เฟยหลงและสวี่เจี๋ยกลับมาถึงร้านโอสถของท่านหมอฟางด้วยสภาพที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง สวี่เจี๋ยเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและอาการอ่อนล้าจากการต่อสู้อย่างสุดกำลัง ในขณะที่เฟยหลงกลับดูสงบนิ่งและแทบไม่เสียพลังงานไปเลย
"โอ๊ย...ข้าว่ากระดูกข้าคงจะร้าวไปสักสองสามซี่แน่ๆ" สวี่เจี๋ยร้องครวญครางพลางทิ้งตัวลงบนเก้าอี้
เฟยหลงยิ้มบางๆ เขาไม่ได้พูดอะไร แต่กลับเดินไปที่ห้องปรุงยาและกลับมาพร้อมกับอ่างไม้ที่บรรจุน้ำอุ่นผสมสมุนไพรส่งกลิ่นหอมสดชื่น "แช่ตัวในนี้สักหนึ่งชั่วยาม...ท่านหมอฟางบอกว่ามันจะช่วยคลายกล้ามเนื้อและลดรอยฟกช้ำได้"
การกระทำที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความใส่ใจนั้นทำให้สวี่เจี๋ยรู้สึกตื้นตันใจอย่างยิ่ง เขามองเพื่อนของตนที่ดูไม่เหมือนคนที่เพิ่งผ่านการต่อสู้เสี่ยงตายมาเลยแม้แต่น้อยด้วยความทึ่ง
เมื่อท่านหมอฟางกลับมาที่ร้าน เขาก็มองดูสภาพของทั้งสองแล้วพยักหน้าช้าๆ "รอบแรกนั้นคัดคนที่มีร่างกายอ่อนแอออกไป" เขากล่าวเรียบๆ "แต่รอบต่อๆ ไปจากนี้...มันจะคัดคนที่มีจิตใจอ่อนแอ" คำพูดนั้นทำให้เฟยหลงครุ่นคิดตาม
วันรุ่งขึ้น เมื่อทั้งสองเดินออกไปในเมืองเพื่อหาอาหารเช้า พวกเขาก็ััได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไป สายตาของผู้คนที่มองมายังพวกเขานั้นแตกต่างจากเดิม มันไม่ใช่สายตาที่มองเด็กหนุ่มบ้านนอกอีกต่อไป แต่เป็สายตาที่แฝงไว้ด้วยความสนใจ ความนับถือ และความอยากรู้อยากเห็น
พวกเขากลายเป็ "ผู้รอดชีวิต"
เสียงพูดคุยในร้านน้ำชาไม่ได้มีแต่เื่ดินฟ้าอากาศอีกต่อไป แต่เต็มไปด้วยเื่ราวจากการประลองเมื่อวาน
"เ้าได้ดูอาทิตย์หมัดเหล็กหรือไม่? หมัดของเขาราวกับค้อนทลายภูผา!""ข้าว่าคุณหนูไป๋หลินแห่งตระกูลไป๋น่าทึ่งกว่า นางร่ายรำในสนามรบราวกับเทพธิดา!""แล้วพวกเ้าได้ยินเื่ 'ภูตเงาแห่งลานที่สี่' หรือไม่? ว่ากันว่ามีเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่กำจัดคู่ต่อสู้ไปหลายคนโดยที่แทบไม่มีใครเห็นว่าเขาทำได้อย่างไร!""ข้าได้ยินมาเหมือนกัน!" พ่อค้าคนหนึ่งกระซิบ "ข้าเห็นทูตจากสำนักัครามที่นั่งอยู่บนแท่นพิธี...จดชื่อของเด็กหนุ่มคนนั้นลงในม้วนบันทึกด้วยนะ!"
คำพูดนั้นทำให้สวี่เจี๋ยกระทุ้งศอกใส่เฟยหลงเบาๆพลางยิ้มกริ่ม การกระทำของเฟยหลงได้ไปเข้าตาของผู้ยิ่งใหญ่จากสำนักัครามเข้าแล้ว!
บ่ายวันนั้น ที่จัตุรัสกลางเมืองก็มีประกาศใหม่มาติดไว้บนกระดานใหญ่ ผู้คนต่างกรูกันเข้าไปมุงดูอย่างเนืองแน่น
"รอบที่สอง: การประลองตัวต่อตัว!" สวี่เจี๋ยอ่านออกเสียงด้วยความตื่นเต้น "ผู้รอดชีวิตทั้ง 120 คน จะถูกจับคู่แบบสุ่มเพื่อทำการประลอง ผู้ชนะจะได้เข้ารอบ 60 คนสุดท้ายต่อไป! การจับคู่จะประกาศขึ้นในตอนเย็นวันนี้!"
หัวใจของทุกคนที่ได้ยินต่างเต้นระรัว...จากนี้ไปไม่มีที่ให้หลบซ่อนอีกแล้ว มันคือการวัดฝีมือกันอย่างแท้จริง
ตกเย็นวันนั้น ผู้รอดชีวิตทั้ง 120 คนถูกเรียกมารวมตัวกันที่ลานประลองกลางอีกครั้ง บนแท่นพิธีที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ บัดนี้มีที่นั่งประธานที่สูงที่สุดซึ่งเป็ของ ทูตพิเศษแห่งสำนักัคราม ขนาบข้างด้วยที่นั่งของประมุขสี่ตระกูลใหญ่ซึ่งอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าเล็กน้อย เป็การแสดงให้เห็นถึงลำดับชั้นของอำนาจอย่างชัดเจน
"ในนามของสำนักัครามและสี่ตระกูลใหญ่แห่งเมืองหินขาว" เ้าหน้าที่ผู้ดำเนินรายการกล่าว "ข้าจะเริ่มทำการจับสลากประกบคู่สำหรับรอบต่อไป ณ บัดนี้!"
บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด ทุกคนต่างภาวนาขออย่าให้เจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งเกินไปในรอบแรก
"คู่แรก! หมายเลขสิบสอง...ปะทะ...หมายเลขสองร้อยสี่สิบเอ็ด!""คู่ที่สอง! อาทิตย์หมัดเหล็ก...ปะทะ...ศิษย์ตระกูลจาง!"
เสียงฮือฮาดังขึ้นเมื่อชื่อของอาทิตย์ถูกขานออกมา คู่ต่อสู้ของเขาถึงกับหน้าซีดเผือด
การจับคู่ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ...
"คู่ที่ยี่สิบสาม! สวี่เจี๋ย...ปะทะ...ศิษย์สำนักหมัดเหล็ก!"
สวี่เจี๋ยกลืนน้ำลายเอื๊อก เขาเจอกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง แต่ก็ยังพอมีหวังที่จะสู้ได้
เวลาผ่านไป...ชื่อของเฟยหลงก็ยังไม่ถูกเรียกขาน จนกระทั่งเหลือป้ายไม้อยู่ในกล่องไม่ถึงยี่สิบอัน
"หมายเลขสามร้อยเจ็ดสิบสี่...เฟยหลง!"
ในที่สุดชื่อของเขาก็ถูกเรียก เฟยหลงยังคงสงบนิ่ง แต่หัวใจของเขาก็จดจ่อรอฟังชื่อของคู่ต่อสู้คนแรกของเขา
เ้าหน้าที่ล้วงมือลงไปหยิบป้ายไม้อันต่อไปขึ้นมา...แล้วประกาศด้วยเสียงดังกังวาน...
"จะทำการประลองกับ...หมายเลขเก้าสิบเจ็ด...หลิวเฟิง จากตระกูลหลิว!"
ทันทีที่สิ้นเสียงประกาศ...ทั้งลานก็เงียบกริบไปชั่วขณะ...ก่อนจะะเิเสียงฮือฮาออกมาดังกว่าครั้งไหนๆ!
นี่มันคือคู่ที่ทุกคนอยากดูที่สุด! การพบกันระหว่างเด็กหนุ่มบ้านนอกผู้ลึกลับที่เพิ่งสร้างเื่ในโรงเตี๊ยม กับคุณชายตระกูลใหญ่ผู้เย่อหยิ่งที่ถูกหักหน้า!
ณ อีกฟากหนึ่งของลานประลอง หลิวเฟิงหันมาสบตากับเฟยหลงพอดี รอยยิ้มอันโเี้และสาแก่ใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา เขายกนิ้วขึ้นมาทำท่าปาดคอตัวเองอย่างช้าๆ เป็การประกาศาอย่างชัดเจน โชคชะตาได้มอบโอกาสให้เขาได้ล้างอายและขยี้มดปลวกตัวนี้ให้จมดินต่อหน้าทูตจากสำนักัครามแล้ว!
เฟยหลงไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา เขาเพียงแค่มองกลับไปยังสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังนั้นด้วยแววตาที่เรียบเฉย...สงบนิ่งราวกับผืนน้ำในหุบเขาลึก
การประลองตัวต่อตัวครั้งแรกของเขา...ไม่ได้เป็เพียงการทดสอบฝีมือเสียแล้ว...แต่มันได้กลายเป็การต่อสู้ที่มีศักดิ์ศรีและความแค้นเป็เดิมพัน