ตอนที่หนึ่ง เกิดใหม่เป็เดรโก้ มัลฟอยในต่างโลก เอ๊ยไม่ใช่
ณ ูเาลูกหนึ่งเขตปกครองตนเอง---ใน
“ประเทศจีนมีความทรงจำอันยาวนาน คุณคิดจริงๆหรือว่าพวกเราจะลืมเื่ที่คุณทำไปแล้ว” ชายกลางคนคนหนึ่งกล่าว
“ต่อให้คุณหนีไปอยู่ที่ไหนก็ไม่มีใครมาช่วยคุณได้หรอก ชาวจีนของเรามีอยู่ทุกที่ในโลกนี้ มือของเรากว้างไกล”
เขาที่นอนจมกองเืกล่าวว่า
“ไม่เสมอไป”
เครื่องสเตลท์ของ”พันธมิตร”ของเขาโผล่มาจากหลังก้อนเมฆปล่อยมิสไซล์มาลูกหนึ่งและจากไปราวกับไม่เคยมาอยู่ที่นี่ ทิ้งไว้แต่ลูกไฟขนาดครึ่งกิโลเมตรที่ผาทุกอย่างในบริเวณนั้นให้เป็จุณ
“พันธมิตร” ไม่ได้มาช่วยเขาแต่มาเก็บหลักฐานความเกี่ยวข้องที่อาจจะเกิดขึ้นในที่นี้และก็จากไป ข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ตอนเช้าก็จะมีเพียงว่า ซากดาวเทียมอุกกาบาตจากท้องฟ้าตกมาในบริเวณนี้เท่านั้นเอง
หรือจะมีคนถ่ายภาพได้ก็จะบอกว่าเป็ “ภาพข่าวยูเอฟโอของพวกทฤษฎีสมคบคิด” ที่บ้าบอไม่น่าเชื่อถือ
ทั้งที่คำว่า “ทฤษฎีสมคบคิด” นั้นมาจากการตั้งขึ้นมาของซีไอเอเอง
ในหุบเขาคนที่รู้ความจริงทั้งหมดก็หายไปรวมทั้งผมด้วย
ที่ได้มาเกิดใหม่ในตอนนี้ แต่แปลกที่ไม่ได้จำเรื่อราวตอนเกิดได้ทั้งหมด แต่เหมือนรู้สึตัวอีกทีก็ประมาณห้าขวบ การผสานกันระหว่างร่างกายและิญญาคืออะไร? หรือสมองของเด็กยังไม่ซับซ้อนพอที่จะรองรับจิติญญาของคนเป็ผู้ใหญ่
ผมรู้ตัวในตอนห้าขวบแต่ก่อนหน้านั้นราวกับเป็ความทรงจำอันแสนไกล
จับใจความได้ว่า ผมเป็เ้าชายฝาแฝดกับน้องสาวที่ผมเกิดมาผมดำ น้องสาวผมทอง โดนมองว่าเป็เด็กต้องสาปหรืออะไรนี่ล่ะ
ทำให้ต้องระหกระเหินมาอยู่ในบ้านแมนชั่นที่มีแค่สิบห้อง คนรับใช้แค่สี่คน และสวนเล็กๆราวๆแค่สองไร่ในพื้นที่เขตพระราชฐานส่วนพระองค์เท่านั้นเอง
มีชีวิตอัตคัดเหลือแสนหากเทียบกับน้องสาวของผม แคโรลีน ผมสีทองยาวสลวยเป็ลอนที่ได้รับการตามใจจากาาและราชินี พ่อแม่ของผมนั่นเอง
ผมต้องกินสเต็กและนมยูนิคอร์น ที่เป็แค่ของที่ระดับบารอนฐานะร่ำรวยธรรมดาก็มีกินเท่านั้น...จะบ้าเรอะ
สำหรับผมที่เกิดมาเป็แค่เด็กบ้านนอกและได้ดิบได้ดีเพราะเรียนเก่งจนเข้าสันติบาลได้ แค่มีข้าวกินและสถานะทางสังคมสูงระดับเ้าชาย ผมก็ถือว่าแจ็กพ็อตแล้ว
มีสักกี่คนในโลกปัจจุบันที่สาวสแผนผังตระกูลไปและพบว่าบรรพบุรุษของตนเองมีเชื้อสายราชวงศ์?
ผมทานสเต็กและนมยูนิคอร์นไปอย่างชิลๆไม่คิดอะไรมาก
ถึงผมไม่รู้ว่าผมจะเป็คนที่ควรเรียกตนเองว่า เดรโก้ มัลฟอยหรือแฮร์รี่ พอตเตอร์ก็เถอะจากสถานะของผมตอนนี้
“การถูกขับไล่ไปกระท่อมปลายนา” ตามสไตล์ของราชวงศ์ คนที่โดนขับไล่ก็ยังมีชีวิตได้ชิลๆกว่าคนสามัญชนทั่วไปล่ะมั้ง
มันคงทรมานราวกับตกนรก สำหรับคนที่”จัดงานเล็กๆ”ต้องเชิญคนมาไม่ต่ำกว่าสองร้อยคนและคนรับใช้ไม่ต่ำกว่ายี่สิบคน
หากมองว่าจากมุมมองของเ้าชาย ต้องมีคนรับใช้แค่สี่คน และต้องกินอาหารแค่คนเดียวไม่มีคนมาร่วมงานหรือข้ารับใช้ ผู้ติดตามที่เป็ขุนนางแบบน้องสาวของผม ก็คงจะทำให้เศร้าใจอยู่ล่ะมั้ง
แต่ผมดันเป็แค่คนยากจนจากโลกก่อนหน้านี้นี่สิ ที่ผมแค่คิดว่ามีทรัพย์สินของตนเองและมีข้าวกินและมีแค่นรับใช้ก็ถือว่าโชคดีแค่ไหนแล้ว
หากเทียบกับชาวบ้านที่ยากจนทั่วไปของโลกนี้ที่ไม่ต้องพูดถึงลำบากกว่าชาวบ้านที่ยากจนของโลกปัจจุบันแน่ๆ
สิ่งที่ทำให้ผมอิจฉาได้อาจจะมีแค่อินเตอร์เน็ต หรือความสะดวกของโลกปัจจุบันที่ผมจากมา แต่ปัญหาคือของพรรค์นั้นในโลกนี้ก็ไม่มีนี่สิ ที่ทำให้ผมไม่ค่อยจะรู้สึกอิจฉาใคร
แต่ผมชักคิดนิดๆแล้วว่า
พวกนี้มันจงใจสร้างสถานการณ์ให้เกิดการเปรียบเทียบกันโดยการซุบซิบกันไปมา ว่าน้องสาวฝาแฝดของผมได้ของขวัญมากเท่าไร จัดงานปาร์ตี้สุดสวิงริงโก้มาอย่างไรบ้าง
ผมชักงงๆว่าหากผมไม่ได้มีแิเป็ผู้ใหญ่ระดับหนึ่ง หรือมาจากโลกปัจจุบัน เจอคนใช้นินทาให้เห็นอย่างนี้บ่อยๆผมคงอิจฉาน้องสาวของผมจริงๆล่ะมั้ง
หน้าตาผิวพรรณของผมจากการส่องกระจก ก็ดูเป็คนรูปหล่อ ไร้ตำหนิได้เลยล่ะ แต่เงาดำสั่นไหว แสงเทียนก็เหมือนกับอับแสงลงถ้าผมเดินผ่าน อืม...ตกลงโลกนี้มีเวทมนตร์ด้วยหรือนี่?
ผมควรจะรู้ั้แ่มีนมยูนิคอร์นแล้วก็เถอะ ผมคิดว่าผมไม่ควรจะแปลกใจล่ะมั้ง
โอ้ เยส ข้าจะเรียนเวทมนตร์
นั่นล่ะผม มอเดอไค ฟอน โฮเอนไฮม์ ของอาณาจักรนี้
ที่ท่านอาหารของบารอนชั้นต่ำ อย่าง เสต็กเนื้อสัน ขนมปังแค่ขาวระดับแค่เศรษฐีกกินกัน ผลไม้ธรรมดาที่แค่ระดับพ่อค้ากินกัน แถมอาหารก็มีแค่ ของว่าง ไวน์ก่อนหาอาหาร อาหารจานรอง อาหารจานหลัก ของหวานตบท้าย และน้ำชา แค่ประมาณห้าชุด อาหารในแต่ละมื้อเท่านั้นเอง ไม่ได้มีมีแต่ตัวตลก นักขับลำนำและโต๊ะอาหารยี่สิบชุดแบบให้สมเกียรติของการเป็เชื้อพระวงศ์ด้วยซ้ำ
คนภายนอกมองว่ามีชีวิตอยู่อย่างจำกัดจำเขี่ย ไม่สมกับเป็เชื้อพระวงศ์ขุนนางเลย