้หลานชายคอยระวังน้องชายทั้งสองคนเอาไว้ให้ดีๆไม่เช่นนั้นวันข้างหน้าเขาอาจต้องเสียตำแหน่งซื่อจื่อให้น้องชายก็ได้
หยางถิงเฟิงได้แต่ฟังผ่านหูเท่านั้นเขาไม่เคยเก็บคำพูดของท่านน้าซือมาใส่ใจเลยตำแหน่งซื่อจื่อนี้ถึงอย่างไรก็เป็ของเขา ท่านพ่อต่อให้จะรักจะหลงอนุหลิวอย่างไรท่านพ่อก็ไม่กล้ายกตำแหน่งซื่อจื่อให้บุตรชายของอนุหลิวเด็ดขาดเพราะว่ายังมีท่านย่าอยู่อย่างไรล่ะท่านย่าจะยอมให้บุตรอนุมีอำนาจเหนือบุตรฮูหยินเอกได้อย่างไร
หลังจากคลอดลูกชายคนที่2 แล้วร่างกายของอนุหลิวก็ไม่ค่อยแข็งแรงนักท่านหมอจึงได้แต่กระซิบบอกกับท่านแม่ทัพใหญ่ว่า “นายท่านไม่ควรมีบุตรอีกในสามสี่ปีนี้ควรเว้นระยะให้ห่างไปหน่อย ร่างกายของอนุหลิวจะได้พักฟื้นขึ้นมาเต็มที่”
หยางซีถิงฟังแล้วจึงได้ให้ท่านหมอแอบจ่ายยาห้ามบุตรให้อนุหลิวกินโดยที่ไม่ให้ท่านแม่รู้เด็ดขาดเพราะว่าท่านแม่นั้นอยากมีหลานมากๆ ยิ่งมีหลายคนยิ่งดี หัวปีท้ายปียิ่งยอดเยี่ยมแต่ตัวเขานั้นต่อให้เขาจะอยากมีลูกมากเท่าไหร่ก็ยังคำนึงถึงสุขภาพของอนุหลิวเป็สำคัญอีกทั้งเขาก็มีบุตรชายถึง 3 คนแล้ว บุตรสาว(เลี้ยง) อีก 1 คน รวมเป็ 4 คนแล้วในจวนก็คึกคักดี ไม่จำเป็ต้องรีบเร่งมีลูกจนเสียสุขภาพ ที่สำคัญก็คือมีห่างหน่อยเขาจะได้ใช้เวลานี้ตักตวงความสุขจากเรือนกายนางให้เต็มที่
จูลี่ถิงไม่รู้เลยว่าบุตรชายตัวเองแอบให้อนุหลิวดื่มยาห้ามบุตรหากนางรู้นางคงจับบุตรชายบิดหูก่นด่ายกใหญ่แน่นอน
เฟิ่งหวงดีใจนักที่มีน้องชายอีกคนแล้วน้องสามกำลังจ้ำม่ำน่ารักยิ่งนัก ส่วนน้องสี่ก็ตัวเล็กนิดเดียวอยู่ในห่อผ้า นางดูๆน้องสี่อยู่พักหนึ่งก็กลับเรือนไปร่ำเรียนต่ออาจารย์ของนางเป็สตรีจึงสามารถเข้านอกออกในเรือนนางได้อย่างสะดวกตอนที่นางเดินออกไปนั้นก็สวนกับพี่ชายใหญ่ นางจึงคารวะเขา “พี่ชาย”
“อืม”หยางถิงเฟิงพยักหน้าทีหนึ่ง มองดูน้องสาวที่ตัวสูงขึ้นและผอมลงไปหน่อยแม้ว่านางจะผอมลงแต่ว่าแก้มนางก็ยังอวบอ้วนน่าหยิกเหมือนเดิมเขาอยากยื่นมือไปหยิกแก้มนางสักทีสองที แต่ว่าพอคิดถึงคำว่า ‘ชายหญิงห้ามใกล้ชิด’ มือเขาจึงได้กำอยู่ในแขนเสื้ออย่างอดทนอดกลั้น
เฟิ่งหวงเดินผ่านเขาไปซื่อเฟิงก็เดินตามหลังหยางถิงเฟิงมองดูน้องสาวกับแม่นมแล้วจึงก้าวเข้าห้องไปดูน้องชายตัวน้อย
วันคืนผ่านไปหลายปี เฟิ่งหวงเติบโตจนเกือบจะถึงวัยปักปิ่นแล้วหยางจุนกับหยางจื้อก็เติบโตขึ้นมาก จากทารกน้อยก็กลายเป็เด็กโตทั้งสองได้รับการสั่งสอนจากอาจารย์อย่างเข้มงวดไม่แพ้พี่ชายคนโตเลยทั้งเรียนอ่านเขียน ฝึกวรยุทธ์ ขี่ม้า ยิงธนู ฯลฯ
หยางซีถิงสั่งสอนอย่างเข้มงวดยิ่งนักมีเพียงลูกสาวเลี้ยงที่เขาไม่ได้สอนวรยุทธ์ให้นาง เพราะนางเป็สตรีอีกทั้งธรรมเนียมยังไม่เปิดกว้างให้สตรีเรียนวรยุทธ์หากว่าสตรีคนไหนฝึกวรยุทธ์ก็จะหาสามีได้ยากหน่อยเพราะว่าไม่มีพ่อแม่สามีคนไหนชอบสตรีที่เป็วรยุทธ์อาจจะเพราะว่ากลัวว่าแต่งงานไปแล้วลูกชายอาจจะถูกลูกสะใภ้ข่มกระมัง
หยางถิงเฟิงก็เลยวัยสวมกวานแล้วเขาเป็หนุ่มรูปงามที่ถูกสตรีจับจ้องตาเป็มันเลยทีเดียวเขาเป็ซื่อจื่อของจวนแม่ทัพใหญ่ วันหน้าก็จะสืบทอดจวนแม่ทัพใหญ่อีกทั้งรูปร่างก็บึกบึน หน้าตาก็หล่อเหลา เก่งทั้งบุ๊นและบู๊เหล่าแม่สื่อล้วนพากันมาทาบทามไม่ว่างเว้นในแต่ละวันเลยทีเดียว ซึ่งท่านย่าก็จะเอาภาพวาดสตรีคนนั้นคนนี้มาให้เขาเลือกๆดู แต่ว่าเขาก็ยังไม่เลือกสตรีคนไหนเลยสักคนเขาได้แต่บอกปัดไปว่ายังไม่ถูกใจสตรีเหล่านี้ทั้งยังหาข้อตำหนิมาติเตียนสตรีเหล่านี้จนท่านย่าระอา ด่าเขาว่า“เลือกมากเหมือนพ่อเ้าไม่มีผิด!”
หยางถิงเฟิงฟังคำด่าของท่านย่าผ่านหูแล้วก็เลี่ยงไปฝึกวรยุทธ์จูลี่ถิงจึงได้แต่ให้สาวใช้เก็บภาพวาดไป
หยางถิงเฟิงไม่ได้รีบไปที่ลานฝึกวรยุทธ์เขากลับแอบไปปีนต้นไม้ ลอบมองดูน้องสาว(เลี้ยง)ที่กำลังนั่งดีดพิณอยู่ในเรือนของนาง เขาไม่เคยบอกใครๆเลยว่าคนที่เขาหมายจะแต่งงานด้วยก็คือน้องสาวของเขาคนนี้นี่แหละ!
เพราะว่านางกลายเป็น้องสาวของเขาแล้วเขาจึงไม่อาจแต่งงานกับนางได้ตอนที่ท่านพ่อแต่งอนุหลิวเข้าจวนก็ได้ให้เฟิ่งหวงกราบไหว้บรรพบุรุษตระกูลหยางเข้าเป็คนตระกูลหยาง ถูกใส่ชื่อเป็บุตรสาวของท่านพ่อกลายเป็บุตรคนรองของท่านพ่อไป กลายเป็น้องสาวของเขา!
หากว่าเขาล่วงรู้อนาคตสักนิดเขาจะต้องคัดค้านหัวชนฝาเป็ตายอย่างไรก็จะไม่ยอมให้เฟิ่งหวงกลายเป็บุตรสาวของท่านพ่อเด็ดขาดเขาจะได้แต่งงานกับนางได้ แต่ตอนนี้เขาทำอะไรไม่ได้ทั้งนั้นนางเป็บุตรสาวของท่านพ่อไปแล้ว กลายเป็น้องสาวของเขาไปแล้ว กลายเป็บุปผางามที่เขาได้แต่มองแต่ไม่อาจเชยชมเขาเห็นนางมาั้แ่เล็กๆจากเด็กน้อยตัวอวบอ้วนกลายเป็สตรีอ้วนงดงามที่กุมหัวใจเขาหมดสิ้น
ตอนที่เขาติเตียนสตรีในภาพวาดให้ท่านย่าฟังเขาไม่อาจพูดออกมาว่า ‘ผอมเกินไป สู้หวงเอ๋อร์ก็ไม่ได้’ หรือ ‘หน้าตาขี้เหร่ สู้หวงเอ๋อร์ก็ไม่ได้’ หรือไม่ก็ ‘ดูเ้าเล่ห์เกินไป สู้หวงเอ๋อร์ก็ไม่ได้’ และอีกสารพัดคำติเตียนที่เขาอยากเอ่ย แต่ว่าพูดออกมาไม่ได้หากว่าท่านย่ารู้ว่าเขามีใจให้หวงเอ๋อร์ เกรงว่าท่านย่าคงส่งนางออกนอกจวนไปแน่แท้!
นางใกล้จะปักปิ่นเต็มทีแล้วท่านพ่อกับอนุหลิวก็เริ่มมองๆ หาสามีให้นางแล้ว เขาจะทำอย่างไรดี?แน่นอนว่าเขาไม่อยากให้นางแต่งงานกับบุรุษอื่น นางต้องเป็ของเขาเป็ของเขาคนเดียว!
“คุณหนูเ้าคะลองชุดที่จะใช้ในวันปักปิ่นก่อนเ้าค่ะ ทางร้านส่งมาให้แล้วเ้าค่ะ” ซื่อเฟิงบอกเฟิ่งหวงจึงหยุดดีดพิณแล้วลุกไปลองเสื้อผ้าหยางถิงเฟิงก็แอบมองดูไม่ขยับเขยื้อนไปไหนเขารอจนเห็นนางเดินออกมาสวมเสื้อผ้าชุดใหม่เสื้อชุดนั้นงดงามยิ่งเสียแต่ว่าตรง่อกดูแล้วเล็กไปจนดันก้อนเนื้อ 2ก้อนนั้นแทบจะทะลักล้นออกมา
“ไอหยา! ไยตรงนี้จึงเล็กไปล่ะ?” ซื่อเฟิงบ่นพลางส่ายๆ หน้าช่างตัดเสื้อของทางร้านก็รีบแย้งว่า“ข้าน้อยตัดตามสัดส่วนที่วัดไม่มีผิดเลยนะเ้าคะคงเป็เพราะคุณหนูอ้วน...เอ่อ...ใหญ่ขึ้นกระมัง”
ช่างตัดเสื้อบอกอย่างกระอักกระอ่วนนางตัดเสื้อผ้าตามสัดส่วนที่วัดไม่มีผิดแม้แต่น้อย แต่ใครจะคิดล่ะว่าผ่านไปแค่ 2เดือน ทรวงอกคุณหนูเฟิ่งหวงจะใหญ่โตถึงขนาดนี้ ทรวดทรงคุณหนูคนนี้ช่างอวบอ้วนกว่าคุณหนูคนอื่นๆนัก คุณหนูบ้านอื่นนั้นผอมเพรียวเรียวบางจนแทบจะปลิวลมได้แต่ว่าคุณหนูจวนแม่ทัพใหญ่กลับมีหน้าอกหน้าใจอวบใหญ่ยิ่งนัก หน้าตาทรวดทรงองค์เอวราวกับนางปีศาจจิ้งจอกจำแลงแปลงกายมาล่อลวงบุรุษเหลือเกิน
“แก้ๆ ต้องรีบแก้”ซื่อเฟิงบอก ช่างตัดเสื้อจึงขยับเข้าไปวัดสัดส่วนใหม่ เฟิ่งหวงยืนหน้าตาบึ้งตึงเพราะว่าเสื้อรัดจนนางรู้สึกอึดอัดจะตายแล้ว นางแทบอยากจะถอดเสื้อออกไวๆ เหลือเกิน
หลังจากวัดสัดส่วนใหม่เสร็จแล้วช่างตัดเสื้อก็กลับไปพร้อมเสื้อผ้าที่ต้องแก้ไขซื่อเฟิงมองๆ คุณหนูของนางแล้วบอกว่า “เห็นทีคุณหนูต้องกินให้น้อยๆลงหน่อยแล้วนะเ้าคะ หากว่าคุณหนูยังเติบโตพรวดๆ แบบนี้เกรงว่าเสื้อจะไม่พอดีล่ะเ้าค่ะ”
“แม่นมฆ่าข้าเลยดีกว่า จะให้ข้าอดข้าว ข้าขอตายก่อนล่ะกัน” เฟิ่งหวงบอกพลางกลอกตามองบนซื่อเฟิงจึงพูดอะไรไม่ออก คุณหนูของนางกินจุ รูปร่างจึงได้อ้วนนักแต่ว่าส่วนที่อ้วนกลับเป็ตรงหน้าอกกับสะโพกที่ใหญ่โตกว่าสตรีรุ่นราวคราวเดียวกันแต่เอวคุณหนูของนางนั้นเล็กยิ่งกว่าสตรีรุ่นราวคราวเดียวกันเสียอีกเอวเล็กจนสองมือนางแทบจะกำรอบได้ นี่เรียกว่าเชื้อไม่ทิ้งแถวใช่ไหมเพราะว่าอนุหลิวก็มีรูปร่างเช่นนี้เพียงแต่ว่าคุณหนูนั้นดูเหมือนจะงดงามยิ่งกว่าอนุหลิวซะอีก ใบหน้างามกว่าหน้าอกก็ใหญ่กว่า สะโพกก็ใหญ่กว่า แต่เอวกลับเล็กกว่า
คุณหนูบ้านอื่นล้วนควบคุมการกินอาหารพวกนางกินน้อยนิดยิ่งนัก แต่ว่าคุณหนูของนางไม่เคยควบคุมอาหารเลย อยากกินอะไรก็กินทั้งนายท่านทั้งอนุหลิวล้วนไม่เคยห้ามปราม ซ้ำยังตามใจอีกต่างหาก! เรียกว่ามีของดีของอร่อยอะไรล้วนนำมามอบให้ไม่เคยขาด
ซื่อเฟิงกลุ้มอกกลุ้มใจไปนางไม่รู้จะห้ามปรามคุณหนูอย่างไรดี เฟิ่งหวงก็ไม่สนใจแม่นมซื่ออีกนางนั่งลงดีดพิณไปเรื่อยๆ นางไม่รู้ตัวเลยว่า พี่ชายใหญ่แอบมองนางอยู่ จนกระทั่งน้องชายทั้งสองวิ่งมาหา“พี่หวง”
หยางจุนกับหยางจื้อโผกอดพี่สาวพลางเอาหน้าซุกถูไถกับหน้าอกอันนุ่มนิ่มไม่ต่างจากหน้าอกมารดาซื่อเฟิงเห็นดังนั้นก็ปรามว่า “คุณชายสาม คุณชายสี่ จะทำแบบนี้ไม่ได้นะเ้าคะคุณชายโตแล้ว ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดเ้าค่ะ”
“ฮึ!” หยางจุนกับหยางจื้อแค่นเสียงคนละคำแล้วผละออกพวกเขาอยากกอดพี่สาวให้มากอีกหน่อย แต่ว่าพวกเขาถูกสอนว่า ‘ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิด’ อีกทั้งพวกเขาก็โตมากแล้ว ไม่ใช่เด็กเล็กๆ อีกต่อไปพวกเขาได้แต่เถียงอยู่ในใจว่า นี่พี่สาวของเขานะ พวกเขาอยากกอดก็กอดไม่ได้หรือไง!
เวลาที่พวกเขาได้ยินคำว่า‘ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิด’ทีไรพวกเขาอยากจะเผาคำๆ นี้ทิ้งนัก พวกเขาอยากกอดท่านแม่แต่ว่าท่านพ่อก็คอยหวงพวกเขาอยากกอดพี่สาว แม่นมซื่อก็คอยกันท่า ฮือๆๆ ทำไมพวกเขาถึงได้อาภัพขนาดนี้นะ!
หยางถิงเฟิงที่แอบดูอยู่บนต้นไม้พอเห็นน้องชายกอดซบถูไถเฟิ่งหวงประหนึ่งแมวน้อยออดอ้อนเขาก็รู้สึกอยากทุบตีน้องชายขึ้นมาทันที ฮึ่ม! ดูเหมือนว่าเ้าเด็กสองคนนี่จะว่างเกินไปกระมังถึงได้มีเวลาวิ่งแจ้นมาออดอ้อนขอความรักจากพี่สาว!
เขาจึงกระโจนลงจากต้นไม้แล้วเดินอ้อมไปที่ประตูหน้าเรือน แล้วแกล้งถามสาวใช้ว่า“เ้าสามเ้าสี่อยู่ที่นี่ไหม?”
“อ่า ซื่อจื่อ”สาวใช้ตกตะลึงไปครู่หนึ่งแล้วรีบกุมมือคารวะ พลางตอบว่า “อยู่เ้าค่ะ”
หยางถิงเฟิงจึงเดินเข้าไปสาวใช้รีบก้าวนำไปพลางรายงานว่า “คุณหนูเ้าคะ ซื่อจื่อมาเ้าค่ะ”
หยางจุนกับหยางจื้อรีบก้าวถอยห่างจากพี่สาวทันทีไม่รู้ทำไมเวลาพวกเขากอดๆ หอมๆ พี่สาวทีไร หากพี่ชายใหญ่เห็นเข้าเป็ต้องมองพวกเขาราวกับจะจับพวกเขาต้มแกงทุกทีไปพวกเขารู้ดี ‘ชายหญิงไม่อาจใกล้ชิด’ แต่ว่านี่เป็พี่สาวของพวกเขานะ!
“พี่ชาย”หยางจุนกับหยางจื้อกุมมือคารวะ ซื่อเฟิงก็กุมมือคารวะ “ซื่อจื่อ”
“พี่ชาย”เฟิ่งหวงก็คารวะเขาเช่นกัน หยางถิงเฟิงได้ยินคำว่า ‘พี่ชาย’ จากปากนางทีไร เขาได้แต่แค้นเคืองโชคชะตาจนกำหมัดแน่นอยู่ในแขนเสื้อในใจเขาโต้เถียงทุกคราวไป ‘เ้าไม่ใช่น้องสาวข้า!’
เฟิ่งหวงคารวะแล้วจึงเชื้อเชิญ“เชิญพี่ชายนั่งก่อนเ้าค่ะ”
“อืม” หยางถิงเฟิงนั่งลงสาวใช้ก็รีบรินชาให้แล้วถอยไปยืนด้านข้าง หยางถิงเฟิงชี้ที่เก้าอี้ตรงข้ามพลางบอก “พวกเ้าก็นั่งซิ”
หยางจุนกับหยางจื้อรีบนั่งลงทันทีท่าทางสงบเสงี่ยมเรียบร้อยเหมือนอยู่ต่อหน้าผู้าุโอย่างเช่นท่านพ่อท่านย่าไม่มีผิดพวกเขาล้วนรู้สึกกลัวเกรงพี่ชายใหญ่ไม่ด้อยไปกว่าผู้าุโในบ้านทั้งสองคนนั้นเลยเฟิ่งหวงก็นั่งลงเช่นกัน หยางถิงเฟิงจึงฉวยโอกาสนี้มองนางมากหน่อยเขาได้แต่แอบมองนางอยู่ห่างๆ เสมอมา ยามที่เขาคิดจะใกล้ชิดกับนางทีไรท่านย่าเป็ต้องหาเื่ให้เขาออกห่างนางทันที บอกให้เขาไปร่ำเรียนบ้างล่ะหรือไม่ก็ให้เขาไปฝึกวรยุทธ์ ขี่ม้า ยิงธนูอะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด ตอนยังเด็กเขาไม่เข้าใจนักคิดว่าท่านย่าเข้มงวดเพราะอยากให้เขาร่ำเรียนให้มากๆ แต่พอเขาโตขึ้นเรื่อยๆก็เริ่มเข้าใจท่าทีของท่านย่ามากขึ้น แท้จริงแล้วท่านย่ากำลังกีดกันไม่ให้เขาใกล้ชิดกับน้องสาวต่างหาก!
เขาก็ใช้โอกาสที่มาตามตัวน้องชายทั้งสองมองนางตรงๆ และพูดคุยกับนาง แต่ว่านางกลับไม่ค่อยพูดคุยกับเขามากนัก
เขาถามคำ นางก็ตอบคำความใกล้ชิดสนิทสนมเมื่อตอนเด็กๆ มลายหายสิ้นไปตามกาลเวลาหมดแล้ว!
น้องสาวที่เคยวิ่งเล่นเดินตามเขาต้อยๆ คนนั้นไม่มีอีกแล้ว!
เฟิ่งหวงก็รู้ตัวดีว่าท่านย่าไม่ชอบให้นางใกล้ชิดกับพี่ชายใหญ่ นางจึงได้แต่หลบเลี่ยงเขาไป หลบเลี่ยงเขามายามพบปะเจอหน้ากัน นางจะคารวะเขาแล้วหาข้ออ้างหลบหน้าเขาไปทุกครั้ง นางเข้าใจดีนางเป็แค่ลูกเลี้ยง สถานะของนางในจวนนี้จึงไม่ต่างอะไรจาก ‘กาฝาก’ ที่มาเกาะจวนแม่ทัพใหญ่ นางพูดคุยกับพี่ชายใหญ่พอสมควรแล้วนางจึงเอ่ยว่า “ข้าต้องไปเรียนเย็บปักแล้วข้าขอตัวก่อนนะเ้าคะ”
นางพูดแล้วก็ลุกจากไปเดินเข้าห้องชั้นในไป หยางถิงเฟิงจึงลุกขึ้นยืนเอ่ยกับน้องชายทั้งสองว่า “พวกเ้าก็ตามข้าไปลานฝึกเถอะให้ข้าดูหน่อยว่าพวกเ้าเกียจคร้านหรือไม่”
“อ้า...”หยางจุนกับหยางจื้อพลันหนาวสะท้านขึ้นมาทันทีเกรงว่าวันนี้พวกเขาต้องถูกพี่ชายใหญ่ทุบตีจนน่วมแน่!
พวกเขามองพี่ชายใหญ่อย่างอ้อนวอน‘พี่ชาย ละเว้นข้าเถอะ ฮือๆๆๆ...’
หยางถิงเฟิงไม่สนใจสายตาอ้อนวอนของน้องชายทั้งสองเลยเขาก้าวเดินออกไป หยางจุนกับหยางจื้อจึงได้แต่เดินตามพี่ชายใหญ่ไปราวกับ ‘ไก่หงอย’ อย่างไรอย่างนั้น
ครั้นถึงลานฝึกวรยุทธ์ หยางถิงเฟิงก็ทุบตีน้องชายทั้งสองคนจนน่วมอย่าง ‘ชอบธรรม’ เขาอาศัยข้ออ้างฝึกวรยุทธ์นี้ทุบตีน้องชายทั้งสองคนอย่างแเีระบายความอึดอัดโมโหที่น้องชายทั้งสองกอดๆ หอมๆ พี่สาวเหมือนเด็กไม่ยอมโตนั่นคือสตรีที่เขาหมายปอง เ้าสองคนนี่ถือสิทธิ์อะไรไปกอดๆ หอมๆ นางกัน! ต้องตี! ต้องตีจนเ้าสองคนนี่ไม่กล้ากอดนางอีกเลย!
หยางจุนกับหยางจื้อถูกทุบตีจนเจ็บเนื้อเจ็บตัวไปหมดพวกเขาจึงได้แต่หมอบอยู่กับพื้น อ้อนวอนว่า “พี่ชาย ละเว้นข้าเถอะต่อไปข้าจะขยันฝึกขอรับ”
“หึ! วันนี้เ้าตายเพราะน้ำมือข้าก็ยังดีกว่าให้พวกเ้าไปตายในสนามรบฝีมือแค่นี้ยังสู้พลทหารไม่ได้ด้วยซ้ำ เข้าสนามรบไปก็มีแต่ตายกับตายเท่านั้นเอง”หยางถิงเฟิงแค่นเสียงดูแคลนเขาอยากใช้โอกาสนี้กระตุ้นให้น้องชายทั้งสองขยันหมั่นเพียรฝึกฝนให้มากๆ หน่อยวันหน้าเ้าสองคนนี่จะได้ไม่มีเวลาว่างไปออดอ้อนขอความรักจากพี่สาวอีก!
“ข้าจะขยันขอรับ”หยางจื้อรีบพูด หยางจุนก็รีบพูดเช่นกัน “ข้าจะขยันฝึกขอรับ”
“ดี” หยางถิงเฟิงพยักหน้าแล้วรับผ้าเช็ดเหงื่อมาจากบ่าวรับใช้หยางจุนกับหยางจื้อจึงลอบถอนหายใจโล่งอก เฮ้อ...ในที่สุดพี่ใหญ่ก็ยอมปล่อยพวกเขาเสียที
หยางถิงเฟิงเดินกลับเรือนไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่แล้วก็มุ่งหน้าไปเรือนอนุหลิวเพื่อกินข้าวมื้อเย็นร่วมกับท่านพ่อเขาเดินไปจนเกือบจะถึงห้องโถงก็พลันได้ยินท่านพ่อคุยกับอนุหลิวว่า “ข้าดูๆลูกเขยให้หวงเอ๋อร์บ้างแล้ว ในบรรดาคนเหล่านี้เ้าถูกใจใครบ้างล่ะ?”
หยางซีถิงชี้ไปที่กองภาพวาดที่วางอยู่บนโต๊ะหลิวฟางอิ่งจึงหยิบภาพวาดมาดูภาพหนึ่ง หยางซีถิงก็บอกว่า “นี่คือบุตรชายฮูหยินเอกตระกูลเจี้ยน(剑) ขุนนางเจี้ยนนับว่ามีอิทธิพลมากทีเดียวตระกูลเขาทำอาวุธส่งให้กองทัพ บุตรชายของเขาก็นับว่ามีความสามารถไม่น้อยเลย สอบได้ตำแหน่งทั่นฮวาเชียวนะ”
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readclub.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : @www.readclub.in
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ