บทที่ 11
กองทหารปราบโจร
อาชาแก่ตัวสีน้ำตาลเข้มกำลังเคลื่อนที่อยู่บนถนนหินอย่างช้าๆมุ่งตรงไปยังบริเวณด้านหน้าโดยบริเวณ้าหลังของมันมีร่างของเด็กหนุ่มวัย 16 ปีสวมใส่ชุดอาภรณ์สีดำที่เป็ผ้าธรรมดาธรรมดาสะพายสัมภาระไว้ด้านหลังกำลังนั่งขี้มันอยู่
จางิที่อยู่บริเวณ้าหลังอาชาแกยกถุงน้ำบริเวณภายในมือของตนเองขึ้นมาดื่มดำนำชัยหลังจากที่คอนั้นขาดน้ำมาสักพัก
เขาทำการดื่มมันเข้าไปจนหมดก่อนที่จะส่งเสียงออกมาอย่างชื่นใจ “ อ่า… ”
ในตอนนี้เขาทำการพ่นพวกเสบียงแล้วเข้าของเหล่านี้มาจากพวกกลุ่มโจรที่มันจะมาดักปล้นผู้คนบริเวณแถบนั้น
โดยพวกมันไม่มีสิทธิ์จะตอบโต้เลยแม้แต่น้อยเขาเองก็ไม่ได้โเี้ขนาดที่จะส่งให้พวกมันเพียงแต่ว่าทำการทำให้พวกมันสลบแล้วก็นำเอาของทุกอย่างมาจากนั้นก็เขียนป้ายเอาไว้หวังว่าจะมีผู้ใดผ่านมาเห็นแล้วจับตัวส่งทางการ
การที่ไม่ได้สังหารพวกมันไม่ได้แปลว่าพวกมันไม่สมควรตายแต่ว่าการที่เขาไม่ลงมือเพราะเกรงว่าจะมีผู้คนพบเจอศพพวกมันแล้วก็เห็นว่ามีร่องรอยของสัตว์อสูรจะเกิดกลายเป็เื่ใหญ่เสียอีก
เพราะโดยทั่วไปแล้วสัตว์อสูรจะอยู่ภายในอาณาเขตของมันไม่ออกมาเพ่นพ่านบริเวณด้านนอก
ถ้ามีสัตว์อสูรออกมาเพ่นพ่านบริเวณแถบเมืองอีกคงจะเกิดกลายเป็เื่ใหญ่ที่ทำให้เราทุกคนนั้นตื่นตระหนกใแล้วก็ออกตามล่าอย่างแน่นอน
แบบนั้นเลยพยายามลงมืออย่างละเอียดรอบคอบเอาไว้ไม่สังหารถ้าไม่จำเป็ไม่เช่นนั้นจะเกิดผลที่ตามมา
ในตอนนี้กำลังเคลื่อนที่ไปด้านหน้าเท้าเองก็ไม่ต้องเดินแถมยังมีอาหารและก็มีน้ำอีกพวกโจรเ่าั้พวกมันมีเสบียงในระดับหนึ่งแล้วก็มีเงินติดตัวอยู่ประมาณ 10 แผ่นทองแดง
โดยภายในอาณาจักรทั้งห้าและภายใต้หล้าแห่งนี้ค่าเงินที่ผู้คนนั้นจะใช้กันมันจะเรียกว่าแผ่นตำลึงเงิน
เื่รายละเอียดยิบย่อยมีมากมายในตอนนี้มีเงินติดกระเป๋าทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่มีอันใดเลยมันก็ถือว่าเป็เื่ที่ดีแล้ว
กำลังเคลื่อนที่ไปด้านหน้าโดยการควบมาช้าแก่แก่ตัวนี้ที่กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วธรรมดาธรรมดา
เพราะว่ามันเป็ม้าแก่เลยสามารถเคลื่อนที่ไหวไว้ไม่เท่าม้าหนุ่มหรือม้าศึกในตอนนี้การนั่งอยู่บนหลังมันได้ความสะดวกสบายแล้วก็เคลื่อนที่เร็วกว่าเดินประมาณหนึ่งเท่านี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว
“ มองดูจากเส้นทางในตอนนี้น่าจะใช้เวลาอีกซักประมาณครึ่งช่วยยามน่าจะเดินทางไปถึงเมืองชายแดนน่าจะประจวบเหมาะกับ่เวลาเกือบจะยามเย็นพอดี” จางิลองคำนวณถึงเส้นทางที่กำลังจะเดินทางไป
แต่ในขณะที่กำลังเคลื่อนที่ไปอยู่นั้นอยู่อยู่เขาเองก็มองเห็นบางอย่างอยู่บริเวณสุดสายตาบริเวณโขดหินที่ล้อมรอบทางเดินบริเวณแถบนี้มองเห็นว่ามีผู้ใดคือคนกำลังไปหากันอยู่
จางิที่กำลังนั่งอยู่บนหลังม้าอย่างสบายใจเขาหันไปมองอย่างรวดเร็วเมื่อประสาทััสามารถััได้ถึงผู้คนที่อยู่ภายในบริเวณนี้
แมลงล่องหนตรวจจับการเคลื่อนไหวที่อยู่บริเวณรอบรอบได้ยามนี้มันเกาะติดอยู่ภายในเสื้อของเขาประสาทััของมันที่เชื่อมโยงกับเขาทำให้เขาสามารถล่วงรู้ได้ว่ามีผู้ใดอยู่บริเวณนี้
เพราะแบบนั้นเลยใช้ดวงตาของตนเองมองตรงไปอย่างรวดเร็วเขาใช้ดวงตามองตรงไปยังบริเวณทิศทางที่ตนเองสามารถััได้
เป็บริเวณทางด้านซ้ายมือห่างออกไปเมื่อััได้เช่นนั้นเขาค่อยค่อยควบม้าไปบริเวณด้านข้างเป็ทางเดินเล็กๆที่แยกตัวออกไปจากทางเดินหลัก
ร่างกายเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วอาชาม้าแก่ตัวนี้ยามที่เร่งฝีเท้าเองก็เร็วขึ้นในระดับหนึ่งหลังจากที่เข้ามาใกล้ใกล้ก็เริ่มััได้ถึงเสียงบางอย่างที่ดังแว่วขึ้นมา
คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันเสียงที่ได้ยินล่องลอยตามสายลมได้ยินว่าเป็เสียงการปะทะหรือการต่อสู้มันเป็เสียงของอาวุธที่กระทบเข้าหากันเป็เหล็กกระทบเข้าหากับเหล็ก
เพราะแบบนั้นรู้ได้ในทันทีว่าคงจะเกิดการต่อสู้ขึ้นบริเวณด้านหน้าอย่างแน่นอนจางิที่กำลังนั่งอยู่บนหลังม้าแสดงใบหน้าที่จริงจังอยู่นั้นคิดภายในใจของตนเองอย่างรวดเร็ว “ จำนวนเท่านี้รวม 30 คนได้เหตุใดถึงมีผู้คนขนาดนี้แล้วกำลังปะทะกันอยู่บริเวณด้านหน้า?”
แมลงล่องหนสามารถตรวจจับสิ่งที่เรียกว่าความร้อนภายในร่างกายของมนุษย์ได้เพราะแบบนั้นเลยสามารถระบุจำนวนได้ด้วยว่าผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าของการตรวจจับมีจำนวนเท่าใด
ในตอนนี้พยายามสงบใจและก็ควบม้าไปบริเวณด้านหน้าเพื่อไปดูให้เห็นกับตาว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อเดินทางไปถึงทำการดึงพาหนะของตนเองเพื่อหยุดลงร่างกายของเขาก็โดดลงและแอบบริเวณด้านหลังโขดหินอย่างรวดเร็ว
ร่างกายที่แอบอยู่บริเวณด้านหลังหินดวงตามองตรงไปด้านหน้าพบเห็นกลุ่มคนจำนวนมากกำลังปะทะกันอยู่
โดยกลุ่มคนที่กำลังปะทะกันอยู่ในตอนนี้มองเห็นหนึ่งกลุ่มที่มีจำนวนมากกว่าสวมใส่ชุดธรรมดาธรรมดาเหมือนกับชาวบ้านแต่ว่าภายในมือกับมีอาวุธครบมือ
เพราะแบบนั้นเมื่อเห็นพวกกลุ่มคนที่มีจำนวนมากกว่าพวกนั้นจางิเลยคิดภายในใจว่าพวกมันน่าจะเป็กลุ่มโจรอย่างแน่นอน
เป็เพราะว่าพวกกลุ่มโจรมักจะสวมใส่ชุดชาวบ้านอย่างที่พวกมันออกมาปล้นชิงเพื่อที่จะหลอกล่อให้ผู้คนนั้นตายใจทำให้สามารถลงเรือได้ง่ายดายมากขึ้น
ส่วนอีกหนึ่งกลุ่มที่เขากำลังใช้ดวงตาของตนเองมองอยู่ในตอนนี้เป็กลุ่มที่มีจำนวนคนน้อยกว่าพวกมันสวมใส่ชุดเกราะทหารสีแดงเป็สัญลักษณ์ชุดเกราะของดินแดนฉี
ชุดของทหารแต่ละดินแดนมันจะแตกต่างกันออกไปในตอนนี้เห็นชุดสีแดงที่อยู่ภายใต้เกราะสีดำรู้ได้ในทันทีว่าเป็ทหารของดินแดนฉี
“ พวกนั้น…หรือว่าจะเป็ทหารของดินแดนฉีมองดูจากรูปลักษณ์และก็ท่าทางพวกมันน่าจะไม่ใช่ทหารแถบชายดินแดน ”
เขาทำการวิเคราะห์ออกมาเมื่อได้มองเห็นรูปร่างของพวกมันในตอนนี้ทำการวิเคราะห์โดยการที่มีคนผู้นึงที่น่าจะเป็แม่ทัพของพวกมันสวมใส่ชุดเกราะที่ดูแตกต่างแถมยังมีผ้าคลุมแดงอยู่บริเวณด้านหลัง
เพราะแบบนั้นเลยคาดการณ์ว่าพวกมันไม่น่าใช่ทหารของบริเวณแถบชายแดนนี้อย่างแน่นอนและคนที่เป็ผู้นำของพวกมันน่าจะเป็ทหารที่มียศและตำแหน่งพอสมควร
แต่ก็รู้สึกสงสัยว่าเหตุใดพวกมันถึงมาภายในสถานที่แห่งนี้คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันพร้อมกับครุ่นคิดเกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองได้พบเห็น
ในตอนนี้พวกทหารกำลังเสียเปรียบสูญเสียกำลังคนอย่างต่อเนื่องจำนวนคนของพวกมันเหลือเพียงแค่ประมาณ10 คนเท่านั้น
ถึงแม้ว่าจะเป็ทหารภายในเมืองหลวงที่มีฝีมือแต่ในบริเวณนี้เป็พื้นที่ของพวกโจรพวกมันย่อมชำนาญพื้นที่และใช้เล่ห์กลอุบายได้มากกว่า
และยิ่งใช้จำนวนของพวกกลุ่มโจรเ่าั้ที่มีจำนวนมากกว่ากดดันทหารของเมืองหลวงถึงแม้ว่าจะมีฝีมือก็ยากที่จะต่อกร
พวกทหารเ่าั้กำลังสิ้นท่าโดนกดดันอย่างหนักพวกตัวเองก็รุกไล่จนทำให้พวกเขาต้องมาก่อนกลุ่มรวมตัวกันนำเอาหลังพิงก้อนหินก้อนใหญ่เพื่อตั้งรับกับพวกโจรที่มีจำนวนหลายสิบคน
ผู้ที่ยืนอยู่บริเวณด้านหน้าของเขาแตกต่างจากพวกนั้นเขาเป็ชายที่มี่วัยกลางคนอายุน่าจะราวซักประมาณเลขห้าสวมใส่ชุดเกราะที่ดูแตกต่างมีผ้าคลุมสีแดงด้านหลัง
คนผู้นี้มีร่างกายกำยำองอาจเหมือนกับนักรบแต่ในตอนนี้ดูเหมือนว่าจะาเ็ตรงบริเวณหน้าท้องของตนเองที่มีโลหิตสีแดงไหลออกมาใบหน้าเองก็ดูซีดเซียวราวกับว่าเสียเืไปจำนวนมากแม้กว่านั้นกระบี่ภายในมือก็ยังคงถูกยกขึ้นเพื่อต่อกรกับพวกโจรที่อยู่ด้านหน้า
พวกโจรทำการรุกไล่เพื่อที่จะพยายามััเขาในตอนนี้ดวงตาของพวกมันเปล่งประกายมองเห็นพวกเครื่องสวมใส่ของเหล่าทหารน่าจะขายได้ราคาดียังไม่รวมทรัพย์สินมากมายที่ผู้คนจะได้รับอีก
เพราะแบบนั้นในตอนนี้เต็มไปด้วยความโลภกำลังพยายามก้าวเท้าเข้ามาและพยายามจะใช้อาวุธเล่นงานและปิดชีพทหารเหล่านี้เพื่อปล้นชิง
ดวงตาที่กำลังลุกแววแล้วก็ทอประกายไปด้วยความโลกทำให้พวกโจรเ่าั้กำลังก้าวเข้ามาเรื่อยเรื่อย
พวกทหารเหล่านี้ก็เริ่มจะจนมุมเริ่มค่อยค่อยขยับร่างกายของตนเองเข้าหากันเพื่อที่จะตั้งรับกับพวกศัตรูที่อยู่บริเวณด้านหน้า
แต่ว่าภายในใจของทหารก็รู้ดีอยู่แล้วว่าสถานการณ์เช่นนี้ตนเองนั้นคงจะสามารถรอดได้ยากเย็นเป็อย่างมาก
ภายในใจนั้นกำลังเตรียมใจว่าตัวเองน่าจะต้องตายอยู่ภายในสถานที่แต่ในขณะที่พวกเขานั้นกำลังจะจนมุมนั่นเอง
เสียงกรีดร้องดังมาจากบริเวณด้านหลังของพวกกลุ่มโจร “ อ๊าก!!!! ”
“ สัตว์อสูรนี่มันอันใดกัน!!!!” พวกมันทำการส่งเสียงเตือนกับกลุ่มโจรที่อยู่บริเวณด้านหน้า
พวกทหารเ่าั้ที่กำลังจะจบต่างพากันแสดงใบหน้าประหลาดใจเมื่อพบเห็นเข้ากับร่างของหมาป่าตัวสีดำที่กำลังไล่สังหารพวกโจรเ่าั้อย่างต่อเนื่อง
ทหารที่มีผ้าคลุมสีแดงอยู่บริเวณด้านหลังทหารผู้นั้นที่เป็ผู้นำของทหารเหล่านี้กำลังแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงดวงตาเบิกกว้างขึ้นพร้อมกับอุทานออกมา “ อันใด? ”
ท่ามกลางความตื่นตระหนกใของพวกเขาหมาป่าตัวสีดำไล่สังหารพวกกลุ่มโจรเ่าั้ไปได้นับ10 ชีวิต
จบบท