ผนึกไอวิญญาณ !! เป็นวิชาสายวิญญาณ ลบตัวตนด้วยการนำไอวิญญาณมาปกปิดร่างกาย
ฟุ่บ !!
หลังจากหยางเซิงถูกพลังอัดกระแทกจนถอยล่นไปหลายสิบก้าว และพยายามยื้อเวลาด้วยการเว้นระยะห่าง
ด้วยการมีสมาธิจดจ่ออยู่กับศัตรูเบื้องหน้า ปีศาจกูลจึงไม่เอะใจต่อบางสิ่งที่คลืบคลานเข้ามา
หมิงหลงปรากฏตัวคว้างบนนภาเหนือศรีษะปีศาจกูล สองมือกำดาบแน่นตวัดโค่งเหนือหัว ขณะนั้นได้ทิ้งตัวดิ่งลงมาด้วยท่องนภา และน้ำหนักรอบกายได้ถูกปรับเพิ่มขึ้นหลายเท่าด้วยวิชาแรงโน่มถ่วง
เสี้ยววินาทีก่อนดาบยาวฟันลง ใบดาบถูกเคลือบไปด้วยพลังเจตจำนงแห่งดาบเป็นพลังวิญญาณที่ใช้ผ่านสภาวะห้วงลึกที่4
เพียงนั้งหลับตาก็ยากที่จะสำผัสห้วงลึกที่4 ทว่าเด็กหนุ่มกลับสามารถเข้าได้ตลอดเวลาแม้แต่ตอนลืมตา และยากเข้าไปอีกระดับคือการคงสภาพสภาวะห้วงลึกที่4 หากสรรเสริญเด็กหนุ่มคือปรมจารย์ทางสายจิตวิญญาณก็สามารถพูดได้อย่างเต็มปากอย่างไม่กระดากปาก
เจตจำนงแห่งดาบ ร้อยชั่งผ่าปฐพี !!
ฟิ้งงง ซับบ !!
อ๊ากกกก ซูดดด
ของแหลวสีดำได้ทะลักเป็นละอองหมอกพุ่งสู่นภา
ใบดาบยาวอันยาวเหยียดได้ฟันลงไปที่คอฝั่งซ้ายลากยาวจนทะลุผ่านเอวด้านขวา ร่างปีศาจถูกแบ่งเป็นสองซีกในชั่วรัดนิ้วมือ พร้อมล้มลงไปนอนอาบเลือดบนพื้นไร้ซึ่งปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ
‘เอ่ะ ง่ายดายเช่นนี้?’ ไม่อาจคาดคิดว่าพลังเจตจำนกแห่งดาบจะคมถึงเพียงนี้ เกาะปราณปีศาจถูกฟันถึงกับแตกร้าว กระจายเป็นเศษใสๆ
หมิงหลงยังคงมึนงงกับชัยชนะอย่างง่ายดาย และนี้เป็นประสบการณ์จริงครั้งแรก
ไม่เพียงหมิงหลงเท่านั้นที่มึนงงต่อเหตุการณ์เบื้องหน้า
“ก…เกิดอันใดขึ้น” หยางหลงใช้สายตาจ้องมองค้างไปที่เด็กหนุ่มปริศนา ที่อยู่ๆก็ปรากฏตัวอย่างฉับพลัน สังหารปีศาจตกตายภายใต้คมดาบเดียว
วี้ว…วิ่ว…
บรรยากาศยังคงเงียบสงบจนสัมผัสทางหูรับรู้ถึงเสียงลม ต่างคนต่างมองหน้ากันล๊อกแล๊ก
ขณะที่หยางเซิงกำลังจะเอ่ยบางอย่าง เหตุการไม่คาดฝันได้เกิดขึ้น
กรงเล็บทมิฬที่สมควรแน่นิ่งไปนั้นพลันตวัดมุ่งตรงไปยังหมิงหลงที่ยังคงยืนไม่ไกลนัก ในด้านความรวดเร็วเพียงเสี้ยววินาที ยังไม่ผ่านไปดี
ฟิ้งงง วูบบบ
แต่กลับคว้าได้เพียงอากาศธาตุ แม้ผู้ฝึกตนขอบเขตปราณปฐพีระดับต่ำอาจเสียท่าบาดเจ็บหนักได้ จักต้องมีปฏิกิริยาตอบสนองยอดเยี้ยมเพียงใดถึงสามารถหลบได้กระทั่งไม่ได้ตั้งตัว เป็นปฏิกิริยาตอบสนองของสัตว์ประหลาดอย่างแท้จริง
‘บัดซบ ข้าประมาทจนเกินไป’ หมิงหลงเย็นสันหลังวาบ เกือบตกตายไม่รู้ตัวเสียแล้ว หากหลบไม่พ้นคงถูกแยกเป็นห้าส่วนเป็นแน่
เรียกว่าประมาทก็ไม่น่าจะถูก เพราะเขาระมัดระวังถูกฝีก้าว สภาวะห้วงลึกยังคงเตรียมพร้อมต่อสู้อยู่ทุกเสี้ยววิและเป็นการต่อสู้ครั่งแรกเริ่ม สถานการณ์นั้นเหนือความคาดหมายหมิงหลงเป็นอันมาก
‘ตัวบัดซบอันใดกัน โดนแยกเป็นสองส่วนยังไม่ยอมตกตาย’ หมิลหลงสบดออกมา เหงื่อเริ่มไหลอาบใบหน้าเป็นสาย ความรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ยังคงกระตุกถี่ยิบ
หากหมิงหลงไม่คงสภาพห้วงลึกที่4 และเปิดใช้วิชานั้นคงตกตายในทันที
‘เป็นวิชาเห็นอนาคตเพียงชั่วขณะสองรัดนิ้วมือ สมแล้วที่คาดหวังไว้มาก ประสบการณ์จริงกลับแสดงประสิทธิภาพอย่างยอดเยี้ยม’
‘จิตหยั่งรู้ !!’
“ไอ้เด็กเหลือขอ เพียงขอบเขตกำเนิดปราณขั้น5 กลับทำข้าตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ิ อภัยให้ไม่ได้” นัยน์ตาอันแดงก่ำพลันจับจ้องราวจะกินเลือดกินเนื้อ
‘กรอดด ข้าประเมิณพวกมันต่ำไป ไอเด็กเหลือขอนั้น หลุดรอดการรับรู้ของข้าไปได้ยังไรกัน’ มันยังคงสับสนว่าสำผัสภูติผี ของมันกระทั้งรับรู้ถึงกลิ่นอายสิ่งมีชีวิต กลิ่นไอปราณ ตรวจจับความร้อน เหตุใดไม่อาจรับรู้ถึงเจ้าเด็กคนนี้ได้แม้แต่น้อย
ปีศาจกูลพยายามนำร่างทั่งสองท่อนมาประสานเข้าด้วยกัน พร้อมกับด้ายเส้นหนาออกมาจากแหวนมิติ
“น้องชาย!! ไม่มีเวลาแล้ว อย่าให้มันทำสำเร็จ” หยางเซิงร้องตระโกนเตือน
ทั้งคู่ยังคงตกตลึงถึงความเป็นอมตะของมัน เป็นพลังที่น่าสะพรึงเช่นนี้
สัมผัสวิญญาณของเขารับรู้ถึงพลังงานที่สเปะสะปะไม่เป็นรูปร่าง ต่างเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลาภายในร่างกายของปีศาจเบื้องหน้า
‘หรือว่ามันคือแกนชีวิต ใช่..ต้องใช่เป็นแน่ มันถึงไม่ยอมตกตายราวกับเป็นอมตะ ฮึฮึ’ หมิงหลงแสยะยิ้มอันหน้าเกลียดออกมา ราวกับคิดบางสิ่งออก
“พี่ชาย ข้ารู้แล้วสาเหตุใดมันถึงไม่ยอมตกตาย”
เมื่อปีศาจได้ยินเช่นนั้นพลันหน้าซีดเซียวลงทันที พฤติกรรมเป็นพิรุธสูกแสดงออกทางใบหน้าอย่างชัดเจน การกระทำถูกชะงักลงเพียงชั่วพริบตา เพียงเท่านี้สามารถรับรู้ได้แล้วว่ามันปกปิดบางอย่างอยู่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับพลังของมัน
“เจ้ารู้เพราะเหตุใด?” สีหน้าแสดงออกถึงท่าทีดูน่าตกใจ และในเวลาเดียวกันก็รู้สึกโล่งใจต่อปาฏิหารย์ที่ได้ส่งเด็กหนุ่มผู้นี้มาช่วยเขา
“ในร่างกายมันมีแกนชีวิต เคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลาภายในร่างกาย” แสยะยิ้มอย่างมีชัย
นัยน์ตาของหมิงหลงจับจ้องเหยื่ออย่างเจ้าเล่ แววตาแสดงถึงผู้ถูกล่ากลับกลายเป็นผู้ล่า
“นั้นๆ อยู่ที่เข่าขวา.. เคลื่อนที่ไปอีกแล้ว… ไปที่บริเวณท้อง.. ไปหน้าอกแล้ว… ไหล่ขวา.. แขนขวา..ย้อนกลับไปอีกแล้ว…”
หยางเซิงเกิดมีความลังเลขึ้นในใจ ว่าเขาควรเข้าโจมตีดีหรือไม่
“โว้ยยย บัดซบบ ไอเด็กเปรตตายย !!” ปีศาจกูลวิ่งตรงมาอย่างขาดสติ
ปีศาจกูลถูกปั่นหัวเล่นเล็กน้อย แต่ความเป็นจริงมีการโจมตีทางจิตสำนึกแอบแผง และได้ผลลัพธ์ดีเกินคาด
“พี่ชาย ช่วยข้าปะทะอยู่แนวหน้า ส่วนข้าจะสนับสนุนท่านเอง”
“ปล่อยเป็นหน้าที่ข้า เรียกข้าหยางเซิง” กล่าวด้วยความหนักแน่น