หลังจากกลับมายังจวนท่านแม่ทัพใหญ่แล้ว ทั้งสองก็มุ่งตรงไปที่ห้องหนังสือ
“ไปแจ้งฮูหยิน คุณชายรอง คุณชายสามว่าข้าให้มาพบ” เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยสั่งพ่อบ้านหม่าที่เดินตามหลังมา
“ขอรับ” หลังจากรับคำของผู้เป็นายเสร็จจึงเดินแยกออกไป
เมื่อรอสักพักก็พบร่างบางระหงก้าวเดินมาพร้อมกับบุตรชายทั้งสามของตนซ่งหนิงเฉิงจึงแปลกใจเล็กน้อย มิใช่ว่าบุตรชายคนโตติดภารกิจกองทัพอยู่หรอกหรือ
“คาราวะท่านพ่อขอรับ/คาราวะท่านแม่เ้าค่ะ” บุตรทั้งสี่คาราวะบุพการีที่อยู่ตรงข้ามตนพร้อมกัน
“มานั่งนี่ก่อนเถิดจวนเอ๋อร์ มิใช่ว่า่นี้เ้าต้องฝึกทหารในหน่วยของเ้าหรือ” ท่านแม่ทัพใหญ่ซ่งเอ่ยถามสิ่งที่สงสัย
“ข้าสั่งงานกุนซือเหวินไว้แล้วขอรับ เนื่องจากได้รับรายงานว่าน้องเล็กโดน (ลัก) พาตัวเข้าวัง ข้าจึงรีบกลับมารอที่จวน” ซ่งเยว่จวนตอบผู้เป็บิดาด้วยแววตาเคร่งเครียด
“ข้าต้องขออภัยที่ทำให้ทุกคนต้องเป็ห่วงนะเ้าคะ” เยว่กวางก้มหน้าลงอย่างสำนึกผิด นี่เพิ่งจะผ่านไปไม่ถึงสามวันเื่ที่ทุกคนกังวลก็เกิดขึ้นเสียแล้ว
“อย่าได้โทษตนเองไปเลยน้องเล็ก” ซ่งเยว่เล่อเอ่ยปลอบน้องสาวตัวน้อยของตน
“เยว่เยว่ช่วยชีวิตคนถือว่าทำเื่ที่ดีแล้ว แต่ครั้งหน้าจะไปไหนมาไหนให้พาองครักษ์ไปด้วยรู้หรือไม่” ซ่งเยว่ส่างอดที่จะย้ำอีกครั้งมิได้ หลังจากที่คุยกันแล้วว่าถ้ารอให้พวกตนพาน้องไปเที่ยวด้านนอกบ้างอาจจะทำให้เ้าตัวเล็กรอไม่ไหวจนหนีเที่ยวอีก จึงได้ข้อสรุปที่น้องน้อยสามารถออกจากจวนได้แต่ต้องพาเหล่าองครักษ์ข้างกายไปด้วย
“นั่นสิลูกแม่ อย่างน้อยพาชุนเฟินไปด้วยแล้วให้ฮุ่ยเหอกับฮุ่ยหวงซ่อนตัวตามไปก็ได้” หลินซูฉีเอ่ยกับบุตรอย่างเข้าใจ เมื่อก่อนตนก็อึดอัดยามมีคนเดินตามเป็พรวนเช่นนี้
“เ้าค่ะ ลูกจะทำตามที่ท่านแม่ชี้แนะ” เ้าตัวน้อยรับคำอย่างแข็งขัน
“แล้วที่เยว่เยว่โดนเชิญเข้าวัง มีเื่อันใดรึไม่เ้าคะท่านพี่” ฮูหยินซ่งหันไปเอ่ยถามสามีด้วยเกรงว่าที่เรียกทุกคนมาเช่นนี้อาจจะมีเื่ร้ายแรงอันใดหรือไม่ ทำให้บุตรชายทั้งสามต่างหันไปมองบิดาเป็ตาเดียว
“อืม ดูเหมือนว่าองค์หญิงฟางจิงจะถูกใจเยว่เยว่มาก ถึงขั้นให้เรียกแทนพระองค์ว่าพี่สาว ทั้งยังทูลขอฝ่าาให้แต่งตั้งเยว่เยว่ขึ้นเป็องครักษ์ประจำพระองค์อีกด้วย ซึ่งข้าก็ได้ปฏิเสธไปแล้วในคราแรก หากแต่องค์หญิงยังทรงดื้อรั้นยิ่ง ถึงขั้นยอมให้เยว่เยว่แต่งกายเยี่ยงองครักษ์เงาเพื่อตัดปัญหาของจวนแม่ทัพใหญ่ สุดท้ายข้าเลยได้แต่ยอมรับเงื่อนไขขององค์หญิง” ซ่งหนิงเฉิงเอ่ยอย่างเหนื่อยใจ เหล่าเชื้อพระวงศ์นี่เอาแต่ใจกันจริงๆ
“เห็นทีเื่นี้คงจะเลี่ยงไม่ได้แล้วสินะขอรับ” บุตรชายคนรองหันไปถามย้ำผู้เป็บิดา
“ข้าคิดว่าเป็เช่นนี้ก็ถือว่ายังดีกว่าเปิดเผยตัวนะขอรับ ถ้ามีข่าวว่าน้องเล็กช่วยชีวิตองค์หญิงแพร่ออกไปแล้วล่ะก็ คาดว่าพวกขุนนางทั้งหลายคงส่งแม่สื่อมาที่จวนเราจนประตูสึกแน่ๆ” ใบหน้าออกหวานคล้ายผู้เป็มารดาของซ่งเยว่เล่อเคร่งขรึมขึ้นหลายส่วนยามนึกถึงพวกขุนนางหน้าไม่อายพวกนั้น
“ข้าคิดว่าการที่ฝ่าาทำเช่นนี้เพื่อบอกเป็นัยว่าเชื่อมั่นในตระกูลของเรานะขอรับท่านพ่อ มิเช่นนั้นคงไม่ฝากความปลอดภัยขององค์หญิงไว้กับตระกูลซ่ง” ท่านรองแม่ทัพซ่งเอ่ยบอกผู้เป็บิดา
“อืม พ่อก็คิดเช่นพวกเ้า เอาเป็ว่า่นี้พวกเ้าให้หลงจู๊ดูแลเื่หอประมูลชุนเฟิงยู๋อี้ให้ดี และถ้าไม่มีเื่อันใดสำคัญพยายามอย่าเคลื่อนไหวมากจนเป็ที่สังเกต” ท่านแม่ทัพใหญ่ตัดจบบทสนทนาเมื่อรู้สึกว่าตอนนี้จะตีตนไปก่อนไข้ก็คงมิได้อันใด
“ในเมื่อไม่มีอะไรแล้วข้าคงต้องขอตัวกลับค่ายก่อนนะขอรับ ท่านพ่อ ท่านแม่”
“ข้าเองก็มีนัดไปตรวจกองคาราวานเช่นกันขอรับ”
“ข้าเองก็ต้องไปหาวัตถุดิบที่น้องเล็กสั่งเหมือนกันขอรับ”
บุตรชายผู้งานล้นมือทั้งสามเอ่ยบอกก่อนจะขอตัวไปสานต่องานของตน เมื่อเหลือกันอยู่เพียงสามคน ทั้งหมดจึงพากันไปยังศาลาในสวนเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศจากเื่ราวชวนปวดหัว
“งั้นเรารับสำรับเย็นกันที่นี่เลยดีมั้ยเ้าคะท่านพี่” หลินซูฉีถามขึ้นเมื่อทุกคนนั่งรับลมและจิบชาจนผ่อนคลายบ้างแล้ว
“อืม ก็ดีเหมือนกันนะน้องหญิง” ใบหน้าคมเข้มสมชายชาตรีหันมาส่งยิ้มหวานให้กับผู้เป็ภรรยา จนใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อ
“แค่กๆ ลูกยังอยู่ตรงนี้นะเ้าคะท่านพ่อ” เยว่กวางสำลักน้ำชาเล็กน้อยเมื่อเห็นบิดาของตนส่งสายตากรุ้มกริ่มให้มารดาอีกแล้ว อันใดคือยังเกี้ยวกันเหมือนสมัยก่อนแต่งงานได้ทุกวัน หรือนี้จะเป็ความลับในการครองเรือนของบิดากันแน่
“ฮ่าๆ โธ่ลูกพ่อ ่นี้พ่องานยุ่งจนแทบไม่มีเวลาอยู่กับแม่เ้าเลย เห็นใจพ่อหน่อยเถิด” ว่าแล้วก็โอบคนข้างๆ เข้ามาในอ้อมกอด จนหลินซูฉีอดที่จะฟาดฝ่ามือใส่คนหน้าไม่อายไม่ได้
“เห็นพวกท่านหวานกันขนาดนี้ แบบนี้ข้าคงมีลุ้นน้องชายน้องสาวเพิ่มใช่หรือไม่เ้าคะ คิกๆ” เ้าตัวแสบเอ่ยเย้ามารดายิ่งทำให้ใบหน้าหวานขึ้นสีหนักกว่าเดิม จนซ่งหนิงเฉิงพอใจยิ่งนัก
“หึหึ เ้าอยากมีน้องเพิ่มหรือเยว่เยว่ เห็นทีคงต้องอ้อนขอจากมารดาของเ้าเสียแล้วกระมัง เพราะทุกวันนี้พ่อของเ้าก็พยายามทุก- โอ้ย อย่าหยิกพี่สิฉีเอ๋อร์!” คนตัวโตร้องออกมาเมื่อโดนประทุษร้ายเข้าที่สีข้าง แม้จะไม่เจ็บขนาดนั้นแต่ก็ร้องเอาใจร่างบอบบางที่บัดนี้ตัวแดงเป็กุ้งสุกไปแล้ว
“ท่านพี่นี่พูดอะไรกันเ้าคะ! ลูกเป็สาวเป็นางนะ!!” ดวงตากลมดุจกวางป่าถลึงใส่ได้น่าเอ็นดูนัก ไม่แปลกใจเลยที่บุตรสาวของเขาจะน่ารักขนาดนี้
“ข้าขออภัยเ้าแล้วฉีเอ๋อร์” ริมฝีปากบางยกยิ้มจนเต็มใบหน้าเมื่อรู้สึกมีความสุข
“คิกๆ ข้าชอบที่ท่านพ่อและท่านแม่รักกันเช่นนี้เ้าค่ะ มันทำให้ข้ามีความสุขมากๆ เลย” เยว่กวางเอ่ยตอบตามความจริง นี่คือสิ่งที่เธอไม่เคยได้ััในชีวิตก่อน
เสียงหัวเราะของครอบครัวดังไปทั่วสวนดอกไม้ บ่าวไพร่ทั้งหลายพากันยิ้มแย้มแจ่มใสกันถ้วนหน้า จะมีขุนนางกี่คนกันที่กลับจากทำงานมาแล้วมีความอบอุ่นรอต้อนรับเช่นนี้ บางคนกลับถึงบ้านก็ต้องพบกับปัญหาเมียหลวงเมียน้อยตบตีกัน บ้านร้อนเป็ไฟ ลูกสาวลูกชายทะเลาะกันจนลามไปยันบ่าวไพร่ต่างแบ่งฝั่งแบ่งฝ่าย นี่แหละหนาอำนาจอันหอมหวาน ต้องแลกมากับความสุขของคนที่ตนรัก…..หรือบางที คนพวกนั้นอาจจะไม่เคยรักใครนอกจากตนเองก็ได้
“ท่านพ่อเ้าคะ อีกสองวันลูกต้องเริ่มงานแล้ว เช่นนั้นพรุ่งนี้ลูกขอออกไปเดินตลาดหน่อยได้หรือไม่เ้าคะ” เยว่กวางเอ่ยขึ้นหลังจากรับสำรับเย็นเสร็จ พลางเอาหัวถูแขนแกร่งของบิดาอย่างออดอ้อน
“อืม เช่นนั้นก็พาชุนเฟิน ฮุ่ยเหอ ฮุ่ยหวงไปด้วยแล้วกัน แล้วก็อย่าพากันไปซนเล่า” ซ่งหนิงเฉิงเอ่ยอย่างขบขันกับบุตรสาว ฝ่ามือหนายกขึ้นลูบเส้นผมนุ่มเบาๆ อย่างทนุถนอม
“รับทราบเ้าค่ะ ท่านพ่อใจดีที่สุดเลยยยย” เ้าตัวเล็กซุกซบบิดาอย่างเอาใจ จนหลินซูฉีได้แต่ส่ายหน้า ด้านท่านแม่ทัพใหญ่ก็ยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ ถ้าเหล่าแม่ทัพนายกองใต้บังคับบัญชาของท่านแม่ทัพใหญ่ที่ได้ชื่อว่า ดุดัน โเี้ เฉียบขาด มาเห็นเข้าล่ะก็ คงได้นำรูปปั้นคุณหนูซ่งไปไว้บูชาที่ค่ายแน่ๆ
.......................................................................................