อดีต
บ้านหลังใหญ่ตั้งตระหง่านภายใจกลางเมืองหลวงถึงกระนั้นก็เต็มไปด้วยความร่มรื่นของไม้นานาพันธ์และสวนดอกไม้สวยส่งกลิ่นหอม ในระแวกนั้นมีบ้านเพียงไม่กี่หลังเนื่องจากมูลค่าของที่ดินที่สูงลิ่ว บ้านตั้งตระหง่านหลังนี้คือบ้านของตระกูล “ปภังค์วัฒนกุล” เป็ตระกูลใหญ่ที่ทำอสังหาริมทรัพย์และธรุกิจขนส่งรายใหญ่ ซึ่งเ้าสัวธนินท์ ปภังค์วัฒนกุล มีลูกสามคน เป็ผู้ชายสองคน คือก้องภพ และกรภัทร ส่วนลูกสาวเป็ลูกคนกลางชื่อว่า กวิสรา ปภังค์วัฒนกุล เป็อันรู้ดีกันในหมู่คนรับใช้เก่าแก่ภายในบ้านว่าอดีตเ้าสัวธนินท์นั้นรักบรรดาลูก ๆ ทั้งสามไม่เท่ากัน ซึ่งส่งผลต่อการบริหารและปัญหาครอบครัวจวบจนปัจจุบัน ซึ่งปัญหาที่ว่านั้นคือ เ้าสัวธนินท์เพิ่งจะมาคิดได้ว่าควรรักลูกให้เท่ากันแต่ในเมื่อมันย้อนอดีตไปไม่ได้ เ้าสัวจึงหันมารักหลาน ๆ ให้เท่ากันแทน แน่นอนว่าการรักหลานเท่ากันนั้นส่งผลให้ลูกชายคนโปรดอย่างก้องภพ และลูกสาวคนกลาง กวิสราไม่พอใจเป็อย่างมาก
เพราะสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทสำหรับเหล่าบรรดาหลาน ๆ ถูกแบ่งเป็ห้าส่วนอย่างเท่าเทียมกัน!
ก้องภพและกวิสราไม่พอใจหนักจนพาลไม่ชอบหลานชายคนเล็กของตนเอง
ปัญหาที่กล่าวถึงอาจจะไม่หนักหนาสาหัสมากนัก หากไม่ใช่เพราะลูกชายคนเล็กและลูกสะใภ้อย่างกรภัทร และรวิตราไม่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตทั้งคู่ เด็กชายปิยวัฒน์ ปภังค์วัฒนกุล หรือเดือนอ้ายนั้นต้องกำพร้าและอยู่ในการดูแลของเ้าสัวธนินท์ เดือนอ้ายในวัยเด็กจึงถูกเลี้ยงดูด้วยคุณปู่และบรรดาลุงป้าที่ไม่ชอบตนเอง
ยิ่งไปกว่านั้นการที่เด็กชายวัยสิบขวบที่เพิ่งจะสูญเสียบิดามารดาได้ไม่นานกลับต้องมาเจออารมณ์โมโหร้ายของลุงและป้าส่งผลให้เด็กชายเดือนอ้ายไม่ค่อยกล้าพูดคุยกับเพื่อนในวัยเดียวกันนัก แต่เหมือนโชคชะตาจะยังเมตตาเด็กชายคนนี้อยู่ เพราะถึงแม้บรรดาลุงป้าจะไม่ชอบหน้า แต่ลูกพี่ลูกน้องที่อยู่ในความดูแลของคุณปู่นั้นยังพอนับได้ว่าตัวเขาและเหล่าพี่น้องยังคงเป็คนในครอบครัวเดียวกันอยู่
พวกเขาต่างรักใคร่เดือนอ้ายดี ยิ่งหลานชายคนโตของคุณปู่ เฮียฟ้าครามในวัยสิบห้าปีนั้นเอ็นดูเขามาก ชวนเขาเล่นนั่นเล่นนี่พร้อมกับเฮียคลื่นเสมอ ส่วนอาเจ้และเฮียซึ่งเป็ฝาแฝดชายหญิง ลูกของป้าเกลนั้นอายุไล่เลี่ยกันกับเขา ซึ่งห่างกันเพียงแค่ปีเดียวนั่นคือเจ้พริบพราวกับเฮียเมฆ แต่เฮียเมฆก็ชอบร่วมมือกับเฮียคลื่นแกล้งเขาบ่อย ๆ แล้วค่อยมาโอ๋ทีหลัง : (
และวันนี้ในบ้านมีเพียงเขาและเฮียคราม ส่วนพี่น้องคนอื่น ๆ ไปเรียนพิเศษกัน เดือนอ้ายเองหลังจากที่เสียป๊าไปก็ยังคงเก็บตัวเงียบเชียบภายในบ้าน เขายังไม่มีกะจิตกะใจจะไปเรียนพิเศษอะไรทั้งนั้น
ก๊อก! ก๊อก!
“อ้าย เดือนอ้าย”
เสียงเคาะประตูห้องนอนดังขึ้น เป็เสียงของเฮียฟ้าคราม เดือนอ้ายเดินไปเปิดประตูก่อนจะพบว่าเฮียตัวสูงยืนถือรถบังคับของเล่นที่เพิ่งได้รับเป็ของขวัญปีใหม่จากบรรดาญาติ ๆ และคู่ค้าในบริษัทของคุณปู่พวกเขาทุกคนล้วนได้รับของขวัญและแน่นอนว่าเดือนอ้ายที่ตอนนี้ไม่มีผู้ปกครองและยังคงไร้ตัวตนไม่มีผลต่อส่วนได้ส่วนเสียทางธุรกิจเนื่องจากไม่มีป๊ากับมารดาแล้วนั่นได้ของขวัญดังกล่าวน้อยที่สุด แต่เด็กอย่างเขาไม่ได้สนใจหรอกนะ เพราะเท่าที่มีอยู่ตอนนี้ก็มากพอที่จะเล่นคนเดียวไม่หมดแล้วล่ะ
“ไปเล่นรถบังคับกัน”
“จะดีเหรอครับ”
เงยหน้าขึ้นสบตาคนพี่ เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็พี่ชายที่สุดจะแสนดี แม้จะถูกห้ามปรามจากลุงและป้าว่าไม่ควรเล่นกับเขาแต่บรรดาพี่ ๆ ก็ไม่ได้เชื่อฟังแต่อย่างใด ทุกคนแวะเวียนชวนเขาออกไปเล่นเสมอยามผู้ใหญ่ในบ้านออกไปทำงาน
“พี่น้องจะเล่นกันใครหน้าไหนกล้ามาห้าม”
เดือนอ้ายตาโตมองเฮียอีกหนึ่งรอบก่อนจะมองไปทั่วบริเวณชั้นบนเมื่อเห็นว่ามีบรรดาคนใช้ประปรายเดินทำความสะอาดกันให้วุ่น
เฮียครามมักจะดูอารมณ์เสียเสมอยามเมื่อถูกขัดใจ แต่นั่นเดือนอ้ายรู้ดีว่าพี่ชายกลัวเขาจะเหงาจึงมาชวนออกไปเล่นด้วย
“ไปกันเถอะ”
คว้าข้อแขนเล็กของน้องสุดในบ้าน รอจนอีกคนปิดประตูห้องนอนแล้วก็พาวิ่งตึงตังลงบันได ส่งผลให้เดือนอ้ายลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ถ้าผู้เป็ป้ามาเห็นว่าเขาวิ่งเช่นนี้อาจถูกตีขาลายด้วยข้อหาทำตัวไร้การอบรมเอาได้
“เล่นตรงนี้ละกัน”
พูดจบก็วางรถบังคับคันสวยลงบนพื้นลานคอนกรีตหน้าบ้าน เฮียครามบังคับรถให้แล่นฉิวไปตามพื้น เดือนอ้ายมองตามรถคันนั้นแววตาเป็ประกายตื่นเต้น ส่วนเฮียครามที่บังคับรถอยู่นั้นก้มมองท่าทีของน้องชายคนเล็กสุดของบ้านด้วยความเอื้อเอ็นดู
ในอดีตน้องชายคนนี้ของเขาเป็เด็กน้อยที่สุดแสนจะสดใสร่าเริง จนกระทั่งมัจจุราชพรากลมหายใจของบิดามารดาของเ้าตัวน้อยนี่ไป
เขารับปากกับมารดาอีกฝ่ายไว้แล้วว่าจะดูแลเดือนอ้ายให้ดี
เทียบเท่ากับน้องคนอื่น ๆ
“อะ มายื่นข้างหน้า เฮียจะพาเล่น”
เขาดึงน้องเล็กให้มายืนข้างหน้าก่อนจะให้มือน้อย ๆ นั้น จับรีโมตบังคับแล้วสอนการกดต่าง ๆ รอจนน้องคล่องจึงได้ปล่อยให้เด็กน้อยเล่นเอง เขาเพียงแค่วิ่งตามไปเก็บยามมันวิ่งพุ่งชนกับบรรดาขอบถนนและคว่ำนอนแอ้งแม้ง
เสียงหัวเราะของสองพี่น้องอวลไปทั่วบริเวณ ส่งผลให้บรรดาคนรับใช้และคนสวนบ้างก็ยิ้มตาม บ้างก็ส่ายหน้าระอาเพราะคุณฟ้าครามหลานคนโตของบ้านขัดคำสั่งของผู้เป็พ่ออีกแล้ว
“อ๊ะ เฮีย!”
เดือนอ้ายตาโตเมื่อเฮียครามที่กำลังวิ่งแล้วถูกรถบังคับชนเข้าที่เท้าทำให้เสียหลักจนเ้าตัวเหยียบรถคันนั้นแล้วไถลลงไปกับพื้นคอนกรีต ส่งผลให้เดือนอ้ายยืนนิ่งด้วยความใก่อนจะเบะปากแล้ววิ่งไปดูเฮีย
“อ้าย อย่าร้อง เฮียแค่ล้มเองน่า”
เฮียตัวโตลุกขึ้นจากพื้นก่อนสำรวจตัวเอง แล้วพบว่าที่เข่ามีแผลถลอกเล็กน้อย ไม่ถึงกับเจ็บอะไรมาก เขาปัดเศษหินเล็ก ๆ ออกก่อนจะก้มเก็บรถบังคับขึ้นมาเมื่อมันอยู่ในสภาพล้อหักชำรุด
“น่าจะพังแล้วล่ะ เฮียขอโทษนะ”
“ฮืออ อ้ายทำเฮียล้ม ล..เืออกด้วย อ้ายขอโทษนะครับ อ้ายไม่ได้ตั้งใจ”
“ฮ่า ๆ ร้องไห้ทำไม เฮียเล่นบาสล้มแรงกว่านี้ยังไม่เจ็บเลย”
คนเป็พี่วางมือลงบนกลุ่มผมนุ่มของน้องแล้วขยี้เบา ๆ ก่อนจะเช็ดน้ำตาออกให้น้องลวก ๆ
“อ้ายไม่ได้ทำเฮียล้มซะหน่อย ไม่เอาเลิกร้อง เฮียขึ้นไปล้างแผลทายาแปบนึง อ้ายไปนั่งรอเฮียที่ศาลากลางสวนก่อนนะ”
“แต่-”
“อย่าดื้อ ไปนั่งรอก่อนไป”
“ครับ”
ลับหลังร่างพี่ชายคนโตที่วิ่งขึ้นไปบนห้อง รถยนต์คันหรูของคุณลุงก้องภพก็แล่นเข้ามาจอดยังลานจอดรถ เดือนอ้ายมองตาคนเป็ลุงที่ลงจากรถด้วยดวงตาสั่นไหว
เขาเพิ่งทำเฮียครามล้ม คุณลุงจะว่าอะไรไหมนะ
ก้องภพเดินเข้ามายังบริเวณห้องโถงของบ้านยังไม่ทันที่จะถามหาลูกชายคนโต เพราะเท่าที่ขับรถผ่านก็เห็นเพียงหลานชายคนเล็กที่ยืนอยู่ตอนขับรถผ่าน สายตาคมดุเข้มกวาดมองโดยรอบก่อนที่สาวรับใช้คุ้นหน้าคุ้นตาจะวิ่งหน้าตาตื่นเข้าหาตนแล้วเอ่ยบอกอะไรบางอย่างที่ทำให้อารมณ์ของเขาพุ่งสูง
“อะไรนะ! เดือนอ้ายผลักเ้าครามเหรอ”
เสียงดุดันดังขึ้นจนสาวใช้ที่นำข่าวมาบอกสะดุ้งใ ท่าทางของเธอนั้นทำให้เหล่าคนรับใช้คนอื่น ๆ หันเมียงมองกันไปมา
ศจีที่หน้าตาค่อนไปทางสะสวยแม้จะดูมีอายุรีบพยักหน้า ก็เธอเห็นกับตาว่าคุณหนูเดือนอ้ายที่เล่นกับคุณฟ้าครามนั่นทำคุณหนูใหญ่ของเธอาเ็
แต่นั่นเป็เพราะอุบัติเหตุ แล้วยังไงล่ะในเมื่อคุณหนูของเธอาเ็ล้มลงไปไถลกับพื้นปูนขนาดนั้นยังไงคุณหนูเดือนอ้ายก็ต้องรับผิดชอบ
“ใช่ค่ะ ฉันเห็นคุณหนูเดือนอ้ายผลักคุณครามล้มค่ะ”
โป้ปดออกไป อันที่จริงเธอไม่ชอบคุณหนูเดือนอ้ายสักเท่าไหร่ อาจเป็เพราะอีกฝ่ายเคยเห็นเธอเข้าออกห้องของก้องภพในยามวิกาลก็เป็ได้
“เดือนอ้ายอยู่ไหน ไปตามมาเดี๋ยวนี้”
เสียงของก้องภพดังลั่นไปทั่วบริเวณห้องโถงชั้นล่าง เ้าของชื่อเดินเข้ามาพร้อมคุณปู่ผู้เป็ประมุขของบ้านที่เพิ่งกลับมาจากทำงานเช่นกัน
“เอะอะอะไรกันก้องภพ ป๊าเพิ่งมาถึง ลื้อก็เอะอะเสียงดังเลยนะ”
“ป๊า เดือนอ้ายมันผลักเ้าครามล้ม ผมไม่ยอมนะป๊า”
ก้องภพเอ่ยฟ้องทันทีด้วยท่าทีไม่พอใจ ส่งผลให้เ้าสัวธนินท์ก้มลงมองเด็กชายข้างตัวที่ยังโอบอุ้มซากรถบังคับเอาไว้
“เหรอ เ้าครามมาบอกเหรอว่าโดนน้องผลักล้ม”
“เ้าครามไม่ฟ้องผมหรอกครับ ถ้าแม่บ้านไม่บอกผมก็คงไม่รู้ว่าเดือนอ้ายทำร้ายลูกผม”
“อ...อ้ายไม่ได้ทำนะครับคุณลุง”
เด็กชายกำมือเข้าหากันแน่น เอ่ยแก้ต่างให้ตัวเอง เขาไม่ได้ผลักเฮียครามล้มซักหน่อย ก็แค่เล่นกันแล้วเกิดอุบัติเหตุ แต่ทำไมคุณลุงถึงได้มาเอาเื่เขาล่ะ
“คุณปู่ อ้ายไม่ได้ทำนะครับ เฮียครามเหยียบรถบังคับแล้วลื่นล้ม อ้ายไม่ได้เป็คนผลัก”
เอ่ยแก้ต่างให้ตัวเองกับผู้นำสูงสุดของบ้านทันที ไม่ยอมหรอกนะ ในเมื่อเดือนอ้ายไม่ได้ทำอะ ถึงเขาจะเป็เพียงเด็กสิบขวบ แต่เขาไมได้โกหกจริง ๆ นะ
“แกมันเด็กขี้โกหก นี่คงจะอิจฉาเฮียแกใช่มั้ยที่ได้ของขวัญมากกว่าแก ฮะเดือนอ้าย”
ก้องภพเดือดดาลเมื่อหลานชายไม่ยอมรับความผิด เขาชี้หน้าเอาเื่เ้าตัวเล็กของบ้านด้วยสีหน้าโกรธจัด
“อ้ายไม่ได้ขี้อิจฉานะ คุณลุงนั่นแหละขี้อิจฉาอิจฉาแม้กระทั่งเด็ก!”
“เดือนอ้าย! /เดือนอ้าย!”
เพียะ!
“ฉันไม่ใช่พ่อแม่แกที่จะมาขึ้นเสียงตะคอกใส่กันแบบนี้ อย่ามาทำตัวกำแหงกับฉันนะเดือนอ้าย”
เสียงสะบัดมือฟาดลงบนแก้มนิ่มของเด็กน้อยดังลั่นไปทั่งบริเวณ เดือนอ้ายเจ็บจนน้ำตาไหลพราก มือน้อย ๆ กอบกุมแก้มข้างที่โดนตบเอาไว้แล้วเงยหน้ามองคนเป็ลุงที่ตบตนด้วยแววตาโกรธปนเปไปกับความเสียอกเสียใจ
“ฮือออ”
“ก้องภพ ลื้อตบหลานได้ยังไง”
เ้าสัวธนินท์รีบดึงหลานชายตัวน้อยเข้าหลบหลังตนเอง ยิ่งได้ยินหลานชายคนเล็กสะอื้นร้องไห้ก็รู้สึกโมโหลูกชายคนโตเป็อย่างมาก
“แล้วทำไมผมจะสั่งสอนมันไม่ได้ ในเมื่อมันก็อยู่ในความดูแลของผมเหมือนกัน ป๊าจะให้มันยืนเถียงผมปาว ๆ แบบนี้เหรอ”
“อย่ามาใช้อำนาจบ้า ๆ แบบนี้ กับหลาน ๆ ของฉัน อย่าให้เห็นว่าลื้อทำร้ายหลานคนไหนในบ้านนี้อีก”
“ป๊า แต่มันผลักเ้าครามล้มนะ ป๊าจะไม่ให้ผมลงโทษมันเลยเหรอ”
ก้องภพเองก็ไม่ยอมแพ้ เขามองหน้าเด็กที่ร้องไห้จ้าด้วยสายตาเกรี้ยวกราด
“เื่ลงโทษถ้าเด็กมันผิดจริง ป๊าไม่เคยห้าม แต่ต้องไม่ใช่วิธีนี้”
“เหอะ อย่างกับว่าป๊าไม่เคยทำกับลูก ๆ”
“ก้องภพ!”
“ป๊าครับ คุณปู่ครับ”
เสียงเรียกดังขึ้นหยุดาการฟาดฟันกันของคู่พ่อลูก ก้องภพหันไปมองลูกชายคนโตที่เดินลงมาจากชั้นบนแล้วมองหาร่องรอยาเ็ พบว่ามีเพียงรอยถลอกตรงหัวเข่าทั้งสองข้างของลูกชาย นอกนั้นยังดูปกติดีแต่ก็ยังตวัดสายตามองไปยังเด็กที่ยังร้องไห้ไม่เลิก ถึงจะมีรอยถลอกเพียงเล็กน้อย แต่เด้กนั่นก็ผิดอยู่ดีที่มาทำให้ลูกชายเขาเจ็บตัว
“เดือนอ้ายผลักหลานล้มเหรอ เ้าคราม”
“ไม่ใช่นะครับคุณปู่ มันเป็อุบัติเหตุ ผมล้มเองน้องไม่เกี่ยว เดือนอ้าย!”
คนเป็พี่ปรี่เข้าไปหาน้องชายที่ยืนร้องไห้อยู่ด้านหลังทันทีเมื่อเห็นซีกแก้มด้านซ้ายของน้องประดับด้วยรอยนิ้วมือ
“ป๊าครับ”
สีหน้าของลูกชายคลายตำหนิคนเป็พ่อ ทำเอาก้องภพเริ่มไม่สบอารมณ์ด้วยลูกรักกำลังต่อว่าตนทางสายตา
“ก็ศจีเขาบอกป๊าว่าเดือนอ้ายมันผลักแก”
“น้องไม่ได้ผลักอะไรผมทั้งนั้นแหละครับ ป๊าก็อย่าไปเชื่อพวกคนรับใช้ให้มันมากไปกว่าลูกหลานตัวเองจะได้มั้ยครับ ถือว่าผมขอ”
คนเป็ลูกเงยหน้าขึ้นมามองพ่อก่อนจะถอนหายใจออกมาเสียงดังแล้วเอ่ยขอตัวพาน้องเลี่ยงออกจากตรงนั้น
เขาโกรธคนเป็พ่อ และไม่พอใจคุณปู่ที่ปล่อยให้เดือนอ้ายเจ็บตัว
เมื่อพาเ้าเด็กมาถึงศาลานั่งเล่นในสวนเขาก็สำรวจเนื้อตัวและใบหน้าคนน้องทันที แก้มด้านซ้ายของเดือนอ้ายมีรอยนิ้วมือประดับอยู่และมันบวมเล็กน้อย คนพี่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เกลี่ยหัวมือกับแก้มของน้องแ่เบา
“เจ็บมากมั้ยอ้าย เฮียขอโทษนะที่ทำอ้ายเจ็บตัว”
“คุณลุงเข้าใจว่าอ้ายผลักเฮีย เฮียไม่ได้ผิดอะไรนี่ครับ”
“เด็กดี” เขายกมือขึ้นลูบผมน้อง และสายตาก็เหลือบไปเห็นแม่บ้านที่ชื่อศจีกำลังจะเดินมาทางนี้พร้อมน้ำและขนมในถาด
“อ้ายขึ้นไปหยิบตลับยาทาแก้ฟกช้ำให้เฮียหน่อยได้มั้ยครับ เฮียพึ่งนึกได้ว่ายังไม่ได้ทายาอีกที่ ได้มั้ย”
“เฮียเจ็บตรงอื่นด้วยเหรอครับ”
เ้าเด็กทำตาโต มือก็ปาดน้ำตาออกจากหน้าตนเองจนหมด นึกสงสารเฮียที่ต้องมาเจ็บตัวโดยลืมไปเสียสนิทว่าตัวเองก็เจ็บตัวไม่แพ้กัน
“ครับ”
“งั้นเฮียรอแปบนะ อ้ายจะวิ่งไปหยิบยามาเดี๋ยวนี้เลย”
“ห้ามวิ่งนะอ้าย ถ้ารู้เฮียจะโกรธ”
“ก็ได้ครับ”
เด็กน้อยตอบรับคำเฮียเสียงอ่อยก่อนเดินกลับไปยังบ้านเพื่อหยิบยามาให้เฮียคราม
ทางด้านศจีที่เอ่ยฟ้องเสร็จก็คิดว่าจะเอาใจคุณหนูใหญ่ของบ้านด้วยการเสิร์ฟของว่างและน้ำหวาน เธอเห็นหลังไว ๆ ของคุณฟ้าครามพาคุณเดือนอ้ายไปที่ศาลาในสวนก็จัดการนำของที่เตรียมไว้ไปเสิร์ฟ
“น้ำกับขนมค่ะคุณฟ้าคราม”
ฟ้าครามมองหญิงสาววัยกลางคนที่ร่างยังสะโอดสะองค์ด้วยสายตาเรียบนิ่ง เพราะเธอว่ากล่าวให้ร้ายน้องชายของตน เด็กหนุ่มจึงไม่ใคร่จะชอบใจนัก
“วางไว้บนโต๊ะเลยครับ”
เพล้ง!
“ว๊ายย!”
ในจังหวะที่ถาดน้ำและขนมจะทันได้วางลงบนโต๊ะตามที่อีกคนพูด มือของฟ้าครามก็ยื่นเข้าไปใกล้แล้วจับถาดเอียงจนบรรดาน้ำและขนมคว่ำลงสู่พื้น ศจีรับก้มลงเก็บกวาดบรรดาเศษซากแก้วและขนมนั่นทันที
“ขอโทษทีผมไม่ได้ตั้งใจ”
“ไม่เป็ไรค่ะ ไม่ใช่ความผิดของคุณครามเลยค่ะ”
“ครับ ก็คงต้องเป็แบบนั้นแหละ แล้วเดือนอ้ายก็ไม่ได้ทำอะไรผิดเหมือนกัน”
“ค...คุณคราม”
“หวังว่าผมจะไม่เห็นน้าศจีใส่ร้ายเดือนอ้ายอีกนะครับ ไม่อยากนั้นเื่ที่ผมเห็นน้าเดินออกมาจากห้องป๊าบ่อย ๆ ได้ถึงหูคุณปู่แน่”
“....”
“ผมไม่ได้ขู่ ผมทำจริง อ้อ รบกวนนำขนมกับน้ำมาใหม่ด้วยนะครับ แล้วก็เพิ่มของเดือนอ้ายอีกชุดนะครับ”
“ค...ค่ะ”
ศจีก้มหน้างุดยามเมื่อสบสายตาคมกริบของคุณหนูคนโตของบ้าน เธอไม่คิดว่าคุณฟ้าครามจะออกตัวปกป้องคุณเดือนอ้ายขนาดขู่เื่ที่เธอมีความสัมพันธ์ลับ ๆ กับคุณก้องภพ เธอจึงรีบเก็บกวาดทุกอย่างแล้วไปนำของที่คุณครามสั่งมาโดยไว
“อ้ายมานั่งข้าง ๆ เฮียนี่มา”
เอ่ยเรียกเมื่อน้องเดินมาถึง เ้าเด็กกระเถิบตัวขึ้นนั่งข้างเฮียก่อนจะยื่นส่งตลับยาให้ และคนพี่ก็รับมาเปิดแล้วป้ายนิ้วลงไปบนเนื้อยา
“เงยหน้าหน่อย”
“เฮียจะทำอะไรครับ”
“ทายาไง”
“ไม่เอา อ้ายเจ็บ”
“ถ้าไม่ทาก็จะไม่หายเจ็บนะ เงยหน้าขึ้นครับ”
“แต่...อ้ายกลัว”
“เฮียทาเบา ๆ นะ”
ตากลมแป๋วมองหน้าเฮียนิ่งก่อนจะยอมเงยหน้าขึ้นสูงแล้วเอียงแก้มข้างที่โดนคุณลุงตบตีให้คนพี่ทาให้อย่างเบามือ
“เจ็บมั้ย”
“ไม่ครับ เฮียมือเบาเหมือนคุณแม่”
ฟ้าครามยิ้มเมือน้องพูดมาแบบนั้น เขาทายาให้น้องจนเห็นว่าเรียบร้อยดีแล้วก็พอดีกับที่ของว่างมาเสิร์ฟพอดี เดือนอ้ายเมื่อเห็นขนมก็ตาวาว จนคนพี่หลุดหัวเราะ
“อย่ากินเยอะนะ เดี๋ยวกินข้าวเย็นไม่ได้”
“คร้าบบบบ”
ฟ้าครามก้มมองน้องก่อนจะยกมือขึ้นลูบกลุ่มผมนุ่ม ในบรรดาน้อง ๆ ทั้งหมด เขายอมรับว่าเอ็นดูเดือนอ้ายและพริบพราวมากที่สุด อาจจะเพราะเป็เด็กน่ารักและขี้อ้อน ส่วนเมฆและน้องชายเขา เกลียวคลื่นนั้น ก็ต้องบอกว่าเป็น้องชายที่ทั้งน่ารักและน่าทุบไปพร้อม ๆ กัน
“เฮียครามมมมมม”
พูดถึงน้องชาย น้องชายก็มา เกลียวคลื่นวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาพี่น้องที่นั่งกินขนมอยู่ ก่อนจะชะงักไปเมื่อเห็นใบหน้าของน้องคนเล็กของบ้าน
“ไปทำอะไรมาอะ”
แม้เกลียวคลื่นจะชอบแกล้งน้องอยู่บ่อย ๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเกลียดหรือไม่ชอบน้องชายคนนี้ แม้ว่าน้องชายคนโปรดจะเป็เมฆ แต่กับเดือนอ้ายในบางครั้งก็อดรู้สึกสงสารไม่ได้ที่น้องกำพร้าพ่อกับแม่ไป
“ป๊าตบ”
“ห๊ะ แล้วไปซนอะไรมา”
“เื่เข้าใจผิดน่ะ อะ น้ำกับขนม”
พี่ชายคนโตเลื่อนถาดน้ำและขนมไปให้น้องชายสายเืเดียวกันที่ยังยืนมองเ้าตัวเล็กไม่วางตา
“อ้าว แล้วเฮียไม่กินเหรอ”
“ไม่ล่ะ เฮียไม่ชอบขนม”
เดือนอ้ายเงยหน้ามองพี่ชายทั้งสองสลับกันก่อนจะยิ้มให้เฮียคลื่นที่ยังคงมองตนอยู่
“อ๊ะ ขนมอ้าย”
ขนมในมือถูกเฮียคลื่นแย่งไปถือ เ้าเด็กมองตามขนมตาละห้อยแต่ไม่กล้าหือกับเฮียคนรองของบ้านเพราะไม่งั้นจะยิ่งถูกแกล้งหนัก
“เจ็บหรือเปล่าอ้าย”
“เจ็บครับ แต่เฮียครามทายาให้แล้ว”
เฮียคลื่นยื่นมือมาเกลี่ยร่องรอยบนใบหน้าน้องพลางไถ่ถามจนได้คำตอบที่ทำให้วางใจก็ยื่นส่งขนมคืนให้น้องน้อย
“เมื่อไหร่จะเลิกแกล้งน้อง”
“งั้นให้ผมแกล้งเฮียแทนดีมั้ยครับ”
“เดี๋ยวจะโดนไอ้คลื่น”
เด็กชายวัยสิบสี่ปีโต้กลับพี่ชายที่ห่างกันเพียงแค่ปีเดียวด้วยสีหน้าระรื่นกวนอวัยวะเบื้องล่างของฟ้าครามเป็อย่างยิ่ง
“วันหยุดหน้าก็ไปเรียนพิเศษกับพวกเฮียได้แล้วนะอ้าย”
เฮียคลื่นเอ่ยขึ้นเป็ผลให้คนฟังทั้งคู่มองหน้ากัน
“อ้ายยังไม่อยากไป”
“ต้องไป เพราะเฮียครามก็ต้องไปเรียนเหมือนกัน จะอยู่บ้านคนเดียวเหรอ”
เดือนอ้ายนิ่งเมื่อเฮียคลื่นว่ามาอย่างนั้น
“เฮียคราม”
เดือนอ้ายเรียกพี่ชายคนโตเสียงละห้อย
“ไปเรียนเถอะ เฮียไม่อยากให้อ้ายอยู่บ้านคนเดียว เดี๋ยวเรียนเสร็จเฮียจะพาไปกินไอศกรีม ตกลงมั้ย”
“ตกลงครับ”
“โห ไรวะ ทีเฮียพูดตั้งนานไม่ยอมไป”
“ก็เฮียคลื่นชอบแกล้งอ้าย”
เดือนอ้ายอุบอิบตอบก่อนจะก้มหน้าลงเมื่อเฮียคลื่นมองมาด้วยสีหน้าดุ ๆ
“อย่าแกล้งน้อง”
ฟ้าครามเอ่ยปรามพลางถอนหายใจเฮือก
“คร้าบ ๆ ไม่แกล้งน้องรักของเฮียแล้วครับ”
“ก็รักเหมือน ๆ กันหมดนั่นแหละ อย่ามาเพ้อเจ้อไอ้คลื่น”
“วันนี้ยืมตัวเดือนอ้ายไปนอนด้วยได้ปะเฮีย”
เขาถามเ้าของห้องร่วมอีกคน เพราะสมุทรชลนอนห้องเดียวกันกับพี่ชายอย่างนภาธร ด้วยเห็นว่าน้องเพิ่งโดนป๊าลงโทษมาไม่อยากให้เ้าเด็กเล็กนี่อยู่คนเดียว และเหมือนว่าพี่ชายเองก็เข้าจุดประสงค์ของเขาจึงพยักหน้าเห็นด้วย
“เอาสิ คืนนี้อ้ายมานอนห้องเฮียนะ”
“ครับ”
“เดี๋ยวให้เฮียครามอ่านนิทานให้ฟัง”
“เฮ้ยยยยย ไอ้คลื่น”
นภาธรกัดฟันกรอด น้องชายรู้ดีว่าเขาไม่ชอบอ่านนิทานแค่ไหน แต่ดูมันแกล้งเขาสิ
“เอาน่า เดี๋ยวอีกหน่อยอ้ายมันก็โตแล้ว มันไม่มาฟังนิทานเฮียแล้วล่ะ”
ดู ดูมันพูด!
“ถ้าเฮียครามไม่อยากเล่า อ้ายไม่-”
“เดี๋ยวคืนนี้จะเล่าให้ฟัง”
เพียงเท่านั้นรอยยิ้มของเดือนอ้ายก็แต่งแต้มเต็มใบหน้าน่ารัก พอ ๆ กับที่น้องชายอีกคนของเขากระตุกยิ้มมุมปาก
และรอยยิ้มของไอ้คนหลังนี่ นภาธรลงความเห็นว่าน่าถีบมาก!
..........................................
Talk :
มาแล้วค่าทุกคนนนนน เอาน้องเดือนอ้ายตอนตะเร้กตะน้อยมาฝากนะคะ ในตอนนี้คุณไจ๋ของเรายังไม่ได้จ่ายค่าตัวค่ะ เลยไม่มีบท ฮาาาาาา เอาเด็ก ๆ บ้าน ปภังค์วัฒนกุล มาฝากนะคะ เนื้อเื่จะดำเนินแบบอดีตสลับกับปัจจุบันค่าา ฝากเอ็นดูเดือนอ้ายกับบรรดาเด็ก ๆ บ้าน ปภังค์วัฒนกุล ได้ที่ #เพียงใจให้คุณ ค่า ขอบคุณทุกกำลังใจและแรงสนับสนุนนะคะ <3