บทที่ 3
น้องสาวเ้ายังไม่ตาย
จากที่เซียวเป่าเอ๋อร์เล่ามา เซียวหลีก็พลันนึกขึ้นได้ว่าเซียวหังคิดจะพาตัวพวกนางสองพี่น้องไป แต่แม่ของนางหวังได้ปฏิเสธแทบเป็แทบตาย สุดท้ายเซียวหังบอกให้เลี้ยงตัวนางให้โตกว่านี้อีกสักปีสองปี แต่แล้วก็ไม่ได้ข่าวคราวของเซียวหังอีกเลยหลังจากที่เขาจากไป
ตอนนั้นเองที่นางหวังร้องไห้จนตาบอดไป แล้วในขณะที่นางคิดว่าพวกนางสองแม่ลูกกำลังจะอดตาย ตอนต้นของฤดูใบไม้ผลิพวกนางก็ได้รับจดหมายมาจากเซียวเยี่ยนพร้อมกับเงินทองจำนวนหนึ่ง และบอกว่าตัวนางสามารถหาเงินมาได้จากการเป็ข้ารับใช้ตระกูลใหญ่ในเมืองหลวง และมีเพียงแค่่เวลานั้นที่นางหวังกับเ้าของร่างมีชีวิตความเป็อยู่ที่ดีขึ้น
แต่ทว่าเมื่อ 5 ปีก่อนก็ได้ข่าวว่าเซียวเยี่ยนเป็นางคณิกาที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวง เดิมทีนางหวังกับเ้าของร่างก็ไม่เชื่อพวกนางจึงแอบไปเมืองหลวงโดยไม่บอกใคร
และใน่เวลานี้เองที่เ้าของร่างตั้งท้องเซียวเป่าเอ๋อร์ ซึ่งอย่าว่าแต่เซียวหลีในปัจจุบันเลย แม้แต่เ้าของร่างเองก็ยังไม่มีความทรงจำใน่นั้นด้วยซ้ำ
ความทุกข์ยากซ้ำซ้อนเป็ฝนตกบ้านน้ำรั่วไม่หยุดหย่อนเช่นนี้ ทำให้นางรู้สึกเศร้าและคิดว่าชีวิตเช่นนั้นคงไม่ใช่เื่ง่ายสำหรับเ้าของร่างเลย
เซียวหัง
พ่อแท้ ๆ ของนางเป็คนอย่างไรกันแน่นะ?
ภายในบ้านของเซียวเยี่ยนมีเสียงที่นุ่มนวลดังออกมาอย่างต่อเนื่อง ราวกับสายธารที่ไหลรินทีละเล็กละน้อย ฟังดูแล้วน่าหลงใหลยิ่งนัก
เซียวหลีกับเซียวเป่าเอ๋อร์เข้ามาข้างในแล้วมองไปที่เอวบาง ๆ ของเซียวเยี่ยนโยกย้ายไปมาพร้อมกับสะบัดแขนเสื้อของนางอย่างอ่อนโยน รอยยิ้มของนางแทบจะเรียกได้ว่า ‘ทิวทัศน์อันงดงาม’ ยิ่งนัก
แต่ไม่ว่าจะปกปิดใบหน้าด้วยแป้งมากเพียงใด ก็ไม่อาจปิดบังความเหน็ดเหนื่อยบนใบหน้าของนางเพราะสภาพร่างกายที่ย่ำแย่ได้
มองไปที่อีกด้านหนึ่งก็พบชายหนุ่มอายุประมาณ 24 - 25 ที่กำลังหลับตาอยู่ คิ้วกระบี่ของเขาขมวดเล็กน้อย ริมฝีปากแห้งเผือดของเขาบิดเล็กน้อย ดูเหมือนว่าอาการเจ็บของเขาจะทำให้เขารู้สึกทนไม่ไหว
“ท่านป้า ดูเหมือนท่านลุงที่ป่วยอยู่นี่จะไม่ได้อยากฟังท่านร้องหรืออยากดูท่านเต้นรำเท่าไรเลยนะขอรับ”
เซียวเป่าเอ๋อร์อดไม่ได้ที่จะเอ่ยขัดเซียวเยี่ยนที่เหมือนกำลังเป็บ้า แล้วจูงมือพาเซียวหลีไปใกล้ ๆ ชายคนนั้นพลางมองดูอย่างตั้งใจ
ชายคนนั้นรู้สึกโล่งอก ในที่สุดก็มีคนอื่นนอกจากนางมายังบ้านผีสิงแห่งนี้
ดวงตาสี่คู่มองสบกัน ชายหนุ่มแอบคิดในใจ ทำไมเด็กคนนี้ถึงได้ดูเหมือนกับคนคน นั้น?
“ท่านลุง ถ้าเกิดว่าท่านไม่เป็อะไรแล้ว ท่านจะไปก็ได้นะ ท่านป้าของข้าจะได้ไม่ต้องร้องเพลงและเต้นรำให้ท่านจนเหน็ดเหนื่อยเช่นนี้” ถึงเซียวเป่าเอ๋อร์จะพูดว่าไม่้าให้เซียวเยี่ยนเหนื่อย แต่การที่นางร้องเพลงและเต้นรำเช่นนี้คงไม่มีใครที่อยากจะดูนางหรอก
เซียวเยี่ยนรู้สึกไม่พอใจแล้วดึงเซียวเป่าเอ๋อร์มาไว้ข้างหลังนาง แล้วกล่าวกับชายคนนั้นด้วยรอยยิ้ม “พี่ใหญ่หรง ท่านอย่าเข้าใจผิด เด็กนี่โง่เขลาเลยพูดจาเหลวไหล ข้าไม่เหนื่อยแม้แต่นิดเดียว”
“ข้าพูดเหลวไหลงั้นเหรอ? มีแต่ท่านป้านี่แหละที่ทำอะไรเหลวไหลมาตลอดหลายปีมานี้?”
“เอ๊ะ เ้าเด็กนี่” เซียวเยี่ยนโกรธและคิดที่จะปิดปากของเซียวเป่าเอ๋อร์ แต่แล้วนางก็ต้องใที่พบเซียวหลียืนอยู่ใกล้ ๆ เป่าเอ๋อร์ แล้วจากนั้นก็ได้พูดขึ้นมา “น้องสาว ดีจริง ๆ ที่เ้ายังไม่ตาย ดูแลเป่าเอ๋อร์หน่อยสิ เ้าเด็กนี่พูดล้อเล่นกับข้าต่อหน้าคนนอกเช่นนี้ ไม่ใช่ว่ากำลังพูดเื่น่าหัวเราะให้คนอื่นฟังงั้นเหรอ?”
หรงสวินยิ้มเยาะ ชุดสาวคณิกาของผู้หญิงคนนั้นดูเก่ามากแล้ว แต่นางก็ยังอุตส่าห์สวมชุดนั้นออกมาอีก นี่ต่างหากที่เป็การล้อกันเล่นน่ะ ถ้าหากนางไม่ได้บอกว่าเป็คนที่ช่วยเขา เขาคงจะตบหน้านางไปสักฉาดแล้ว
มองไปที่หญิงสาวอีกคนด้านหลังเด็กคนนั้นและกำลังยืนกอดอกอยู่ หัวของนางดูเหมือนจะขาดสารอาหารและดูเหมือนว่าจะาเ็อยู่ อย่างไรเสียผ้าพันแผลที่พันรอบหัวของนางก็ดูชัดเจนซะขนาดนั้น แต่นางกลับกำลังมองมาที่เขาด้วยสายตาจองหองเช่นนั้น ราวกับว่านางกำลังมองดูโลกใบนี้อยู่อย่างไรอย่างนั้น?
กระดูกปูดออกมาอย่างเห็นได้ชัด ตัวบางและผิวที่ซีดเซียว แต่ดวงตาสีขาวและดำที่กลมโตของนางกลับดูเป็ประกายงดงาม แต่เขากลับมองอารมณ์ของมันไม่ออก
ในขณะเดียวกัน เซียวหลีเองก็มองมาที่เขาเช่นกัน ชุดผ้าปักสีม่วงอย่างดี ผมที่ยาวสลวยและมีรูปโฉมที่คล้ายผู้หญิงราวกับเป็ภาพมายา ดวงตาสีดำของเขาเหมือนบ่อน้ำลึกไร้ก้นและแหลมคมราวกับเหยี่ยว ทำให้ผู้คนยากที่จะมองออกได้
ทั้งสองคนจ้องหน้ากันเองโดยไม่มีใครที่หันหน้าหนีก่อน
ดูเหมือนว่าบ้านนอกกลางป่ากลางเขาเช่นนี้ มีพี่สาวคนโตที่เป็สาวนางโลม มีเด็กน้อยที่ฉลาดมาก และยังมีสาวบ้านนาที่ดูจองหองและเ็าอีก ช่างดูผิดที่ผิดทางเสียจริง
“เป่าเอ๋อร์พูดถูกแล้วนี่” เซียวหลีปล่อยบรรยากาศกดดันแล้วจ้องไปที่อีกฝ่ายเป็ครั้งแรก ทำให้เซียวเยี่ยนรู้สึกได้ว่าสีหน้าที่จริงจังของนางนั้นเป็อันตรายมาก และนางก็ได้แกะ เซียวเป่าเอ๋อร์ออกจากมือของเซียวเยี่ยนให้เป็อิสระแล้วกล่าวต่อ “คุณชายที่ตกคูน้ำท่านนี้ไม่ได้สำนึกบุญคุณที่พี่สาวช่วยเขาเลย ซึ่งไม่ได้ต่างอะไรไปจากบุญคุณของน้องที่พี่ไม่นึกขอบคุณบ้างเลย?”
เซียวเยี่ยนคนนี้ คนที่เ้าของร่างเดิมต้องตายเพื่อปกป้องนาง แต่นางกลับพูดแค่ว่า “น้องสาว เ้ายังไม่ตาย” แค่นั้น ไม่น่าแปลกใจเลยที่เซียวเป่าเอ๋อร์จะพูดเช่นนั้นกับนาง
แล้วตอนนี้นางยังมามัวพยายามเอาใจชายแปลกหน้าด้วยการสวมชุดแปลก ๆ พวกนี้ ดูเหมือนว่าพี่สาวของเ้าร่างคนนี้ก็เป็ปัญหาที่นางจะต้องจัดการด้วยแล้ว
สำหรับเหล่านางคณิกาทั้งหลายแล้วหากร่วงหล่นลงมาครั้งหนึ่งแล้วก็ยากที่จะเป็แบบเดิมได้อีก
“หึ” หรงสวินพ่นลมออกทางจมูก “ข้าจะตอบแทนที่ช่วยข้าอย่างแน่นอน แต่ได้โปรดช่วยไปหาเถ้าแก่เฉียนที่โรงหมอ จี้หมินในเมืองบอกให้เขามาช่วยรักษาขาของข้าให้ที...บอกแค่ว่าข้าคือคุณชายสี่ของตระกูลหรงก็ได้”
ปากของหรงสวินเหยียดยิ้มออกมาอย่างดูถูก แต่ในสายตาของคนอื่นแล้วใบหน้าของเขานั้นน่าหลงใหลมาก แม้ว่าจะซีดเซียวไปสักหน่อย ชายคนนี้คงจะต้องทำร้ายหญิงสาวมานักต่อนักแล้วอย่างแน่นอน เซียวหลีคิดเช่นนั้นอยู่ในใจแล้วก็ได้หันไปมองที่เซียวเยี่ยนที่เป็เช่นนั้นด้วย...
ถ้าหากนางไม่พยายามทำทีเป็สงบและสงวนท่าทีไว้ล่ะก็ ไม่มีทางรู้ได้เลยว่านางโหยหาชายหนุ่มมากแค่ไหน?
สายตาของหรงสวินจับจ้องไปที่เซียวหลีแล้วกล่าว “ข้าจำได้หญิงสาวที่มาช่วยข้าได้นะ เหมือนนางจะใส่ชุดสีเทาดูธรรมดา ๆ นี่นา?”
หลังจากที่ถามเช่นนั้นเขาก็ได้มองไปที่เซียวเยี่ยน หญิงสาวคนนี้แต่งตัวยั่วยวนและฉูดฉาด นางคงไม่ใช่หญิงสาวคนที่เขาเห็นลาง ๆ ในวันนั้นแน่ ๆ
เซียวเยี่ยนฝืนยิ้มออกมา นางรู้สึกกลัวสายตาของชายคนนี้ขึ้นมานิดหน่อย นางรู้สึกว่าชายคนนี้เหมือนนางเคยพบที่ไหนมาก่อน แต่นางจำไม่ได้แล้ว
แต่ทว่าจากสีหน้าที่ดูทะนงตนของเขา และเสื้อผ้าที่ไม่ธรรมดาและใบหน้าหล่อเหลา เขาเป็ชายที่เหล่าหญิงสาวปรารถนา
“มันเป็น้องสาวของข้าที่ช่วยท่านขึ้นมาจากคูน้ำ ขะ...ข้าเองก็ช่วยท่านนะ แต่ท่านคงไม่เห็นข้า” เซียวเยี่ยนที่เริ่มขาดความมั่นใจหันไปมองให้เซียวหลีช่วยนาง
เซียวหลีเองก็จำอะไรตอนนั้นไม่ได้เช่นกัน นางจึงได้ไม่ปฏิเสธหรือยืนยันอะไร แต่นางคิดจะช่วยเซียวเยี่ยนสักหน่อยละกัน “ท่านพี่ ชีวิตของพวกเรานั้นยากลำบากนัก มันคงจะดีกว่าหากว่าพวกเราช่วยเหลือซึ่งกันและกันเพื่อที่จะได้มีชีวิตที่ดีขึ้นหลังจากนี้” เซียวหลีกล่าวขณะยิ้มออกมา นางรู้ดีว่าเ้าของร่างนี้รักพี่สาวของนางมากเพียงใด ถ้าไม่ใช่เพราะเซียวเยี่ยนเ้าของร่างนี้กับนางหวังก็คงอดอยากจนตายไปแล้ว และคงไม่มีเด็กฉลาดอย่างเซียวเป่าเอ๋อร์เป็แน่
เซียวเยี่ยนตกตะลึงและรู้สึกราวกับว่านี่ไม่ใช่เซียวหลีที่นางรู้จักแม้แต่น้อย ในอดีตเซียวหลีจะเชื่อฟังนาง ไม่ว่านางจะบอกให้ทำอะไรก็ตาม อย่างในคราวนี้ก็เช่นกันเซียวหลีนั้นยอมเสียสละชีวิตเพื่อปกป้องนาง
แต่น้องสาวที่อยู่ตรงหน้าของนางนี้ ทำไมนางถึงได้รู้สึกห่างเหินและแปลกไปเช่นนี้?
“ท่านพี่ ข้าฝากให้ท่านไปที่โรงหมอจี้หมินทีได้ไหม?” นางกล่าวอย่างอ่อนโยนแต่กลับทำให้เซียวเยี่ยนใมากขึ้น เมื่อใดกันที่เซียวหลีสั่งให้นางทำอะไรบางอย่างเช่นนี้
นางที่เป็เหมือนเสาหลักของบ้านนี้มาโดยตลอด เป็ท้องฟ้าของครอบครัวนี้
แต่ในเวลานี้นางจำเป็ต้องเอาใจหรงสวินก่อน แล้วนางก็ได้กล่าวออกมา “เถ้าแก่เฉียนของโรงหมอจี้หมินใช่ไหม? ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ” แต่พอนางเดินไปได้แค่สองก้าว เซียวเยี่ยนก็ได้หันหน้ากลับมา “ขออภัยด้วยพี่ใหญ่หรง ครอบครัวของพวกเรายากจนมาก เถ้าแก่เฉียนอาจจะไม่เชื่อที่ข้าพูดก็ได้ เกรงว่าข้าคงไม่อาจเชิญเขามาที่ได้”
อ้อ เงินสินะ, แล้วหรงสวินก็ได้อดทนต่ออาการปวดแล้วล้วงเข้าไปในแขนเสื้อของเขาแล้วหยิบเอาตำลึงทองออกมาก้อนหนึ่ง “แล้วรีบไปรีบมาล่ะ”
“ตกลง ตกลง” เซียวเยี่ยนมองไปที่เงินแล้วคิดว่านางเดาถูกจริง ๆ ผู้ชายคนนี้จะต้องร่ำรวยมากแน่ ๆ นางจูบลงที่ตำลึงทองก้อนนั้น “ข้าไม่ได้แตะตำลึงทองก้อนใหญ่เช่นนี้มานานแล้วนะเนี่ย” หลังจากนั้นนางก็เดินจากไปอย่างยินดี