พริบตาเดียวเวลาก็ผ่านไปเดือนครึ่ง ของการทดสอบประเมินศักยภาพ ตำแหน่งสิบอันดับของกระโจมแต่ละที่พัก ไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก มีเพียงกระโจมลำดับที่7 ของแม่นางสุ่ยเยว่ ต่อสู้ประลองกับกระโจมระดับที่3หนิงสุ่ย ทำให้การประลองของพวกนางในวันนี้ กลายเป็ที่จับจ้อง สนใจของหมู่ชนไม่น้อย แม้แต่ผู้คนภายในกระโจมที่พักอื่นๆ ยังออกมาดูชมการต่อสู้เป็สักขีพยาน
หลางเทียน เองก็ออกมาดูชมการต่อสู้ ที่ดุเดือดของพวกนางด้วยเช่นกัน ทว่าเพียงการต่อสู้ สตรีทั้งสองเริ่มไม่นาน พร้อมกับสำแดงวิชาออกมาใช้ เห็นได้ชัดว่าแม่นางสุ่ยเยว่ นางเก่งกาจศักยภาพ เกินเด็กหนุ่มสาวรุ่นเดียวกันไปมาก จากกระบวนท่าฝ่ามือเขย่าภูผา
เมื่อเห็นฝ่ามือสุ่ยเยว่ ราวกับหินศิลาแข็งกล้า ซัดกระบี่แม่นางหนิงสุ่ย ออกไปตรงๆ อย่างไม่กลัวเกรง ด้วยท่วงท่าร่ายรำที่อ่อนช้อย ทว่าก็ดุดัน แข็งกร้าวในเวลาเดียวกัน
แม้จะซัดฝ่ามือไม่โดนตัวอีกฝ่าย แต่ก็ทำให้กระบี่ในมือของหนิงสุ่ย เกิดการสั่นไหวขึ้นมาไม่หยุด ได้ยินราวกับเสียงโลหะ ตกกระทบใส่กัน หนิงสุ่ย นางเห็นได้ชัดว่าศักยภาพ ของแม่นางสุ่ยเยว่ผู้นี้ไม่ธรรมดา ถึงกับไล่ต้อนกระบวนท่ากระบี่นางออกไปหลาย10กระบวนท่า
ส่งให้ฝีเท้านางถอยร่น ออกไปอย่างต่อเนื่อง จนหนิงสุ่ย นางต้องเม้มริมฝีปากเชิดขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหยุดการสั่นไหว กระบี่ภายในฝ่ามือของนางลง แล้วเก็บกระบี่กลับเข้าฝัก ยอมถอยรามือจากการต่อสู้... ยกกระโจมลำดับที่4 ให้แม่นาง สุ่ยเยว่ ด้วยความเสียดายเล็กๆ พร้อมสุ่ยเยว่ ประสานฝ่ามือ ออกมาหาผู้ท้าประลองด้วยความเคารพ
หลางเทียนที่มองความแข็งแกร่งของสุ่ยเยว่ เขาอดไม่ได้ที่จะนึกคิดออกไปไกล ระหว่างที่มองชมการต่อสู้ของนาง ‘หรือว่าสุ่ยเยว่นางจะเป็คนของ100เผ่าพันธุ์ผู้แข็งแกร่ง 300รายชื่อสัตว์ร้ายพวกนั้น ก่อนหลางเทียนจะส่ายหัวออกมา เขาคงจะคิดมากไปเอง คนที่มีรายชื่อพวกนั้น จะมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร’
หลางเทียนที่เตรียมจะสืบฝีเท้า กลับเข้าไปภายในกระโจมที่พัก จู่ๆ กงม่อซือ ที่กายาส่งสัญญาณการเลื่อนขั้นพลังย่อย อยู่ในขั้นเปิดชีพจร 5ดาวสำเร็จได้ไม่นาน เขาสืบฝีเท้า ย่างก้าวมาหาหลางเทียน พร้อมกายาพลุ่งพล่านไปด้วยปราณพลัง ส่งระลอกคลื่น ไหลออกมาทั่วสารพางค์กาย เดินอาจหาญมาท้าสู้กับ หลางเทียนทันที
‘วันนี้แหละเขาจะล้างอาย เ้าหลางเทียน ไอ้เด็กเหลือขอให้ได้’
แม้แต่หมู่ชน ที่เห็นระลอกคลื่นปราณพลัง ที่ปลดปล่อยออกมา จากกายาของกงม่อซือพวกเขาต่างก็หันกลับมามองเื่สนุกต่อทันที นึกว่าความวุ่นวายจะจบลงแล้วเสียอีก
พวกเขาที่มอง กงม่อซือ บัดนี้ต่างก็รับรู้ได้เลยว่าขั้นพลังย่อย ของเขาไปถึงขอบเขตระดับ 5ดาว ของขั้นเปิดชีพจรขั้นสุดแล้ว เขาจึงสามารถปลดปล่อย ระลอกคลื่นปราณพลังกดดันออกมาได้
“ไหนๆ เ้าก็ออกมาแล้วหลางเทียน ไอ้เด็กบ้า มาสู้กับข้าอย่าคิดหนีเชียว”
สุ่ยเยว่ที่พึ่งจบการประลอง นางคลี่ยิ้มบางออกมาเล็กๆ ให้หลางเทียน ก่อนจะกล่าวพูดออกมา “เหมือนว่าปัญหา จะวิ่งมาหาเ้าแล้วนะ เ้าเด็กบ้า”
“เกรงว่าจะเป็เช่นนั้น” หลางเทียนกล่าวตอบด้วยสีหน้าไม่ยินดียินร้าย แม้จะเป็การพูดคุย จริงจังครั้งแรกของเขากับเด็กสาวก็ตาม ก่อนหลางเทียนจะสืบฝีเท้า ออกมาหน้าลานกว้าง เผชิญหน้ากับกงม่อซือ เมื่อไม่อาจหลีกหนี คำท้าได้ จึงคิดทดลองกระบวนท่า กวาดเท้ารุกรับมันเสียเลย
“วันนี้เ้าไม่สามารถเล่นลูกไม้อะไรได้อีกต่อไป หลางเทียน จงสำแดงวิชาของเ้าออกมาเสีย ไม่เช่นนั้นเ้าได้เสียใจแน่”
คนอื่นๆ เองก็พยักหน้า ให้กับคำพูดของกงม่อซือ เกรงว่า ภายในซอกหลืบแห่งนี้ คงจะมีแต่เพียงเ้าหลางเทียนเท่านั้นบัดนี้ ที่ยังไม่ได้สำแดงวิชาอะไร เป็ชิ้นเป็อันออกมาให้พวกเขาได้ดูชม พวกเขาเองก็อยากเห็นเป็อย่างยิ่ง ครั้นเห็นเด็กหนุ่มตั้งท่าพร้อมจะต่อสู้ ไม่มีท่าทีขี้เล่น กวนบาทาอีกต่อไป
กงม่อซือเขาคลี่ยิ้มออกมากว้าง ก่อนสำแดงวิชาเคลื่อนที่ เงาสังหาร ร่างเขาหายไปพร้อมกับเสียงฝีเท้า ที่เหลือเพียงเงาดำพุ่งปราดไปมาพร้อมมีดในมือ กรีดอากาศจนเกิดเสียงเท่านั้น
แม้หลางเทียนจะตามความเร็วของกงม่อซือไม่ทัน ทว่ายังพอเห็นทิศทางที่ เด็กหนุ่มโจมตีจากปรายหางตาอยู่บ้าง หลางเทียนไม่รอช้า หมุนกวาดฝีเท้าเป็วงกลมในเสี้ยวขณะ สำแดงกระบวนท่ากวาดเท้ารุกรับทันที
ฟู้!!
เสียงลมทำให้เกิดเสียง เคร้ง!!ดังออกมาหวีดหวิว เมื่อลมพายุพัดไหว รอบๆ ตัวของหลางเทียน หักล้างการโจมตีออกไปในเสี้ยวพริบตา ก่อนฝ่ามือหลางเทียน จะอัดกระแทก ลมะเิออกมาเบื้องหน้า
ฟู้!! ตู้ม!!
ส่งให้ร่างกงม่อซือ ปลิวกระเด็นออกไป ราวกับสายป่านว่าวที่ขาด กลิ้งหลุนๆ ออกไปหลายเมตร พร้อมเสียง อัก!!ของกงม่อซือ จะไอแค่กๆ ออกมาจากริมฝีปากที่ซีดเผือด สายตาเผยความหวาดกลัว ในตัวหลางเทียนออกมาทันที ครั้นรับรู้ความห่างชั้น ระหว่างพวกเขายามนี้ เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ ของไอ้เด็กบ้าหลางเทียนอีกต่อไป
ภาพเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเร็วมาก แม้แต่บางคนยังมองกระบวนท่า ของหลางเทียนไม่ทันเสียด้วยซ้ำ “กงม่อซือเขาโดนอะไร พวกเ้าเห็นหรือไม่?” เด็กหนุ่มภายในกลุ่มคน ที่มองชมฉากการต่อสู้ไม่ทัน เอ่ยไต่ถามขึ้นมาด้วยความสงสัย
สุ่ยเยว่ นางส่ายหัวขึ้นมาน้อยๆ คนภายในกระโจมที่พักทั้ง10อันดับ ต่างก็มีสีหน้าที่หลากหลายอารมณ์ แถมพวกเขาน่าจะเห็นกันชัดแจ้ง ว่าจะประมาท เด็กหนุ่มบ้านนอก นามว่าหลางเทียนผู้นี้ไม่ได้
สุ่ยเยว่ นางจึงกล่าวพูดพลางอธิบายออกมา “ก่อกวนคลื่นลมในเสี้ยวขณะ เพื่อป้องกันกาย และซัดศัตรูออกไปในเวลาเดียวกันซินะ… ข้าพูดถูกหรือไม่ เ้าเด็กบ้า”
หลางเทียนยิ้มบาง ไม่ได้ปฏิเสธคำพูดนาง ก่อนพวกเขา จะพากันแยกย้ายกลับที่พักของตน ระหว่างนั้นได้ยินเสียงสัตว์อสูร ภายนอกกำแพงคำราม โฮก!! ออกมาเสียงดังก้อง เข้ามาภายในกำแพงเมืองชั้นใน ให้พวกเขาได้ยินเสียงความวุ่นวายอย่างชัดแจ๋ว หลางเทียนกล่าวพูดพึมพำออกมาทันที “สัตว์อสูรพวกนั้น หวังว่า มันจะไม่หลุดเข้ามาภายใน คฤหาสน์แห่งนี้หรอกกระมัง”
คนอื่นๆ ได้ยินคำพูดของหลางเทียน ต่างก็ขำแห้งๆ แล้วกล่าวพูดออกมา “มันจะเป็อย่างที่เ้าว่าได้อย่างไรเล่า เ้าเด็กบ้า สัตว์อสูรพวกนั้น มันไม่มีทางเข้ามาภายใน คฤหาสน์เซียงหยางชั้นในได้หรอก” คนอื่นๆ เองก็พยักหน้าเห็นด้วย ทว่าก็อดไม่ได้ที่จะหวาดหวั่น พรั่นพรึง เสียงคำรามของสัตว์อสูรนั้น