บทที่ 165 ร่วมเรียงเคียงหมอน
หลี่ชิงหมินถูกพามาอาบน้ำอย่างรวดเร็ว ร่างกายที่ค่อนข้างบอบบางเมื่อเทียบกับคนตรงหน้าถูกคนอุ้มมาจนกระทั่งเข้ามาถึงฉากกั้นด้านใน หวงซีเฉิงจึงได้ปล่อยให้เขาลงยืน ในขณะที่มือหนาของเขากำลังไล่ปลดชุดสีแดงมงคลของตนเองอยู่
ปากเล็กๆของชิงหมินอ้าแล้วก็หุบ เป็นเช่นนี้สองสามครั้งคล้ายกับว่าต้องการพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่มีเสียงออกมา เขามองดูชุดสีแดงหนาที่เพิ่งถอดออกไปแขวนอยู่บนฉากกั้น ทั้งของเขาและของหวงซีเฉิง...ทำให้ตอนนี้เหลือชุดด้านในอีกเพียงไม่กี่ชั้นเท่านั้น
ชุดสีแดงอ่อนที่ช่วยขับผิวขาวปรากฏขึ้นในสายตาของหวงซีเฉิง เขาลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ยิ่งถอดชุดให้อีกฝ่ายมากเท่าไร ก็ดูเหมือนว่าเขาจะยิ่งทนไม่ได้กับร่างกายที่งดงามนี้มากขึ้นเท่านั้น
ลำคอของหลี่ชิงหมินดึงดูดเขามากจริงๆ แม้ว่าจะยังมีร่องรอยการแต่งแต้มจากเครื่องประทินโฉม ทว่าลำคอเล็กเช่นนี้ก็ยังน่าดึงดูดใจมากอยู่ดี หวงซีเฉิงค่อยๆปลดชุดที่หนาหลายชั้นของชิงหมินออก รู้สึกสงสารคนตรงหน้าอยู่บ้าง ในขณะที่เขาสวมเพียงชุดคลุมมงคลและเสื้อชั้นในเพียงสองชุด เด็กคนนี้ต้องสวมผ้าทั้งหมดกี่ผืนกัน
เชื่อได้เลยว่าเจ้าตัวเล็กของเขาจะต้องบ่นงึมงำตลอดการแต่งกายเป็นแน่
หวงซีเฉิงนึกเสียดายที่ไม่ได้ติดตามดูอีกฝ่าย ตอนนั้นเขาต้องการให้เกียรติฮูหยินของเขา จึงไม่ได้แอบมองก่อนที่จะมาเจอกันจริงๆ ดังนั้นจึงไม่รู้ว่าเด็กน้อยตัวแสบมีอาการต่อต้านอย่างไรบ้าง
มือหนาของเขาลูบแผ่นหลังเล็กราวกับต้องการปลอบประโลมกับเรื่องยากลำบากที่ผ่านมา เวลานี้เหลือเพียงเสื้อคลุมตัวบางสีขาวเหมือนกันแล้ว ชิงหมินยังคงงดงามอยู่เสมอแม้ไม่ต้องแต่งอาภรณ์ใดๆ ไม่สิ! ต้องบอกว่าเขายิ่งงดงามเมื่อไม่ต้องสวมชุดหนาบดบังร่างกายเสียมากกว่า
“มาเถอะ ข้ารับใช้ได้เตรียมน้ำหอมเอาไว้แล้ว เจ้าจะรู้สึกผ่อนคลายหลังจากทำงานหนักมาทั้งวัน” หวงซีเฉิงจับมือของหลี่ชิงหมินเบาๆ เขาพาคนตัวเล็กให้เดินลงบ่ออาบน้ำด้วยกัน
ชุดสีขาวของหวงซีเฉิงลู่ไปตามน้ำ แนบชิดร่างกายจนเห็นทุกสัดส่วนที่แข็งแกร่งของเขา แม้ว่าชิงหมินจะเคยเห็นอีกฝ่ายถอดชุดของตนเองออกมาทั้งหมดแล้วก็เถอะ แต่ในเวลานี้...ดวงตาของเขากลับพร่ามัว เต็มไปด้วยกล้ามอกแน่นที่เขาเคยอิจฉาอยู่เป็นเวลานาน
เขาเคยคิดอยากจะครอบครองกล้ามเนื้อที่วิเศษเช่นนั้น แต่มันเป็นคนละความหมายล่ะนะ...ชิงหมินไม่เคยคิดเลยว่าความต้องการของเขาจะถูกดลบันดาลให้เป็นการครอบครองเช่นนี้
อ่า แต่ในฐานะฮูหยินใหญ่และภรรยาของเขา ก็ถือว่าได้ครอบครองจริงๆ เรื่องนี้ไม่อาจโทษฟ้าดินได้ เป็นเขาที่เอ่ยคำขอไม่ครบถ้วนเองนั่นแหละ
“ค่อยๆเดิน” หวงซีเฉิงกล่าวอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นคนตัวเล็กทำหน้าเหม่อลอย เขาไม่ชอบเอาเสียเลยที่ชิงหมินกำลังคิดถึงสิ่งอื่นยามอยู่กับเขา ดังนั้นคิ้วของคนเป็นแม่ทัพใหญ่จึงขมวดมุ่น ทำเอาชิงหมินรู้สึกผิดไปด้วย
“ข้าเพียงนึกถึงวันแรกที่เจอกันก็เท่านั้น” ชิงหมินรีบแก้ตัว
“วันแรกที่เจอกันหรือ?” หวงซีเฉิงที่กำลังโกรธก็ชะงักไป เขาไม่คิดเลยว่าสิ่งที่ชิงหมินกำลังนึกถึงอยู่ แท้จริงแล้วก็เป็นเรื่องของเขาอยู่ดี
“ใช่ ตอนนั้นข้ารู้สึกว่าท่านตัวใหญ่มาก ข้าอิจฉาที่ท่านเติบโตมาอย่างแข็งแกร่งเช่นนั้น นึกอยากจะฝึกฝนร่างกายให้แข็งแกร่งเช่นท่านด้วย หากข้ามีกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งอย่างท่าน คงจะเป็นบุรุษที่สาวงามทั้งอาณาจักรหลงใหล ดูเอาเถอะ...ใบหน้าของข้างดงามเช่นนี้ ขนาดท่านที่มีรอยบาดแผลเต็มไปหมดก็ยังมีสตรีเข้าหามากมาย แล้วถ้าเป็นข้าเล่า...น่าเสียดายก็แค่ร่างกายของข้ามันไม่ทำตามความต้องการของเจ้าของเท่านั้น”
ชิงหมินบ่นกระเง้ากระงอด หวงซีเฉิงคิดตามก็หลุดหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้
“ถ้าเจ้าแข็งแกร่งมากถึงเพียงนั้น ข้าจะต้องเสียใจมากแน่ๆ”
“................”
“เพื่อที่จะได้ครอบครองเจ้า ข้าต้องสร้างบุญคุณให้เจ้ามากมาย ทั้งช่วยชีวิตและพยายามเอาอกเอาใจ ถ้าเจ้ามีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นมาจากความสามารถทั้งหมดที่เจ้ามีอยู่แล้ว ข้าคงจะทำได้แค่มองเจ้าตาปริบๆเท่านั้น”
“ถึงตอนนั้นพวกเราอาจจะได้เป็นสหายร่วมรบกันก็ได้”
“ข้าไม่มีทางเป็นสหายกับเจ้าได้หรอก ชิงหมิน...” หวงซีเฉิงกล่าวเสียงทุ้ม คนตัวเล็กเงยหน้ามองอีกฝ่ายที่จู่ๆก็เปลี่ยนมาใช้คำพูดจริงจังเสียอย่างนั้น
“ข้าตกหลุมรักเจ้าตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอเหมือนกัน และที่ผ่านมา...ข้าก็พยายามเข้าหาเจ้าด้วย เจ้าอาจจะไม่รู้เรื่องอะไรเพราะสายตาของเจ้าไม่ได้มีไว้เพื่อข้า” หวงซีเฉิงแตะคางคนตัวเล็ก อารมณ์น้อยใจปะทุขึ้นมาอยู่บ้าง
ที่ผ่านมา เขาพยายามอย่างมากเพื่อที่จะดึงดูดความสนใจของคนตรงหน้าจริงๆ แต่สิ่งที่เขาได้เห็นก็คือ...คนที่เขารักกำลังไล่ตามสตรีอื่นเหมือนกับคนโง่งม หวงซีเฉิงโกรธจนพูดไม่ออกไปหลายครั้ง ถ้าไม่ใช่เพราะเกิดสงครามในอาณาจักรเซินขึ้น เขาก็ไม่รู้แล้วว่าจะมีโอกาสแยกชิงหมินออกมาหรือไม่
“เอ่อ แต่ถึงอย่างไร เวลานี้ข้าก็มีเพียงท่านไม่ใช่หรือ?”
“ถ้าอย่างนั้น...หากวันนี้ สตรีผู้นั้นมาพบเจ้าแล้วคุกเข่าขอให้เจ้าช่วยเหลือ เจ้าจะทำอย่างไร”
“หือ?”
“ตอบข้าสิชิงหมิน ถ้าสตรีผู้นั้นคุกเข่าร้องขอต่อหน้าเจ้า เจ้าจะช่วยนางหรือไม่” สายตาของหวงซีเฉิงจริงจังขึ้นมา หัวของชิงหมินหมุนอย่างรวดเร็ว และเขาก็จำได้ทันทีว่าก่อนหน้านี้ได้ยินเสียงสตรีโต้เถียงกันจากที่ไกลๆ คาดว่าเสียงนั้นคงไม่พ้นที่จะเป็นสาเหตุให้บุรุษตัวโตน้อยใจจนถึงตอนนี้
“ข้าอาจจะดูว่าสิ่งที่นางร้องขอเป็นเรื่องอะไร”
“หมายความว่า...เจ้ายังสามารถรับคำขอจากนางได้หรือ?” เสียงของคนเป็นแม่ทัพเข้มขึ้นอีกครั้ง ชิงหมินมองตาเขาก่อนจะพูด
“ข้าไม่อยากโกหกเพื่อเอาใจท่าน ในความคิดของข้า...อาจจะช่วยเหลือบางอย่างแก่นางได้ แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะความเสน่หา แต่ข้าก็จะเรียกร้องผลประโยชน์บางอย่างจากนางเช่นกัน” ชิงหมินอธิบาย
“.....ว่าต่อสิ...”
“พลังของซือซือนั้นค่อนข้างดี อาจจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อข้าและท่านด้วย ในอนาคต...เมื่อเจอสมุนไพรดีๆสักอย่างสองอย่าง ยังสามารถให้นางเพิ่มจำนวนให้ได้ ยกตัวอย่างเช่นสมุนไพรหัวใจนางเงือกพิสุทธิ์ก่อนหน้านี้ หากนางติดหนี้บุญคุณของเรา ข้ายังสามารถให้นางเพิ่มจำนวนให้ได้ และนั่นจะทำให้กองทัพของท่านมีผู้ใช้พลังธาตุน้ำที่แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอีกในระยะยาว”
“.............”
“แต่ข้าจะถามความคิดของท่านก่อนแน่นอน ต่อให้นางมาขอความช่วยเหลือจากข้าเพียงลำพัง ตอนนี้ข้ากลายเป็นคนของท่านแล้ว เหมือนกับที่ข้าต้องถามบิดามารดาก่อนตัดสินใจ หลังแต่งให้ท่าน ก็ต้องเชื่อฟังสามี...ถ้าท่านไม่เห็นด้วย ต่อให้ข้าอยากจะได้สมุนไพรหัวใจนางเงือกพิสุทธิ์มากขนาดไหน ข้าก็จะไม่รับคำขอของนาง”
“เจ้าจะทำเช่นนั้นจริงๆหรือ?”
“แล้วมีเหตุผลอะไรที่ข้าจะไม่ทำด้วยเล่า หรือว่า...ท่านไม่ไว้ใจข้าหรือ?”
“.......ชิงหมิน ข้าไม่ต้องการให้เจ้ามองผู้ใดนอกจากข้า” หวงซีเฉิงชะงักไป รู้สึกผิดเล็กน้อยที่เขากำลังไม่เชื่อใจคนตัวเล็กจริงๆ ไม่ใช่เพราะเขาต้องการจับผิดหรือมีความแค้นเคืองใดๆกับชิงหมิน แต่นี่เป็นเพราะ...เขากำลังกลัวว่าเด็กหนุ่มจะต้องการวิ่งหนีจากเขาไปต่างหาก
“อะไรกัน จู่ๆท่านก็ทำตัวอ่อนแอเช่นนี้ได้หรือ? ท่านไม่ใช่ว่าเป็นแม่ทัพใหญ่ เป็นปีศาจร้ายหรือ? ข้าจะกล้าหักหลังจอมปีศาจได้อย่างไร” ชิงหมินหยอกล้อ เขายังหัวเราะเบาๆให้กับหวงซีเฉิงด้วย
คนตัวใหญ่เงยหน้าขึ้นมอง เห็นเพียงความสดใสของคนตรงหน้า บัดนี้ใบหน้าของชิงหมินกลับมาเป็นชิงหมินที่น่ารักของเขาเหมือนเดิม ประกายความบริสุทธิ์สดใสยิ่งทำให้หัวใจของเขาเต้นรัว แม้ว่าจะไม่ยั่วยวนเท่ากับก่อนหน้านี้ แต่นี่ก็คือความงามที่เขาแตะต้องได้
มือใหญ่ประคองใบหน้าเล็กของชิงหมินเข้ามาหา ไอร้อนจากร่างกายของทั้งสองส่งผ่านกันด้วยน้ำหอมที่อยู่ในบ่อน้ำ แขนของพวกเขาสัมผัสกัน ก่อนที่มือของหวงซีเฉิงจะดันร่างกายของชิงหมินให้เข้าใกล้ตนเองมากขึ้น
“ชิงหมิน เจ้าเป็นของข้าเถอะ” เพียงประโยคเดียวที่ออกมาจากปากของคนตัวโต เขาก็เข้าครอบครองริมฝีปากเล็กของชิงหมินเอาไว้หมดแล้ว ไม่ปล่อยให้ได้มีโอกาสตอบตกลงหรือปฏิเสธ
ลิ้นอุ่นร้อนพยายามแทรกซึมเข้ามา ไม่ได้ดุดันรุนแรง แต่พยายามเกลี้ยกล่อมให้คนตัวเล็กค่อยๆโอนอ่อนตาม เสียงดังที่น่าเขินอายดังออกมาจากริมฝีปากของพวกเขาทั้งสอง ชิงหมินผู้ยังไม่คุ้นชินกับการดูดกลืนเช่นนี้ย่อมไม่สามารถต้านทานได้นานนัก ร่างกายของเขาเหมือนกับอยู่ในสภาพไร้น้ำหนัก ไม่มีเรี่ยวแรงกระทั่งยืนด้วยซ้ำ
หวงซีเฉิงไม่ปล่อยให้คนตัวเล็กไหลลงไปในน้ำ เขาจับเอวเล็กขึ้นมา วางชิงหมินไว้ที่ขอบบ่อแช่น้ำ ตามด้วยการประกบริมฝีปากของอีกฝ่ายต่อไปคล้ายกับว่าไม่อยากจะปล่อยให้เป็นอิสระ ชิงหมินดวงตาพร่ามัว จำความอันใดไม่ได้สักอย่าง ไม่แม้แต่จะสามารถร้องขอให้อีกฝ่ายปล่อยให้ตนเองพักหายใจ
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร ร่างของเขาก็ถูกวางลงบนเตียงอย่างทะนุถนอมแล้ว ทั้งยังไร้อาภรณ์ประดับทั้งหมด ชิงหมินไม่รู้ว่าคนตัวโตตรงหน้ามีความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้ได้อย่างไร แต่มันคงจะดีถ้าอีกฝ่ายเก่งมากๆจนไม่ทำให้เขาเจ็บปวด
แต่...เมื่อเหลือบไปเห็นเจ้าสิ่งนั้น ชิงหมินก็ต้องหลับตาปี๋ รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาอีกครั้ง
หวงซีเฉิงที่คิดว่าตนเองเริ่มต้นได้ดีก็ชะงักไป ไม่คิดว่าร่างที่โอนอ่อนต่อการปลุกเร้าของตนเองจะกลับมาแข็งเกร็งอีกครั้ง เขาไม่ต้องการให้ชิงหมินหวาดกลัวเกินไป เพราะไม่อย่างนั้นช่องทางที่คับแคบจะคับแคบยิ่งกว่าเดิม ดูเหมือนว่าชิงหมินจะกังวลมากจริงๆ แม้แต่สุราแรงๆที่เพิ่งดื่มไปนั้นก็ยังช่วยอะไรได้ไม่มาก
“ผ่อนคลายเถอะ ข้าจะไม่ทำให้เจ้าเจ็บปวด”
“แต่ว่า....” ชิงหมินปรายตามองเจ้าสิ่งนั้นอีกครั้ง ถึงมันจะผงกหัวราวกับยืนยันคำพูดของเจ้าของก็เถอะ เขาก็ยังไม่ไว้ใจอยู่ดี
“ไม่ต้องกลัว ข้าจะทำให้เราทั้งคู่มีความสุข” หวงซีเฉิงปลอบโยน เขาค่อยๆขึ้นมาทาบทับร่างเล็กแล้วพรมจูบไปทั่วทั้งตัวอีกครั้ง
ริมฝีปากอุ่นของหวงซีเฉิงพรมจูบไปทั่วราวกับจะไม่มีวันเบื่อหน่าย ทำให้ชิงหมินที่หวาดกลัวค่อยๆร้อนตามการสัมผัสของเขาอีกครั้ง แน่นอนว่าในค่ำคืนนั้น...ชิงหมินรู้สึกทั้งเจ็บปวดและมีความสุขไปในคราวเดียวกัน เขาไม่รู้ว่าควรจะบรรยายความรู้สึกนี้เช่นไร แต่รู้แน่ชัดว่าคนตัวโตพยายามที่จะดูแลเขาเต็มที่แล้ว
น่าเสียดายที่ของบางอย่าง พยายามทะนุถนอมมากแล้วก็ยังไม่เพียงพอ เขายังคงเจ็บปวด แต่ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัว แน่นอนว่าหวงซีเฉิงกอดเขาเอาไว้ตลอดทั้งคืน ชิงหมินยังรู้ว่าอีกฝ่ายอดทนที่จะไม่กระทำชำเราเขาให้ต้องเจ็บปวดเพิ่มอีกครั้ง แม้ในใจจะไม่ยินยอมก็ตามที
ชิงหมินที่นอนหลับไปในอ้อมแขนของหวงซีเฉิง ท่าทางของเขาผ่อนคลายลงมาก ต่างกับคนที่กำลังกดข่มความอยากกระหายของตนเองไม่ให้ปลุกเร้าคนที่กำลังนอนหลับฝันดีขึ้นมารังแกอีกครั้ง เขาต้องท่องเอาไว้ในใจ แม้ว่าการกินครั้งแรกจะทำให้เขามีความสุขมาก แต่รีบร้อนกินมากเกินไปจะทำให้ความประทับใจนี้หายไปทั้งหมด
เขาอดทนมาจนได้กินอย่างเอร็ดอร่อยในครั้งแรกแล้ว เช่นนั้นก็ควรจะรอต่อไป เมื่อร่างกายของคนตัวเล็กพร้อมรับความรู้สึกของเขาทั้งหมด เวลานั้นค่อยกินอย่างตะกละตะกลามก็ยังไม่สาย
เขาวางแผนที่จะใช้ชีวิตร่วมกับชิงหมินไปอีกหลายสิบปีจนกว่าจะหมดลมหายใจ ดังนั้นเขาไม่ควรรีบร้อนเกินไป...
เมื่อชิงหมินนอนหลับฝัน คนตัวโตก็ออกมาจากเตียงใหญ่ คลุมผ้าผืนหนาให้กับชิงหมินเพื่อไม่ให้ต้องสะดุ้งตื่นกลางคืน ในขณะเดียวกัน...เขาก็มีเรื่องที่จะต้องไปสะสางให้เรียบร้อย
คนเดินออกจากห้องหอของตนเอง ส่งสัญญาณด้วยการผิวปากเพียงครั้งเดียว ร่างวิญญาณของสตรีที่คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้น แต่ครั้งนี้นางไม่ได้มาด้วยร่างกายของเด็กสาว คงจะถอดจิตออกมาเพื่อพบเขาอย่างลับๆ ราวกับว่ารู้อยู่แล้วว่าจะถูกเรียกตัว
...........................