หลังจากที่บอกเรื่องเช่าร้านกับแม่โจวแล้ว คณะร้านขายเสื้อฮุ่ยเหมยบูติก ก็เข้ามาประชุมกันในห้องของชิงเหมย
"พี่ๆคะ รู้กันแล้วนะคะ ว่าหนูหาที่เปิดร้านเสื้อผ้าของพวกเราได้แล้ว ค่าเช่าร้านปีละ1,600หยวน ลำดับแรกพวกเราต้องหารค่าเช่ากันก่อนตามเปอร์เซ็นที่ได้กันนะคะ"
"หนูจะต้องจ่าย 800 หยวน พี่ฮุ่ยหลินกับพี่ฮุ่ยหลิงต้องจ่าย560 หยวน ส่วนพี่อี้เฟย ต้องจ่าย240 หยวนค่ะ แต่นี่คือแค่ค่าเช่านะคะ ก่อนจะเปิดร้านยังต้องตกแต่ง ละซื้อของเข้าร้านอีกพอสมควร ยังไงก็ต้องเก็บเงินกันไว้ด้วยนะคะ"
ชิงเหมยแจกแจงค่าใช้จ่ายในการเช่าร้านกับคณะร้านขายเสื้อผ้าฮุ่ยเหมยบูติกแล้ว ทั้งฮุ่ยหลิงฮุ่ยหลิน กับเหลียนอี้เฟย ต่างก็กลับไปเอาเงินที่ห้องของตนมาจ่ายอย่างไม่อิดออด
ชิงเหมยลองคำนวณดูแล้วว่า อาจจะต้องใช้เงินตกแต่งร้านอีกเยอะ แต่เธอคิดว่า ช่วงแรกนี้จะตกแต่งให้ได้ในงบประมาณไม่เกิน2,000หยวนก่อน ก็ถือว่ายังเยอะอยู่ดีแหละเนอะ
แต่ต้องเข้าใจว่า ร้านขายเสื้อผ้านั้น ไม่ใช่แค่เปิดร้านมา เอาเสื้อผ้ามาวางเสร็จ แล้วขายเลย ร้านอื่นๆทั่วไปอาจจะทำแบบนั้น แต่ชิงเหมยผู้มาจากปี2020 ไม่สามารถทำใจที่จะเห็นร้านของตัวเองเป็นแบบนั้นได้
ร้านเสื้อในยุคที่เธอจากมานั้น ต้องดูหรูหราก่อนเลยเป็นอย่างแรก อย่างที่สอง ต้องมีที่นั่งพักสำหรับคนที่มาใช้บริการ ห้องลองเสื้อต้องมีอย่างต่ำสองห้องห้องวัดตัวต้องมี สำหรับลูกค้าที่จะสั่งตัดชุดให้พอดี กระจกต้องบานใหญ่สามารถส่องดูได้ทั้งตัว ไหนจะพัดลมอีก ไม่ใช่เรื่องดี ถ้าลูกค้าเข้ามาลองเสื้อแบบร้อนๆ ความประทับใจของลูกค้า ไม่ได้แค่มาเลือกดูเสื้อผ้าที่สวยเท่านั้น การบริการยังไงก็คงสำคัญเสมอมา
นี่แค่พื้นๆนะ ในอนาคต ร้านขายเสื้อผ้าบางร้านแทบจะมีทุกอย่างให้ลูกค้า ที่ขาดก็คงแค่เตียงนอนเท่านั้น
ดังนั้น งบ2,000หยวนนี่อาจจะไม่พอเลยก็ได้ แต่ก็ต้องพยายามไม่ให้มันเกินไปมากกว่านี้ เพราะดูจากการเงินของบรรดาหุ้นส่วนทั้งหมดแล้ว อาจจะมีไม่พอ แต่ถ้ามันไม่พอและจำเป็นจริงๆ ชิงเหมยก็จะออกให้ก่อน นี่แหละน้า ใครใช้ให้บรรดาพี่ๆ เป็นคนน่ารักให้ชิงเหมยต้องใจอ่อนด้วยเล่า~
วันอาทิตย์ตอน11โมงเช้า ชิงเหมยก็พาแม่โจวกับหลี่หลิงออกไปทำสัญญา
มาถึงร้านขายชา วันนี้มีผู้ใหญ่มาด้วย เจ้าของร้านขายชา หรือ ก็คือเจ้าของที่เช่า ก็รีบจัดการเอกสารสัญญาเช่า
ชิงเหมยทำสัญญาเช่าไปเลยห้าปี แต่จ่ายค่าเช่าก่อนแค่ปีแรกเท่านั้น1,600 หยวน
ใช้เวลาไม่นาน สัญญาเช่าก็เสร็จเรียบร้อย ชิงเหมยเลยลองถามเจ้าของที่เช่าว่า แนะนำบริษัทรับเหมาตกแต่งร้านให้ได้ไหม
ไหนเลยจะไม่ได้ เพราะเจ้าของที่เช่าก็รับตกแต่งด้วย ร้านทั้งหมดที่สร้างในพื้นที่ของเขา ก็เป็นบริษัทของที่บ้านเขานี่แหละ เลยง่ายสำหรับชิงเหมยเลยทีเดียว แต่หวังว่าราคาจะไม่แพงเกินไปนะ
ชิงเหมยเลยบอกไปว่า จะกลับไปวาดแบบที่จะตกแต่งมาให้วันหลัง คงต้องไปดูห้องอีกรอบก่อนจะตัดสินใจว่าจะทำให้มันหรูหราในรูปแบบไหนดี
เสร็จสิ้นการทำสัญญาเช่าร้านแล้ว เจ้าของที่เช่าก็ให้กุญแจไว้ กับใบสัญญาอีกหนึ่งฉบับ
ชิงเหมยพาแม่โจวกับหลี่หลิงมาดูห้องที่เช่าไว้ หน้าร้านกว้างประมาณ 6เมตร เปิดประตูเข้าไปด้านในยาวไปข้างหลังอีก10 เมตร มีห้องน้ำอยู่แล้ว สองห้อง นอกนั้นเป็นพื้นที่โล่ง
ชิงเหมยเดินดูในห้องแล้วเมื่อวาน วันนี้เข้ามาอีกรอบก็ยังคงถูกใจอยู่ เพดานค่อนข้างสูง ติดพัดลมสักสองตัวก็ไม่น่าจะร้อนแล้ว ชิงเหมยเดินดูไปรอบๆเพื่อที่จะดูว่า ควรจะทำห้องลองเสื้อตรงไหน ห้องวัดตัวควรจะอยู่ตรงไหน ควรจะทำโซนนั่งพักตรงไหน ด้านหน้าต้องเป็นกระจกบานใหญ่ ที่สามารถมองจากข้างนอกเข้ามาได้
"เป็นยังไงบ้างคะแม่ ข้างในกว้างขวางดีนะคะ"
"ตอนนี้อาจจะดูไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ แต่ถ้าตกแต่งเสร็จแล้วหนูรับรองเลยว่าแม่ต้องชอบ"
ชิงเหมยบอกให้แม่โจวว่าไม่ต้องเป็นห่วง เพราะกลัวแม่โจวจะกังวล กิจการคราวนี้ ช่างใหญ่กว่ากิจการขายอาหารที่แม่โจวทำอยู่มากเหลือเกิน แต่แม่โจวยังไงก็เชื่อลูกสาวอยู่แล้ว ลูกสาวเขาช่างเก่งกาจ
เดินดูรอบๆ ชิงเหมยก็จดนั่นจดนี่ในสมุดที่หลี่หลิงพกมาด้วย พอชิงเหมยจดรายละเอียดที่จะตกแต่งร้านคร่าวๆเสร็จแล้ว ทั้งหมดก็พากันกลับบ้านไปในตอนเย็น
..........................