“ทำไมน้ำค้างยังไม่ลงมาจากห้องสักที?? นี่ก็ได้เวลาทานข้าวแล้วนะ!!!!......”
วิชรวิทย์ถามหาลูกสาวคนเล็ก ซึ่งปกติปวริศาจะไม่ใช่คนนอนตื่นสาย หรืออาจจะเป็เพราะเื่เมื่อคืนหรือเปล่า ที่ทำให้ไม่ยอมลงมาทานอาหารเช้าอย่างนี้ วิชรวิทย์เป็ห่วงปวริศาจนนอนไม่หลับ ไม่ใช่เพียงแค่วิชรวิทย์หรอกที่นอนไม่หลับ พิณรญาก็ด้วย ทั้งสองคนนอนปรึกษากันทั้งคืน ด้วยความเป็ห่วงลูกสาวคนเล็กเป็อย่างมาก
“ตาราศขึ้นไปดูน้องหน่อยสิ ไม่รู้ว่าน้องไม่สบายหรือเปล่า?? ถึงได้ไม่ยอมลงมาสักที”
พิณรญาหันไปบอกปวราศ ที่นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร ปวราศลุกขึ้นเดินตรงไปขึ้นบันได ไปยังห้องนอนของปวริศา ซึ่งปวราศก็เป็ห่วงน้องสาวอยู่มิใช่น้อย เพราะไม่รู้ว่าเมื่อคืนเกิดเื่อะไรขึ้นกับปวริศาบ้าง ทุกคนถามยังไง ปวริศาก็ไม่ยอมพูดออกมา
ก๊อก...... ก๊อก...... ก๊อก......
“น้ำค้าง!! ตื่นยัง... ลงไปทานข้าวได้แล้ว ทุกคนรอเราอยู่คนเดียวนะ!!!!”
ปวราศเคาะประตู พร้อมกับส่งเสียงเรียกให้คนที่อยู่ภายในห้องได้ยิน และรีบออกจากห้อง เพราะทุกคนกำลังรอเธออยู่คนเดียว แต่พอจบคำพูด ปวราศก็ยืนรออยู่สักพัก ก็ไม่ได้ยินเสียงตอบออกมาจากคนในห้อง ปวราศขมวดคิ้ว ความตึงเครียดเริ่มเข้ามาครอบงำ ใจคอก็เริ่มรู้สึกไม่ค่อยดี
ก๊อก...... ก๊อก...... ก๊อก......
“น้ำค้าง!! เปิดประตูสิน้ำค้าง เราเป็อะไรหรือเปล่า ตอบทีสิ!!??......”
ปวราศรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ เขาเริ่มร้อนรนใจ กลัวไปต่างๆ นานายิ่งคนที่อยู่ภายในห้องไม่มีเสียงตอบรับใดๆ ออกมา เขาก็ยิ่งหวาดระแวงมากขึ้น ปวราศเคาะประตูห้องเสียงดัง และยื่นมือไปบิดลูกบิด แต่มันล็อค
“แม่ ขอกุญแจสำรองหน่อย น้ำค้างไม่ตอบผมเลย น้องจะเป็อะไรหรือเปล่าก็ไม่รู้!!!!”
ปวราศเดินกลับลงบันได พร้อมทั้งะโบอกพิณรญา เพื่อขอกุญแจสำรองห้องนอนของปวริศา และนั้นก็ทำให้ทั้งพิณรญาและวิชรวิทย์ต่างพากันแตกตื่นใ รีบลุกขึ้นจากโต๊ะอาหาร ตรงขึ้นบันไดมาที่ชั้นบน โดยพิณรญารีบเดินด้วยอาการร้อนรนใจ ไปที่ห้องนอนของตัวเองกับวิชรวิทย์ ไปหยิบกุญแจสำรองมาเปิดประตูห้องของปวริศา
“น้ำค้างอย่าทำอะไรบ้าๆ นะลูก”
“แม่ได้หรือยังกุญแจน่ะ!!??......”
วิชรวิทย์ส่งเสียงร้องะโอยู่หน้าห้องนอนของปวริศา ระหว่างที่รอพิณรญาเอากุญแจสำรองมาเปิด และด้วยความร้อนรนใจ ที่พิณรญาเหมือนจะชักช้าไม่ทันใจ วิชรวิทย์จึงร้องะโถามพิณรญา อย่างเป็การเร่งเร้า
“มาแล้วๆ”
พิณรญาร้องะโบอกผู้เป็สามี ด้วยน้ำเสียงร้อนรนใจไม่แพ้กัน พร้อมกับลนลานเดินแกมวิ่ง ออกจากห้องนอนของตันเอง มาที่หน้าห้องนอนของปวริศา จากที่กุญแจมีหลายดอก และด้วยความลนลานนั้น จึงทำให้ไม่รู้ว่าดอกไหนเป็กุญแจสำรองห้องนอนของปวริศา แต่ในที่สุดก็เจอ และก็เปิดประตูออกได้
“น้ำค้าง!!!!......”
ทุกคนรีบกู่กันเข้ามาภายในห้องนอนของปวริศา ซึ่งก็ได้เห็นปวริศานอนอยู่บนเตียงนอน โดยมีผ้าห่มปกคลุมร่างกายจนถึงคอ โดยที่ใบหน้าสวยหวานทำหน้านิ่วคิ้วขมวดชนกัน เหมือนกำลังเ็ปอยู่อะไรประมาณนั้น
ซึ่งเห็นอย่างนี้ ทุกคนก็ต่างพากันถอนหายใจ อย่างโล่งใจไปได้เปลาะหนึ่ง แต่ก็เครียดขึ้นมาอีก เมื่อเห็นอาการของปวริศาที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก
“น้ำค้าง!! หนูเป็อะไรลูก??”
“แม่!!... น้ำค้าง ปวด ท้อง โอ๊ย!!!!......”
พิณรญาเดินเข้ามาใกล้ๆ เตียงนอน พร้อมกับก้มลงไปเอ่ยถามปวริศาใกล้ๆ ด้วยความเป็ห่วง ปวริศาที่รู้สึกปวดหน่วงๆ ท้องั้แ่เมื่อคืน คิดว่าคงจะหายไปเอง แต่เปล่าเลย ความเ็ปนั้นกลับค่อยๆ เพิ่มความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงเช้า ที่เธอไม่ได้ส่งเสียงตอบ เพราะไม่มีเรี่ยวแรง
“งั้นเดี๋ยวไปหาหมอนะ เดี๋ยวพี่จะพาเราไปหาหมอ ลุกไหวไหม!!??”
ปวราศเข้ามาถามอีกคน ซึ่งปวริศาส่ายหน้าไปมาเนืองๆ ทั้งยังทำสีหน้าท่าทาง เหมือนกำลังเจ็บมากให้ทุกคนได้รับรู้
“เดี๋ยวพี่จะอุ้มไปที่รถ อดทนหน่อยนะ”
ปวราศบอกกับปวริศาอีกครั้ง เพราะดูทีท่าปวริศาคงลุกไม่ไหวเป็แน่ เขาจึงดึงผ้าห่มที่คลุมร่างบางออก แล้วทุกคนต่างพากันเบิกตากว้างอย่างใ กับสิ่งที่เปรอะเปื้อนอยู่ที่กางเกงนอนของปวริศา
“เื!!!!!!......”
๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗๒๗
เื!!!!????...... มันคืออะไรล่ะนั่น!!??... มาตามล้นกันในตอนต่อไปนะคะ...................................... ^_^ ^_^ ^_^ ^_^