“โลกใบเล็กคืออะไร?”หลินจื่อเซียนถามต่อ ราชันย์โอสถก็อธิบายว่า “โลกใบเล็กคือพื้นที่แยกเป็เอกเทศที่ข้าสร้างขึ้นมาภายในนั้นมีพื้นดิน มีท้องฟ้า มีสายลม มีแสงแดด ข้าใช้ปลูกสมุนไพรเวลาข้า้าใช้ข้าจะได้ไม่ต้องคอยไปตามหาอยู่”
“อ่อ”หลินจื่อเซียนพยักหน้าคงคล้ายกับห้องจำลองที่เอาไว้ปลูกผักในอาคารอะไรแบบนั้นล่ะมั้ง?
เธอมองเขาแล้วถามอีก“ข้าเข้าไปดูโลกใบเล็กของท่านได้ป่ะ?”
“ร่างเนื้อเข้าไม่ได้เข้าไปได้แต่จิต” ราชันย์โอสถบอก แล้วก็บอกว่า “เ้าต้องออกจากห้วงจิตก่อนแล้วข้าถึงจะพาจิตเ้าเข้าไปในโลกใบเล็กของข้าได้”
“อ่อ”หลินจื่อเซียนพยักหน้า แล้วถอนจิตออกมาจากห้วงสติ เธอลืมตาขึ้นก็เห็นรอยแยกปรากฏขึ้นตรงหน้า แล้วจิตเธอก็ถูกดึงเข้าไปในรอยแยกนั้นเมื่อเธอกะพริบตาก็พบว่า ตัวเองยืนอยู่บนพื้นหญ้าสีเขียวรอบด้านมีแต่ต้นไม้เต็มไปหมด ข้างๆ ตัวเธอมีเงาของราชันย์โอสถยืนอยู่ เขาเอ่ยปาก“เป็อย่างไร โลกใบเล็กของข้า?”
หลินจื่อเซียนมองไปรอบๆตัว ความรู้เกี่ยวกับพืชพรรณผุดขึ้นในสมองไม่หยุด แล้วเธอก็เงยหน้ามองขึ้นไปเป็ท้องฟ้าสีฟ้า มีสายลมอ่อนๆ พัดโชยตลอดเวลา “อืม ไม่เลว”
“ฮึ! ไม่เลวอะไร นี่ต้องบอกว่าล้ำเลิศต่างหาก”ราชันย์โอสถแค่นเสียงอย่างไม่พอใจ แล้วอวดอย่างเย่อหยิ่ง
หลินจื่อเซียนยิ้มน้อยๆอย่างนึกขำ “แล้วถ้าข้าอยากมีโลกใบเล็กแบบนี้บ้างล่ะ?”
“ยากมากๆ”ราชันย์โอสถบอก “กว่าข้าจะสร้างได้ขนาดนี้ ข้าต้องเสียพลังไปมากนักอีกทั้งคนที่สามารถสร้างโลกใบเล็กได้ ต้องมีธาตุพิเศษ คือธาตุพื้นที่”
พอได้ยินคำว่า ‘ธาตุพื้นที่’ หลินจื่อเซียนก็หรี่ตาลงหรือว่าอาจารย์จะมีธาตุพื้นที่?
“ท่านมีธาตุพื้นที่?”เธอถามให้หายสงสัย ราชันย์โอสถยืดอกตอบ “ใช่แล้ว”
หลินจื่อเซียนฟังแล้วก็มองไปรอบๆอย่างสำรวจ บางทีเธออาจจะสร้างโลกใบเล็กแบบนี้ได้ก็ได้ ปากก็ถามว่า“แล้วโลกใบเล็กนี้มีข้อจำกัดอะไรบ้าง?”
“ข้อจำกัด?เ้าหมายถึงอะไร?” ราชันย์โอสถย้อนถาม หลินจื่อเซียนจึงอธิบายว่า “ก็อย่างเช่น จะนำสมุนไพรเข้ามาอย่างไร? นำสมุนไพรออกไปอย่างไร? อ่อท่านบอกข้าแล้วว่าร่างเนื้อไม่อาจเข้ามาได้ แล้วถ้าเป็สิ่งของล่ะ?เอาเข้ามาได้ไหม?”
“อ่อ”ราชันย์โอสถพยักหน้ารับรู้ แล้วอธิบายว่า “โลกของข้าใส่พืชเข้ามาได้ใส่สิ่งของเข้ามาได้ แต่ไม่อาจใส่คนกับสัตว์เข้ามาได้ ข้าเข้าออกได้คนเดียวคนอื่นไม่อาจเข้ามาได้ถ้าข้าไม่อนุญาตอย่างเช่นที่ข้าอนุญาตให้เ้าเข้ามาเป็กรณีพิเศษเช่นนี้ไง ส่วนจะใส่พืช ใส่สิ่งของเข้ามาได้อย่างไรก็เหมือนกับที่เ้าใช้แหวนเก็บของนั่นแหละเพียงแต่การจะใส่สิ่งของเข้ามาในโลกใบเล็ก ก็ต้องใช้พลังธาตุพื้นที่เท่านั้น”
“แล้วคนที่มีธาตุพื้นที่ทุกคนสามารถสร้างโลกใบเล็กได้ไหม?”หลินจื่อเซียนถามอีก ราชันย์โอสถส่ายหน้า “ไม่ใช่ทุกคนที่มีธาตุพื้นที่จะสามารถสร้างโลกใบเล็กได้ต้องมีพลังระดับสีขาวขั้นห้าขึ้นไปจึงจะสามารถสร้างได้”
“ธาตุพื้นที่?”หลินจื่อเซียนขมวดคิ้ว ราชันย์โอสถก็อธิบายว่า “คนส่วนใหญ่ มีธาตุคนละ 1 ธาตุ โดยทั่วไปแบ่งเป็ 5 ธาตุใหญ่ ดิน น้ำ ไม้ ทองไฟ ส่วนธาตุหายากก็จะเป็ธาตุลม ธาตุพื้นที่ ธาตุกำเนิด บางคนอาจจะมีธาตุคู่ หรือ 3 ธาตุ แต่ 3 ธาตุก็หาได้ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเสียอีกอย่างคนที่จะสามารถเป็ผู้หลอมโอสถได้ ต้องมีธาตุไม้กับธาตุไฟจึงจะสามารถหลอมโอสถได้”
หลินจื่อเซียนฟังเขาอธิบายอย่างตั้งใจฟัง ทำให้ราชันย์โอสถยิ่งปลื้มใจจึงอธิบายต่อ“อย่างเช่นเ้าที่มีธาตุไม้กับธาตุไฟ ข้าจึงได้เลือกให้เ้าเป็ผู้สืบทอดของข้าส่วนข้าเป็คนที่หายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร”
เขาหยุดพูดหลินจื่อเซียนก็พูดว่า “ท่านจะบอกว่าท่านคือคนที่มี 3ธาตุซินะ”
“อื้ม เด็กฉลาดเ้าฉลาดสมกับที่ข้าเลือก ดีๆๆ” ราชันย์โอสถยิ้มแก้มปริ หลินจื่อเซียนก็พูดว่า“ท่านมี 3 ธาตุคือ ไม้ ไฟ และพื้นที่”
“ใช่แล้ว”ราชันย์โอสถพยักหน้า ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ หลินจื่อเซียนจึงถามต่อ“แล้วท่านรู้ได้ยังไงว่าข้ามีธาตุไม้กับธาตุไฟ?”
“ตำราข้าคนที่จะเปิดบรรทัดแรกได้ต้องเป็คนที่มีธาตุไม้กับธาตุไฟเท่านั้น จึงจะเปิดออกได้”ราชันย์โอสถอธิบาย เห็นนางตั้งใจฟังก็อธิบายต่อว่า “ไม่ใช่แค่มีสองธาตุนี้เท่านั้นยังต้องผ่านด่านทดสอบของข้าอีกมากจึงจะสามารถสืบทอดได้”
เขาทำหน้าคล้ายจะบอกว่าจงภูมิใจซะที่เ้าสามารถเป็ศิษย์ข้าได้ ทำหลินจื่อเซียนมุมปากกระตุกยึกช่างเป็คนที่เย่อหยิ่งจริงๆ
แต่เธอก็จำไม่ได้ว่าผ่านด่านทดสอบอะไรยังไงเพราะตอนที่เปิดตำราม้วนนั้น เธอก็แค่เปิดดูแสนจะธรรมดามาก ไม่เห็นต้องทำอะไรเลยแต่เื่พวกนี้ช่างมันก่อนเถอะ ในเมื่อเธออยู่ท่ามกลางดงสมุนไพรแบบนี้ก็ควรจะทำยาเอาไว้ใช้ตอนฉุกเฉินซิ นี่ต่างหากที่สำคัญ!
“อาจารย์ ไหนๆข้าก็อยู่ที่นี่แล้ว ข้าขอสมุนไพรของท่านมาทำยาได้ไหม?”หลินจื่อเซียนถามคล้ายประจบ
“เ้าจะหลอมโอสถอะไรบ้างล่ะ?”ราชันย์โอสถถามอย่างใจดี หลินจื่อเซียนรีบบอกชื่อยาออกไป “ยา..........ฯลฯ”
ชื่อยานับสิบๆชนิดถูกพูดออกไปในคราวเดียว ทำราชันย์โอสถกะพริบตาปริบๆ“เ้าจะหลอมโอสถทั้งหมดนี่?”
“อืม”หลินจื่อเซียนพยักหน้า ราชันย์โอสถจึงรีบบอกว่า “การจะหลอมโอสถนั้นใช้เวลานานมากและสิ้นเปลืองพลังอย่างมาก เ้าไม่มีทางหลอมโอสถทั้งหมดได้ในระยะเวลาแค่ไม่กี่ชั่วยามหรอกนะหลังหลอมโอสถแล้วก็ต้องพักฟื้นระยะเวลาหนึ่งจึงจะหลอมโอสถต่อได้ไม่เช่นนั้นหากพลังหมดก่อนที่จะหลอมเสร็จก็จะทำให้สมุนไพรเสียหายไม่อาจนำมาหลอมได้อีก”
หลินจื่อเซียนกะพริบตาปริบๆราชันย์โอสถจึงพูดว่า “นี่เป็ข้อปฏิบัติพื้นฐานของการหลอมโอสถ เ้าไม่รู้รึ?”
หลินจื่อเซียนส่ายหน้า“ในตำราของท่านไม่เห็นมีเขียนไว้นี่”
ราชันย์โอสถนึกๆย้อนไป แล้วก็ตบหน้าผากตัวเอง “ไอหยา!ข้าลืมเขียนไปได้อย่างไร?”
“งั้นก็หลอมยาแก้ไข้กับยาใส่แผลก่อนละกัน” หลินจื่อเซียนพูดขึ้นมา ราชันย์โอสถจึงพยักหน้า “เช่นนั้นก็หลอมยาแก้ไข้ก่อน”
จากนั้นเขาก็วูบหายไปหลินจื่อเซียนเห็นเงาเขาวูบวาบไปมา ตรงนั้นทีตรงนี้ทีสักพักเขาก็กลับมาพร้อมกับสมุนไพรที่จะใช้หลอมโอสถ “เอ้า ต้นหาว”
หลินจื่อเซียนยื่นมือไปหยิบต้นหาวจากอ้อมแขนเขาเธอขยำๆ กำๆ ต้นหาวอยู่ในมือ ครู่เดียวในอุ้งมือก็มีเม็ดยากลมๆ นับสิบเม็ดแล้วเธอกำไว้ในอุ้งมือ แล้วถามว่า “มีขวดใส่ไหม?”
ราชันย์โอสถเบิกตากว้าง“เสร็จแล้ว!?”
หลินจื่อเซียนพยักหน้าแล้วแบอุ้งมือออก บนฝ่ามือมีเม็ดยากลมๆ นับสิบเม็ด ราชันย์โอสถพุ่งมาหยิบโอสถดู“โอสถระดับหนึ่ง*”
(ระดับของโอสถแบ่งเป็10 ระดับ เริ่มจาก 1 เป็ระดับต่ำสุด 10เป็ระดับสูงสุด)
เขามองหาเศษสมุนไพรบนฝ่ามือแต่ก็ไม่พบว่ามีเศษสมุนไพรเลย โดยปกติแล้วผู้ที่เริ่มต้นหลอมโอสถอัตราความสำเร็จในการหลอมจะเป็หนึ่งส่วนสิบ หมายความว่า หลอมสิบครั้ง สำเร็จ 1 ครั้ง และส่วนมากที่หลอมสำเร็จก็จะได้โอสถเพียงหนึ่งหรือสองเม็ดเท่านั้น
แต่เ้าเด็กนี่หลอมครั้งที่สองก็ได้โอสถสิบเม็ดแล้ว และไม่เหลือเศษผงสมุนไพรเลย!
อา...เ้าเด็กนี่เป็ปีศาจโดยแท้!
อีกทั้งวิธีการหลอมของเขาก็แตกต่างจากวิธีการหลอมของปรมาจารย์โอสถทั่วไปปรมาจารย์โอสถทั่วไปเวลาหลอมโอสถต้องใช้เตาหลอมโอสถ แต่วิธีของเขาไม่ได้ใช้เตาแต่ใช้พลังธาตุโดยตรง ยากนักที่คนอื่นจะเรียนรู้วิธีของเขาได้แต่เ้าเด็กคนนี้กลับทำได้ั้แ่ครั้งแรก!
ตอนที่นางหลอมครั้งแรกเขาก็ไม่ทันเห็นว่านางหลอมได้กี่เม็ดเพราะนางรีบเอาโอสถไปให้เ้าเด็กคนนั้นกินเสียแล้ว
อา...นี่เขาเก็บเ้าปีศาจน้อยมาเป็ศิษย์เสียแล้ว!
“มีขวดไหม?” หลินจื่อเซียนถามทำให้ราชันย์โอสถดึงสติกลับมา เขาล้วงขวดใส่โอสถออกมาจากกระเป๋าเสื้อด้านในยื่นส่งไปให้
หลินจื่อเซียนรับขวดไปแล้วเทโอสถใส่ขวดจากนั้นก็ยื่นมือไปหยิบต้นหาวมาอีกต้น แล้วเริ่มหลอมโอสถอีกครั้งไม่นานนักเธอก็เทโอสถใส่ขวด ราชันย์โอสถกะพริบตาปริบๆ มองโอสถที่ลงไปอยู่ในขวดคราวนี้นับได้ 10 เม็ด เป็โอสถระดับหนึ่งทั้งหมด
เขาตกตะลึงจริงๆเด็กนี่หลอมโอสถได้โดยไม่มีสมุนไพรเสียเลยสักนิด!
แล้วเขาก็มองต้นหาวในอ้อมแขนอุตส่าห์เก็บมาเยอะขนาดนี้ก็เพราะคิดว่าเ้าเด็กนี่ต้องหลอมโอสถไม่สำเร็จโอกาสที่จะสำเร็จเป็หนึ่งส่วนสิบ เขาก็ทำใจแล้วว่าจะต้องเสียสมุนไพรไปอย่างไร้ค่าแต่ที่ไหนได้ นางกลับหลอมโอสถสำเร็จทุกครั้ง!
ปีศาจ! เ้าเด็กปีศาจ!
เขาด่าในใจแต่แก้มนั้นฉีกไปถึงหูแล้ว คางแทบจะเชิดขึ้นฟ้าอย่างภาคภูมิใจ ฮ่าๆๆๆๆๆ
หลินจื่อเซียนยื่นมือไปหยิบต้นหาวมาอีกราชันย์โอสถหยุดความคิดทั้งมวลลง ถามว่า “เ้าสามารถหลอมโอสถระดับสองได้หรือไม่?”
“ไม่รู้ยังไม่เคยเหลอม” หลินจื่อเซียนตอบ ราชันย์โอสถจึงคะยั้นคะยอว่า “เช่นนั้นก็ลองหลอมโอสถระดับสองให้ได้ซิ”
“จะลองดู”หลินจื่อเซียนพูดแล้วก็เริ่มหลอมโอสถ สักพักเธอก็แบมือออก ราชันย์โอสถมองบนฝ่ามือเขาเบิกตาโต “โอสถระดับสอง!”
เขาตกตะลึงอีกครั้งเป็โอสถระดับสอง 9 เม็ด!
หลินจื่อเซียนกำลังจะเทยาใส่ขวดเดียวกันราชันย์โอสถรีบห้าม “อย่า!”
เขารีบหยิบขวดอีกใบออกมายื่นให้หลินจื่อเซียนจึงก้มลงวางขวดยาระดับหนึ่งไว้บนพื้น แล้วยืดตัวขึ้นมารับขวดใบใหม่แล้วเทยาลงไป จากนั้นก็ยื่นมือไปหยิบต้นหาวมาอีกต้น ราชันย์โอสถมอง แล้วถามว่า“เ้าไม่เหนื่อยรึ?”
“ไม่”หลินจื่อเซียนตอบ เธอก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าตัวเองจะสามารถหลอมโอสถได้ถึงระดับไหนอีกทั้งตรงหน้าก็มีสมุนไพรให้ลองหลอมอยู่ตั้งมากมาย จะปล่อยให้เสียของได้ยังไงฮี่ๆๆๆๆ
เธอหลอมเสร็จแล้วก็แบมือราชันย์โอสถเอ่ยอย่างตกตะลึงว่า “ระดับสาม 8 เม็ด!”
หลินจื่อเซียนนั่งลงแล้ววางขวดยาไว้บนพื้น จากนั้นยื่นมือไป “ขวด”
ราชันย์โอสถยังเบิกตาค้างมือหยิบขวดยื่นให้อย่างไม่ค่อยรู้ตัว หลินจื่อเซียนจับขวดมาแล้วเทยาลงไปจากนั้นก็วางขวดไว้บนพื้น เธอี้เีลุกขึ้นยืนไปหยิบต้นหาวแล้วจึงบอกเขาว่า“อาจารย์ นั่งลงเถอะ ข้าหยิบไม่ถึง”
ราชันย์โอสถนั่งลงอย่างไม่ค่อยมีสตินักเขาถูกเ้าปีศาจน้อยนี้ทำให้ใจริงๆ หลินจื่อเซียนก็ยื่นมือไปหยิบต้นหาวมาอีกต้นแล้วลงมือหลอมยา ครั้นหลอมเสร็จก็แบมือออก ราชันย์โอสถมองดูโอสถบนฝ่ามือขาวผ่องเบิกตากว้าง “ระดับสี่ 7 เม็ด!”
“ขวด”หลินจื่อเซียนพูด คราวนี้ราชันย์โอสถหยิบขวดออกมาวางเรียงตรงหน้าหลายขวดหลินจื่อเซียนก็เอื้อมมือไปหยิบขวดมาเทยาลงไป จากนั้นก็เอื้อมมือไปหยิบต้นหาวมาลงมือหลอมโอสถ
เมื่อเธอแบมือราชันย์โอสถก็พูดว่า “ระดับห้า 6 เม็ด!”
หลินจื่อเซียนเทยาลงขวดหยิบต้นหาวมาหลอมโอสถต่อ เมื่อเธอแบมืออีกครั้ง ราชันย์โอสถก็พูดว่า “ระดับหก 5 เม็ด!”
“ระดับเจ็ด 4 เม็ด!”
“ระดับแปด 3 เม็ด!”
“ระดับเก้า 2 เม็ด!”
“ระดับสิบ 1 เม็ด!”
“อา...เ้าปีศาจ! เ้าเป็ปีศาจน้อยจริงๆ ฮ่าๆๆๆๆ” ราชันย์โอสถหัวเราะลั่นสุดแสนจะภาคภูมิใจในตัวเ้าปีศาจน้อยคนนี้ยิ่งนัก
ยังเหลือต้นหาวอีกหลายต้นหลินจื่อเซียนจึงหลอมโอสถต่อ คราวนี้เธอหลอมโอสถระดับสิบทั้งหมดหลอมเสร็จก็เทใส่ขวด
ราชันย์โอสถตกตะลึงอีกครั้ง“นี่เ้ามีพลังเท่าไหร่!?”
“ไม่รู้”หลินจื่อเซียนตอบตามตรง ก็เธอไม่รู้จริงๆ นี่นารู้แต่ว่าเธอสามารถทำได้ตราบใดที่ยังไม่รู้สึกเหนื่อย
ราชันย์โอสถคว้ามือนางจับเอาไว้ แล้วจับชีพจร หลินจื่อเซียนเกือบจะสะบัดมือออกแล้วแต่พอเห็นว่าเขาเพียง้าแตะชีพจรจึงชะงักไปราชันย์โอสถตรวจร่างกายนางอย่างละเอียด เขาขมวดคิ้ว เงยหน้ามองนางแล้วตรวจอีกครั้ง
คราวนี้เขาตรวจอยู่นานคิ้วยิ่งขมวดเป็ปม “เ้าไม่มีพลังธาตุ!”
เขาเงยหน้ามองนางอีกหน“จะเป็ไปได้อย่างไรที่เ้าไม่มีพลังธาตุ!?”
หลินจื่อเซียนกะพริบตาปริบๆเพราะเธอก็ไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร พลังธาตุเป็แบบไหน? เธอไม่รู้จริงๆ
ราชันย์โอสถตรวจอีกครั้งคราวนี้เขาใช้พลังตรวจ ปล่อยพลังแทรกซึมจากปลายนิ้วตัวเองเข้าไปตามเส้นชีพจรของนางพลังของเขาพุ่งไปทั่วร่างกายนางแล้วก็ถอนกลับมา เขาขมวดคิ้วจนเป็ปมเขาตรวจไม่เจอเลยว่านางมีพลังธาตุ ร่างกายนางเป็ร่างสวะที่ไม่มีพลังธาตุนี่เป็ร่างสวะโดยแท้ แต่ทำไมนางหลอมโอสถได้!?
อา...เ้าปีศาจน้อยตัวนี้ทำเขางุนงงยิ่งนัก!
“เอาล่ะ ยาลดไข้หลอมเสร็จแล้ว ต่อไปก็ยาทาแผล” หลินจื่อเซียนพูดขึ้นมา ราชันย์โอสถยังนิ่งเฉยเธอจึงยกมือขึ้นโบกๆ ตรงหน้าเขา “อาจารย์ๆ”
“หือ?”ราชันย์โอสถดึงสติกลับมา หลินจื่อเซียนจึงบอกว่า “ข้าจะหลอมโอสถทาแผล”
“เ้ายังจะหลอมโอสถต่อ?”ราชันย์โอสถเบิกตาโต หลินจื่อเซียนพยักหน้า “ต้องหลอมไม่งั้นเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมา ข้าจะเอาโอสถที่ไหนใส่แผลล่ะ?”
“...”ราชันย์โอสถจนคำพูด เขาลุกไปเก็บสมุนไพร หลินจื่อเซียนก็บอกว่า“ข้าจะหลอมทั้งสิบระดับ ท่านเก็บมาเยอะๆ หน่อยนะ”
“...” ราชันย์โอสถแทบสะดุดล้มเขาก่นด่าในใจอย่างภาคภูมิใจ เ้าปีศาจน้อย!
เมื่อเขากลับมาอีกครั้งเขาก็หอบสมุนไพรมาเต็มอ้อมแขน เขานั่งลงตรงหน้าเ้าปีศาจน้อยหลินจื่อเซียนก็หยิบสมุนไพรมาหลอม
ครั้นเห็นว่าสมุนไพรมีเยอะเธอจึงมองๆ แล้วคิดคำนวณว่า จะหลอมสมุนไพรทั้งสิบระดับในคราวเดียวได้หรือป่ะ?อืม...น่าลองนะ แต่เอาไว้ลองวันหน้าเถอะ เพราะเธอก็ยังไม่เคยลองหลอมโอสถทาแผลต้องลองทำดูก่อนครั้งหนึ่ง แล้วถึงจะรู้ว่าพอจะทำได้ไหม
เธอเริ่มหลอมโอสถทาแผลโอสถทาแผลย่อมต่างจากโอสถที่เอาไว้กิน แต่สำหรับเธอแล้วก็ไม่น่ายากเกินไป
มือขยำๆ กำๆอยู่พักใหญ่ ซึ่งครั้งนี้ใช้เวลานานกว่าตอนหลอมยาลดไข้ ราชันย์โอสถก็มองจ้องเขม็งเขายื่นมือไปแตะชีพจรที่มือซ้ายของนางด้วยความอยากรู้ว่านางหลอมโอสถได้อย่างไรทั้งๆ ที่ไม่มีพลังธาตุ
สักพักหลินจื่อเซียนก็แบมือ ในฝ่ามือมีของเหลวสีเขียวอ่อนจนเกือบจะขาวอยู่ในอุ้งมือราชันย์โอสถมองโอสถในมือนางอย่างตกตะลึงนี่เป็โอสถรักษาแผลเหมือนกับที่เขาเคยหลอมไม่มีผิดเพี้ยนเ้าปีศาจน้อยก็ยังสามารถหลอมได้!อีกทั้งยังหลอมสำเร็จั้แ่ครั้งแรก!
“อาจารย์ ขวด”หลินจื่อเซียน้าขวดปากกว้างสำหรับใส่โอสถทาแผลนี้ ราชันย์โอสถสูดลมหายใจตั้งสติแล้วหยิบขวดปากกว้างออกมาหลายใบ หลินจื่อเซียนหยิบขวดมาแล้วเทยาลงไป พลางคิดในใจอืม 1 ต้น ได้ยา 2 มิลลิลิตรงั้นถ้าจะทำให้ได้ปริมาณ 100 มิลลิลิตร ก็น่าจะใช้อีก 49 ต้นซินะ
พอคำนวณในใจเสร็จสรรพเธอก็หยิบสมุนไพรมา 49 ต้น แล้วใช้สองมือขยำๆ กำๆอยู่เหนือขวดปากกว้าง ราชันย์โอสถมองอย่างใ “นี่เ้า!”
หลินจื่อเซียนไม่สนใจท่าทีใของเขาเธอกำลังทำยาอยู่ เธอกลั่นสมุนไพรจนเป็น้ำแล้วทำให้ข้นขึ้นด้วยการระเหยน้ำออกไปจากนั้นเธอก็ปล่อยเนื้อครีมสีเขียวอ่อนลงขวดไปราชันย์โอสถมองดูโอสถสีเขียวอ่อนไหลลงขวดอย่างตะลึง “นี่...”
“นี่คือระดับหนึ่งซินะ”หลินจื่อเซียนพูดลอยๆ แล้วก็พูดต่อว่า “งั้นต่อไประดับสอง”
เธอเลื่อนขวดโอสถออกไปแล้วหยิบขวดใหม่มาวางตรงหน้าจากนั้นก็หยิบสมุนไพรมาตามจำนวนที่คิดคำนวณในใจราชันย์โอสถได้แต่มองดูเ้าปีศาจน้อยที่สามารถหลอมโอสถได้โดยไม่เหน็ดเหนื่อย
ปีศาจน้อยเอ๋ยปีศาจน้อยต่อไปเ้าต้องเก่งกาจยิ่งกว่าข้าเสียอีก ฮ่าๆๆๆ ข้าช่างโชคดีได้ศิษย์เลิศล้ำแล้ว
หลินจื่อเซียนหลอมโอสถอยู่พักใหญ่แล้วก็ปล่อยโอสถไหลลงขวด ราชันย์โอสถมองโอสถในขวดอย่างตกตะลึง “ระดับสอง!”
ฮ่าๆๆๆเ้าปีศาจน้อยหลอมได้จริงๆ
จากนั้นหลินจื่อเซียนก็หลอมโอสถทาแผลจนครบทั้งสิบระดับ
“อา...เ้าปีศาจน้อยฮ่าๆๆๆ” ราชันย์โอสถหัวเราะชอบใจ แสนจะภาคภูมิใจในตัวลูกศิษย์ยิ่งนัก
หลินจื่อเซียนขยับตัวบิดี้เีแล้วก็พูดว่า “เช้าแล้ว ข้าต้องไปล่ะข้าบอกจินเย่ไว้ว่าจะพานางไปซื้อเสื้อผ้าใหม่”
“ไปเถอะๆ”ราชันย์โอสถโบกมือ จิตของหลินจื่อเซียนก็ออกมาจากโลกใบเล็กของเขาเมื่อเธอลืมตาขึ้น ตรงหน้าก็มีขวดโอสถวางเรียงราย เธอเก็บขวดโอสถไว้ในแหวนจัดเก็บแล้วคิดว่าถ้าตัวเองมีโลกใบเล็กบ้างคงดีไม่น้อย จะได้เอาไว้เก็บของได้เยอะๆดีกว่าแหวนเก็บของอีก แหวนเก็บของยังสามารถถูกคนแย่งเอาไปได้แต่โลกใบเล็กใครก็ไม่สามารถแย่งไปจากเธอได้
ว่าแต่พลังธาตุเป็แบบไหนกันนะ?อยากรู้จริงๆ
“หือ? พี่จื่อเซียนท่านนั่งเช่นนั้นทั้งคืนเลยหรือ” เซี่ยจินเย่ลืมตาขึ้นมาถาม หลินจื่อเซียนหันไปพยักหน้า“อืม”
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
และทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ