บทที่ 21: ลานประลองโลหิต
ในรุ่งอรุณของวันที่เจ็ด คณะเดินทางเล็กๆ แต่เปี่ยมไปด้วยความสง่างามได้เคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้านเผ่าิญญาอย่างเงียบเชียบ นำโดยประมุขหลิงเทียนและผู้าุโหลิงหยุน ติดตามด้วยผู้าุโอีกสองสามท่าน และใจกลางของกลุ่ม คือหลิงเซียวในอาภรณ์สีดำและกระบี่เหล็กกล้าที่ข้างเอว ใบหน้าของเขาสงบนิ่ง ดวงตาปิดสนิทราวกับกำลังพักผ่อน ไม่มีความกังวลใดๆ ปรากฏให้เห็น
พวกเขาไม่ได้ใช้พาหนะ แต่กลับเคลื่อนที่ผ่านผืนป่าด้วยความเร็วราวกับภูตพราย ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงเมืองเมฆาชายป่า
ภาพที่เห็นแตกต่างไปจากวันที่หลิงเซียวมาเยือนครั้งแรกโดยสิ้นเชิง วันนี้ เมืองทั้งเมืองคึกคักอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน จัตุรัสกลางเมืองที่เคยจอแจได้ถูกเปลี่ยนสภาพให้กลายเป็ลานประลองขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบไปด้วยผู้คนนับพัน! ทั้งทหารรับจ้าง, พ่อค้า, และผู้ฝึกยุทธ์จากเมืองต่างๆ เดินทางมาเพื่อชมการปะทะกันครั้งสำคัญระหว่างสองขั้วอำนาจแห่งชายป่าแห่งนี้
เสียงพูดคุยวิพากษ์วิจารณ์ดังกระหึ่มไปทั่ว
"ในที่สุดก็ได้เห็นเสียที! การปะทะกันระหว่างเผ่าิญญาและตระกูลหมาป่าโลหิต!"
"ข้าพนันข้างตระกูลหมาป่าโลหิต! 'หมาป่าโลหิตน้อย' หลี่เลี่ยผู้นั้นไม่ใช่ธรรมดา ว่ากันว่าฝีมือของเขาสามารถสังหารยอดฝีมือในระดับเดียวกันได้อย่างง่ายดาย!"
"แต่ก็อย่าประมาทเผ่าิญญา พวกนั้นลึกลับมาโดยตลอด การที่พวกเขากล้ารับคำท้า แสดงว่าต้องมีดีแน่...แต่ตัวแทนของพวกเขาเป็ใครกัน? ข้าไม่เคยได้ยินชื่อหลิงเซียวมาก่อนเลย"
ในขณะที่ทุกคนกำลังคาดเดากันไปต่างๆ นานา เสียงโห่ร้องอย่างเกรียวกราวก็ดังขึ้นจากทางประตูเมืองทิศตะวันตก
คณะของตระกูลหมาป่าโลหิตเดินทางมาถึงแล้ว!
พวกเขามากันเป็ขบวนใหญ่ นำโดยหลี่จ้านที่นั่งอยู่บนหลังอสูรหมาป่าเกราะเหล็กอย่างน่าเกรงขาม ตามมาด้วยเหล่านักรบฝีมือดีที่แผ่จิตสังหารออกมาอย่างไม่ปิดบัง และที่โดดเด่นที่สุด คือเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งที่เดินอยู่ข้างกายหลี่จ้าน เขาสวมชุดเกราะเบาสีเืหมู ที่แขนทั้งสองข้างสวมกรงเล็บเหล็กกล้าที่แหลมคมราวกับใบมีด ใบหน้าของเขาหล่อเหลาแต่กลับเ็าดุจน้ำแข็ง ดวงตาคู่เรียวจ้องมองไปเบื้องหน้าราวกับหมาป่าที่กำลังจ้องเหยื่อ...เขาคือ หลี่เลี่ย!
การมาถึงอย่างโอ่อ่าของพวกเขาทำให้บรรยากาศยิ่งร้อนแรงขึ้นไปอีก
และในตอนนั้นเอง คณะของเผ่าิญญาก็ได้เดินทางมาถึงทางฝั่งทิศตะวันออก
การปรากฏตัวของพวกเขานั้นตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง พวกเขาเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างเงียบเชียบและสง่างาม รัศมีที่บริสุทธิ์และสูงส่งทำให้ฝูงชนที่อึกทึกต้องเงียบเสียงลงโดยไม่รู้ตัว สายตาทุกคู่ถูกดึงดูดไปยังเด็กหนุ่มผมเงินในชุดสีดำที่เดินอยู่ใจกลางกลุ่ม...หลิงเซียว
ทั้งสองฝ่ายเดินขึ้นไปยังแท่นชมการประลองที่ถูกจัดเตรียมไว้คนละฝั่ง ประมุขหลิงเทียนและหลี่จ้านสบตากันกลางอากาศ บรรยากาศพลันตึงเครียดขึ้นมาทันที
กรรมการกลางซึ่งเป็ตัวแทนจากจวนเ้าเมืองได้ก้าวออกมากลางลานประลอง "ตามข้อตกลง การประลองเพื่อยุติข้อขัดแย้งระหว่างตระกูลหมาป่าโลหิตและเผ่าิญญา จะเริ่มต้น ณ บัดนี้!"
เขากล่าวต่อด้วยเสียงที่ดัง "การประลองนี้ไร้กฎเกณฑ์! แพ้ชนะตัดสินกันด้วยการยอมแพ้, การหมดสติ, หรือความตายเท่านั้น! ขอเชิญตัวแทนทั้งสองฝ่ายลงสู่ลานประลอง!"
หลี่เลี่ยแสยะยิ้มอย่างกระหายเื เขาะโลงจากแท่นชมการประลอง ร่างกระแทกพื้นเสียงดังสนั่นราวกับก้อนหินขนาดใหญ่
ทางฝั่งเผ่าิญญา หลิงเซียวเพียงแค่ก้าวเดินลงบันไดอย่างช้าๆ ฝีเท้าของเขาเบาหวิวไร้เสียง ราวกับใบไม้ที่ร่วงหล่นจากกิ่ง
ทั้งสองเดินมาหยุดยืนเผชิญหน้ากันกลางลานประลอง ห่างกันเพียงสิบก้าว
"งดงาม...งดงามจริงๆ" หลี่เลี่ยเลียริมฝีปาก แววตาเต็มไปด้วยความอำมหิต "ข้าไม่เคยเห็นใครที่งดงามเช่นเ้ามาก่อนเลย เ้าเด็กเผ่าิญญา...ข้าจะค่อยๆ ฉีกแขนขาของเ้าออกทีละข้าง เพื่อให้ข้าได้ชื่นชมใบหน้าที่สิ้นหวังของเ้าให้นานที่สุด!"
หลิงเซียวไม่ได้ตอบโต้ด้วยคำพูดใดๆ ทั้งสิ้น
เขายังคงสงบนิ่ง ดวงตาสีม่วงของเขาไร้ซึ่งระลอกคลื่นใดๆ
เขาเพียงแค่ยกมือขวาขึ้น...และวางมันลงบนด้ามจับของกระบี่สีดำที่ข้างเอวอย่างเชื่องช้า
วินาทีนั้นเอง อุณหภูมิรอบๆ ลานประลองก็พลันลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว!