ซ่อนกลิ่น
Ep6
หลังจากเื่วุ่นวายที่เกิดขึ้นวันนั้นก็ผ่านมาแล้วสองวันที่ไม่มีเหตุการณ์อะไรผมกลับมาทำงานได้ตามปกติไม่มีเื่ให้ต้องคิดแต่เ้าขุนเองก็ยังคงกลับบ้านดึกทุกวันเช่นเคยโดยมีปีบค่อยตามไปทุกทีและค่อยส่งข้อความมารายงานผมถ้ามีปีบอยู่ผมก็ค่อยวางใจหน่อย เพราะถึงยังไงปีบก็น่าจะดึงเ้าขุนอยู่บ้าง ในฐานะคู่แห่งโชคชะตา
เมื่อคิดว่าโลกนี้โอเมก้าต้องคู่กับอัลฟ่าผมก็หลับตาพยายามทำใจว่ายังไงสักวันโอเมก้าอย่างน้ำหวานก็อาจจะเจอคู่แห่งโชคชะตาของตัวเองและทิ้งผมไป ซึ่งผมก็คงต้องปล่อยเธอไป
“ใครใช้ให้แกเกิดมาเป็เบต้าล่ะ”ผมเอ่ยบอกตัวเองแ่เบา ก่อนจะลืมตาขึ้นช้าๆในห้องทำงานของตัวเอง
“หมอซ่อน มีน้องแมวขาหักมา”เสียงของกันต์ลูกชายคนโตของคุณัและคุณสายฟ้า ซึ่งมาฝึกงานกับผม่ปี4เอ่ยบอก ผมจึงหันไปมองเด็กรุ่นน้องด้วยใบหน้างง
“งงอะไรหมอซ่อน แมวขาหัก”กันต์เอ่ยบอกอีกครั้ง จึงทำให้ผมได้สติรีบลุกขึ้นเติมความสูงออกไปดูอาการแมวที่เ้าของพามา
เวลาหกโมงเย็นของวันผมแวะซื้อของสดเข้าบ้านเพื่อทำมื้อเย็นวันนี้ พอดีกับที่เห็นแผ่นหลังบางคุ้นตาจึงเดินไปดูว่าใช่คนที่ผมรู้จักหรือเปล่า
“ปีบ!” ผมเอ่ยเสียงดังลั่น เ้าของแผ่นหลังบางและชายอีกคนหยุดชะงักนิ่งผมยืนมองทั้งสองคนตรงหน้านิ่ง พลางเดินเข้าไปดึงต้นแขนเรียวให้หันกลับมามองหน้ากัน
“...ปีบ” เสียงนุ่มเอ่ยเสียงเบา ปีบทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แล้วโผลเข้ากอดผมไว้แน่นทั้งน้ำตา
“พี่ซ่อน ช่วยปีบด้วย ฮืออ”เสียงหวานร้องไห้ออกมาน่าสงสารผมปรายตามองไอ้คนตรงหน้าที่ดูมีท่าทางใมาก มันหันซ้ายหันขวาทำอะไรไม่ถูกพลันออกตัววิ่งหนีทันที
“มึง!” ผมสบถต่ำในลำคอ แล้วออกตัววิ่งไล่ตามมันไปติดๆก่อนจะเกิดการต่อสู้ระหว่างผมกับมัน ซึ่งด้วยประสบการณ์ของคนเด็กกว่า ทำให้ผมเป็ฝ่ายเสียเปรียบให้กับมัน
แควก! เสื้อเชิ้ตสีขาวถูกมือหนาดึงจนขีดขาดเผยในเห็นแผงอกขาวมีมัดกล้ามเพียงนิด เด็กตรงหน้าผมหยุดนิ่งพลางยกยิ้มเหมือนเจอของถูกใจสายตาที่ใช่มองผมนั้นหื่นกระหายจนน่ารังเกียจ
“กูไม่เอาแล้วก็ได้โอเมก้าของมึง แต่มึง...ต้องมาอ้าขาแทนมัน” มันชี้นิ้วมาตรงหน้าผม ซึ่งพอผมได้ฟังก็เบิกตากว้างเตรียมจะพุ่งเข้าใส่มันด้วยแรงอารมณ์
ปึก! ผัวะ! ไว้กว่าความคิดเ้าของกลิ่นดอกราตรีพุ่งเข้าใส่คนตรงหน้าด้วยความเร็วผมยืนนิ่งอึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่รู้ว่าเ้าขุนมาตอนไหน แต่ที่แน่ๆคือเ้าของกลิ่นดอกราตรีเร็วมากจนเด็กเวรนั้นตั้งรับไม่ทันกลายเป็กระสอบทรายให้เ้าขุนกระทืบเล่น
“เ้าขุน! หยุด” ผมรีบเข้าไปดึงตัวเ้าขุนให้ออกห่างจากเด็กที่นอนจมตีนแกร่งคนที่ปากดีเมื่อครู่นอนหมดสตินิ่งอยู่ที่พื้นดิน ผมจึงรีบเอามือถือออกมาจะโทรหารถพยาบาลให้มารับคนเจ็บไปรักษา
หมับ แต่กลับถูกมือหนาแย่งมือถือไปซะก่อน
“ทำอะไร” เสียงเข้มเอ่ยถามด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์
“ก็จะโทรเรียกรถพยาบาลไง”
“ไม่ต้อง!” เ้าขุนตวาดเสียงใส่หน้าผมด้วยแรงอารมณ์ พลันกวาดสายตามองผมั้แ่หัวจรดเท้า สายตาดุเกรี้ยวกราดขึ้นมาอย่าไม่มีเหตุผล
“แม่ง!” เสียงเข้มสบถหยาบอย่างหงุดหงิด พลางดึงข้อมือผมให้เดินตามแรงดึงไป
“เ้าขุน ปล่อย! เ้าขุน” ผมเอ่ยพลันดึงตัวเองไว้ไม่ไปตามแรงดึงของคนเด็กกว่าแต่แรงของผมกลับสู้แรงของเ้าขุนไม่ได้ ทั้งๆที่ผมอายุมากกว่าแต่กลับดูอ่อนแอเวลาอยู่กลับเ้าของกลิ่นดอกราตรีตรงหน้า
“กลับบ้านไปเรามีเื่ต้องคุยกัน” เสียงเข้มเอ่ยพลันจ้องหน้าปีบด้วยความกดดันส่วนปีบก็เอาแต่ยืนก้มหน้าตัวสั่นเท้าด้วยความกลัว ผมขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นด้วยความไม่เข้าใจก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อถูกเ้าขุนกระชากให้เดินตามไป
“เบาๆหน่อยเพื่อน เดี๋ยวก็ช้ำก่อนได้เป็...”เสียงของเด็กผมทองเอ่ยบอกก่อนจะหยุดไปเมื่อเจอสายตาไม่เล่นด้วยของเ้าขุนที่ปรายตามอง
“เอารถมึงมา” มือหนาแบมือตรงหน้าเด็กหัวทอง
“หึ” เสียงต่ำสบถขำในลำคอพลันส่งกุญแจรถให้ เมื่อได้กุญแจรถมาแล้วเ้าขุนจึงดึงผมให้เดินไปที่รถ มือหนาจัดการเปิดประตูรถพลางยัดผมเข้าไปด้านใน ตัวเองก็เดินไปขึ้นอีกฝั่งหนึ่งผมได้แต่นั่งมองการกระทำของเ้าขุนด้วยความไม่เข้าใจ แต่ก่อนจะได้เข้าใจอะไร เสียงเครื่องยนต์ก็ทำให้ผมเบิกตากว้างพลันหันมามองปีบที่ยังยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน
“เดี๋ยวเ้าขุนปีบยังไม่ขึ้นเลย” เ้าขุนไม่ฟังคำพูดของผมกระชากรถออกไปจากตรงนั้นโดยไม่สนใจปีบที่ยืนก้มหน้าร้องไห้