เกมรักอันตรายเดิมพันหัวใจนายหน้าหวาน [Yaoi]

    12 | ความเจ็บปวดและการจากลา


     ถึงปากของคุณจะด่าผม แต่ผมไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นถึงใจของคุณจะผลักไสผม แต่ผมไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นผมขอแค่ให้คุณจับมือผม แค่ขอให้คุณกอดผมอย่าทิ้งผมไปอีกเลย ได้โปรด..น้ำตาของผมบอกคุณอย่างนั้น..!!

     HELL PART                หลังจากวันนั้นที่ผมเดินออกมาจากห้องเพราะทนเห็นสายตาของคิสไม่ไหว สายตาคู่นั้นมันดูเย็นชาจนผมรู้สึกปวดหนึบไปทั่วหัวใจเมื่อตอนที่คิสบอกว่าให้ผมเลิกยุ่งกับมัน บอกตามตรงผมทนเห็นสายตาแบบนั้นไม่ได้จริงๆ นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้วผมยังไม่กล้าไปสู้หน้ามันเลยผมจะกลับไปที่คอนโดก็ตอนที่คิสออกมาข้างนอกแล้วเท่านั้น เฮ้อ..ผมนี่ถ้าจะเป็นเอามากนะ -__-;;                “เฮ้ย!! ไอ้เฮลวันนี้มึงไม่ไปตามดูน้องคิสของมึงหรอวะ?” อิลที่นั่งอยู่ข้างผมถามขึ้นตอนนี้เรากำลังเรียนคาบเช้ากันซึ่งอาจารย์มาสั่งงานแล้วออกไปทำธุระข้างนอก                “วันนี้คิสมีเรียนบ่าย” ผมพูดพร้อมกับกดพิมพ์ข้อความแล้วส่งข้อความไปยังไอ้ตัวเล็กของผมทันที ผมทำแบบนี้มาตั้งแต่วันที่เดินออกมาจากห้องวันนั้นแล้วแหละครับและก็ทำต่อๆ มาเรื่อยๆ ไม่มีวันไหนสักวันที่ผมจะไม่ส่งข้อความให้ไอ้ตัวเล็กของผม                “มึงจะไปกินข้าวพร้อมพวกกูเลยไหม” อิลถามขึ้นหลังจากที่เลิกคลาสแล้วตอนนี้ก็ได้เวลาพักเที่ยงแล้วด้วย                “มึงไปกินกับไอ้ดาร์กก่อนเหอะเดี๋ยวกูตามไปขอไปเคลียร์อะไรนิดหน่อยก่อน” ผมพูดแล้วเดินจากห้องออกมาเลยแต่ก็ไม่วายได้ยินไอ้อิลมันพูดแซว                “แหมๆ ตั้งแต่มีเมียเนี่ยธุระมึงเยอะจังเลยนะ อย่าลืมส่งผ้าเช็ดหน้าให้สาวๆ ตอนมึงบอกเลิกล่ะ ^^”                ไอ้อิล! ไอ้เพื่อนเวร!!!! -__-;;                 “พี่เฮล!!เรียกพลอยมาหามีอะไรหรอคะ?” เดินมาได้ไม่เท่าไหร่ผมก็เจอเข้ากับพลอยคู่ขาของผมคนสุดท้ายที่ผมต้องการจะมาบอกเลิกความสัมพันธ์ ตลอดเวลาไม่กี่วันมานี้ผมบอกเลิกและตัดความสัมพันธ์กับผู้หญิงในสต๊อกของผม ที่ผมทำแบบนี้ก็เพราะว่าผมมีเมียแล้วและก็รักเมียมากด้วย ^^ ผมไม่อยากให้ไอ้ตัวเล็กของผมเสียใจผมจะมีเพียงแค่มันคนเดียวเท่านั้น!                “อ่อ คุยเรื่องสำคัญน่ะครับ พี่ว่าเราไปคุยกันข้างๆ ตึกดีกว่านะ ^^” ผมพูดพร้อมกับเดินนำพลอยไปยังข้างๆ ตึกทันที ที่ผมเลือกที่นี่เพราะมันสงบดีและก็ไม่ค่อยมีค่อยผ่านไปมาสักเท่าไหร่ ก็ดีเพราะผมจะได้ไม่ต้องเป็นคนเลวไปมากกว่านี้                “พี่เฮลมีอะไรหรอคะ ^^” ทันทีที่เราเดินมาถึงพลอยก็ถามขึ้นมาทันที                “พี่ว่าเราเลิกติดต่อกันเถอะ” ผมพูดพร้อมกับยืนมองหน้าพลอย                “พี่เฮลว่าไงนะคะ!!!”                “ฟังนะพี่จะไม่พูดซ้ำ เราเลิกติดต่อกันเถอะ!!”                “ฮึก! ฮือๆ ไม่นะค่ะพี่เฮล พลอยรักพี่เฮลนะคะ!!!” พลอยร้องไห้แล้วโผเข้ามาก่อนผม ผมแตะแขนเธอออกแล้วพูดกับเธอเสียงนิ่ง                “แต่พี่ไม่เคยรักพลอย เรื่องนี้เราตกลงกันแล้วนี่ ว่าไม่มีข้อผูกมัดใดๆ ทั้งสิ้น!!”                “ตะ แต่พลอยรักพี่เฮลนะคะ!!” เธอยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้น                “พลอย!! เรื่องของเราพี่ว่าพลอยน่าจะเข้าใจตั้งแต่วันแรกที่เราตกลงกันแล้วนะ เลิกยุ่งกับพี่ได้แล้วตอนนี้พี่มีเมียแล้ว แล้วพี่ก็รักเมียพี่มากด้วย หวังว่าพลอยคงจะเข้าใจนะ แล้วถ้ายังไม่เลิกยุ่งกับพี่พลอยน่าจะรู้นะว่าอะไรจะเกิดขึ้น!!!” ผมตะคอกพลอยกับไปเสียงดัง                เพียะ!!                “ฮึก!! คนใจร้าย!!!” พลอยตบหน้าผมแล้วก็วิ่งหนีไปทันที หึ!! โดนตบหน้าอีกแล้วผู้หญิงนี่เอะอะๆ อะไรก็ตบหน้าหรอวะเนี่ย!!!                เฮ้อ..โล่งสักที!!!                ตอนนี้ผมคงสู้หน้าไอ้ตัวเล็กของผมได้แล้วล่ะ ^^ ต่อให้จะเป็นผู้ชายที่เลวร้ายสักเท่าไหร่แต่เพื่อไอ้ตัวเล็กของผมผมก็จะทำ!!                แต่ว่าไอ้ความรู้สึกโหวงเหวงที่หัวใจนี่มันอะไรกันวะ ทำไมรู้สึกเหมือนกับว่ามันจะมีอะไรไม่มีเกิดขึ้น มันรู้สึกปวดหนึบไปทั่วหัวใจจนผมต้องยกมือขึ้นมาทาบหน้าอกด้านซ้ายเพื่อระบายความรู้สึกปวดหนึบนั้น                ให้ตายเถอะ!!                ทำไมผมรู้สึกว่าเหมือนผมจะต้องสูญเสียของสำคัญไป..!!!                 หลังจากนั้นผมก็เดินไปหาไอ้อิลและดาร์กที่โรงอาหารพวกเรานั่งกินข้าวท่ามกลางสายตาของคนที่มองมามากมายทำไงได้อ่ะ ก็พวกผมมันหล่อ                หึ!! คนหล่ออย่างพวกผมย่อมมีคนมองเป็นธรรมดา J                หลังจากที่ผมพวกนั่งกินข้าวท่ามกลางสายตาของคนทั้งโรงอาหารจนเสร็จแล้วพวกผมก็ขึ้นเรียนเพราะมีเรียนบ่ายต่อ                “ทำอะไรของมึงวะ?” ไอ้อิลถามขึ้นทันทีที่เห็นผมหยิบโทรศัทพ์ขึ้นมากดส่งข้อความให้ตัวเล็กของผม                “ยุ่งเหอะน่า” ผมหันไปว่ามันแล้วกลับมาสนใจกับข้อความต่อแล้วกดส่งไปให้ตัวเล็กทันที                 16.00 pm.                หลังจากเลิกคลาสผมรีบเก็บของเพื่อที่จะได้ไปแอบซุ่มดูตัวเล็กของผมทันที วันนี้ยังไม่เห็นหน้ามันเลย จะว่าไปผมก็เคลียร์กับเด็กในสต๊อกของผมหมดแล้วนี่หว่า ไปหามันเลยดีกว่า                “นั่นมึงจะรีบไปไหนวะไอ้เฮล?” อิลถามผมตอนพวกเรากำลังเดินออกจากห้อง                “ไปหาคิส” ผมตอบแล้วรีบเดินต่อ ทำไมผมถึงรู้สึกหวิวๆ ที่หัวใจวะ?                “อ้าว! มึงไม่แค่ไปแอบดูแล้วหรอ?”                “เออ กูเคลียร์เด็กหมดแล้ว” ตอบไปพร้อมกับรีบเดินให้เร็วขึ้นไปอีก                “รอกูด้วยไปพร้อมกันเลย”                “มึงไปหาใครวะ?” ผมหยุดยืนแล้วมองหน้ามันอย่างสงสัย                “ไปหาเมีย^^”                อะไรของมันวะ? นี่แอบไปมีเมียตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือว่าผมตกข่าวอะไรไป!!!                “ไอ้คุณเฮลครับไหนว่าคุณมึงรีบมากไงวะครับ รีบๆ ไปได้แล้ว ยืนทำหน้าหมางงอยู่ได้  -__-*” ไอ้เพื่อนเวร - -^                               ไม่นานผมกับอิลก็เดินมาถึงหน้าห้องที่คิสเรียน มาถึงก็เห็นว่านักศึกษากำลังทยอยเดินออกจากห้องพอดีไม่ว่าจะทั้งชายและหญิงทุกคนต่างมองมาที่ผมกับไอ้อิล ทำไงได้ก็พวกผมมันหล่อมากนะสิครับ (หลงตัวเอง - -“)       ความจริงผมจะเดินเข้าไปหาตัวเล็กของผมเลยก็ได้นะแต่ไม่เอาดีกว่า รอเซอร์ไพร์แบบนี้ดีกว่าส่วนไอ้อิลมันรีบเดินเข้าไปข้างในตั้งแต่ที่เดินมาถึงแล้วล่ะครับ                “กูว่ามึงพลาดแล้วล่ะเพื่อน J” ไอ้อิลเดินออกมากับน้องหน้าหวานคนหนึ่งถ้าจำไม่ผิดผมว่าน้องคนนี้น่าจะเป็นเพื่อนกับไอ้ตัวเล็กของผมนะ                “มึงหมายความว่าไงวะ?” ผมมองหน้ามันอย่างสงสัย มันเลยหันหน้าไปทางน้องคนนั้นเป็นเชิงว่าให้ผมถามน้องมันดู ผมเลยหันไปจ้องหน้าอีกคนทันทีเพื่อหาคำตอบ                “เอ่อ..วันนี้คิสมันไม่ได้มาเรียน ตอนแรกก่อนเข้าคลาสมันบอกว่ากำลังจะถึงแต่มันก็ไม่มา ผมเลยโทรไปหามันอีกครั้งแต่มันก็ไม่รับสายเลย จู่ๆ ก็ติดต่อมันไม่ได้..” มันพูดแล้วทำหน้ากังวล                ติดต่อไม่ได้!!!                ให้ตายเถอะ!! ผมควรจะทำยังไงดี ผมโทรหาคิสเป็นร้อยๆ รอบจนโทรศัพท์ผมจะระเบิดแม่งอยู่แล้วยังติดต่อคิสไม่ได้เลย หรือว่าไอ้ตัวเล็กของผมจะไม่สบายนะ ไวเท่าความคิดผมรีบกลับคอนโดทันที                ไม่มี!!!                คิสไม่ได้อยู่ที่ห้องแถมเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ของคิสก็ไม่มีด้วย ไม่จริง! นี่อย่าบอกนะว่าไอ้ตัวเล็กของผมมันหนีผมไปแล้ว ไม่นะผมไม่ยอมหรอก                ผมพยายามโทรหาไอ้ตัวเล็กของผมอีกครั้งแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้เลย ทำไมตัวเล็กต้องหนีพี่ไปด้วย                พี่ทำอะไรผิดหรอ?                               ครืน..ครืน..                จู่ๆ  โทรศัพท์ผมก็สั่นขึ้นบ่งบอกว่ามีคนโทรเข้ามาผมรีบกดรับทันทีโดยที่ไม่ได้ดูหน้าจอว่าใครโทรมาเพราะคิดว่าเป็นคิสโทรเข้ามา                “ฮัลโหลคิสตอนนี้อยู่ไหนน่ะ? รู้ไหมว่าพี่เป็นห่วงเรามากแค่ไหน”                (เอ่อ.. เฮลจ้ะ นี่น้านะ) เสียงปลายสายที่ดังขึ้นไม่ใช่เสียงของคนที่ผมต้องการจะได้ยินตอนนี้ ผมเลยดูอีกครั้งปรากฏว่าเป็นแม่ของคิสนั่นเองที่โทรมา                “เอ่อ.. ขอโทษนะครับพอดีผมนึกว่าเป็นคิสน่ะครับ” ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แล้วนั่งลงที่โซฟาตรงหน้าทีวีอย่างหมดแรง ในหัวมืดแปดด้านไปหมดแล้ว ผมไม่รู้จริงๆ ว่าตอนนี้ไอ้ตัวเล็กของผมมันอยู่ที่ไหนกันแน่                (น้องเป็นอะไรหรอลูก?) น้ำเสียงท่านดูเป็นกังวลขึ้นมาทันที                ผมควรจะบอกดีไหมนะหรือว่าผมควรจัดการปัญหาด้วยตัวของผมเองก่อน แต่ผมโทรหาคิสเป็นร้อยๆ รอบแล้วคิสก็ไม่มีวี่แววว่าจะรับสายผมเลย บางทีถ้าคุณน้าโทรไปคิสอาจจะรับสายท่านก็ได้ ก็คิสน่ะติดแม่อย่างกับอะไรดี ผมเลยเล่าให้ท่านฟังทันที                (ห้ะ!! ว่าไงนะ คิสหนีออกจากคอนโด!!!) ทันทีที่ผมบอกว่าคิสหนีออกไปจากคอนโดฯ ท่านก็อุทานขึ้นมาเสียงดังทันที                “เอ่อ..ครับ” ผมตอบผมกับยกมือขึ้นกุมขมับอย่างเครียดๆ ผมคิดไม่ออกเลยจริงว่าคิสหายตัวไปไหน เพราะเท่าที่ถามพาส มันก็บอกว่าคิสมีมันเป็นเพื่อนสนิทแค่คนเดียว เพราะฉะนั้นแล้วคิสไม่มีทางไปหาเพื่อนคนไหนได้นอกจากพาส                โอ๊ย!! แล้วไอ้ตัวเล็กของผม (?) ตอนนี้ไปอยู่ที่ไหนวะเนี่ย!! ปวดหัวเว้ย!!!                (ให้ตายเถอะ!! ลูกคนนี้นี่ ทำไมทำตัวแบบนี้ก็ไม่รู้ไม่น่ารักเอาซะเลยนะน้องคิส) เสียงคุณน้าบ่นไอ้ตัวเล็กออกมาอย่างอดไม่ได้                (แล้วนี่เฮลโทรหาน้องแล้วยังลูก?) ปลายสายถามกลับมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง                “โทรหาแล้วครับ แต่น้องไม่รับสายผม ผมขอโทษนะครับคุณน้าที่ดูแลน้องไม่ดี” ผมพูดพร้อมกับค่อยๆ เอนตัวลงพิงพนักโซฟาอย่างอ่อนล้า หมดแรงแล้วจริงๆ ผมไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงถึงจะหาคิสเจอ                (อย่าโทษตัวเองไปเลย เฮลดูแลน้องดีที่สุดแล้วลูก เอาอย่างนี้เดี๋ยวน้าโทรหาน้องให้นะ เฮ้อ..น่าตีจริงๆ เลยลูกคนนี้นี่) บ่นกระปอดกระแปดแล้ววางสายจากผมไป                ผมค่อยๆ หันมองไปทั่วห้องทุกภาพทุกความทรงจำมันคอยตอกย้ำผมอีกครั้ง ตอนนี้ไม่มีร่างเล็กคอยอยู่ข้างๆ อีกต่อไปแล้ว ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นแต่ภาพร่างเล็กนั่นคอยวนเวียนอยู่ตลอดเวลา                เจ็บ!!!                ทำไมผมถึงรู้สึกเจ็บปวดทรมานเหลือเกิน เพียงแค่คิดว่าผมจะไม่ได้เจอหน้าไอ้ตัวเล็กของผมอีกแล้ว หัวใจของผมมันก็บีบรัดจนหายใจแทบไม่ออกผมเลยต้องยกมือขึ้นไปกุมเสื้อตรงหน้าอกข้างซ้ายแน่น แล้วค่อยๆ หลับตาลง เผื่อว่าภาพของคิสที่คอยหลอกหลอนผมมันจะได้หายไป..                แต่ไม่เลย!!! ยิ่งผมหลับตาภาพเรื่องราวต่างๆ ที่เราเคยทำด้วยกันมันกลับวิ่งย้อนเข้ามาในหัวผมเหมือนกับว่ามีคนบันทึกมันไว้แล้วเปิดกรอให้ผมได้เห็น..                ตั้งแต่เด็กๆ ที่ไอ้ตัวเล็กมักจะร้องไห้งอแงเพราะคิดถึงแม่จนผมต้องเดินเข้าไปกอดปลอบ..                จนถึงปัจจุบันที่เราเจอกันอีกครั้ง ตั้งแต่เปิดเทอมวันแรกและผมก็ชอบแกล้งมันบ่อยๆจนเราทะเลาะแทบทุกวัน..                ให้ตายเถอะ!!! ใครก็ได้ช่วยหยุดภาพพวกนี้ที!!!                ผมจะกระอักเลือดตายอยู่แล้ว!!!!                               ครืน..ครืน..                แต่แล้วก็เหมือนสวรรค์จะเห็นใจจู่ๆ โทรศัพท์ผมมันก็สั่นขึ้นมาทันที ผมรีบลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วกดรับโทรศัพท์ทันที                “ฮัลโหล! ครับ!” ผมรับโทรศัพท์ด้วยความตื่นเต้นจนมือเย็นไปหมด เพราะอยากรู้ว่าไอ้ตัวเล็กของผมอยู่ที่ไหนกันแน่                (เฮลน้าโทรไปหาน้องมาแล้วนะ)                “ครับ แล้วน้องว่าไงบ้างครับ ตอนนี้น้องอยู่ที่ไหนครับ แล้วน้องได้บอกไหมครับว่าหนีออกจากคอนโดฯ ไปทำไม?” ผมรั่วคำถามใส่คุณน้าจนคุณน้าต้องรีบเบรกผมเอาไว้                (เดี๋ยวก่อนเฮล!! ใจเย็นๆ ลูก ตอนแรกน้าคิดว่าน้องจะกลับไปที่บ้าน แต่น้องบอกว่าไม่ได้กลับไป ตอนนี้น้องบอกว่ากำลังจะไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัด น้าถามน้องก็ไม่ยอมบอกว่าจะไปที่ไหน เฮ้อ.. ดื้อจริงๆ เลยลูกคนนี้)                จะไปต่างจังหวัดงั้นหรอ?                (เฮลน้าขอถามอะไรสักอย่างได้ไหมจ้ะ?) หลังจากที่ผมเงียบไปสักพักคุณน้าก็ถามขึ้นมา                “ได้ครับ” ผมตอบแต่ใจกลับเหม่อลอยไปหาอีกคน คิสตอนนี้มึงอยู่ที่ไหนกันแน่!!                (พวกหนูมีเรื่องทะเลาะอะไรกันแรงหรอเปล่าลูก น้าไม่เคยเห็นน้องเป็นแบบนี้มาก่อนเลย น้าถามน้องก็ไม่ยอมบอก แถมน้องยังร้องไห้ด้วย..)                คิสร้องไห้!!!                “เอ่อ..ครับ พวกเรามีเรื่องทะเลาะกันนิดหน่อย ผมขอโทษนะครับคุณน้าที่ทำให้น้องร้องไห้”                (อย่าโทษตัวเองไปเลยลูก อยู่ด้วยกันเรื่องทะเลาะกันมันต้องมีบ้างเป็นธรรมดา อืม..แล้วนี่เฮลไปดูน้องที่บ้านมาแล้วหรอยังลูก) คุณน้าถามอีกครั้ง                “ยังเลยครับ”                (ค่อยๆ คิดนะว่าน้องไปอยู่ไหน แต่น้าว่าน้องคงไปไหนไม่ไกลหรอก น้าฝากน้องด้วยนะลูก ถ้าเจอกันแล้วก็ปรับความเข้าใจกันให้ดีๆ เฮ้อ.. ช่วยดูแลน้องแทนน้าด้วยนะ ครั้งนี้น้าว่าคงจะแย่เพราะน้องบอกว่าอยากอยู่คนเดียว น้าไม่เคยเห็นน้องเป็นแบบนี้มาก่อนเลย น้าฝากน้องด้วยนะลูก) แล้วคุณน้าก็วางสายไป                อยากอยู่คนเดียวงั้นหรอ?                คิสคงจะเกลียดพี่แล้วใช่ไหม พี่ไม่ยอมนะ!! จู่ๆ จะมาหายไปแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ                พี่ไม่ยอมเด็ดขาด!!!!