“ปัญญาชนอะไรกัน ฉันบอกจะช่วยก็คือช่วย ยิ่งถ้าเื่ก่อสร้างหรืออะไรที่หนัก ๆ บอกฉันได้ตลอด อย่าลงมือทำลำพัง” เกาเทียนเสนอตัว
ถ้าเป็เมื่อก่อนคุณชายน้อยอย่างเขามีหรือจะทำงานพวกนี้ได้ แต่พอยุควันสิ้นโลกมาถึง เขาทำทุกอย่างแม้แต่เก็บกวาดซากซอมบี้
เวลานี้ทดลองอาสาตนเป็หัวหน้าครอบครัวดู ก็ไม่ได้หนักหนาอะไรนัก
“ได้ค่ะ แต่ฉันลงแปลงนาเช้ามาก ๆ ” ซึ่งนั่นเท่ากับว่า เธอตื่นมาก็ต้องปลุกเขาทุกวัน
“ฉันก็อยากตื่นพร้อมเธอดูเหมือนกัน”
“…” ซือหย่าหน้าแดงระเรื่อไม่รู้ว่าไม่ถูกต้องที่ตรงไหนกัน
เมื่อตกลงกันแล้ว สองคนก็ออกมาจากในห้องเวลานี้เฮ่อจื่อชงกำลังโม้เื่ที่ออกไปด้านนอกให้ปู่เฮ่อฟังอย่างออกรสออกชาติจนน้ำลายกระเซ็นเป็ฝอย
“พี่ชายเกาหายตัวได้ โคตรเท่เลย แล้วเจ้ก็เอาเมล็ดพันธุ์หว่านออกไปมันแย่งกันเติบโตจนแทบเป็ป่าขังหมาพวกนั้นไว้ เสียดายเราไม่ฆ่ามันเอาคริสตัล”
“แล้วหลานมีหน้าที่ทำอะไร”
“ผมหรือครับ”ใบหน้าของเฮ่อจื่อชงเซ็งเล็กน้อย “มีหน้าที่แค่แดกอาหารหมาให้อิ่ม”
“...” คนแก่ถึงกับงงงัน “หลานจะหิวจนกินทุกอย่างแบบนี้ไม่ได้”
“อ่า... ปู่ไม่เข้าใจหรอกเอาเป็ว่าพี่เกาสาดอาหารหมา ผมมีหน้าที่กิน”
“...” เกาเทียนออกมาทันได้ยินเลยตบหัวเ้าเด็กขี้โม้ไปหนึ่งที “โม้เกินไปนายตามฉันออกไปด้านนอก ไปดูว่าเราจะเตรียมพร้อมย้ายข้าวของยังไง”
ว่าที่สามีที่ดีก็ควรสร้างบ้านที่ดีให้ภรรยาไม่ใช่หรือแม้เขามอบบ้านทำเลดีที่สุด หรือว่าห้องชุดแสนแพงให้ไม่ได้ แต่รับรองบ้านแบบไหนที่เธออยากได้เขาจะหามาให้
“พี่ชายเกาอยากทำอะไรบอกมาได้เลยพลังน้ำของผมเวลานี้ร้ายกาจมาก ฝนเข็มของผม ถ้าไม่เจอธาตุไฟรุนแรงอย่างพี่ รับรองเลยใครก็เอาผมไม่ลงสักคน”
“ฉันบอกแล้วว่านายอย่าเอาแต่พูดไปทั่วแล้วต่อไปก็ไม่ต้องอาสาคนอื่น ที่สำคัญเลย อย่าเสนอตัวเป็เหยื่อล่อนายไม่รู้หรอกว่า มีคนเห็นแก่ตัวมากแค่ไหน ไอ้เด็กน้อยฟันยังขึ้นไม่ครบเอ๊ย! ” คนประเภทนี้มักตายั้แ่เริ่มต้นวันสิ้นโลก
“พี่ชายเกา เห็นผมพูดมากแบบนี้ แต่จริง ๆผมทำตัวเป็ข้าวนิ่มเก่งที่หนึ่ง” เฮ่อจื่อชงตามเกาเทียนไปรอบๆ ตัวบ้าน “พี่จะทำอะไร อย่าบอกนะว่าเราจะย้ายบ้านไปด้วย มิติพี่ซือหย่ากว้างขนาดนั้นเลยหรือ”
“อย่าสอดรู้สอดเห็นมากนัก” เกาเทียนเขย่าหัวไอ้เด็กพูดมาก
เวลานั้นโทรศัพท์ก็มีข้อความแจ้งเตือนเข้ามาเฮ่อจื่อชงรีบเอาออกมาอ่าน มีการแจ้งฐานที่มั่นที่ปลอดภัยหลายแห่งประกาศให้ทุกคนเดินทางไปหาที่ที่ปลอดภัยตามจุดต่าง ๆ ของเมืองแล้วก็มีฐานที่มั่นเมืองเออย่างที่เกาเทียนพูดไว้จริง ๆ
“พี่เกาตอนนี้ทหารสร้างฐานที่มั่นเหมือนที่พี่พูดไว้จริงๆ พี่พูดถูกทุกอย่าง ผมรีบอวดพวกวัยรุ่นวันสิ้นโลกก่อน”
“แล้วอย่าเอาเื่พวกนี้โพสต์ ถ้าไม่อยากตาย อย่าสร้างความเดือดร้อนให้ซือหย่า”
“พี่เขย ยังไม่แต่งก็หวงแล้ว” เฮ่อจื่อชงเอาอกเอาใจ เกาเทียนก็ไม่ได้ปฏิเสธ ดูท่าทางพอใจไม่น้อย
วัยรุ่นธาตุน้ำเล็กจ้อย : [ช่วยด้วยพี่ชายสุดหล่อพลังระดับ sssท่าทางจะชอบพี่สาวบ้าน ๆ ของฉันมาก ตอนนี้เตรียมจะหาบ้านสร้างเรือนหอเฮ้อ ! แม้พี่ชายท่านนี้จะฆ่าซอมบี้กองเป็ูเาแต่พอออกไปด้านนอกด้วยกันทีไร ฉันมักได้กินอาหารหมาจนอิ่มทุกทีปู่ฉันยังเข้าใจว่าฉันหิวจนกินแม้แต่อาหารหมา]
วัยรุ่นเขตท่าเรือพลังน้ำ : นี่คืออวดความรักในทีมหรือ
วัยรุ่นสร้างฐานเอทุกวัน : เวลาแบบนี้คนอื่นเขาห่วงชีวิต ใครสนใจเื่รัก ๆ ใคร่ ๆกันวะ
วัยรุ่นฉันกินซอมบี้ได้ไหมพลังชำระ: พลังระดับ sss ฉันเห็นแต่ในกองทัพ
วัยรุ่นจะรอดไหม : พี่ชายอยู่ที่ไหน ฉันอยากเห็นคนหน้าตาดี
วัยรุ่นธาตุน้ำเล็กจ้อย : อย่ามาหลอกถาม นายจะมาเกาะฉัน ฉันไม่โง่แต่พี่ชายคนนี้หล่อเกินไปจริง ๆ
วัยรุ่นมีแต่กระบอง : เมื่อวานฉันมาถึงฐานเอ ตอนนี้คนก็มาเต็มแล้ว เข้าไม่ได้แล้วต้องจ่ายค่าผ่านทาง แถมต้องตรวจเชื้ออีก
วัยรุ่นสร้างฐานเอทุกวัน : เมื่อวันก่อนรับคนเข้ามาแล้วกลายพันธุ์กัดคนไปหลายคนในฐานวุ่นวายมาก เลยต้องออกนโยบายใหม่ออกมา
วัยรุ่นสุดสวยธาตุดิน : เมืองเอฟซอมบี้เยอะไหม
วัยรุ่นธาตุน้ำเล็กจ้อย : ที่ไหนซอมบี้ไม่เยอะตอนนี้ฉันฆ่าซอมบี้จนนึกว่าตนเองเล่นเกมอยู่แล้ว @วัยรุ่นสร้างฐานเอทุกวันฉันกำลังจะไปฐานเอแบบนี้จะเข้าได้ไหม
วัยรุ่นสร้างฐานเอทุกวัน : การเข้าฐานเริ่มลำบากแล้วสงวนไว้สำหรับพวกที่มีข้าวของมาแลกเปลี่ยนนายควรเอาอะไรติดมือมา
“พี่เกาฐานเอเริ่มตรวจคนเข้าฐานแล้วเห็นบอกว่าต้องจ่ายค่าผ่านทางแล้วด้วย คนที่ผมคุยด้วยเขาบอกมา”
“ฉันว่านายติดโซเชียลเกินไปรีบคุยเข้าเถอะ ต่อไปสัญญาณจะถูกตัดแล้ว”
วัยรุ่นธาตุน้ำเล็กจ้อย : พี่ชายสุดหล่อของฉัน บอกว่าต่อไปเขาจะตัดสัญญาณสื่อสารแล้ว
...
เฮ่อจื่อชงที่ก้มหน้าก้มตาสื่อสารส่งข้อความไป สัญญาณก็ตัดไปเสียแล้ว
ทุกคนที่กำลังพิมพ์โต้ตอบเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน
เชี่ยวัยรุ่นธาตุน้ำเล็กจ้อยนี่ของจริงชัดๆ
“สัญญาณถูกตัดแล้วจริง ๆ พี่เกา พี่นี่มันสุดยอดพี่เขยพี่เจ๋งที่สุด” เฮ่อจื่อชงเบิกตาโตยัดโทรศัพท์ใส่กระเป๋า “จากนี้ผมจะเชื่อฟังพี่ทุกอย่าง”
“ถ้าจะขุดเอาตัวบ้านออกมาจากพื้นดินต้องใช้โลหะจำนวนมากในการหลอมทำแผ่นโลหะ นายกับฉันอาจจะต้องออกไปหาโลหะ”
โลหะยามนี้หาไม่ยากนัก เพราะว่ายังไม่มีใครสนใจพวกนี้ส่วนมากมุ่งตรงไปหาของกินก่อน ของใช้หรืออุปกรณ์อื่น ๆ จะตามมาในทีหลัง
“ถ้าแบบนั้น ร้านข้าง ๆ นี่คือร้านขายของเก่ามีของเก่าทุกอย่าง โลหะก็มี บางทีเราสองคนออกไปแล้วขนกลับมาพี่อาจจะสร้างแผ่นโลหะตักบ้านขึ้นมาก็ได้”
ร้านของเก่าอาจจะมีข้าวของที่ไม่มีประโยชน์ใน่ก่อนวันสิ้นโลกแต่หลังวันสิ้นโลกไป แม้แต่เศษไม้ก็มีความสำคัญแล้ว
็น่เวลทเกมแกกรเกบเกยวซมอบนสองคนออกมาจากกำแพงไม้แล้วจัดการกวาดล้างซอมบี้ในซอยทั้งหมด จากนั้นเกาเทียนจะเผาซากซอมบี้มีเถาวัลย์เล็ก ๆ ติดตามเก็บคริสตัลไปทั้งหมด
ร้านของเก่าอยู่ที่ถนนฝั่งตรงข้าม บ้านของซือหย่าอยู่ค่อนไปปากซอย หลังจัดการกวาดล้างซอมบี้ในซอยเกาเทียนก็สร้างกำแพงโลหะขนาดใหญ่ปิดทางเข้าออกในซอยไว้ทั้งหมด
“นายลองตรวจดูว่าในซอยมีซอมบี้หลงเหลือไหมจากนั้นเข้าไปในแต่ละบ้านเอาของกิน ของที่ดูว่าจะใช้ได้ ขนมาให้หมดอย่าให้เหลือแล้วอย่าปะทะกับซอมบี้ในบ้าน”
เฮ่อจื่อชงนับแต่ออกไปเก็บเสบียงแม้เขาจะฆ่าซอมบี้เคียงข้างเกาเทียน แต่เกาเทียนไม่ได้มอบหมายอะไรนักทั้งเอาแต่ดูแลเขาเหมือนเด็กน้อย เวลานี้พอได้รับมอบหมายก็ดีใจมากจัดการส่งน้ำออกไปเพื่อสำรวจตามที่เกาเทียนบอก
ขณะที่เกาเทียนเรียกเถาวัลย์ที่ทำหน้าที่เก็บคริสตัลแถวนั้น“ตามซือหย่าให้หน่อยบอกว่าว่าที่สามีคิดถึงแล้ว”
เถาวัลย์โบกสะบัดปลายเถาวัลย์ไปมา
เถาวัลย์ส่งความคิดเชิญไปให้ซือหย่า ไม่นานร่างบอบบางก็ออกมาจากหลังกำแพงไม้
“ปัญญาชนเกาเหมือนฉันเข้าใจว่าเถาวัลย์เรียกฉันออกมา เมื่อครู่ในมิติมีคริสตัลกองหนึ่งพวกคุณกวาดล้างซอมบี้ตลอดซอยนี้เลยหรือคะ”
เกาเทียนรีบเดินมาแล้วฉวยฝ่ามือของซือหย่าจูงเธอมาที่หน้าปากซอย
“เื่นั้นไม่เท่าไหร่หรอก มาดูนี่ก่อนฉันว่าจะขุดร้านของเก่า นังหนูซือลองดึงเข้ามิติดูว่าพอทำได้ไหม”
เกาเทียนหลอมโลหะที่มีในซอยจนเป็แผ่นโลหะขนาดใหญ่สี่แผ่นแล้วขุดไปรอบ ๆ ร้านของเก่า แซะร่องพื้นทั้งหมด จนดินด้านใต้ร้านขาดจากส่วนล่างเขาหลอมโลหะปิดท่อส่งต่าง ๆ ใต้ดิน
เดิมทีพลังของเกาเทียนก็ไม่มากพอจะยกร้านได้หรอกอย่างน้อยเขาต้องเลื่อนพลังก่อนแต่แค่ทำให้มันหลุดจากแรงยึดด้านล่างได้ย่อมไม่มีปัญญาอะไร
“เอ้า ! ลองดู”
ซือหย่าพยักหน้าเธอเองก็ไม่เคยบังคับอะไรชิ้นใหญ่สักครั้ง เ้าเถาวัลย์เองก็ไม่เห็นยกอะไรใหญ่ ๆสักชิ้น เพื่อไม่ให้เสียน้ำใจของเกาเทียนก็ต้องลองสักหน่อย
เธอลองหยั่งจิตเข้าไปยังต้นอ่อน ก่อนเถาวัลย์จะรัดไปรอบๆ ร้านของเก่า ซือหย่าเพ่งจิตทั้งหมดขับเคลื่อนร้านขนาดสามคูหาเข้าไปด้านในมิติพืชร้านทั้งร้านสั่นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหายวับไปในอากาศ จากนั้นสองคนตามเข้าไปด้านในเวลานี้เถาวัลย์กำลังวางร้านขายของเก่าลงที่เนินด้านหนึ่ง
ร้านขายของเก่าที่เป็ร้านเก่าผุพัง พอเข้ามาในมิติพืชพื้นไม้ที่ผุพังในทีแรกก็กลายเป็ไม้แผ่นเดียวกันดูมีชีวิตชีวาและคงความใหม่ของเนื้อไม้
“พื้นที่มันใหญ่ขึ้น จากตอนที่ฉันเข้ามานะนังหนูซือหรือเธอว่าไง” เกาเทียนมองพื้นที่ที่ขยายใหญ่ขึ้นราวสองหมู่บ้านในชนบทหนึ่งรวมกันแปลงนาของซือหย่าดูเล็กจ้อยไปเลยเมื่อเทียบกับพื้นว่างที่เหลือ
“เมื่อครู่เถาวัลย์เอาคริสตัลเข้ามามันดูดกลืนกลุ่มควันสีเหลืองออกไป ทำให้พื้นที่ขยายเพิ่มขึ้นค่ะ”
“ตอนแรกที่ได้มิตินี้มามันมีขนาดเท่าไร”
“เดิมทีมีขนาดเท่าแปลงผักพวกนั้นค่ะฉันปลูกผักจนเต็ม ต่อมาพอออกไปหาเสบียงด้านนอก เถาวัลย์เก็บคริสตัลจากซากซอมบี้มามันก็เริ่มขยายพื้นที่ขึ้น”
“แม่หนู พ่อหนุ่ม ขอโทษที่ฉันรบกวนแต่ตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหนกัน” เ้าของร้านของเก่าตอนที่เกิดเื่เขาหนีลงไปชั้นใต้ดินแต่ระหว่างซ่อนตัวเองอยู่ที่นั่นอย่างวิตกหลายวัน อยู่ ๆ วันนี้ห้องใต้ดินที่ตนซ่อนอยู่ก็เกิดการสั่นไหวรุนแรง คิดว่าอาจจะถูกะเิแล้วพอออกมาก็พบว่าร้านของตนถูกยกมาทั้งร้านวางลงในทุ่งโล่ง ที่อากาศแสนบริสุทธิ์