ตอนที่ 20 แยกออกไปใช้ชีวิตเอง (1)
“ท่านลุงหลี่เจิ้ง โปรดอยู่ก่อน วันนี้ท่านเองก็เห็นแล้ว ท่านพ่อข้าจากไปแล้ว ครอบครัวเหลือเพียงแม่หม้ายและเด็กกำพร้า ซึ่งเหมือนกับท่านพี่ข้ากล่าว ให้พวกเราแยกครอบครัวเถอะเจ้าค่ะ บ้านนี้พวกเราอาศัยอยู่ต่อไปไม่ได้แล้ว”
หลังจากสงบอารมณ์ของพี่ใหญ่แล้ว หลี่ซินกลับเอ่ยปากพูดอีกครั้งในเวลานี้ ไม่ง่ายเลยที่จะเชิญตัวมา จะปล่อยให้ไปแบบนี้ได้อย่างไร
“ใช่แล้ว แยกครอบครัว พวกเราต้องการแยกออกมาใช้ชีวิตตามลำพัง ขอให้ท่านลุงหลี่เจิ้งช่วยจัดการด้วยขอรับ!”
หลี่เฉินยืนอยู่ข้างน้องสาวด้วยใบหน้าที่หนักแน่น เรือนรองไม่มีผู้นำชาย ในฐานะที่เป็นลูกคนโตของเรือนรอง คำพูดของเขาถือว่ายังมีน้ำหนักพอควร
“เรื่องนี้…พ่อหนุ่มเฉิน เจ้าต้องใคร่ครวญให้ดี การแยกครอบครัวไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น พวกเจ้า…”
หลี่เจิ้งมองเด็กหนุ่มที่อ่อนแอแต่กลับมีความหัวรั้นที่อยู่ตรงหน้า นึกถึงฉากที่เขาถือมีดจะฆ่าคนเมื่อครู่ ก็รู้สึกใจอ่อนเล็กน้อย กระต่ายเมื่อถึงตาจนยังรู้จักกัดคน นับประสาอะไรกับคนกันเล่า หากแต่แยกตัวออกไปแบบนี้ โดยพื้นฐานพวกเขาก็เท่ากับออกไปโดยไม่มีสมบัติติดตัว แล้วครอบครัวสี่คนนี้จะใช้ชีวิตอยู่เยี่ยงไร
“ท่านลุงหลี่เจิ้ง ท่านแม่และพวกเราต่อให้อดตายก็ยังดีกว่าทำงานหนักอยู่ในบ้านนี้จนตาย ต้องทนหิวทนหนาว ถูกตีถูกว่า และหวั่นวิตก วันนี้เรื่องเกิดขึ้นมาถึงจุดนี้แล้ว บ้านนี้ไม่มีที่ให้พวกเราอยู่อีกต่อไปแล้ว”
หลี่เฉินหัวเราะเสียงขื่นด้วยสีหน้าเย้ยหยัน บ้านแบบนี้ เขาไม่อยากอยู่เลยแม้แต่ครู่เดียว
“เยี่ยซื่อ เจ้าเป็นแม่ เจ้าคิดเห็นอย่างไร” หลี่เจิ้งทอดถอนใจพลางหันไปถามเยี่ยซื่อที่ยังคงงงงันอยู่เล็กน้อย และกำลังถูกสือโถวช่วยประคองอยู่ด้านข้าง
“ข้า…ข้า…ออกเรือนแล้วต้องเชื่อฟังสามี สามีสิ้นแล้วย่อมต้องเชื่อฟังบุตรชาย ข้าจะฟังเฉินเอ๋อร์”
เยี่ยซื่อมองลูกชายและลูกสาวตนอย่างลังเลปราดหนึ่ง แล้วมองแม่สามีที่กำลังถลึงตามองตนด้วยความโกรธ รวมถึงเหล่าสะใภ้แต่ละเรือนที่ดูเรื่องสนุก สุดท้ายกัดฟันพร้อมกับผงกศีรษะ อย่างมากตนก็แค่ทำงานปักทุกวันให้มากขึ้นกว่าเดิม อย่าว่าแต่ต้องตาบอดเลย ต่อให้ต้องตาย นางก็จะเลี้ยงลูกๆ จนเติบใหญ่ให้ได้
“ก็ได้ อยากแยกครอบครัวนักใช่ไหม ข้าจะแยกให้ พวกเจ้าอยากแยกออกไปนักมิใช่หรือ ตอนนี้พวกเจ้าก็ไสหัวออกไปให้ข้าเสีย ข้าจะบอกเจ้า ตราบใดที่ยายแก่อย่างข้ามีชีวิตอยู่หนึ่งวัน พวกเจ้าก็อย่าคิดว่าจะได้เงินจากตระกูลหลี่สักแดงเดียว ตอนนี้ พาเด็กขี้โรคของเจ้าพวกนี้ไสหัวไปจากข้าเสีย ไป ไปเสียเดี๋ยวนี้เลย!”
หลี่จางซื่อเห็นว่าเงินยี่สิบตำลึงที่ใกล้จะถึงมือบินหายไปแบบนี้ และยังฉี่ราดต่อหน้าคนมากมาย อับอายขายหน้าจนไม่เหลืออะไรแล้ว ทั้งได้ยินคนของเรือนรองบอกว่าต้องการแยกครอบครัวออกไปเลยเสียสติในบัดดล จึงตะคอกใส่บรรดาเยี่ยซื่อแม่ลูก
“เจ้า…หลี่จางซื่อ การแยกครอบครัวก็มีกฎระเบียบในการแยก ไม่ใช่เจ้าคนเดียวจะตัดสินใจได้…” หลี่เจิ้งไม่คิดว่าหลี่จางซื่อจะไม่สนใจอะไรเลยเช่นนี้ จึงอดขมวดคิ้วไม่ได้ ทว่ายังไม่ทันพูดจบก็ถูกหลี่จางซื่อขัดจังหวะเสีแล้ว
“กฎบ้ากฎบออะไร ในตระกูลหลี่ คำพูดของข้าก็คือกฎ ของชิ้นเล็กชิ้นน้อยของบ้านตระกูลหลี่ข้า พวกเจ้าอย่าได้หวังเอาไปด้วย ไสหัวไปจากข้าให้หมด ห้ามมาเหยียบบ้านข้าอีก ข้ารังเกียจพวกเจ้าจะมาทำให้พื้นที่ข้าสกปรก เจ้าพวกคนชั้นต่ำใจคอโหดเหี้ยม ตั้งแต่นี้ไปพวกเจ้าไม่มีความเกี่ยวข้องใดกับตระกูลหลี่ข้าอีก! และห้ามใช้นามสกุลของตระกูลหลี่ข้าด้วย ข้าสะอิดสะเอียน!”
หลี่จางซื่อไม่คำนึงถึงชื่อเสียงในตอนท้ายสักนิด พลันเอื้อมมือไปหยิบไม้กวาดที่เพิ่งโยนลงบนพื้น กวาดไปที่เท้าของเยี่ยซื่อและลูกๆ บนพื้น ทำให้ฝุ่นคลุ้งกระจายทันที
“ความหมายของท่านย่า คือไม่ให้พวกเราใช้สกุลหลี่ อยากปลดพวกเราเรือนรองออกจากตระกูลหรือ” หลี่ซินหรี่ตาลงเล็กน้อย
“ใช่ ปลดออกจากตระกูล! พวกเจ้าอยากแยกครอบครัวมิใช่หรือ อย่าแค่แยกครอบครัวเลย ปลดออกจากวงศ์ตระกูลเลยดีกว่า! ตระกูลหลี่ข้าไม่มีคนไร้คุณธรรมและเนรคุณอย่างพวกเจ้า!”
หลี่จางซื่อได้ยินถ้อยคำนี้ของหลี่ซิน ก็คิดเอาเองว่าตนจับจุดตายของพวกเขาไว้แล้ว ไม้กวาดในมือกวัดแกว่งไปอย่างดุเดือด บีบให้เยี่ยซื่อและลูกๆ ถอยหลังไปต่อเนื่อง กล้าล่วงเกินข้า ข้าจะให้พวกเจ้าแบกรับผลที่ตามมา แยกครอบครัวหรือ ฝันไปเถอะ นี่เพิ่งจะเริ่มเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วง หากยังต้องแบ่งอาหารให้พวกเขาก็สิ้นเปลืองเสียของหมด
การขับไล่ออกจากวงศ์ตระกูลเช่นนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ ในตอนนี้แต่ละครอบครัวต่างก็ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก หากพวกเขาสี่คนแม่ลูกถูกไล่ออกจากวงศ์ตระกูลจริงๆ ใครคิดก็รู้ว่าต่อไปน่าจะมีชีวิตความเป็นอยู่ลำบากแค่ไหน
“หลี่จางซื่อ เจ้าจะดึงดันทำตามใจตัวเองโดยไม่ฟังใครเลยใช่หรือไม่” หลี่เจิ้งทนมองเยี่ยซื่อและลูกๆ ของนางไร้ที่พึ่งพิงแบบนี้ไม่ได้ ย่อมต้องออกมายืนพูดแทนเพื่อพวกนาง
“ข้าดึงดันอะไรกัน เจ้าไม่เห็นไอ้สารเลวนี้ถือมีดมาฟันข้ารึ คนแก่เช่นข้าจะทนพฤติกรรมของเขาแบบนี้ไหวได้อย่างไร!”
หลี่จางซื่อแค่นเหอะเสียงเย็นทีหนึ่ง เอ่ยอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย
“ท่านลุงหลี่เจิ้ง ในเมื่อนางรังเกียจพวกเราแม่ลูกมากเช่นนี้ พวกเราก็จะไม่ฝืน ข้าแค่จะเอาของจากเรือนที่เป็นของเรือนรองพวกเราไป ข้าจะไม่เอาที่ดินของนางสักผืน และเงินของนางแม้แต่แดงเดียว”
หลี่ซินเห็นดังนี้ ก็กัดฟันเอ่ยหนักแน่นเช่นกันว่า “แต่ว่า ขอให้ท่านลุงหลี่เจิ้งเป็นพยาน ต่อไปนี้คนตระกูลหลี่เหล่านี้และพวกเราเรือนรองจะไม่มีความข้องเกี่ยวใดๆ ต่อกันอีก จากนี้ไป พี่ชายข้า น้องชายข้า และตัวข้าจะขอใช้สกุลเยี่ยตามท่านแม่ ส่วนคนในบ้านนี้ พวกเราขอไม่เหลียวแลเลี้ยงดู ถึงตายก็ไม่ฝัง ต่อให้ต้องเป็นขอทาน ก็จะไม่มาขอที่บ้านตระกูลหลี่ พวกเรา…ขอตัดญาติ!”
หลี่ซินกวาดมองไปที่ใบหน้าของทุกคนในตระกูลหลี่ ราวกับต้องการจดจำความรู้สึกของพวกเขายามนี้ไว้ให้ขึ้นใจ ทุกคนในบ้านตระกูลหลี่แทบจะตัวสั่นกันหมด ความรู้สึกนั้นราวกับถูกอสรพิษจับจ้องมอง ให้ความรู้สึกเย็นเยียบเสียดแทงกระดูก