เบียร์เลือกหนึ่งในห้องทั้งสิบ แต่มีเพียงหนึ่งห้องเท่านั้นที่ถูกเข้ารหัส นั่นคือห้องเก็บของ จำพวกสร้อยเพชร เครื่องประดับราคาแพง
ไม่ใช่ว่าเจมส์กลัวหาย แต่หากให้มันไปอยู่ตามห้องต่างๆ แล้วมีคนมาเข้าพัก ไม่ว่าจะเป็นใครเข้าไปเจอมันคงไม่ดี
อีกอย่างคือ ของประเภทนี้มีราคาสูง ไม่สู้เก็บไว้เซอร์ไพรส์แฟนสาวดีกว่า
เบียร์ชอบบรรยากาศบนเรือ'เมจิกเชี่ยน'เป็นอย่างยิ่ง
เหนือสิ่งอื่นใดคือห้องภายในเรือ มีความกว้างขวาง โอ่อ่า หรูหรา แถมมองจากบานหน้าต่างจะเห็นผิวทะเลสะท้อนแสงแดด
ฉากวิวสวยๆ กลางทะเลแบบนี้ ไม่ใช่ว่าใครก็สามารถเห็นได้ โดยเฉพาะนักศึกษาปี 3 อย่างเธอที่เรียนอยู่ แทบไม่มีโอกาสได้มาสัมผัส หากไม่พบเจมส์
นอกจากนั้นเจมส์ยังได้เตรียมหุ่นยนต์จากศตวรรษที่ 41 โมเดลแองเจิ้ล 21 มาคอยดูแลบนเรือ รวมถึงนำกะลาสีจากจอมเขมือบมาหนึ่งคน คอยเตรียมอาหารให้เบียร์ทานตอนเช้า
หุ่นยนต์กะลาสีมีความสามารถในการทำอาหาร โดยเฉพาะสายพันธุ์ทางทะเล ฝีมือลูกเรือไม่ต่างจากภัตตาคารอาหารหรูเลย
หลังจากเก็บข้าวของไว้ในตู้เสื้อผ้าสุดหรูหรา เบียร์ที่อยู่ในชุดเสื้อยืด กางเกงยีนส์ขาเดฟกระโดดกอดรุ่นน้องคนรัก ตามด้วยหอมแก้มหนึ่งฟอด สุดท้ายจบด้วยเสียงครางกระเส่าบนเตียง
........
เช้าวันถัดมา เจมส์และเบียร์นั่งเรือ'AMERIA'มาที่หาด เดินมาถึงรถ มองเห็นเจ้า R35 เขาต้องส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้
เมื่อคืนจบกิจกรรมอย่างว่ากับรุ่นพี่ เขาได้ใช้เวลาหารถที่เหมาะสมกับผู้หญิงในนิตยสารรายสัปดาห์ แต่อย่างใดก็ตามหลังจากนำมันออกมาจากหน้าหนังสือ ผลลัพธ์ที่ได้ค่อนข้างแย่ ถึงขั้นไม่สามารถใช้งานได้ สุดท้ายจึงจำเป็นต้องให้ทอยทำลายรถคันที่ว่า
ผลเสียด้านลบที่ทำให้เจมส์ตัดสินใจทำลายรถ มันกระทั่งสามารถคร่าชีวิตของคนคนนึงได้ นั่นคือ'หลังจากขึ้นรถ คุณมีเวลา 10 วินาทีก่อนหัวใจจะล้มเหลว'
ลองนึกดู สภาพนั่งอยู่บนรถหรูหัวใจวายตายเพียง 10 นาที มันช่างเป็นเรื่องน่ากลัวเพียงใด ชีวิตกว่าจะโตมาได้ถึงขนาดนี้ ต้องมาตายง่ายๆ เพียง 10 วินาที
ความจริงแล้วหากพูดถึงมูลค่าทางตลาด รถคันดังกล่าวมีมูลค่าเกิน 5 ล้านบาท แต่จะให้ไปขายต่อหรือแยกอะไหล่ขายก็ดูไม่สมควร
เจมส์ไม่รู้ว่าหลังจากแยกอะไหล่ออกไป ผลเสียด้านลบยังคงอยู่หรือไม่ แต่ถ้าหากมันยังแสดงผล เขาคงไม่ต่างจากฆาตกรฆ่าคนที่เห็นแก่เงิน
R35 ขับเข้ามาที่วิทยาลัยกุหลาบขาว
เช่นเดิมมันตกเป็นเป้าสายตา
โดยเฉพาะผู้หญิงเมื่อเห็นเพื่อนนักศึกษาในรั้วเดียวกันนั่งรถราคาเป็นล้านมากับผู้ชาย ยิ่งอิจฉาจนตัวสั่น
“เจมส์ วันนี้พี่น่าจะเลิกเรียนตอนบ่ายสามน่ะ ถ้ายังไงกลับไปก่อนได้เลยนะ ไม่ต้องรอ”
ก้าวขาเรียวสวยลงมาจากรถ ในสภาพเสื้อนักศึกษารัดติ้วแน่นหน้าอก เบียร์หันไปบอกเจมส์ที่เพิ่งลงจากฝั่งคนขับ เพราะกลัวว่าเขาจะรอเก้อหลายชั่วโมง
“ได้ครับ ถ้ายังไงเดี๋ยวผมให้เดย์มารับพี่กลับบ้านแล้วกัน”
เดย์ที่เจมส์เพิ่งพูดถึงคือหุ่นแองเจิ้ล 21 ที่ถูกดึงออกจากหน้าหนังสือ
“ขอบใจนะ น่ารักที่สุดเลย รักนะคะ” มีแฟนดีคอยเทคแคร์แบบนี้เป็นใครใครก็อิจฉา ดังนั้นเพื่อเอาอกเอาใจ เบียร์จึงจูบริมฝีปากเจมส์อย่างดูดดื่มก่อนเข้าชั้นเรียน
นักศึกษาชายหลายคนรู้สึกอิจฉาเจมส์ ในขณะเดียวกันผู้หญิงนุ่งสั้นบางคนเกลียดเบียร์
“หยี๋ กล้าทำแบบนี้ในวิทยาลัยได้ยังไง ไม่อายบ้างหรือไงนะ”
“นั่นสิ น่าเกลียดชะมัด”
“นางคงหน้าหนา ไม่อายใครหรอก ดูสิใส่ชุดรัดแน่นเปรี๊ยะแทบหายใจไม่ออก ดูก็รู้ว่าชอบยั่วผู้ชาย ไอ้หน้าโง่นั่นก็คงถูกนางหลอก ป่านนี้คงแทบหมดตัวแล้วละมั้ง”
เบียร์เดินผ่านกลุ่มคนขี้อิจฉา ไม่แม้แต่หันไปมอง ราวกับว่าพวกเขาเป็นเพียงอากาศธาตุ
เข้ามาในคณะ นั่งที่ประจำชิลล์ๆ ข้างหวาน
ระหว่างเรียนเพื่อนสนิทผิวสีน้ำผึ้งอดถามขึ้นไม่ได้ “นี่แก ฉันได้ข่าวว่าเช้าเนี้ย แกมากับผู้ชายเหรอ แถมยังเป็นรถ R35 หรือว่าจะเป็นรุ่นน้องคนนั้น?”
เบียร์ที่กำลังจับด้ามปากกา อมยิ้มนิดหน่อย ผงกศีรษะเป็นคำตอบ
เห็นท่าทางแบบนั้นหวานเข้ามากุมมือ
“นี่แก ถ้ายังไงก็ระวังไว้นะ ถึงเจมส์จะเป็นคนจ้างงานแกทำแซลมอน แต่ถ้าหากเขาฉวยโอกาสก็ให้รีบออกมาเลยนะเว้ย”
“หวาน แกกังวลไปแล้วเว้ย เจมส์เป็นสุภาพบุรุษพอ เขาไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอก”
ใช่เขาไม่ฉวยโอกาสหรอก เพราะทั้งสองต่างทำมากกว่านั้นเยอะ...เบียร์แลบลิ้นเล่น
“เออ ฉันก็บอกให้แกระวังตัวไว้เฉยๆ ยิ่งในตอนนี้คนในวิทยาลัยพูดกันให้แซ่ดเกี่ยวกับคนรวยหน้าใหม่ที่เข้ามาแทนเสือ”
“อืมๆ”
“เห้อ...แกเนี่ยละก็นะ มีรุ่นพี่มาจีบตั้งเยอะตั้งแยะ ทำไมถึงไม่ชอบ กลับชอบรุ่นน้องที่เหมือนเพลย์บอย”
“แกไม่เข้าใจ”
“ไม่เข้าใจ หมายความว่าไงวะ?”
เบียร์ไม่ได้อธิบายเพิ่ม แต่ถ้าหากให้อธิบาย ส่วนหนึ่งคือพวกหน้าตาดีในวิทยาลัยมีแต่พวกไม่ได้เรื่อง ใช้คำคมจีบสาว มุกเสี่ยว เทียบไม่ได้กับเจมส์แม้แต่ขี้เล็บ
......
ช่วงบ่ายกำลังกลับบ้าน
เบียร์นั่งทานอาหารในวิทยาลัย
นอกจากหวานแล้วยังมีเพื่อนผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ชื่อพริ้ง เป็นผู้หญิงที่มีน้ำหนักตัวมากกว่าร้อยกิโลกรัม
“เบียร์ ฉันเห็นช่วงนี้แกยุ่งกับงานวิจัยจนแทบไม่ได้พัก ถ้ายังไงให้พี่ติ๊กช่วยไหม เขาเก่งมากเลยนะ สอบเนี่ยได้เกรด 4 ตลอด เป็นท็อปของชั้นเรียนปี 4 เลยนะแก” พริ้งเอ่ยด้วยความเป็นห่วง
ผลจากแซลมอนดอง ทำให้ก่อนหน้านี้เบียร์มักจะนอนหลับในชั้นเรียนอยู่เสมอ ถูกอาจารย์ดุไปหลายครั้งหลายครา ไม่แปลกหากคนรอบข้างจะกังวล
“ไม่เป็นไรหรอก งานง่ายๆ น่ะ อีกอย่างคือรุ่นพี่ปี 4 เตรียมตัวจบ ยุ่งตายจะเอาเวลาที่ไหนมาช่วยฉัน อีกอย่างงานวิจัยของฉันก็เสร็จแล้ว หลังจากนี้คงไม่นอนหลับในห้องอีกเป็นครั้งที่สอง” เบียร์ส่ายศีรษะ ตอบปฏิเสธความหวังดีด้วยรอยยิ้ม
“ใครว่ากันละครับ ถึงพี่จะเตรียมตัวจบ ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ว่าง ถึงขนาดช่วยรุ่นน้องไม่ได้” เจ้าของเสียงทุ้มลึกเป็นผู้ชายร่างบาง สูง 170 เซ็นติเมตร ผิวขาว หน้าตาจัดว่าดูดี
“พี่ติ๊ก!” เมื่อเห็นติ๊กเดินเข้ามา พริ้งดูจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ
“สวัสดีครับ น้องพริ้ง น้องหวาน และน้องเบียร์”
ชายหนุ่มที่อยู่ในชุดนักศึกษาสีขาว ก้าวเข้ามานั่งร่วมโต๊ะโดยไม่ได้รับเชิญ
เขามาพร้อมกับกลุ่มเพื่อนอีกสองคน โดยสองคนที่ว่า หน้าตาค่อนข้างธรรมดา ไม่มีค่าให้จดจำแก่สายตา
“สวัสดีตอนบ่ายค่ะพี่ติ๊ก” พริ้งเผยรอยยิ้มหวาน “พี่ติ๊กหิวน้ำหรือเปล่าคะ เดี๋ยวฉันซื้อให้ อยากกินน้ำอะไรบอกมาได้เลยนะคะ”
“เอ่อ...ขอเป็นน้ำเปล่าแล้วกันครับ”
“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ” พูดจบ พริ้งลากร่างกายที่หนักกว่าร้อยกิโลกรัม ลุกออกไปจากโต๊ะ โดยไม่ถามชายอีกสองคนที่มาด้วย คล้ายกับสนใจเพียงติ๊ก
หลังจากยายหมูอ้วนไป ติ๊กส่งสายตาเว้าวอน ถามด้วยความเป็นห่วง “ได้ข่าวว่าช่วงนี้น้องเบียร์ทำวิจัยจนแทบไม่ได้พักเลยเหรอครับ เป็นไงบ้าง ดูสิตาคล้ำเชียว ถ้าไม่ไหวยังไงก็ให้พี่ช่วยได้นะครับ”
เบียร์ไม่เคยพูดเรื่องนี้กับอีกฝ่าย จึงค่อนข้างงุนงงว่ารู้ได้ยังไง แต่เมื่อครู่เห็นปฏิกิริยาของเพื่อนในกลุ่ม ก็เดาได้ไม่ยาก
“ขอบคุณค่ะ แต่ไม่เป็นไร เบียร์ทำวิจัยเสร็จแล้ว” หญิงสาวในชุดนักศึกษารัดติ้วตอบเถรตรง
“งั้นเหรอครับ...เสร็จก็ดีแล้ว แต่พี่เป็นห่วงจัง ดูสิมือเล็กๆ แตกหมดแล้ว ให้พี่ช่วยนวดให้ไหม” ฝ่ายชายพยักหน้า เขาพยายามเอื้อมมือไปคว้ามือบางบนโต๊ะ แต่ก็ถูกอีกฝ่ายขยับหนี ตามด้วยเสียงบึ้งตึง
“ไม่ดีมั้งคะ เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย พี่จะมานวดให้ฉันทำไม?”
“น้องเบียร์ จะใจแข็งแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนครับ น้องรู้ไหมว่าพี่เรียนได้เกรดเท่าไหร่...”
“แล้วไง พี่ติ๊กเรียนได้เกรดเท่าไหร่แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน” เบียร์กรอกตา ไอ้งี่เง่าต้องการบอกอะไรกันแน่
“ทำไมจะไม่เกี่ยวละครับ เกรดการเรียนน่ะมันตัดสินอนาคตของพี่หลังจากนี้เลยนะ พอจบไปพี่ก็จะได้ทำงานในบริษัทใหญ่ เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์หรือไม่ก็ควบคุมงานวิจัยในห้องแลปด้วยตัวเอง ด้วยผลงานระดับนั้น พี่สามารถฝากงานให้น้องเบียร์ในตำแหน่งสูงๆ ได้เลยนะ”
เบียร์เดาะลิ้นมุมปาก
อะไรกันไอ้มุกจีบหญิงนี่ ยังไม่ทันได้เข้าทำงานในบริษัทเลยก็คุยโวซะแล้ว
“ขอบคุณในความหวังดีนะคะ แต่ฉันน่ะมีแฟนแล้ว ดังนั้นพี่เลิกยุ่งกับฉันดีกว่าค่ะ” เบียร์อยากตัดปัญหา ไม่อยากเห็นหน้าไอ้ตัวน่ารำคาญนี่อีก
“หา...มีแฟนแล้ว เป็นไปได้ยังไง พี่ไม่เห็นรู้เลย!”
คำตอบของเบียร์ทำให้ติ๊กยอมรับไม่ได้ อุตส่าห์จีบมาเป็นปี แต่กลับถูกหมาคาบไปกินเนี่ยนะ!
ส่วนหวาน เพื่อนสนิทผิวสีน้ำผึ้งตกใจทีแรก ก่อนจะจับประเด็นบางอย่างได้ จึงเลือกนั่งฟังเงียบๆ
“ฉันไม่ได้ประกาศนี่นา แต่ถึงอย่างนั้นทั้งวิทยาลัยก็คงพูดถึงกันให้แซ่ดแล้วละมั้ง”
“หมายความว่าไง หรือว่าพี่ตกข่าว...เดี๋ยวสิ หรือว่าผู้หญิงที่กำลังเป็นข่าวในวิทยาลัย นั่ง R35 เข้ามากับผู้ชายคือน้องเบียร์!”
“ใช่เป็นฉันเอง แล้วเขาก็ให้ของหมั้นมาแล้วด้วย พี่ติ๊กตัดใจเถอะค่ะ” กล่าวจบเบียร์จับต้นคอขาวผ่อง ที่ถูกดูดด่ำเป็นสีแดงเรื่อ นอกจากนั้นหล่อนยังสวมสร้อยเพชร ของขวัญชิ้นแรกที่เจมส์มอบให้
“รอยนั่น...สร้อยเพชร? ฮ่าฮ่า ของปลอม ดูยังไงก็รู้ว่าของปลอม!” ติ๊กกัดฟันกรอด พยายามสร้างประเด็น
“ของปลอม?”
“นี่น้องเบียร์ไม่เอะใจบ้างเหรอ ต่อให้ไอ้คนรวยนั่นมันรวยจนถึงขั้นอยากได้น้องเบียร์ แต่ก็คงไม่มีใครบ้าซื้อสร้อยเพชรให้จริงๆ หรอก อย่าบอกนะว่าเบียร์คิดว่าตัวเองมีค่ามากกว่าสร้อยเพชร ถ้าหากให้พี่ตีราคา พี่ให้ค่าตัวน้องเบียร์ไม่มากไปกว่าสองแสนบาท!”
“แต่ฉันว่า สร้อยนั่นเป็นของจริงนะ” ทว่าในตอนนั้น เสียงหนึ่งกล่าวแทรกการสนทนา