ตอนที่สี่สิบแปด นโยบายของดยุกหมูอ้วน
แม้เราจะมีแผน Min-Maxing ที่สมบูรณ์แบบแล้วแต่เราต้องเดินไปสู่แผนการนั้นด้วยกำลังของเราเองสินะ
มาเรียเองก็เดินตามผมอย่างกระฉับกระเฉงไม่มีท่าทางเหนื่อยแม้แต่น้อย
ส่วนผมแขนล้าสุดๆแม้จะมีอาจารย์ฝึกสอน แม้จะมีแหวนที่เพิ่มค่าสถานะได้รวดเร็วขึ้นแม้จะมีเหล่าบัณฑิตที่ใช้สกิล Learning เพิ่มค่าประสบการณ์ให้กับผมไม่หยุด
แต่คนที่ต้องเดินต่อไปบนเส้นทางที่วางแผนเอาไว้ก็คือตัวผมเอง
“ฮ่-----ห์”
พี่กล้ามคนหนึ่งเบ่งกล้ามให้ตัวขนาดใหญ่ขึ้นเท่าตัว
พี่กล้ามอีกคนหนึ่งเกร็งร่างกายมือสองข้างไขว้ข้างหลังศีรษะ
“บึก”
เสียงของค้อนเหมือนกับตีเข้าไปที่เหล็กหรือยางที่ตัน
นี่คือการฝึกเพื่อเพิ่มพลังการป้อกงันของพี่กล้ามนั่นเอง
ผมรู้สึกดีใจที่การตัดสินใจ Critical Hit ของผมคิดถูกเพรามันเจาะเข้าการป้องกันทางรร่างกายปรกติของพี่กล้ามและมีจำนวนมากพอที่จะหยุดพี่กล้ามที่บุกเข้ามา
หากพี่กล้ามมีพลังมากขึ้นและเคลื่อนไหวเร็วกว่านี้ผลลัพธ์ก็อาจจะต่างไปแล้ว
แต่แม้แต่พวกสายโจร นักฆ่าลอบสังหารที่มี critical hit ก็ไม่น่ามีค่าสกิลสูงไปกว่าพลปืนที่ผมให้Min-Max ไปที่ Critical hit อย่างเดียวแล้วล่ะหากเลเวล ระดับฝีมือเท่าๆกัน
“ฮะย่า”
ค้อนยักษ์ฝ่าอากาศไปที่กลางลำตัวของพี่กล้าม
“บึก”
ค้อนกระทบที่ตัวราวกับว่าลำตัวดูดซับแรงกระแทกไว้
ก็เป็นวิธีที่ดีวิธีการหนึ่งในการฝึกความทนทานการรับความเสียหายของร่างกายมากขึ้นแต่ต้องมีอุปกรณ์ที่พร้อม มีคนที่พร้อมช่วยฝึกและมีน้ำยาเพิ่มพลังในการทำให้สามารถใช้สกิลได้อย่างต่อเนื่องในการฝึกพวกนี้ด้วย
ขีดจำกัดของการฝึกอยู่ที่ขีดจำกัดของอาจารย์ผู้ฝึกสอน
แบบเดียวกับที่ในเกมส์อาจารย์ที่เก่งอาจจะหลบซ่อนอยู่และเราต้องทำเควสต์ค้นหานั่นเองจึงจะสามารถอัพเกรดสกิลหรือค่าสถานะไปยังระดับถัดไปได้
พี่กล้ามก็ยังสลับผลัดกันตีผลักกันรับค้อนเดี๋ยวผมว่าผมจะฝึกไปเป็นอย่างๆก่อนที่จะฝึกอะไรที่บ้าเลือดอย่างนี้ผมเลือกที่จะขนอิฐดีกว่า
มองในแง่หนึ่งการเพิ่มพลังล้วนๆนี่มันเรียบง่ายที่สุดล่ะนะ
ผมพยายามนึกว่าจะมีอาจารย์พิเศษคนไหนที่ผมจะเรียกตัวมาฝึกในสกิลขั้นสูงกว่านี้ได้ในภายหลังหรือเปล่าแต่คิดอีกที บาบารัสคนเถื่อนแดนเหนือก็น่าจะสูงที่สุดในสายพละกำลังแล้วมั้ง
และผมพยายามให้แฟมิเลียของผมมีประมาณระดับ“มาสเตอร์” ได้มาตรฐานการจะไปหาระดับ แกรนด์มาสเตอร์หรือ ฮีโร่
อาจจะต้องเสียเวลาและทรัพยากรพอสมควรดังนั้นวางรากฐานให้ระดับมาสเตอร์ไว้ให้พร้อมก่อน
“เช้ง เช้ง เช้ง เคล้ง” และมาสเตอร์อาจารย์สอนดาบคนหนึ่งก็สอนวิชาดาบ
การ parryให้กับคนสำคัญคนหนึ่งของกองทัพของผม
มูมักไพร์มนั่นเอง
มูมักไพร์มติดดาบใหญ่ที่งวงและกำลังดวลดาบไปมากับอาจารย์สอนฟันดาบ
“เก่งมากท่านมูมักไพร์ม ท่านเป็นลูกศิษย์ที่มีพรสวรรค์มากที่สุดคนหนึ่งของข้าทีเดียว”
“แปร๋น” มูมักไพร์ม บ่นว่าหิวอ้อยแล้ว
เอ๋นี่ดยุกหมูอ้วนมันมีความสามารถอ่านใจสัตว์เลี้ยงของตนเองได้ด้วยหรือนี่?
หรือเราควรไปสาย Beastmmaster คนฝึกสัตว์ดีนะ
จะว่าไปแล้วดยุกหมูอ้วนมันก็มีคุณสมบัติแปลกๆที่สามารถสั่งการสัตว์ขนาดยักษ์ได้ตามธรรมชาติเหมือนกันนี่นะในเนื้อเรื่องที่สามารถสั่งการโทรลยักษ์ต่างๆได้จนผมนึกว่ามันเป้นจอมมารกลับชาติมาเกิดนะนี่
ที่แปลกๆอีกอย่างคือ ไหนบอกว่ามันรังเกียจพวกสัตว์ตามสไตล์ขุนนางเจ้ายศเจ้าอย่าง
แต่ทำไมกองทัพของดยุกตามต้นฉบับมีพวกยักษ์โทรล หมาป่า ฮาร์ปี้ แม้แต่ออร์ค เดินไปมาในกองทัพได้หว่า?
หรือเป็นมุกแบบโวลเดอมอร์ว่า
“โอ้ โวลเดอมอร์ ออกกฎหมายกดขี่ข่มเหงเลือดสีโคลน..แต่กฎหมายสิทธิสัตว์วิเศษของเขาก้าวหน้ามากมนุษย์หมาป่า แฮ็ก Hag แม่มดแก่ และยักษ์รวมไปถึงผู้คุมวิญญาณ ได้รับสิทธิมากขึ้นในการเข้าเป็นพนักงานของกระทรวงเวทมนตร์”
หรืออันที่จริงอาจจะเป็นอะไรที่เรียบง่ายกว่านั้น
ว่าการเมืองอยู่เหนือความเกลียดชังเรื่องฐานันดรหรือเชื้อชาตินั่นเองเราไม่จำเป็นต้องชอบคนที่ทำงานให้เรา แต่เราก็ให้ผลประโยชน์แก่เขาได้หากเขาทำงานให้เรา
ยกเว้นก็อบลินที่ผมมองว่าพวกนี้มีการขยายพันธ์เยอะไปและวิธีการขยายพันธุ์ไม่เป็นมิตรต่อมนุษย์พวกยักษ์ ฮาร์ปี้ เดมิฮิวแมน หมาป่าต่างๆ เป็นอะไรที่ยังพอคบได้หากอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน
อืมตัดสินใจแล้ว นโยบายเดิมของดยุกอูลริกดีอยู่แต่ผมตัดก็อบลินอกไปจากกลุ่มละกัน ตัวอื่นๆยังพอคบได้อะไรที่เป็นศัตรูต่อการขยายเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ในภายภาคหน้าไม่สามารถคบได้
ผมโยนน้ำยาเพิ่มพลังให้กับมูมักไพร์มที่ราวกับสัมผัสจิตใจกันได้
ปล่อยดาบขนาดเล็กที่เทียบกับขนาดงวงแต่สำหรับคนทั่วไปคือดาบยักษ์แล้ว
มูมักไพร์มดื่มน้ำยาเพิ่มพลังเพื่อฝึกทักษะต่อไป
ที่ผมวางแผน Min-Max มูมักไพร์มไว้ก็คือกระบวนท่าของสายต่อสู้ ทักษะCounter attack โจมตีสวนกลับนี่เอง
ภายใต้การสู้รบน่าจะมีคนมารุมโจมตีมูมักไพร์ม
หากมีท่าโจมตีสวนกลับก็เรียกว่าสามารถจัดการคนที่เคลื่อนไหวรวดเร็วได้ภายในทีเดียวด้วยกำลังที่มหาศาลของมูมักไพร์มประสานกับผลของทักษะ Counter Attack โจมตีสวนกลับ
ส่วนการคิดค้นด้านกลยุทธนั้นแต่ละคนก็ยังคงศึกษาและถกเถียงกันอย่างคร่ำเคร่ง
ซึ่งมันอาจจะเป็นเรื่องที่ยากที่สุดก็เป็นไปได้ต้องอาศัยระยะเวลาสักพัก กว่ากลยุทธจะมีการพัฒนามากขึ้น