ตอนที่ 13 การเผชิญหน้ากับกลุ่มนักเรียนที่ไถเงิน
“ข้ารู้สึกว่าเหว่ยหลิงได้พัฒนาความสามารถของเขาอย่างมาก เทคนิคที่เขาใช้นี้มีพลังมากจริงๆ” นักเรียนอีกคนตอบกลับ
เ้าชายหลงเจี้ยนและอาจารย์หวังชางยืนดูการต่อสู้อยู่ที่ขอบสนาม ทั้งสองต่างยิ้มและพยักหน้าให้กันด้วยความพอใจ
“เหว่ยหลิงได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเขามีความมุ่งมั่นและความพยายามที่น่าชื่นชม ข้าเชื่อว่าเขาจะสามารถพัฒนาตนเองได้อีกไกล” อาจารย์หวังชางกล่าว
เหว่ยหลิงยืนอยู่กลางสนามฝึกซ้อม หายใจหอบแต่สายตายังคงมั่นคงและเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ เขารู้ว่าการฝึกฝนและความมุ่งมั่นของเขาได้ผลลัพธ์ที่ดี
“ข้าทำได้ ข้าพิสูจน์ให้เห็นว่าข้ามีความสามารถ ข้าจะพัฒนาตนเองให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นและทำให้ทุกคนภาคภูมิใจ” เหว่ยหลิงพูดกับตัวเองด้วยความมั่นคง
การชนะในการต่อสู้ครั้งนี้ทำให้เหว่ยหลิงได้รับความยอมรับและความชื่นชมจากนักเรียนและอาจารย์ในสถาบันหลงหยวน การต่อสู้ที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความพยายามของเขาทำให้ทุกคนเห็นว่าเหว่ยหลิงมีศักยภาพและความสามารถที่แท้จริงในการต่อสู้
ยามบ่ายในสนามฝึกซ้อมของสถาบันหลงหยวน แสงอาทิตย์สาดส่องผ่านต้นไม้สูงใหญ่ สร้างลำแสงสีทองที่ตกกระทบพื้นหญ้า เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วและเสียงลมพัดผ่านใบไม้สร้างบรรยากาศที่สดชื่น นักเรียนหลายคนกำลังฝึกฝนวิชาปราณต่างๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความตั้งใจ
เหว่ยหลิงเดินผ่านสนามฝึกซ้อมพร้อมกับเพื่อนนักเรียนอีกหลายคน จนกระทั่งได้ยินเสียงโวยวายจากมุมหนึ่งของสนาม เสียงนั้นดึงดูดความสนใจของเขา ทำให้เขาหยุดและมองไปที่ต้นเสียง
“เ้าไม่กล้าเอาเงินมาให้พวกเรางั้นหรือ?” นักเรียนคนหนึ่งะโด้วยน้ำเสียงข่มขู่
เหว่ยหลิงเดินเข้าไปใกล้ และเห็นกลุ่มนักเรียนห้าหกคนยืนล้อมเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่มีรูปร่างเล็กกว่าพวกเขา แต่ดูไม่หวาดกลัวและยืนตรงด้วยท่าทางที่มั่นคง เด็กหนุ่มคนนั้นคือซ่งหลิน ลูกชายคนรวยจากตระกูลพ่อค้าที่มีอิทธิพล
“ข้าบอกแล้วว่าไม่มีทาง เ้าจะไม่ได้สักสลึงจากข้า!” ซ่งหลินตอบกลับด้วยน้ำเสียงขบขัน แต่ดวงตาเต็มไปด้วยความมั่นใจ
“เ้าคิดว่าพวกเราจะยอมแพ้แค่เพราะเ้าพูดแบบนั้นหรือ?” หนึ่งในนักเรียนกลุ่มนั้นพูดขณะที่พวกเขาขยับเข้ามาใกล้
เหว่ยหลิงรู้สึกถึงความไม่ยุติธรรมและความไม่พอใจ เขาตัดสินใจเข้าไปช่วย เขาก้าวเข้ามาข้างหน้าซ่งหลินและยืนอยู่ระหว่างเขากับกลุ่มนักเรียนที่ไถเงิน
“การข่มเหงและไถเงินเพื่อนนักเรียนเป็สิ่งที่ข้าจะไม่ยอมให้เกิดขึ้น” เหว่ยหลิงพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงและเต็มไปด้วยความตั้งใจ
นักเรียนในกลุ่มหันมามองเหว่ยหลิงและหัวเราะเยาะ “เ้าเป็ใคร? อย่ามายุ่งเื่ของเรา!”
เหว่ยหลิงไม่ถอย เขาหันไปมองซ่งหลินและยิ้ม “เ้าสบายดีไหม?”
“ข้าสบายดี ขอบใจที่เข้ามาช่วย ข้าชื่อซ่งหลิน ยินดีที่ได้รู้จัก” ซ่งหลินตอบพร้อมกับยิ้มอย่างขบขัน
“เหว่ยหลิง ข้ายินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน” เหว่ยหลิงตอบ
นักเรียนกลุ่มนั้นไม่รอช้า พวกเขาเริ่มพุ่งเข้าหาเหว่ยหลิงและซ่งหลิน เหว่ยหลิงใช้วิชาปราณวายุพัดพายุในการป้องกันและโจมตี กระแสลมที่รุนแรงทำให้พวกเขาต้องถอยหลังไป ส่วนซ่งหลินใช้วิชาปราณเส้นใยไหมทองในการสร้างเส้นใยที่แข็งแรงและควบคุมเส้นใยในการป้องกันตัวเอง
“เ้ามีวิชาที่น่าสนใจนะซ่งหลิน” เหว่ยหลิงพูดขณะช่วยกันต่อสู้
“ข้าก็คิดว่าเ้ามีทักษะที่น่าทึ่งเช่นกัน” ซ่งหลินตอบด้วยรอยยิ้ม
การร่วมมือกันทำให้เหว่ยหลิงและซ่งหลินสามารถป้องกันและเอาชนะกลุ่มนักเรียนที่เป็พรรคพวกของหยางจิ้นได้ เมื่อการต่อสู้สิ้นสุด ทั้งสองยืนอยู่ท่ามกลางเสียงเชียร์และชื่นชมจากนักเรียนคนอื่นๆ
“ขอบใจเ้ามากเหว่ยหลิง ข้าคิดว่าเราจะเป็เพื่อนที่ดีต่อกัน” ซ่งหลินพูดพร้อมกับยิ้ม
“ข้ายินดีที่ได้รู้จักเ้า ข้าเชื่อว่าเราจะช่วยกันพัฒนาตนเองและฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ไปด้วยกัน” เหว่ยหลิงตอบ
บรรยากาศในสนามฝึกซ้อมกลับมาเป็ปกติอีกครั้ง นักเรียนทุกคนต่างรู้สึกประทับใจในความกล้าหาญและความสามารถของเหว่ยหลิงและซ่งหลิน การพบกันในครั้งนี้เป็จุดเริ่มต้นของมิตรภาพที่แข็งแกร่งและความร่วมมือในการพัฒนาความสามารถของทั้งสอง
การต่อสู้เพื่อปกป้องซ่งหลิน
ยามบ่ายในสนามฝึกซ้อมของสถาบันหลงหยวน ท้องฟ้าเริ่มมีเมฆสีขาวลอยกระจาย สายลมเย็นๆ พัดผ่านสนาม สร้างบรรยากาศที่สดชื่นและสงบ ท่ามกลางเสียงฝึกฝนของนักเรียนคนอื่นๆ การเผชิญหน้าระหว่างเหว่ยหลิง ซ่งหลิน และกลุ่มนักเรียนที่เป็พรรคพวกของหยางจิ้นกำลังเป็ที่จับตามอง
เหว่ยหลิงยืนอยู่ข้างหน้าซ่งหลิน พยายามปกป้องเพื่อนใหม่ของเขาจากการข่มเหง “ข้าจะไม่ยอมให้เ้าทำร้ายซ่งหลิน!” เหว่ยหลิงพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตั้งใจ
“เ้าไม่มีทางหยุดพวกเราได้!” หนึ่งในนักเรียนกลุ่มนั้นะโก่อนที่จะพุ่งเข้าหาเหว่ยหลิงด้วยความเร็วสูง
เหว่ยหลิงตอบโต้ด้วยการใช้วิชาปราณวายุพัดพายุ หมัดของเขาปกคลุมด้วยกระแสลมที่รุนแรง กระแสลมพัดกระแทกนักเรียนคนหนึ่งจนล้มลง
ขณะที่การต่อสู้กำลังรุนแรง ซ่งหลินตัดสินใจใช้วิชาปราณเส้นใยไหมทองของเขา เขายกมือขึ้นและสร้างเส้นใยที่แข็งแรงและยืดหยุ่นออกมา “ข้าจะช่วยเ้าเองเหว่ยหลิง!”
ซ่งหลินควบคุมเส้นใยไหมทองให้พุ่งเข้าไปพันรอบขาของนักเรียนที่พยายามเข้ามาโจมตี เส้นใยแข็งแรงและเหนียวแน่น ทำให้นักเรียนคนนั้นล้มลงกับพื้นด้วยความไม่คาดคิด
“นั่นแหละ! เ้าทำได้ดีซ่งหลิน!” เหว่ยหลิงะโพร้อมกับหัวเราะเบาๆ
ซ่งหลินยิ้มอย่างขบขัน “ข้าบอกแล้วว่าข้ามีวิธีที่เจ๋งๆ รออยู่”
ในขณะที่นักเรียนอีกคนพยายามพุ่งเข้ามา ซ่งหลินกระตุกเส้นใยไหมทองที่พันรอบขาของนักเรียนคนนั้น กระตุกแรงจนปมกางเกงของนักเรียนหลุดออก ทำให้กางเกงส่วนล่างหลุดลงมา
เสียงหัวเราะดังก้องไปทั่วสนามฝึกซ้อม นักเรียนคนอื่นๆ ที่ดูการต่อสู้อยู่ต่างหัวเราะและพูดคุยกันด้วยความสนุกสนาน
“ดูนั่นสิ! กางเกงเขาหลุด!” นักเรียนคนหนึ่งะโพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง
“ซ่งหลิน เ้าทำให้ข้าหัวเราะจนท้องแข็ง” เหว่ยหลิงพูดขณะหายใจหอบ
นักเรียนที่ถูกเส้นใยไหมทองสะกัดขาจนล้มพยายามลุกขึ้นและดึงกางเกงกลับขึ้นมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความอายและโกรธ “เ้ามัน! ข้าจะไม่ยอมให้เ้าได้หัวเราะต่อไป!”
ซ่งหลินยกมือขึ้นและสร้างเส้นใยใหม่ “ถ้าเ้า้าอีกก็มาเลย ข้ายังมีเส้นใยอีกมากมายรอเ้าอยู่”
เหว่ยหลิงและซ่งหลินร่วมมือกันต่อสู้กับนักเรียนที่เหลือ การใช้วิชาปราณวายุพัดพายุของเหว่ยหลิงและวิชาปราณเส้นใยไหมทองของซ่งหลินทำให้พวกเขาสามารถเอาชนะและขับไล่นักเรียนที่เป็พรรคพวกของหยางจิ้นออกไปได้
เมื่อการต่อสู้สิ้นสุด เหว่ยหลิงและซ่งหลินยืนอยู่ท่ามกลางเสียงเชียร์และชื่นชมจากนักเรียนคนอื่นๆ “ข้าบอกแล้วว่าข้าจะไม่ยอมแพ้ และข้าจะช่วยเ้าเสมอ” ซ่งหลินพูดด้วยรอยยิ้มขบขัน
“ข้าดีใจที่ได้เป็เพื่อนกับเ้า เ้าทำให้ข้ารู้สึกมีความสุขและสนุกสนานในการต่อสู้ครั้งนี้” เหว่ยหลิงตอบ
การต่อสู้เพื่อปกป้องซ่งหลินไม่เพียงแค่ทำให้เหว่ยหลิงได้รับความเคารพและความชื่นชมจากเพื่อนนักเรียน แต่ยังสร้างมิตรภาพที่แข็งแกร่งและเต็มไปด้วยความสนุกสนานระหว่างเขากับซ่งหลินอีกด้วย