27.เสือสมิง
มันถูกหมูป่าไล่กวดมา พอมาถึงหน้าห้างอีนั้นมันก็กระโดดขึ้นตอไม้กุดที่ไอ้สรมันฉี่ใส่เมื่อตอนเย็น หมูวิ่งวนรอบตอไม้อยู่พักใหญ่แล้วมันก็หันหัววิ่งหายลับเข้าป่าไป ผู้หญิงก็ร้องห่มร้องไห้เพราะกลัว มันนั่งยองอยู่บนตอไม้ ไอสรมันพูดกัมพูชาได้ มันก็ร้องถามลงไป รู้ความว่าเป็นสาวกัมพูชามันพลัดหลงออกมาจากขบวนคนที่จะหลบหนีข้ามไปแดนไทย กู สาดไฟส่องหน้ามันก็ก้มลงมองเห็นหน้ามันไม่ชัด พ่อเอ็งก็รู้สึกแปลกๆมันพูดอะไรออกมาอีก 2-3 คำกูก็ฟังไม่รู้เรื่อง แต่ไอ้สรมันบอกอีผู้หญิงมันขอขึ้นมานั่งบนห้าง มันกลัวเสือแต่มันขึ้นไม่ได้มันจะให้ไอ้สรลงไปรับ พ่อเอ็งก็คัดค้านอย่างหนัก เพราะกลางคืนไม่มีใครเขาลงจากห้างกัน ไอสรกับไอ้พงษ์มันก็ไม่ฟังเถียงกันใหญ่ มันคงเห็นว่าอีนั้นสวย ห้ามยังไงมันสองคนก็จะลงไป พ่อมึงไม่ยอมท่าเดียวยกปืนขึ้นเล็งไปที่อีนั้นหมายจะยิงให้กระบาลแหก แต่ไอ้สรมันกดปลายปืนลง ร้องบอกมาว่า ถ้าพ่อมึงทำแบบนี้ไม่ต้องเรียกมันว่าเพื่อนอีก สุดท้ายก็ไม่ได้ยิง ไอสรกับไอ้พงษ์ก็ลงไปรับอีนั้น ตอนนั้นกูจำได้คาตา ไอ้พงษ์มันลงไปก่อน ตามหลังด้วยไอ้สร พอไอ้พงมันลงถึงโคนมะขามยังไม่ทันจะหันหน้าไปหาอีนั้นเลย ผู้หญิงกันก็กระโจนพรวดเข้ามาใส่ กูที่ยืนอยู่บนห้างร้องบอกมันสุดเสียงแต่ก็ช้าไปเสียแล้ว มืออีนั้นตบเข้ากกหูไอพงษ์หัวหมุนรอบหนึ่งคอหักตายคาที่ อีนั้นกระโดดขึ้นมาอีกหมายจะคว้าเอาไอสรลงไปอีกคน ดีที่ไอ้สรมันไวมันปีนกลับขึ้นมาพ้นมืออีนั้นก่อน พ่อมึงลุกพรวดวาดกระบอกปืนเข้าหาอีนั้นไม่ทันได้เล็งดีก็ต้องยิงเพราะอีนั้นมันเร็วมาก พอปืนลั่นตูม อีนั้นกระโดดออกด้านข้างยิงไม่ถูกมัน เสียงปืนก้องไปทั่วป่าทำให้ผู้หญิงหายตัวไป มีเสือมาแทนที่เสือใหญ่สีเหลืองลายคาดดำจางๆมันเป็นเสือแก่ตัวเท่าลูกวัวหนุ่มตัวยาวกว่า 4 เมตร มันกระโดดไปหาไอ้พงษ์ที่นอนตายอยู่โคนมะขามคาบได้คอไอพงษ์แล้วลากร่างเผ่นพรวดหายเข้าป่าไป พอไอ้สรมันขึ้นมาถึงบนห้างมันก็นั่งตัวสั่งหงกๆไม่พูดไม่จาอะไร กูกับเพื่อนอีกคนก็อยากจะลงไปตามไอ้พงษ์ที่ถูกเสือคาบไปแต่พ่อมึงห้ามเอาไว้ กูก็เข้าใจว่ามันเสี่ยงมาก ยังไงไอ้พงษ์มันก็ตายแน่แล้ว สุดท้ายก็ไม่มีใครกล้าลงไปตาม เรานั่งอยู่อย่างนั้นจนเช้า พอเช้าพวกเราก็ลงมา ตามรอยเลือดไปและเจอไอพงษ์มันนอนตายอยู่โขดหินริมห้วยห่างออกไปจากห้าง ราว 400 เมตรเท่านั้น ตามตัวมันมีแผลเหวอะวะไส้ถูกกัดดึงออกมา ตาโดนมดแดงไฟรุมกัด แขนขาหายไปอย่างละข้าง ภาพศพนี้ยังติดตากูอยู่เลย สุดท้ายเราก็เอามันใส่กระสอบปุ๋ย แบกกันกลับลงมาจากเขากว่าจะถึงบ้านมันก็เน่าคากระสอบปุ๋ยแล้ว สภาพศพไม่ได้ต่างจากพวกที่ตายในข่าวนี้เท่าไร กูว่าหนึ่งในนั้นต้องถูกเสือสมิงขบเอาแน่นอน”ลุงจรพูดไปมือแกก็ลูบแขนปอยๆ ใช่แล้วแกขนลุก วิทย์เองก็ขนลุกไปด้วย เสียงของแก่สั่นๆคล้ายกับว่าเหตุการณ์นั้นพึ่งจะผ่านมาได้ไม่นานสำหรับแก“พวกกูมาถึงบ้านก็คิดว่าปลอดภัยแล้วหลังจากที่เรามาถึงบ้านได้ 2 วันคืนนั้นกูฝันว่าอีผู้หญิงคนนั้นตามพวกกูมา พอตกตอนเช้า ไอสร มันนอนตายคาบ้าน มันถูกผีหักคอ นอนตายตาเหลือกอยู่ในบ้านของมันเองตอนกูไปถึง กูพยุงศพมันขึ้นมาคอมันนี้หมุนได้รอหนึ่งเหมือนกับไอพงษ์เลย แต่ไม่มีรอบแผลอะไร ผ่านมาอีกคืน เพื่อนอีกคนกูก็ตายลงเหมือนไอ้สรเลย ถูกหักคอในบ้าน ตอนนี้ 15 คน ตายไป 3 เหลือ 12 คน พวกกูทนไม่ไหวเลยเดินทางข้ามอำเภอไปที่สำนักสงฆ์ภูพะลานช้างตาย ไปหาขอดีมาคุ้มหัว พระอาจารย์แกก็ใจดีเห็นว่าพวกกูเดือดร้อนเลยรับเป็นลูกศิษย์ ร่ำเรียนวิชากันอยู่ 4 เดือนถึงกลับมาหมู่บ้าน อีผีนั้นมันยังไม่ยอมตลอด 4 เดือนมันมาป้วนเปียนอยู่แถวๆภูพลานช้างตายทุกวัน พอพวกกูออกมาจากวัดเท่านั้นแหละมันก็เอาพวกกูเลย แต่พวกกูมีของแล้ว มันเลยทำอะไรไม่ได้ พ่อมึงยิงมันเจ็บกลับไป มันเป็นเสือลำบากขบกัดชาวบ้านไปทั่วเลยทีนี้ มันไปขบชาวบ้านแถวภูตายไปอีก 2 คน รายนั้นแม่กับลูกน้อยไปหาเห็ดอยู่ตีนภู ไม่ไกลจากวัดเท่าไร คนแม่ถูกกินไส้จนหมด เด็กน้อยถูกกินเหลือแต่หัว จนพวกกูต้องออกตามฆ่ามัน ตามกันอยู่หลายวัน ไปยิงมันได้ที่ตอไม้ตอนั้นที่ไอสรมันไปฉี่ใส่อยู่ใต้ห้างที่พวกกูนั่งตอนเข้าป่าดักสัตว์นั้นแหละ เรื่องนี้กูไม่เคยลืมได้เลยซักวันจนถึงทุกวันนี้นึกถึงทีไรกูยังขนลุกอยู่เลย”แกพูดไปก็ดูดยาไปพลางจนในที่สุดยาพันของแกก็หมดลง แกดีดเศษก้นยาพันออกไปนอกหน้าต่างก่อนจะเริ่มพันมวนที่ 2 แล้วเล่าต่อ“เรื่องแบบนี้ใครไม่เจอกับตัวก็เชื่อได้ยาก แต่ทางที่ดีอย่าไปลบหลู่จะดีที่สุด”ลุงจรพูดขณะที่มือยังมวนยาสูบไปด้วย“แบบนี้ถ้าคนไม่มีของเผลอไปลบหลู่อะไรเข้าก็ตายอย่างเดียวสิ”วิทย์พูด“มันก็ไม่เสมอไปหรอก บางคนมีบุญยาบารมี ไม่จำเป็นต้องมีอะไรก็อยู่รอดปลอดภัยได้ ถ้าไม่มีของ ไม่แน่ใจในบุญยาบารมีก็ขอให้พระแม่ธรณีปกปักรักษาเวลาจะไปนอนป่านอนเขาก็ทำได้ เดี๋ยวข้าจะสอนเอ็ง”ลุงจรกล่าว“จริงเหรอลุง” วิทย์พูด “จริง วิธีนี้ทำง่ายมากและได้ผลแน่นอน เวลาเอ็งเข้าป่าให้กลั่นใจ หยิบดินใส่มือนิดหน่อย ให้พูดว่าพระแม่ธรณีเอ๊ย อยู่แล้วหรือยัง แล้วมึงก็ตอบเองเบาๆว่า (อยู่) แล้วท่องมนต์ว่า สังขาตังโลกะวิธู จากนั้นใช้ดินในมือโปรยใส่หัวมึง แค่นี้ ไปไหนไม้ต้องกลัวผีสางหรือวิญญาณร้ายไดๆ ตราบใดที่ตีนมึงยังยืนอยู่บนดินพระแม่ธรณีจะคุ้มหัวมึงไปตลอด แต่ถ้ามึงไปหาอยู่หากิน ล่าสัตว์ มึงก็จะไม่เจออะไรเหมือนกัน ไปยิงหมูป่ามึงก็จะได้หน่อไม้กลับมากินที่บ้าน ฮ้าๆๆ”พูดแล้วแกหัวเราะออกมาแพรวกับวิทย์มองหน้ากันและจำมนต์บทนี้เอาไว้ บางทีคืนนี้เขาอาจจะต้องได้ใช้ เพราะพวกเขาไม่สามารถเข้าไปอยู่ในเขตปลอดภัยได้แล้ว วันนี้ไม่ว่าจะเป็นวัดหรือเสาหลักเมืองของหมู่บ้านก็มี อปพร.มาประจำการกันแล้ว ใครเข้าไปต้องโดนสอบสวนอย่างแน่นอน“ลุงไปเรียนวิชากับอาจารย์ได้อะไรมาบ้าง”วิทย์ถาม“กูไม่ยากจะคุย มึงดูลายกูนี้”แกเลิกเสื้อกล้ามขึ้น ชี้ไปที่เส้นๆหนึ่งมันเป็นเส้นโค้งยาวประมาณ 2 เซนติเมตร วิทย์มองอยู่นาน แต่ก็เห็นว่ามันเป็นแค่เส้นโค้งเส้นหนึ่ง“มันอะไรนะลุง เส้นโค้งๆนี้”วิทย์ถาม “นี้มันยันต์เสือเผ่นตรงนี้เป็นคิ้วเสือที่อาจารย์สักให้กู”แกตอบออกมาอย่างภาคภูมิใจ“เสืออะไรทำไมมันมีคิ้วที่เป็นเส้นโค้งเส้นเดียว”วิทย์ถามอีกครั้ง“มันสักไม่เสร็จ”แกตอบทำหน้าหม่อย “อ่าวทำไมละลุง”วิทย์ถามอีกครั้งด้วยความสงสัย “กูเจ็บ เลยให้อาจารย์ใช้วิธีอื่น”ลุงจรตอบแล้วดึงเสื้อปิดลงมาอีกครั้ง วิทย์กลั่นขำ จะขำออกไปเลยก็กลัวแกโกรธอีกเลยได้แต่ยิ้มๆกัดฟันเอาไว้“ลุงได้มาแค่เสือเผ่นเหรอ”วิทย์ถามเพราะอยากรู้ “กูได้อาพัดเหล้ามาถึงได้เมาอยู่ทุกวันแบบนี้”แกตอบทำหน้าเจื่อนๆ “หึ!ไม่เกี่ยวกับคาถาเลย มึงนะมันชอบกินไม่ต้องเอาคาถามาอ้าง”ป้าเอ็ดออกมาจากห้องครัว ลุงจรหดคอทำหน้าม่อยก่อนจะร้องตอบกลับไป “เพราะคาถาจริงๆเมียจ๋า ผัวก็ไม่ได้ยากกินมันหรอกนะเหล้านะมันขม”แกพูดเสียงออดอ้อน “งั้นวันนี้งด”ป้าร้องตอบออกมาอีกครั้ง “อ๋อย!แบบนี้ไม่ได้เดี๋ยวของมันจะเสื่อม...”ลุงจรร้องสียงอ๋อยตอบกลับไป วิทย์ได้แต่ยิ้มให้กับคนแก่สองคนนี้ ทะเลาะกันได้น่าเอ็นดูเชียววันนี้วิทย์มีนัดที่อาสมอาจารย์ดำ เขายากเรียนไสยเวทย์ด้วย ไม่ว่าจะเป็นวิชาด้านไดเขาก็จะเรียนทั้งหมดเพราะทุกอย่างมันมีข้อดีและก็ข้อเสียของมันอยู่แล้ว ใช้ในด้านดีมันก็ดี ใช่ทำร้ายคนอื่นมันก็ไม่ดีทั้งนั้น คนเรา รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม ซักวันความรู้มันก็ต้องมีประโยชน์แน่นอน ไม่ได้ใช้วันนี้ตอนนี้ ก็อาจจะจำเป็นต้องได้ใช้ในวันข้างหน้า อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอนใครจะไปรู้มันจะเกิดอะไรขึ้น สำหรับวิทย์ความรู้ก็เป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่งที่ใช้เท่าไรก็ไม่หมด ดังนั้นทำไมจะไม่เรียนรู้เอาไว้ละ เมื่อมีโอกาสหรือตอนโอกาสมาถึง จะมากจะน้อยมันก็เป็นความรู้ที่มันจะเก็บเอาไว้กับเขาได้ไปจนตลอดชีวิต ไม่เหมือนเงินทองที่เก็บเท่าไรมันก็ไม่เคยจะอยู่กับเรา“ผมจะไปอาสมอาจารย์ดำนะ ลุงจรรู้จักอาจารย์ดำหรือเปล่าแกเป็นคนยังไง”วิทย์ถาม“รู้สิ มันกับกูเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก มันก็เป็นหนึ่งในพวกกูที่ไปขึ้นห้างคราวนั้น หลังจากจบเรื่องมันก็หันไปเอาดีทางด้านวิชาอาคม มันตะลอนไปทั่วทุกเขา ทุกสำนักที่ว่าดีมันก็ไปร่ำเรียนมาหมด ไอ้คนนี้ของมันดีดูถูกมันไม่ได้เลยเชียวหละ”ลุงจรตอบออกมาแกกับอาจารย์ดำเป็นเพื่อนกันและยังเคยเป็นลูกศิษย์สำนักเดียวกันมาก่อน คนนี้แกรับรองว่าของเขาดีจริงๆ “เอ็งจะไปหามันทำไมวะ”แกถามวิทย์ออกมาอีกครั้ง“อาจารย์ดำจะรับผมเป็นลูกศิษย์”วิทย์ตอบ “อืม..ดีๆ ห้า!อะไรนะมันจะรับเอ็งเป็นลูกศิษย์”แกร้องออกมาเมื่อนึกได้ว่าวิทย์พูดอะไร “อืมใช่ ทำไมเหรอลุง”วิทย์ถามอย่างไม่เข้าใจ“ไม่มีอะไร แค่มันไม่เคยรับใครเป็นลูกศิษย์จริงๆซักคน ส่วนใหญ่พวกที่มาให้สักยันต์ให้ลงของให้ก็ไม่ก็ไม่ถือว่าเป็นลูกศิษย์เต็มตัว แต่นี้มันเอ๋ยปากกับเอ็งเลยเหรอวิทย์” แกพูดออกมายาว และถามให้แน่ใจ“ใช่ ผมยากเรียนไสยเวทแกก็เลยจะสอน”วิทย์ตอบ “แกจะเรียนไปทำไมวะสมัยนี้”ลุงจรถามอย่างสงสัย “ผมชอบ”วิทย์ตอบเลี่ยงๆ ไม่ยากพูดถึงเรื่องความจำเป็นซักเท่าไรเพราะพูดออกไปไม่ได้