นายพรานเจียง…หงหนิง…หงป๋อ…
เรียกเด็กสองคนนั้นแบบสนิทสนมแต่กลับเรียกเขาว่านายพรานเจียงเนี่ยนะ!
เจียงหงหย่วนโมโหหัวใจเหมือนถูกแช่ด้วยน้ำส้มสายชู เปรี้ยวจนไม่รู้จะเปรี้ยวอย่างไรแล้ว
แต่ว่า…เดี๋ยวก่อนนะนี่ยังใช่แม่นางที่ถูกรังแกแต่ก็ไม่กล้าส่งเสียงร้องคนนั้นหรือ?
เขาจำได้ว่าเมื่อก่อนนางขึ้นเขาไปเก็บจูเฉ่าบนูเาแค่เห็นเขาจากไกลๆ ก็วิ่งหนีเหมือนเห็นผีแล้ว
แต่ตอนนี้นางไม่เพียงแค่กล้าสบตาเขาตรงๆแต่ยังเอ่ยปากพูดประโยคยาวเหยียด
พูดจาฉะฉานคล่องแคล่ว
ชายหนุ่มมองหลินหวั่นชิวด้วยสายตาประเมินอย่างแหลมคมหลินหวั่นชิวรู้สึกเหมือนถูกดวงตาที่คมดังมีดของเขาเสียบจนเป็รู
นางอดขดตัวเข้าด้านในของเตียงไม่ได้อยากยกผ้าคลุมขึ้นคลุมหัวตัวเอง
หลินหวั่นชิวที่มีไข้สูงเป็เหมือนไก่อ่อนแอไม่มีแรงต่อต้านทั้งกับโลกใบนี้และชายมีแผลเป็
ทว่าการกระทำของนางกลับสื่อความหมายให้เจียงหงหย่วนเข้าใจไปอีกอย่าง
ที่แท้นางก็แค่กลัว
คงเพราะเกือบตายในบ้านหลังนั้นนิสัยถึงได้เปลี่ยนไปสินะ
ตัวนางตอนนี้เหมือนจะมีชีวิตชีวาขึ้นกว่าเก่า
ตัวนางที่ไม่ค่อยกลัวเขาดูจะ…แปลกใหม่กว่า
“ให้ถึงแค่อายุสิบห้า” อย่างไรเขาก็คิดจะเลี้ยงนางให้ดีก่อนอยู่แล้ว
“หา…” บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบเป็เวลานานหลินหวั่นชิวจึงใสะดุ้งเมื่ออีกฝ่ายพูดขึ้นอย่างฉับพลัน
เจียงหงหย่วนอยากแกล้งนางเล่น “ไม่ยินดีหรือ? ข้ารู้อยู่แล้วว่าเ้าปากไม่ตรงกับใจหากรอไม่ไหว เช่นนั้นเข้าหอหลังจากที่เ้าหายดีเลยก็แล้วกัน”
ปากไม่ตรงกับใจบ้าบออะไร?
นางน่ะหรือรอไม่ไหว!
ให้นางรอเป็ร้อยปียังได้เลยเถอะ!
“ยินดีๆ!” หลินหวั่นชิวใจนเผลอะโลงหลุมที่ชายหนุ่มขุด
คำว่า ‘ยินดี’ เพิ่งหลุดจากปากหลินหวั่นชิวก็เสียใจแล้ว
เจียงหงหย่วนเลิกคิ้วขึ้นด้วยสีหน้านิ่งเรียบแต่ใจในมีความสุข
ภรรยาตัวน้อยโดนแกล้งนิดหน่อยไม่ได้เลย!
“คือ…สิบหกปีได้หรือเปล่า?” หลินหวั่นชิวลองต่อรองอีกครั้ง
คราวนี้เจียงหงหย่วนตอบในทันที “ได้ สิบหกปีค่อยมีลูกสิบห้าปีเข้าหอ สิบหกปีคลอด ไม่มีปัญหา!”
ไม่รู้เหตุใดหลินหวั่นชิวที่ถูกเจียงหงหย่วนขุดหลุมหลอกให้ะโลงไปถึงได้โล่งใจเมื่อได้ยินคำตอบอย่างน้อยนางก็ต่อเวลาให้ตัวเองได้อีกสองปี
ช่างเถอะ สองปีก็สองปีเื่สำคัญที่สุดตอนนี้คือรักษาตัวให้ดีและมีชีวิตอยู่ต่อไปต่างหาก
นางแอบมองเจียงหงหย่วน คิดในใจว่าชายคนนี้ดูหยาบโลน แต่อันที่จริงก็คุยกันง่าย
อย่างน้อยก็ดีกว่า ‘ครอบครัว’ ในบ้านหลังนี้
“เอ่อ…เ้าออกไปเดินเล่นก่อนได้หรือไม่?” หลินหวั่นชิวชี้ไปที่ประตูนางอยากใช้ผ้าอุ่นมาเช็ดตัวเช่นกัน อย่างน้อยก็ช่วยลดอุณหภูมิร่างกาย
เจียงหงหย่วนยกกะละมังออกไปด้านนอก “เ้ามัวแต่พูดมากชักช้าน้ำเย็นหมดแล้ว”
เขาจะเปลี่ยนน้ำร้อนให้นาง?
“ขอบคุณนะ!” ปัญหาเื่ห้องหอคลี่คลายไปแล้วหลินหวั่นชิวสบายใจขึ้นมาก นางไม่ถือสากับนิสัยของเจียงหงหย่วนยืดคอออกไปกล่าวขอบคุณใส่แผ่นหลังของเขา
ในที่สุดใบหน้าบึ้งตึงของชายหนุ่มด้านนอกก็มีรอยแตกมุมปากเขายกโค้ง เผยให้เห็นรอยยิ้มพึงพอใจ
ทว่ารอยยิ้มนี้ไม่ได้ทำให้หน้าตาเขาดูดีขึ้นเลยสักนิดตรงกันข้าม มันทำให้ใบหน้ามีแผลเป็ดูสยดสยองมากกว่าเดิม
นี่ถึงเป็สาเหตุที่เจียงหงหย่วนไม่เคยยิ้มให้ใครเห็น
หลังจากที่ยกน้ำร้อนที่ต้มใหม่เข้ามาเสร็จเจียงหงหย่วนยังช่วยบิดผ้าให้หลินหวั่นชิว
เขายื่นผ้าให้นาง “รีบๆ เช็ด ข้าจะไม่ทำอะไร”
แต่เขายืนอยู่ในห้องไม่ออกไปไหน
หลินหวั่นชิวกัดริมฝีปากรู้ว่าแค่เงื่อนไขไม่เข้าหอสองปีก็ทำให้อีกฝ่ายไม่ยอมมากพอแล้ว เอาเถอะ นางจะยอมทนไม่ควรทำเขาโมโห มิเช่นนั้นหากเขาเปลี่ยนใจขึ้นมา นางคงไม่มีที่แม้แต่จะร้องไห้
นางรีบรับผ้าจากอีกฝ่ายใช้ผ้าห่มขาดๆ มาบัง สอดมือเข้าใต้เสื้อผ้าไปเช็ด
หลังจากที่ผ้าเย็นก็ยื่นให้เจียงหงหย่วนเจียงหงหย่วนจะช่วยชุบน้ำและบิดให้
ทำแบบนี้ซ้ำไปมา ในที่สุดนางก็เช็ดทั่วจนสบายตัว
เจียงหงหย่วนเทน้ำใส่กะละมังอีกใบถอดรองเท้านั่งแช่ขาในน้ำที่หลินหวั่นชิวใช้เช็ดตัว
เขาแช่ขานานมากนานจนน้ำเย็นจึงจะยอมยกออกไปเทด้านนอก
หลินหวั่นชิวสงสัยว่าหมอนี่จะแช่จนหนังเปื่อยเลยหรืออย่างไร
‘กึก…’
เสียงปิดประตูดังขึ้นหลินหวั่นชิวใตัวสั่น นางกอดผ้าห่มแน่นเบิกตามองเจียงหงหย่วนที่กำลังถอดเสื้อผ้า “ทำอะไรน่ะ? ไหนรับปากว่าจะยังไม่เข้าหอไงเล่า?”
เจียงหงหย่วนนอนลงเบียดหลินหวั่นชิวเข้าข้างใน “ทำอะไร ถึงไม่เข้าหอแต่ก็ต้องนอนนะ ข้ามีเตียงแค่หลังเดียวไม่ให้นอนที่นี่แล้วจะให้นอนพื้นทั้งที่อากาศเย็นขนาดนั้นหรือ? เมียใจดำขืนพูดมากอีกข้าจะปล้ำเ้าเสีย นอนได้แล้ว!”
หลินหวั่นชิว “…”
นางกลายเป็เมียใจดำไปได้อย่างไร?
หลินหวั่นชิวที่กลัวถูกปล้ำได้แต่กลืนคำด่าในลำคอกลับลงไป
ในเมื่อสู้ไม่ได้ก็มีแต่ต้องยอมทน
เห็นว่าภรรยาตัวน้อยไม่กล้าพูดว่า ‘ไม่’ เจียงหงหย่วนจึงเป่าตะเกียงน้ำมันเอนตัวลงบนเตียง ดึงผ้าห่มขาดๆ บนตัวหลินหวั่นชิวมาห่มร่างตัวเองแค่เล็กน้อย
ดมกลิ่นของภรรยาตัวน้อยที่แผ่ความหอมออกมาจางๆเจียงหงหย่วนหลับตาอย่างพึงพอใจ
ภรรยาตัวน้อยยังขวัญอ่อนจะหลอกให้นางกลัวเกินไปไม่ได้ คืนนี้จะยังไม่แตะต้องนางก่อน
ไม่นานเจียงหงหย่วนที่เหนื่อยมาทั้งวันก็ส่งเสียงหายใจดังสม่ำเสมอ
เขาหลับแล้ว
ใจที่หวาดผวาของหลินหวั่นชิวจึงค่อยๆคลายลง ชายหยาบเถื่อนยังทำตามที่พูด
แต่ตอนนี้มีปัญหาอีกอย่าง
คืนนี้นางทั้งดื่มโจ๊กชามโตทั้งดื่มยา…พอจิตใจผ่อนคลายก็อยาก…
อยากเข้าห้องน้ำ!
จะอั้นไม่ไหวแล้ว!