บทที่ 11
"ลองแกว่งแขนดูหน่อย"
ณ โรงเตี๊ยมชั้น 2 ห้องพักของอีอัน
เ้าของโรงเตี๊ยมพูดขณะใส่เกราะไหล่ลงที่บ่าของอีอัน อีอันค่อย ๆ ขยับแขน
"เยี่ยม"
เกราะไหล่พอดีกับไหล่ของอีอันโดยไม่รบกวนการเคลื่อนไหว สายรัดหนังก็แข็งแรงเช่นกัน
"ส่วนที่น่ารำคาญที่สุดเสร็จแล้ว"
เมื่อเ้าของโรงเตี๊ยมพูดจบ ก็เริ่มรัดเชือกของชุดเกราะ อีอันขอให้เขามาช่วยเตรียมตัว มันเป็เื่จำเป็เพราะต้องใส่ชุดเกราะให้เหมือนเป็เสื้อผ้าั้แ่ตอนนี้เป็ต้นไป แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลทั้งหมดที่ทำให้เ้าของโรงเตี๊ยมรั้งเขาไว้
"จะไปแล้วเหรอ?" ก่อนที่อีอันจะพูด เ้าของโรงเตี๊ยมเอ่ยถามขึ้นมาเสียก่อน
อีอันยักไหล่ "เพราะตกลงเอาไว้แล้ว"
"คือ…ถึงอย่างนั้นก็เถอะ…"
"ยังไงที่นี่ก็ไม่มีอะไรให้ทำแล้วนี่ ข้าต้องจากไปอยู่แล้วสิ"
เ้าของโรงเตี๊ยมเลียริมฝีปาก เขาเสียดายอย่างมากทีเดียว
"ช่างมันเถอะ เล่าข่าวลือให้ฟังหน่อย"
"ข่าวลืออะไรรึ"
"พวกสิ่งชั่วร้ายที่คุยกันบ่อย ๆ น่ะ"
นี่คือเป้าหมายที่แท้จริงของอีอัน โรงเตี๊ยมนี้เป็สถานที่ที่รวมข่าวลือทั้งหมดเพราะพวกคนเร่ร่อน คนต่างถิ่น และคนขี้เมาแวะเวียนเข้ามา
เป็วิธีการที่ง่ายที่สุดในการหาสาเหตุที่จะกำหนดเป้าหมาย เป็การสืบสวนแบบมีเป้าหมายนั่นเอง
"มันไม่ได้มีแค่เื่สองเื่หรอกนะ คำสาปนั้นแพร่กระจายเหมือนโรคระบาดเลยล่ะ ท่านอยากรู้อะไรล่ะ? ฝูงหมาป่าที่กินพวกเดียวกัน? จระเข้สี่ตาที่อาศัยอยู่ใต้ดิน? ยังมีคนขี่ม้าไร้หัวและภูตกินเืด้วยนะ"
แค่ข่าวลือในอาณาจักรก็มีเยอะขนาดนี้แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น อีอันรู้ว่าข่าวลือทั้งหมดเป็เื่จริง ซึ่งทำให้รู้ว่ายุคมืดนี้วุ่นวายขนาดไหน
"ไม่มีเื่ของสถานที่บ้างเหรอ?"
"สถานที่งั้นเหรอ... มีข่าวลือเกี่ยวกับปราสาทที่มีเืไหลออกจากกำแพง ถ้ำที่ได้ยินเสียงร้องโหยหวน และป่าที่มีคนเข้าไปแต่ไม่มีใครออกมา…"
คิ้วของอีอันขยับเขยื้อน เป็เื่ที่รอฟังมานาน "นั่นก็น่าสนใจนะ ใช่ป่าสุสานหรือเปล่านะ?"
"ใช่แล้ว ดูจากชื่อแล้ว ไม่มีที่ไหนน่าสนใจเท่าที่นี่อีกแล้ว"
เ้าของโรงเตี๊ยมขยับมือผูกเชือกที่ด้านข้างของชุดเกราะให้แน่น
"ท่านไม่ค่อยเข้าวงเหล้าเท่าไหร่ แต่คล่องแคล่วดีจัง"
"มันเหมือนกับสิ่งที่เ้าได้ยินเื่ที่ข้าคุยกันที่ชั้นล่าง หากไม่พอใจก็กลับไปทำพื้นใหม่อีกครั้งสิ"
เ้าของโรงเตี๊ยมหัวเราะคิกคัก จากนั้นถือสนับแข้งนั่งลงตรงหน้าอีอัน
"ในป่านั้นมีสุสานใต้ดิน เท่าที่ได้ยินมา พวกภูตโบราณสร้างที่แห่งนั้นขึ้น แต่มักจะมีทหารที่เสียชีวิตในากับพวกปีศาจ แทนที่จะปล่อยให้ศพกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ทั่ว เลยโยนศพลงไปยังใต้ดินแทน"
อีอันนึกถึงป่าสุสานที่เห็นในเกม เป็เื่เล่าที่ค่อนข้างเชื่อถือได้ "แล้วไงต่อ?"
"คนธรรมดาก็ถูกฝังไว้ที่นั่นด้วย ไม่ว่าจะโยนลงไปใต้ดินหรือฝังไว้ในป่า ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ก็ยังคงทำอยู่ แต่แล้ววันหนึ่งมีหมอกหนาทึบเข้าปกคลุม"
เ้าของโรงเตี๊ยมใส่สนับแข้งให้อีอันเสร็จ เขาพูดต่อว่า "ั้แ่นั้นมาผู้ที่เข้าไปก็ไม่กลับออกมาอีกเลย และไม่มีใครเข้าไปอีก แค่นั้นแหละ"
"แล้วไม่มีใครอยากแก้ปัญหานี้เลยเหรอ?"
"ต้องมีของตอบแทนสิ ขนาดพวกคนที่ลักลอบขุดสมบัติก็ยังเมินใส่ที่นั่นเลย ถ้าไม่ไปก็ไม่เป็ไร"
"นั่นสิ"
อีอันพยักหน้าอย่างช้า ๆ "นั่นเป็เหตุผลว่าทำไมข้าถึงสนใจ"
รวบรวมหลักฐานที่จำเป็ทั้งหมดแล้ว
เ้าของโรงเตี๊ยมเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง "จะพาอัศวินท่านนั้นไปที่นั่นเหรอ? แล้วรู้ว่ามีอะไรอยู่ในนั้นงั้นเหรอ"
นักเวทดำคงกำลังเพลิดเพลินกับปาร์ตี้ที่สุสานกระดูกอยู่คนเดียว
อีอันตอบอย่างเรียบเฉย "แม้ว่าในละแวกนี้พอมีอะไรอยู่บ้าง แต่มันก็เปล่าประโยชน์ อย่างแรกที่ต้องทำคือไปที่ที่มีความเป็ไปได้มากที่สุดก่อน ใช้เวลาเดินทางเท่าไหร่นะ"
"ถ้าเดินไปก็ประมาณสักอาทิตย์หนึ่ง อย่างช้าก็จะถึงภายใน 10 วัน ถ้าขี่ม้าไปจะเร็วกว่า แค่บอกชื่อและตำแหน่ง คนท้องถิ่นก็แทบจะรู้กันอยู่แล้ว หาได้ไม่ยากหรอก"
"อย่างนั้นเองรึ"
ใช้เวลาอาทิตย์หนึ่ง อย่างช้าสุดก็ 10 วัน ตอนเล่นเกม มากสุดก็แค่ 10 นาทีเอง
ระหว่างที่อีอันจัดการความคิดอยู่นั้น เ้าของโรงเตี๊ยมก็ลุกขึ้น "อยากจะถามอะไรอีกไหม หรือมีเื่ให้ช่วยไหม"
"ไม่มีแล้ว ขอบคุณมาก ข้ารบกวนจนวินาทีสุดท้ายเลยแหะ"
อีอันหยิบดาบที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วยืนขึ้น
เ้าของโรงเตี๊ยมเม้มปากอีกครั้ง "ไม่คิดว่าห้องจะว่างเร็วขนาดนี้"
"ก็บอกแล้วว่าไม่คิดจะอยู่กับที่นาน ๆ"
"ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ที่ผ่านมาก็ไม่ได้แย่อะไร"
เ้านี่ หน้าดูเสียดายมากเลยนะเนี่ย
ในขณะที่อีอันยิ้มกริ่ม เ้าของโรงเตี๊ยมที่กำลังมองพิจารณาไปรอบห้องก็ถามขึ้นเป็นัย "คิดว่าความสงบสุขนี้จะอยู่ได้นานแค่ไหน?"
อีอันตอบอย่างไม่สนใจ "ไม่นานหรอก"
"อย่างนั้นเหรอ...?"
"สัตว์ประหลาดจะถือกำเนิดขึ้นอีกครั้ง" อีอันคาดดาบไว้ที่เอวและพูดต่อ "าก็จะเกิดขึ้นเช่นกัน"
"…"
เสียงหายใจของเ้าของโรงเตี๊ยมหยุดลงชั่วขณะ ไหล่ที่ครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ แต่ตอนนี้ปกคลุมไปด้วยไขมันหนา ตึงแน่นไปด้วยความประหม่า ปฏิกิริยาที่เห็นได้ทั่วไปของผู้ที่มีประสบการณ์ในา
"อย่าฝากอนาคตไว้กับผู้อื่น โดยเฉพาะทหารรับจ้างอย่างข้า" อีอันตบไหล่และเสริมว่า
"เ้าจะต้องปกป้องลูกหลานของเ้า"
"…ต้องเป็อย่างนั้น วันที่ได้ใช้ชุดเกราะและขวานที่ท่านให้ต้องมาถึงสักวัน"
เ้าของโรงเตี๊ยมพูดพลางถอนหายใจ เสียงของเขาฟังดูเหมือนว่าจะยอมรับอนาคตที่มืดมนไม่ก็เป็เสียงของทหารแก่ที่ตัดสินใจครั้งสุดท้ายอย่างแน่วแน่
"จะยืนอยู่ตรงนั้นอีกนานไหม" อีอันหันไปถามโดยไม่ลังเลขณะจับลูกบิดประตู
เ้าของโรงเตี๊ยมพยักหน้า
"ลงไปก่อน ขอข้าจัดห้องแป๊บนึงแล้วจะตามลงไป"
"ได้ ถ้าชักช้าข้าจะไปก่อนแล้วนะ" อีอันพูดพลางก้าวออกไปด้านนอก "ดูแลขวานให้ดีด้วย ขวานนั่นใช้งานได้ไม่กี่ครั้ง"
ปัง! ประตูถูกปิดลง.
เ้าของโรงเตี๊ยมยิ้มให้ครู่หนึ่ง "มิน่าล่ะ ถึงว่าทำไมถึงได้ทำดีด้วย "
เขามองลงไปที่ท้องของตัวเอง "คงต้องลดน้ำหนักซักหน่อยแล้ว าเลยนะ"
ขณะพึมพำครุ่นคิด ดวงตาของเขาหันกลับไปมองคนที่สามารถทำอะไรก็ได้เพื่อความอยู่รอด
เหมือนความทรงจำเมื่อเดือนที่แล้วเป็เพียงฝันหวาน
***
"โอ้…" ฟิลลิปอุทานออกมาเมื่อเห็นอีอัน
"เท่มากเลย นายท่าน"
เมื่อกี้ยังทำสีหน้าไม่พอใจอยู่เลย ระหว่างที่อีอันขึ้นไป้า คงจะคุยตกลงกันได้แล้ว
"หืม"
เมฟที่นั่งอยู่ตรงข้ามฟิลลิปก็พยักหน้าเช่นกัน
อีอันสวมชุดเกราะหนังสีเทาดำ ดูเหมือนทหารรับจ้างจริง ๆ ฝักดาบที่คาดอยู่ตรงเอวดูเก่าแต่ดาบเป็เล่มใหม่ ทำให้รู้สึกน่าเชื่อถือมากขึ้น หมายความว่าเขารอดมาได้แม้จะเปลี่ยนดาบหลายครั้ง
"สีไม่เหมือนใคร มันคือหนังอะไรเหรอ?"
"หนังของหัวหน้าเผ่าโคบอลด์น่ะ"
"ปกติแล้วหนังโคบอลด์น่าจะเป็สีน้ำตาลนะ คงเป็เพราะมีพลังเวทเจือปนอยู่ด้วยหรือเปล่า"
"ถ้างั้น ชุดเกราะนั่นก็มีพลังเวทเจือปนอยู่ด้วยไม่ใช่เหรอ" ฟิลลิปแสดงสีหน้าไม่เต็มใจราวกับว่าเขาไม่ได้ชื่นชมมัน
อีอันหัวเราะและตอบ "คนที่เป็อัศวินขี้ขลาดจัง"
"ขี้ขลาดงั้นเหรอ! ไม่ใช่สักหน่อย แค่กลัวนิดหน่อย!" ฟิลลิปะโขึ้นพรวด
อีอันนั่งพูดต่อพลางนั่งคร่อมลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่สนใจ "กินข้าวต่อเถอะ หนทางยังอีกยาวไกล ท้องต้องอิ่มไว้ก่อน"
เมฟและฟิลลิปพยักหน้าก่อนจะหยิบช้อนส้อมขึ้นมาอีกครั้ง
ขนมปัง เนื้อ สตู เป็เมนูที่กินได้อยู่ท้องมากที่สุดในโรงเตี๊ยมนี้