บทที่ 15 ของขวัญเติมสินเ้าสาวโดดเด่นพอหรือไม่?
ซูเพ่ยอีเปิดจุกขวดออก แล้วยกขึ้นดมที่ปลายจมูก
นางเอ่ยถามด้วยสีหน้าเร่งร้อน “หานลั่ว แบ่งขายให้ข้าอีกสักสองขวดได้หรือไม่?”
ในขณะที่นางกำลังคำนวณในใจว่า ขวดหนึ่งจะให้พี่ชายสายตรง อีกขวดจะให้คู่หมั้น และอีกขวดจะเก็บไว้ใช้เอง
เซิ่งหน่วนอิงบุตรีสายรองแห่งจวนเซิ่งกั๋วกง ก็แสดงท่าทีไม่ยินยอมขึ้นมา
“คุณหนูซู ของล้ำค่าเพียงนี้มีแค่สิบขวด ท่านจะเหมาคนเดียวตั้งสามขวด ไม่โลภมากไปหน่อยหรือ?”
ซูเพ่ยอีปรายตามองอีกฝ่ายอย่างเ็า “คนเราจะหวังผลประโยชน์ทั้งสองทางไม่ได้หรอกนะ เ้าอยากจะเอาใจจี้หานเวย เลยไม่กล้าพูดความจริง แต่ตอนนี้กลับอยากได้ของ...”
“จริงสิคุณหนูเก้า ตกลงว่าของสิ่งนี้เรียกว่าอะไรหรือ?”
[คนกินเนื้อไม่คายกระดูก: ฮ่า ๆ ๆ ขำจะตายอยู่แล้ว ขนาดชื่อยังไม่รู้ว่าเป็อะไร ก็เริ่มแย่งกันจนหัวร้างข้างแตกแล้ว]
[ไม่ดำก็แดง: ยุคสมัยที่ขาดแคลนทรัพยากรนี่น่ากลัวจริง ๆ แค่น้ำหอมกันยุงที่พวกเรามองข้าม พอไปอยู่ยุคสตรีมเมอร์ กลับทำให้สาว ๆ ตาเป็มันวาวได้ขนาดนี้ สตรีมเมอร์รวยเละแน่]
[สุนัขบ้านข้าจับหนูเป็: ข้าอยากรู้จริง ๆ ว่าสตรีมเมอร์จะปั่นราคาของสิ่งนี้ไปได้ถึงเท่าไหร่?]
[นินี่ผู้น่ารัก: อยากรู้เหมือนกัน มอบรางวัล 666 เหรียญดวงดาว]
[หลงรักใบหน้าของเ้า: อยากรู้ด้วยคน มอบรางวัล 888 เหรียญดวงดาว]
[...]
จี้หานลั่วกดไลก์ให้คอมเมนต์ของ ‘สุนัขบ้านข้าจับหนูเป็’
ไม่ใช่แค่ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดที่อยากรู้
อันที่จริงตัวนางเองก็อยากรู้เหมือนกันว่า น้ำหอมกันยุงขวดใหญ่ 4 ขวดที่ซื้อมาด้วยราคา 8,000 เหรียญดารา แล้วนำมาแบ่งบรรจุใหม่ได้ 16 ขวดเล็ก จะสร้างกำไรให้นางได้มากน้อยเพียงใด
“คุณหนูซู ของสิ่งนี้มีนามว่า ‘น้ำปรุงวิเศษ’ เ้าค่ะ” จี้หานลั่วล้วงหยิบออกมาจากอกเสื้ออีกหนึ่งขวด “ข้าได้มาโดยบังเอิญ มีจำนวนไม่มากนัก”
“ขวดที่อยู่ในมือท่าน ข้ามอบให้ท่านเ้าค่ะ”
“เพื่อขอบคุณที่ท่านกล้าพูดทวงความยุติธรรมให้กับ ‘น้ำปรุงวิเศษ’ ของข้า”
ซูเพ่ยอียิ้มเยาะเย้ยใส่เซิ่งหน่วนอิงอย่างผู้ชนะ “เซิ่งหน่วนอิง ปากก็อยากประจบจี้หานเวย แต่อีกใจก็อยากได้น้ำปรุงวิเศษของคุณหนูเก้า เ้าต่างหากที่โลภมาก”
ในขณะที่ซูเพ่ยอีและเซิ่งหน่วนอิงกำลังโต้เถียงกันอย่างดุเดือด
สตรีในอาภรณ์สีแดงสดนางหนึ่ง ก็เบียดตัวฝูงชนเข้ามาหาจี้หานลั่วด้วยรอยยิ้ม “สวัสดีคุณหนูเก้า ข้าคือโจวโจวเสวียน บุตรีสายตรงลำดับที่สองแห่งจวนแม่ทัพโจว”
จี้หานลั่วชะงักไปเล็กน้อย
จวนแม่ทัพโจว แม้จะไม่มีบรรดาศักดิ์ขุนนางขั้นกั๋วกง
แต่ก็เป็ขุนนางขั้นสาม
นางนึกไม่ถึงว่า จี้หานอีจะสนิทสนมกับคุณหนูสายตรงของจวนแม่ทัพโจวด้วย?
“สวัสดีเ้าค่ะ คุณหนูโจว”
โจวโจวเสวียนราวกับมองออกถึงความสงสัยในแววตาของจี้หานลั่ว นางจึงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “คุณหนูเก้า ท่านพ่อของข้าเคยเป็ผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านเซี่ยงกั๋วกง วันนี้ข้ามาก็เพื่อท่านโดยเฉพาะ”
“ในวัยเยาว์ ข้ามักจะติดตามท่านพ่อไปที่จวนเซี่ยงกั๋วกงอยู่บ่อยครั้ง พี่เฉิงหลีกับพี่เฉิงหรง ต่างก็ดูแลข้าเป็อย่างดี”
ดวงตาของจี้หานลั่วไหววูบ
ในขณะที่นางกำลังครุ่นคิดว่า สตรีตรงหน้าคือหนี้รักดอกท้อ ที่คู่หมั้นของนางไปก่อไว้หรือไม่ โจวโจวเสวียนก็คว้ามือทั้งสองข้างของนางไว้อย่างกระตือรือร้น
“คุณหนูเก้า ขายน้ำปรุงวิเศษให้ข้าสักสองขวดได้หรือไม่?”
จี้หานลั่ว: “...”
[น้องสาวรีบมาซบอกพี่: ไปกันใหญ่แล้ว ข้านึกว่าสตรีมเมอร์จะเจอศัตรูหัวใจบุกมาหาเื่ อุตส่าห์ชงกาแฟ ฉีกถุงมันฝรั่งทอดเตรียมรอดูฉากเด็ด สรุปว่า...]
ซูเพ่ยอีและเซิ่งหน่วนอิงหันขวับมามองโจวโจวเสวียนพร้อมกัน แล้วตวาดขึ้นพร้อมเพรียง “ข้ายังเป็ญาติกับจวนจี้กั๋วกงนะ!”
“นั่นสิ ข้าก็เป็ญาติกับจวนจี้กั๋วกงเหมือนกัน”
“...”
เมื่อมองดูเหล่าคุณหนูทั่วทั้งลานเรือนที่มาเพื่อเติมสินเ้าสาวให้จี้หานอี ต่างพากันเข้ามารุมล้อมตีสนิทจี้หานลั่ว เพียงเพื่อแย่งชิง ‘น้ำปรุงวิเศษ’ ล็อตนี้
ทำเอาจี้หานเวยโกรธจนกัดฟันกรอด
จี้หานลั่วยิ้มกว้างอย่างเบิกบานใจ “ดูท่า ทุกท่านจะให้ความสนใจ ‘น้ำปรุงวิเศษ’ กันอย่างล้นหลาม เช่นนั้นพี่เจ็ด พี่แปด ข้าจะขอเข้าใจเอาเองได้หรือไม่ว่า...”
“ของขวัญเติมสินเ้าสาวของข้า โดดเด่นเพียงพอแล้ว?”
“และข้า...ชนะพนันพี่แปดแล้ว?”
“แน่นอน” จี้หานอียิ้มจนตาหยี มองดูจี้หานเวยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยสายตาสมน้ำหน้า
จี้หานเวยกลอกตาไปมา ภายในใจเต็มไปด้วยความเจ็บใจและไม่ยินยอม
ทว่านางก็รู้ดีแก่ใจ
ว่าการเดิมพันครั้งนี้ นางเป็ฝ่ายพ่ายแพ้
แทนที่จะปล่อยให้ตัวเองตกเป็ขี้ปากชาวบ้าน มิสู้ยอมรับออกมาอย่างผ่าเผยจะดีกว่า
“น้องเก้า ข้ายอมรับว่าน้ำปรุงวิเศษของเ้าโดดเด่นสมเป็ของเติมสินเ้าสาวจริง ๆ เครื่องประดับชุดบุตรมากวาสนาดีชุดนั้น ถือซะว่าข้ามอบให้เ้าเป็สินเดิมก็แล้วกัน”
แววตาเ้าเล่ห์พาดผ่านดวงตาของจี้หานเวยเพียงวูบหนึ่ง “แต่พรุ่งนี้...ข้าจะรอน้ำปรุงวิเศษจากเ้า มาเป็ของเติมสินให้ข้าบ้างนะ”
“พี่แปด เกรงว่าจะไม่ได้เ้าค่ะ”
จี้หานลั่ว ปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด
ทำเอาจี้หานเวยระงับโทสะในใจไม่อยู่ “น้องเก้า เป็พี่น้องกันแท้ ๆ แต่เ้ากลับเลือกปฏิบัติเช่นนี้ไม่ดีกระมัง?”
จี้หานลั่วยิ้มกว้าง อาศัยจังหวะที่ทุกคนกำลังเห่อ ‘น้ำปรุงวิเศษ’ ดึงเอาเหล่าคุณหนูที่มาร่วมงานให้ลงมาในหลุมพรางด้วยกัน “พี่แปด ท่านอย่าเพิ่งใจร้อน ให้ทุกคนช่วยตัดสินดีหรือไม่เ้าคะ”
“น้ำปรุงวิเศษที่ข้านำออกมาได้ในตอนนี้ มีรวมทั้งหมดเพียง 10 ขวด มอบให้พี่หญิงซูไปแล้ว 1 ขวด ก็เหลือเพียง 9 ขวด หากต้องแบ่งให้ท่านอีก 2 ขวดเพื่อเติมสินเ้าสาว”
“ก็เท่ากับว่า ข้าต้องผิดคำพูดต่อพี่น้องทุกคนในที่นี้”
“ซึ่งเื่นี้ขัดต่อกฎตระกูลจี้ของเราเ้าค่ะ”
“อีกอย่าง ข้าได้สั่งคนจัดเตรียมของขวัญเติมสินเ้าสาวให้ท่านไว้เรียบร้อยแล้ว หากจะมาเปลี่ยนกะทันหัน ของที่เตรียมไว้เ่าั้ก็ต้องเสียเปล่า ดูจะไม่เหมาะสมนะเ้าคะ”
จี้หานเวยกัดฟันถามด้วยความเจ็บใจ “แล้วของขวัญที่เ้าเตรียมไว้ให้ข้าคืออะไร?”
จี้หานลั่วเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เห็นพี่แปดดูจะชื่นชอบพื้นรองเท้าเป็พิเศษ ข้าเลยสั่งให้คนปักพื้นรองเท้ามาให้พี่แปด 10 คู่ เพื่ออวยพรให้ชีวิตหลังแต่งงานของพี่แปด สมบูรณ์แบบเต็มสิบเ้าค่ะ”
[ชอบดูเื่วุ่นวาย: ฮ่า ๆ ๆ ๆ ขำจนน้ำพุ่ง สตรีมเมอร์สวนกลับได้เจ็บแสบมาก (จากที่พี่สาวจะให้เอาชื่อสตรีมเมอร์ปักพื้นรองเท้าเพื่อเหยียบย่ำ สตรีมเมอร์เลยจัดคืนให้ 10 คู่จุก ๆ) มอบรางวัล 99 เหรียญดวงดาว]
[ฝนตกไม่เก็บผ้า: เห็นด้วย มอบรางวัล 66 เหรียญดวงดาว]
ห้องถ่ายทอดสดครึกครื้นขึ้นมาทันตา
เหล่าคุณหนูในลานเรือนเอง ก็พากันหัวเราะครืน
ซูเพ่ยอียังฉวยโอกาสราดน้ำมันลงกองเพลิง “รสนิยมของคุณหนูแปดช่างเป็เอกลักษณ์จริง ๆ ใคร ๆ ก็รู้ว่าพื้นรองเท้าต้องตัดเย็บตามขนาดเท้าเฉพาะบุคคล คุณหนูแปดจะให้คุณหนูเก้าเปลี่ยนของขวัญกะทันหันแบบนี้ เกรงว่าจะ...”
“นั่นสิ คุณหนูเก้าใส่ใจท่านขนาดนี้”
“ท่านอย่าได้ทำลายความหวังดีของคุณหนูเก้าเชียวนะ”
“...”
กลุ่มคนที่เดิมทีเคยช่วยพูดให้จี้หานเวย
บัดนี้เพื่อ ‘น้ำปรุงวิเศษ’ เพียงขวดเดียว ต่างพากันแปรพักตร์มาเป็ลูกมือของจี้หานลั่ว เล่นงานจี้หานเวยจนแทบกระอักเื ตาแทบจะพ่นไฟออกมาได้
นางอยากจะสะบัดแขนเสื้อเดินหนีไปให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็ตัดใจทิ้ง ‘น้ำปรุงวิเศษ’ ไม่ลง
หลังจากทุกคนหัวเราะกันพอหอมปากหอมคอ หัวข้อสนทนาและความสนใจทั้งหมดก็วกกลับมาที่ ‘น้ำปรุงวิเศษ’ อีกครั้ง
โจวโจวเสวียน จับมือจี้หานลั่วไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “คุณหนูเก้า ข้าสนใจเื่ที่น้ำปรุงวิเศษสามารถไล่ยุงได้มาก ท่านจะขายราคาเท่าไหร่หรือ?”
ดวงตาของจี้หานลั่วกลอกกลิ้งไปมา
แสร้งทำสีหน้าลำบากใจ “น้ำปรุงวิเศษนี้เหลืออยู่เพียง 9 ขวด ยากที่จะตอบสนองความ้าของทุกคนได้ ข้าเองก็ไม่อยากล่วงเกินคุณหนูท่านใดในที่นี้ด้วย”
ในขณะที่ทุกคนกำลังทำหน้าสงสัย
จี้หานลั่วก็แย้มยิ้มกว้าง แววตาเป็ประกาย “มิสู้...ข้านำน้ำปรุงวิเศษออกมา ประมูลทีละขวดดีหรือไม่เ้าคะ? ผู้ที่ให้ราคาสูงที่สุดเป็ผู้ได้ไป ทุกท่านเห็นว่าอย่างไร?”
[ฤดูร้อนไม่หนาว: สตรีมเมอร์คำนวณมาดีมาก เริ่มจากใช้กลยุทธ์ การตลาดแบบหิวโหย แล้วค่อยตบด้วยการประมูล เตรียมรับทรัพย์ก้อนโตแน่ ๆ]
เหล่าดรุณีน้อย ต่างมองหน้าเลิ่กลั่ก
เริ่มขบคิดคำนวณในใจ
“ประมูล?”
“ผู้ให้ราคาสูงสุดเป็ผู้ได้ไป?”
ในขณะที่ทุกคนกำลังลังเล โจวโจวเสวียนก็ปล่อยมือจี้หานลั่ว แล้วะโสนับสนุนเสียงดัง “ประมูลก็ดี! วัดกันที่กำลังทรัพย์ ยุติธรรมดี”
“คุณหนูเก้า ไม่ทราบว่าจะเริ่มประมูลน้ำปรุงวิเศษอย่างไรดี?”
จี้หานลั่วน้อยครั้งนักจะได้ออกจากเรือน จึงไม่รู้ราคาตลาดของเครื่องประทินโฉมในเมืองหลวง ไม่กล้าเอ่ยปากสุ่มสี่สุ่มห้า หากบอกราคาต่ำไปก็จะโดนดูถูก
หากบอกราคาสูงไป ก็จะกลายเป็ขี้ปากชาวบ้าน
“ตามความเห็นอันชาญฉลาดของทุกท่าน คิดว่าราคาประมูลควรเริ่มที่เท่าไหร่ถึงจะเหมาะสมเ้าคะ?”