Survival Games [เกมส์แห่งการเอาชีวิตรอด]

    No.28 แก๊งปาหิน

    2 วันต่อมา... ภายในโดมน้ำแข็ง...
    คริสกับฮานะเริ่มหัวร้อนขึ้นเรื่อยๆ เพราะช่วงเวลาวันที่ผ่านมา ไอ้ศึกมหาสงครามของ 3 เผ่าพันธุ์ นอกจากมันจะขวางเส้นทางของพวกเธอแล้ว ทั้งยังไม่มีทีท่าจะจบลงง่ายๆ อีกด้วย เป็นเพราะเจ้าพวกอมนุษย์ที่มีสติปัญญาตนนั้น สั่งการเหล่าอมนุษย์อย่างมีแบบแผน รุก-รับ เลยทำให้มีการสูญเสียค่อนข้างน้อย ทั้งยังเน้นโจมตีไปยังอสูรระดับ 1 ซะส่วนมาก
    ส่วนฝูงสัตว์กลายพันธุ์เองก็ราวกับหวาดกลัวอสูรระดับ 1 จึงระแวดระวังโจมตีบ้างถอยหนีบ้าง ผิดกับอสูรระดับ 1 ที่หลงอยู่ใจกลางสนามรบราว 300 กว่าตัว ค่อยๆ เริ่มล้มตายลงไป ราวกับพวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ตอบสนองต่อการต่อสู้ แบบไร้สติปัญญาอย่างเห็นได้ชัด เหมือนกับอมนุษย์ทั่วไปในช่วงแรกๆ ที่โลกมีการเปลี่ยนแปลง
    ทางด้านกลุ่มของกันต์ตอนนี้กลายเป็นแก๊งปาหินไปเรียบร้อยแล้ว เพราะช่วงที่ผ่านมาต้องผลัดกันซุ่มโจมตีด้วยก้อนหิน เพื่อลดจำนวนพวกมันลงไปให้ได้มากที่สุด ซึ่งพวกเขาก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรไปได้มากกว่านี้แล้ว ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะว่า ภายในแม่น้ำโขงยังมีสัตว์น้ำกลายพันธุ์จำนวนมาก และดูท่าว่ามันจะหิวโหยมากเสียด้วย
    ทุกๆ ครั้ง ที่มีอมนุษย์หรือสัตว์กลายพันธุ์ร่วงลงไป ซากของพวกมันถูกฉีกกระชากเป็นชิ้นๆ และหายไปในเวลาไม่ถึง 3 วิ ทั้งยังไม่เหลือแม้แต่กระดูกด้วยซ้ำ ยิ่งกว่าฝูงปิรันย่ารุมแทะซะอีก ฉะนั้นพวกเขาจึงไม่กล้าที่จะเสี่ยง อีกทั้งฮานะเองก็ดันเป็นอสูรประเภทที่กลัวน้ำอีกด้วย
    ถึงการฝ่ากองทัพอมุษย์ สัตว์กลายพันธุ์ และอสูรระดับ 1 ไปตรงๆ อย่างน้อยที่สุดก็ต้องหมดเรี่ยวแรง และยังไม่รู้อีกว่าจะต้องต้องพบเจอกับอะไรอีก พวกเขาจึงไม่กล้าที่จะเสี่ยง ถึงได้ปล่อยให้เวลาผ่านไป
    จนกระทั่งวันนี้คริสกับฮานะเริ่มฟิวส์ขาด และเป็นฮานะที่เริ่มพูดขึ้นก่อนอย่างอดไม่ไหว
    "พวกเราฝ่าออกไปตอนนี้เลยแล้วกัน!!"
    สิ้นเสียงของฮานะ คริสเองก็พยักหน้ารับอย่างเหลืออดเช่นกัน ผิดกับกันต์และใบหม่อนที่ดูไม่มีท่าทีทุกข์ร้อนอะไรเลย ทั้งใบหม่อนออกแนวกลั้นหัวเราะเสียด้วยซ้ำไป พลางทำให้ฮานะกับคริสเดือดดาลยิ่งกว่าเดิม จนกันต์เห็นท่าไม่ดีจึงต้องรีบกระแอม และเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น
    "พวกเธอทั้งสองคนนึงเป็นถึงผู้นำของเผ่าปีศาจ อีกคนก็เจ้าเล่ห์เพทุบาย แต่ทำไมถึงไม่หัดสังเกตรูปแบบการต่อสู้ในสนามรบนั่นบ้าง ว่ามันมีจุดผลิกผันใหญ่สุดเพียงไม่กี่จุดเท่านั้น"
    น้ำเสียงสบายๆ ของกันต์พลันเรียกสติทั้งสองกลับมา แม้พวกเธอจะถูกแดกดันเล็กน้อย จนมีอาการขุ่นเคือง แต่ก็ไม่มีใครกล้าขัด เพราะถ้ามีวิธีดีๆ พวกเธอทั้งสองก็พร้อมที่จะรับฟัง ดีกว่าการมานั่งติดแหงกแล้วทำตัวเป็นแก๊งปาหินแบบนี้ กันต์ที่เห็นดังนั้นจึงอดยิ้มอย่างผู้ชนะไม่ได้และเริ่มอธิบายต่อ
    "อมนุษย์ทั่วไปนั้นไม่มีสติปัญญา พวกมันโจมตีสิ่งมีชีวิตทุกประเภทเพื่อกัดกิน แต่ในเวลานี้พวกมันกลับสงบเสงี่ยม และรับฟังคำสั่งของอมนุษย์ที่วิวัฒนาการ แค่พวกเธอลอบฆ่าเจ้าอมนุษย์ที่คอยสั่งการ อมนุษย์ที่เหลือก็จะโจมตีไม่เลือก และมันจะไม่หยุดไปจนกว่าสิ่งมีชีวิตทั้งหลายหรือพวกมันตายหมด ส่วนพวกสัตว์กลายพันธุ์แม้มันจะไม่ฉลาดมากนัก แต่หากพวกมันเจอศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าแบบพวกเธอ 2 คน แค่ขู่พวกมันนิดหน่อยก็หนีกระเจิงไปหมดแล้ว หลังจากนั้นก็รอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์"
    สิ้นเสียงของกันต์ฮานะถึงกับอึ้งไปเล็กน้อย เธอไม่คิดว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะคิดวิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์ได้ถึงเพียงนี้ พลางได้แต่คิดในใจว่าเด็กหนุ่มคนนี้ช่างเจ้าแผนการเสียจริง เหตุผลที่เธอเลือกจะเชื่อมสัมพันธไมตรีกับมนุษย์ แท้จริงแล้วเพียงหวังหลอกใช้ประโยชน์จากเด็กหนุ่ม ที่เป็นคู่พันธะสัญญากับจอมมาร จนกลายเป็นว่าที่จอมมารคนใหม่ แต่เธอเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าใครเป็นฝ่ายหลอกใช้ใครกันแน่
    ผิดกับคริสที่มองไปทางกันต์ด้วยสายตาทึ่งๆ เพราะตัวเธอนอกจากความแข็งแกร่งในด้านการต่อสู้แล้ว สิ่งสำคัญที่เธอไม่มีก็คือ สติปัญญาที่ชาญฉลาด ไม่เช่นนั้นก่อนโดนเคลื่อนย้ายมายังโลกนี้ เผ่าปีศาจของเธอคงได้ขึ้นปกครองเป็นผู้นำของทุกเผ่าพันธุ์ไปแล้ว มีบ่อยครั้งนักที่เผ่าปีศาจต้องสูญเสียเพราะเล่ห์กลอุบายของศัตรู
    ในยามนี้คริสกับฮานะล้วนแต่มองกันต์ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ส่วนเจ้าตัวกลับไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร พลางนั่งกินขนมปังกับกาแฟอย่างหน้าตาเฉย เพราะเขามั่นใจว่าอีกไม่นาน ต้องได้ออกกำลังกายครั้งใหญ่อย่างแน่นอน ทางด้านใบหม่อนเองก็นั่งกินขนมปังกับน้ำผลไม้ อย่างไม่ทุกข์ร้อนอะไรเช่นกัน
    "แล้วเจ้ามีแผนว่าไงบ้าง!?" ฮานะรีบถามขึ้น เมื่อเห็นกันต์ที่กินมื้อเช้าอิ่มแล้ว พลางเริ่มหาวหวอดๆ
    "อ๋อ!! ง่ายๆ ก็แค่.........." กันต์อธิบายอย่างเรียบง่าย ผิดกับสีหน้าที่เริ่มง่วงหงาวหาวนอน กับตาปรือๆ เหมือนกับคนอยากนอนมากกว่าอยากลุย
    20 นาทีต่อมา...
    ฮานะที่ทำตัวตามสบายเดินเข้าสู่สนามรบฝั่งทางด้านฝูงสัตว์กลายพันธุ์ แต่กลับปล่อยจิตสังหารอ่อนๆ กระจายออกมาเรื่อยๆ ทำเอาฝูงสัตว์กลายพันธุ์ถึงกับส่งเสียงขู่ พร้อมกับจับจ้องผู้มามาใหม่อย่างระวัง เมื่อฮานะเดินผ่านเข้าได้ระยะที่เหมาะสม ฉับพลันนั้นเองดธอหันไปมองสัตว์กลายพันธุ์ที่แลดูคล้ายกับจ่าฝูง ซึ่งอยู่ห่างออกไปไกลพอสมควรด้วยหางตาอย่างดูถูก พร้อมกับปลดปล่อยออร่าและจิตสังหารออกมาอย่างรุนแรงที่สุดเท่าที่เธอทำได้
    "โฮกกก!! ฮากกก!!" เสียงคำรามของสัตว์กลายพันธุ์หลายพันตัว ที่เสียขวัญจากเด็กสาวในคราบมนุษย์เบื้องหน้า ราวกับว่าพวกมันได้พบเจอกับสัตว์อสูรร้ายที่น่าพรั่นพรึง แม้กระทั่งจ่าฝูงที่นำพาสัตว์กลายพันธุ์จำนวนมาก ยังถึงกับหวาดผวาและถอยหนีไปอย่างไม่รีรอ แล้วมีหรือที่สัตว์กลายพันธุ์ตัวอื่นๆ จะไม่แตกกระจายออกไป
    แค่เพียงไม่นานฝูงสัตว์กลายพันธุ์จำนวนมาก ต่างก็หลบหนีเข้าป่าไปหมด เมื่อครู่ฮานะต้องสูญพลังไปไม่น้อย แม้จะเป็นเพียงแค่การข่มขวัญศัตรู แต่เธอต้องเน้นพลังทั้งหมดเพื่อให้กระจายทั่วสนามรบ วิธีนี้ถือว่าเป็นวิธีสิ้นคิดที่เผ่าอสูรศักดิ์สิทธิ์ไม่เคยคิดทำ เพราะเผ่าพันธุ์ระดับสูงทั้งหมดในวาเรี่ยนล้วนไม่กลัวตาย ที่จะต้องเผชิญหน้ากัน แล้วมีหรือที่จะหวาดกลัวแค่เพียงการข่มขวัญเท่านั้น
    ช่วงแรกที่ฮานะคิดเกี่ยวกับแผนของกันต์ ยังคิดว่ามันเป็นเพียงแค่เรื่องไร้สาระอยู่เลย แต่เธอก็ไม่นึกไม่ฝันว่ามันจะมีวิธีง่ายๆ เช่นนี้อยู่ด้วย ทำให้เธออดคิดไม่ได้ว่าน่าจะจับกันต์ มาเป็นคู่พันธะสัญญากับผู้นำเผ่าอสูรศักดิ์สิทธิ์ของเธอ แทนที่จะมอบตัวกันต์ให้กับเผ่าปีศาจแทน ทว่าเธอก็ทำได้เพียงแค่คิดเท่านั้น เพราะเธอเอาชนะคริสไม่ได้ พลางได้แต่ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะเบนสายตามองไปยังอีกทิศทางนึงของสนามรบ ก่อนจะสบถขึ้นเบาๆ
    "มันต้องมีสักวิธีสิน่า..."
    ทางด้านของกันต์ที่เดินดุ่มๆ เข้าไปเพียงลำพัง ทว่าเหล่าอมนุษย์นั้นกลับพุ่งเข้ามาโจมตีกันต์อย่างบ้าคลั่ง ผิดกับฝั่งของฮานะอย่างสิ้นเชิง แต่ว่านั่นก็เป็นสิ่งที่เขาคาดเดาได้ไว้ก่อนอยู่แล้ว
    "ฟิ้ววว!! ฟิ้ววว!! ฟิ้ววว!!"
    "ปัง!! ปัง!! ปัง!! ปัง!! ปัง!!"
    เสียงก้อนหินเล็กๆ พุ่งแหวกอากาศด้วยควาวเร็ว หินทุกก้อนที่ปาออกไปราวกับกระสุนปืนใหญ่ ทันทีที่มันกระทบกับหัวของพวกอมนุษย์ทั่วไปและอมนุษย์กลายพันธุ์ หัวพวกมันก็ถึงกับระเบิดกระจายราวกับแตงโมที่ถูกฟาดจนเละ ส่วนกันต์ก็ยังคงเดินดุ่มๆ เข้าไปอย่างไม่สะทกท้าน หากดูดีๆ แล้วก็เท่ไปอีกแบบเหมือนกัน
    ผิดกับคริสที่ต้องมาทำหน้าที่ในการปาหิน เธออดที่จะหมั่นไส้ในท่าทางของกันต์ไม่ได้ ยิ่งถ้าเธอเป็นฝ่ายเดียวกับพวกอมนุษย์ ก็คงอยากเข้าไปแลกชีวิตให้รู้แล้วรู้รอดไป ส่วนใบหม่อนกับยิ้มดีใจให้กับท่าทีของพี่เขย ที่วางมาดราวกับพระเอกในหนังที่เธอชื่นชอบ
    หากแต่เหล่าอมนุษย์ที่กำลังจะพากันเข้ามาโจมตีต่อ เริ่มค่อยๆ ถอยไปรวมกับอมนุษย์วิวัฒนาการ ที่คอยออกคำสั่งพวกมัน ถ้าสังเกตดูดีๆ แล้วจะพบว่าพวกมันตั้งแนวป้องกันอย่างหนาแน่น เพื่อไม่ให้มนุษย์เบื้องหน้าเข้าถึงตัวผู้นำของพวกมัน ทว่ากันต์กลับแสยะยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย พลางได้แต่เอ่ยอย่างดูถูก
    "เป็นแค่อมนุษย์จะมาฉลาดกว่ามนุษย์ได้ไงฟร่ะ!!"
    สิ้นเสียงของกันต์เขารีบเรียกดาบคุชินออกมา เมื่อเขาเดินเข้ามาถึงระยะที่เหมาะสม เขาก็เรียกเสือขาวออกมา หนึ่งคนหนึ่งสัตว์วิ่งเข้าหากองทัพอมนุษย์นับหมื่นอย่างรวดเร็ว ภาพของกันต์ในเวลานี้คล้ายกับขุนศึกแนวหน้าในสงคราม เพียงแต่สัตว์ที่เขาขี่ไม่ใช่ม้ามันคือเสือขาว และอาวุธที่ใช้ก็ไม่ใช่ทวนหรือหอกแต่เป็นดาบ [แต่ก็เท่ดีนะ]
    เมื่อถึงแนวหน้าของอมนุษย์ที่อัดกันอย่างหนาแน่น เสือขาวของกันต์ก็อาศัยความเร็วและความคล่องตัว กระโดดสูงขึ้น พลางอาศัยร่างกายของอมนุษย์เป็นพื้นแทน พร้อมกับวิ่งไปทั้งอย่างนั้นเรื่อยๆ ด้วยความที่ร่างของพวกอมนุษย์นั้นแข็งแกร่งอยู่แล้วจึงไม่เสียหลักล้มลง พวกมันได้แต่ตะปบไปมามั่วๆ ทว่าด้วยความเร็วของเสือขาวมีหรือที่พวกมันจะสามารถตะปบพวกได้ทัน
    ส่วนพวกอมนุษย์กลายพันธุ์ที่มีความสามารถต่างออกไป ต่างก็กระโจนเข้าโจมตีหนึ่งคนหนึ่งสัตว์ที่ฝ่ากองทัพอมนุษย์เข้ามา เพียงแต่กันต์นั้นยังมีแก๊งปาหินเฉพาะหน้าทำหน้าที่ป้องกันเขาอยู่ จึงไม่ได้กังวลพวกอมนุษย์กลายพันธุ์เลยแม้แต่น้อย แค่เพียงไม่กี่อึดใจหนึ่งคนหนึ่งสัตว์ก็บุกเข้าถึงตัวอมนุษย์วิวัฒนาการ ทว่าตัวมันที่กำลังตกตะลึงอยู่ยังไม่ทันที่ได้สั่งการอะไร ก็ถูกดาบสีดำมันเงาสะบั้นคอจนสติไม่อาจรับรู้อะไรได้อีก
    กันต์ใช้เวลาเผด็จศึกในเวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น [เสียเวลานานสุดก็ตอนเดินทำเท่ออกมานั่นแหละ] หลังจากอมนุษย์ที่เหลือก็ราวกับหุ่นยนต์ที่แบตหมดเพียงชั่วครู่ ก่อนที่พวกมันจะส่งเสียงร้องราวกับพวกไร้สติ พลางดาหน้ากันเข้าหาหนึ่งคนหนึ่งสัตว์ หมายที่จะฉีกกระชากร่างของพวกมันออกเพื่อกัดกิน ในเวลานี้พวกมันไร้ซึ่งสติปัญญาโดยสมบูรณ์แล้ว เมื่ออสูรวิวัฒนาการถูกสังหารลง
    ส่วนกันต์ที่มองไปทางอมนุษย์จำนวนมากที่กำลังวิ่งเข้ามา เขาก็ให้เสือขาววิ่งฉีกแยกออกไปทางอสูรระดับ 1 ในแต่ละจุด และเมื่อเขาไปถึงยังจุดใดจุดหนึ่งแล้ว ก็เก็บเสือขาวเข้าไปในแหวนผนึกอสูรรับใช้ พลางใช้ทักษะระดับสูง ลบสัมผัสตัวตน ที่เพิ่งจะเรียนรู้มาหมาดๆ เดินผ่านฝูงอมนุษย์หน้าตาเฉย ก่อนจะขี่เสือขาววิ่งลากฝูงอมนุษย์บางส่วนกับพวกที่แตกแถว ไปยังจุดที่อสูรระดับ 1 ตัวอื่นๆ อยู่
    ก่อนจะกลับมารวมกลุ่มกับคริสและใบหม่อน พลางนั่งจิบกาแฟต่ออย่างชิวๆ ราวกับเขาเพิ่งไปเดินเล่นเสร็จกลับมา ไม่นานนักฮานะก็กลับมารวมกลุ่มกับพวกเขา นั่งดูอมนุษย์ที่ไร้ซึ่งสติปัญญาและความหวาดกลัว รุมทึ้งอสูรระดับ 1 อย่างเอาเป็นเอาตาย จากการประเมินของพวกเขาแล้ว คาดว่าไม่เกินเที่ยงสงครามนี่ก็จะจบลง แล้วพวกเขาก็จะได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์กันอย่างสบายอารมณ์
    ในขณะที่กันต์เพิ่งจิบกาแฟเสร็จ ก็เอ่ยขึ้นมาอย่างไม่ทุกข์ร้อนอะไร
    "ถ้าสงครามจบแล้วค่อยปลุกฉันแล้วกันนะ!!"
    สิ้นเสียงของกันต์เขาก็หลับลงอย่างไม่สนโลก คริสกับฮานะได้แต่หันมองตากันปริบๆ เพราะถ้าเด็กหนุ่มตรงหน้าจริงจังกับชีวิตสักเล็กน้อย ภายภาคหน้าจะต้องยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน แต่พวกเธอเองก็เลือกที่จะเงียบ แล้วเฝ้าดูจุดจบของสงครามต่อ ส่วนใบหม่อนมองไปทางพี่เขยอย่างแปลกใจสงสัย ก่อนจะสบถขึ้นมาในใจ
    "ทำไมพี่เขยกินกาแฟ แล้วชอบหลับทุกทีเลยน้า!!"
    ----------------------------------------------------------
    "NOTICE" ทักษะระดับสูง ลบสัมผัสตัวตน เป็นการลบสัมผัสในร่างกายโดยสมบูรณ์ ทำให้ศัตรูมองเห็นเป็นเพียงตัวตนที่ไร้ชีวิต ไม่มีเลือดเนื้อ เหมาะสำหรับการต้องเผชิญหน้ากับอมุษย์ สัตว์กลายพันธุ์ และอสูรบางชนิด ที่ใช้การล่าเหยื่อ โดยการตรวจหาปฏิกริยาตอบสนองทางร่างกาย หรือ จากการตอบสนองต่อสิ่งมีชีวิตทุกรูปแบบ
    ฉะนั้นแล้วการที่กันต์เดินผ่านฝูงอมุษย์ได้ เพราะทักษะลบสัมผัสตัวตน ทำให้ร่างกายของกันต์เปรียบเสมือนกับฝุ่นทราย หรือต้นไม้ ยามเมื่อพวกอมนุษย์ได้เห็นกันต์ ก็ไม่ต่างจากเห็นฝุ่นทราย หรือใบไม้ ที่พัดผ่านพวกมันไป