พันเส้นทาง หมื่นวิถี (จบ)

    บทที่16 สุ่ยเยว่ เด็กสาวผู้ไม่ธรรมดา

             พริบตาเดียวเวลาก็ผ่านไปเดือนครึ่ง ของการทดสอบประเมินศักยภาพ ตำแหน่งสิบอันดับของกระโจมแต่ละที่พัก ไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก มีเพียงกระโจมลำดับที่7 ของแม่นางสุ่ยเยว่ ต่อสู้ประลองกับกระโจมระดับที่3หนิงสุ่ย ทำให้การประลองของพวกนางในวันนี้ กลายเป็๲ที่จับจ้อง สนใจของหมู่ชนไม่น้อย แม้แต่ผู้คนภายในกระโจมที่พักอื่นๆ ยังออกมาดูชมการต่อสู้เป็๲สักขีพยาน 
     


            หลางเทียน เองก็ออกมาดูชมการต่อสู้ ที่ดุเดือดของพวกนางด้วยเช่นกัน ทว่าเพียงการต่อสู้ สตรีทั้งสองเริ่มไม่นาน พร้อมกับสำแดงวิชาออกมาใช้ เห็นได้ชัดว่าแม่นางสุ่ยเยว่ นางเก่งกาจศักยภาพ เกินเด็กหนุ่มสาวรุ่นเดียวกันไปมาก จากกระบวนท่าฝ่ามือเขย่าภูผา

     


              เมื่อเห็นฝ่ามือสุ่ยเยว่ ราวกับหินศิลาแข็งกล้า ซัดกระบี่แม่นางหนิงสุ่ย ออกไปตรงๆ อย่างไม่กลัวเกรง ด้วยท่วงท่าร่ายรำที่อ่อนช้อย ทว่าก็ดุดัน แข็งกร้าวในเวลาเดียวกัน

     


             แม้จะซัดฝ่ามือไม่โดนตัวอีกฝ่าย แต่ก็ทำให้กระบี่ในมือของหนิงสุ่ย เกิดการสั่นไหวขึ้นมาไม่หยุด ได้ยินราวกับเสียงโลหะ ตกกระทบใส่กัน หนิงสุ่ย นางเห็นได้ชัดว่าศักยภาพ ของแม่นางสุ่ยเยว่ผู้นี้ไม่ธรรมดา ถึงกับไล่ต้อนกระบวนท่ากระบี่นางออกไปหลาย10กระบวนท่า

     


              ส่งให้ฝีเท้านางถอยร่น ออกไปอย่างต่อเนื่อง จนหนิงสุ่ย นางต้องเม้มริมฝีปากเชิดขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหยุดการสั่นไหว กระบี่ภายในฝ่ามือของนางลง แล้วเก็บกระบี่กลับเข้าฝัก ยอมถอยรามือจากการต่อสู้... ยกกระโจมลำดับที่4 ให้แม่นาง สุ่ยเยว่ ด้วยความเสียดายเล็กๆ พร้อมสุ่ยเยว่ ประสานฝ่ามือ ออกมาหาผู้ท้าประลองด้วยความเคารพ

     


             หลางเทียนที่มองความแข็งแกร่งของสุ่ยเยว่ เขาอดไม่ได้ที่จะนึกคิดออกไปไกล ระหว่างที่มองชมการต่อสู้ของนาง ‘หรือว่าสุ่ยเยว่นางจะเป็๲คนของ100เผ่าพันธุ์ผู้แข็งแกร่ง 300รายชื่อสัตว์ร้ายพวกนั้น ก่อนหลางเทียนจะส่ายหัวออกมา เขาคงจะคิดมากไปเอง คนที่มีรายชื่อพวกนั้น จะมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร’

     


            หลางเทียนที่เตรียมจะสืบฝีเท้า กลับเข้าไปภายในกระโจมที่พัก จู่ๆ กงม่อซือ ที่กายาส่งสัญญาณการเลื่อนขั้นพลังย่อย อยู่ในขั้นเปิดชีพจร 5ดาวสำเร็จได้ไม่นาน เขาสืบฝีเท้า ย่างก้าวมาหาหลางเทียน พร้อมกายาพลุ่งพล่านไปด้วยปราณพลัง ส่งระลอกคลื่น ไหลออกมาทั่วสารพางค์กาย เดินอาจหาญมาท้าสู้กับ หลางเทียนทันที

     


    ‘วันนี้แหละเขาจะล้างอาย เ๽้าหลางเทียน ไอ้เด็กเหลือขอให้ได้’

     


               แม้แต่หมู่ชน ที่เห็นระลอกคลื่นปราณพลัง ที่ปลดปล่อยออกมา จากกายาของกงม่อซือพวกเขาต่างก็หันกลับมามองเ๹ื่๪๫สนุกต่อทันที นึกว่าความวุ่นวายจะจบลงแล้วเสียอีก

     


              พวกเขาที่มอง กงม่อซือ บัดนี้ต่างก็รับรู้ได้เลยว่าขั้นพลังย่อย ของเขาไปถึงขอบเขตระดับ 5ดาว ของขั้นเปิดชีพจรขั้นสุดแล้ว เขาจึงสามารถปลดปล่อย ระลอกคลื่นปราณพลังกดดันออกมาได้

     


    “ไหนๆ เ๯้าก็ออกมาแล้วหลางเทียน ไอ้เด็กบ้า มาสู้กับข้าอย่าคิดหนีเชียว”

     


    สุ่ยเยว่ที่พึ่งจบการประลอง นางคลี่ยิ้มบางออกมาเล็กๆ ให้หลางเทียน ก่อนจะกล่าวพูดออกมา “เหมือนว่าปัญหา จะวิ่งมาหาเ๽้าแล้วนะ เ๽้าเด็กบ้า”

     


              “เกรงว่าจะเป็๞เช่นนั้น” หลางเทียนกล่าวตอบด้วยสีหน้าไม่ยินดียินร้าย แม้จะเป็๞การพูดคุย จริงจังครั้งแรกของเขากับเด็กสาวก็ตาม ก่อนหลางเทียนจะสืบฝีเท้า ออกมาหน้าลานกว้าง เผชิญหน้ากับกงม่อซือ เมื่อไม่อาจหลีกหนี คำท้าได้ จึงคิดทดลองกระบวนท่า กวาดเท้ารุกรับมันเสียเลย

     


    “วันนี้เ๽้าไม่สามารถเล่นลูกไม้อะไรได้อีกต่อไป หลางเทียน จงสำแดงวิชาของเ๽้าออกมาเสีย ไม่เช่นนั้นเ๽้าได้เสียใจแน่”

     


             คนอื่นๆ เองก็พยักหน้า ให้กับคำพูดของกงม่อซือ เกรงว่า ภายในซอกหลืบแห่งนี้ คงจะมีแต่เพียงเ๯้าหลางเทียนเท่านั้นบัดนี้ ที่ยังไม่ได้สำแดงวิชาอะไร เป็๞ชิ้นเป็๞อันออกมาให้พวกเขาได้ดูชม พวกเขาเองก็อยากเห็นเป็๞อย่างยิ่ง ครั้นเห็นเด็กหนุ่มตั้งท่าพร้อมจะต่อสู้ ไม่มีท่าทีขี้เล่น กวนบาทาอีกต่อไป

     


             กงม่อซือเขาคลี่ยิ้มออกมากว้าง ก่อนสำแดงวิชาเคลื่อนที่ เงาสังหาร ร่างเขาหายไปพร้อมกับเสียงฝีเท้า ที่เหลือเพียงเงาดำพุ่งปราดไปมาพร้อมมีดในมือ กรีดอากาศจนเกิดเสียงเท่านั้น

     


             แม้หลางเทียนจะตามความเร็วของกงม่อซือไม่ทัน ทว่ายังพอเห็นทิศทางที่ เด็กหนุ่มโจมตีจากปรายหางตาอยู่บ้าง หลางเทียนไม่รอช้า หมุนกวาดฝีเท้าเป็๞วงกลมในเสี้ยวขณะ สำแดงกระบวนท่ากวาดเท้ารุกรับทันที

     

    ฟู้!!

     

            เสียงลมทำให้เกิดเสียง เคร้ง!!ดังออกมาหวีดหวิว เมื่อลมพายุพัดไหว รอบๆ ตัวของหลางเทียน หักล้างการโจมตีออกไปในเสี้ยวพริบตา ก่อนฝ่ามือหลางเทียน จะอัดกระแทก ลม๹ะเ๢ิ๨ออกมาเบื้องหน้า

     


    ฟู้!! ตู้ม!!

     


            ส่งให้ร่างกงม่อซือ ปลิวกระเด็นออกไป ราวกับสายป่านว่าวที่ขาด กลิ้งหลุนๆ ออกไปหลายเมตร พร้อมเสียง อัก!!ของกงม่อซือ จะไอแค่กๆ ออกมาจากริมฝีปากที่ซีดเผือด สายตาเผยความหวาดกลัว ในตัวหลางเทียนออกมาทันที ครั้นรับรู้ความห่างชั้น ระหว่างพวกเขายามนี้ เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ ของไอ้เด็กบ้าหลางเทียนอีกต่อไป

     


            ภาพเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเร็วมาก แม้แต่บางคนยังมองกระบวนท่า ของหลางเทียนไม่ทันเสียด้วยซ้ำ “กงม่อซือเขาโดนอะไร พวกเ๽้าเห็นหรือไม่?” เด็กหนุ่มภายในกลุ่มคน ที่มองชมฉากการต่อสู้ไม่ทัน เอ่ยไต่ถามขึ้นมาด้วยความสงสัย

     


               สุ่ยเยว่ นางส่ายหัวขึ้นมาน้อยๆ คนภายในกระโจมที่พักทั้ง10อันดับ ต่างก็มีสีหน้าที่หลากหลายอารมณ์ แถมพวกเขาน่าจะเห็นกันชัดแจ้ง ว่าจะประมาท เด็กหนุ่มบ้านนอก นามว่าหลางเทียนผู้นี้ไม่ได้

     


              สุ่ยเยว่ นางจึงกล่าวพูดพลางอธิบายออกมา “ก่อกวนคลื่นลมในเสี้ยวขณะ เพื่อป้องกันกาย และซัดศัตรูออกไปในเวลาเดียวกันซินะ… ข้าพูดถูกหรือไม่ เ๽้าเด็กบ้า”

     


              หลางเทียนยิ้มบาง ไม่ได้ปฏิเสธคำพูดนาง ก่อนพวกเขา จะพากันแยกย้ายกลับที่พักของตน ระหว่างนั้นได้ยินเสียงสัตว์อสูร ภายนอกกำแพงคำราม โฮก!! ออกมาเสียงดังก้อง เข้ามาภายในกำแพงเมืองชั้นใน ให้พวกเขาได้ยินเสียงความวุ่นวายอย่างชัดแจ๋ว หลางเทียนกล่าวพูดพึมพำออกมาทันที “สัตว์อสูรพวกนั้น หวังว่า มันจะไม่หลุดเข้ามาภายใน คฤหาสน์แห่งนี้หรอกกระมัง”

     


             คนอื่นๆ ได้ยินคำพูดของหลางเทียน ต่างก็ขำแห้งๆ แล้วกล่าวพูดออกมา “มันจะเป็๲อย่างที่เ๽้าว่าได้อย่างไรเล่า เ๽้าเด็กบ้า สัตว์อสูรพวกนั้น มันไม่มีทางเข้ามาภายใน คฤหาสน์เซียงหยางชั้นในได้หรอก” คนอื่นๆ เองก็พยักหน้าเห็นด้วย ทว่าก็อดไม่ได้ที่จะหวาดหวั่น พรั่นพรึง เสียงคำรามของสัตว์อสูรนั้น