(9)
จากไป...ในเมื่อไม่้า
ตอนนี้เขียนฟ้ายังคงนอนนิ่งอยู่บนเตียงภายในห้องพักฟื้นของโรงพยาบาล โดยมีธงรบนั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่าง ทว่าสีหน้าของชายหนุ่มที่จ้องมองคนป่วยนั้นเต็มไปด้วยความผิดหวังและเสียใจ อยากจะเขย่าร่างบอบบางให้ฟื้นขึ้นมาโดยเร็วเพื่อจะได้ถามความจริงจากปากว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร
“ทำไมนายถึงได้หยามกันอย่างนี้เขียนฟ้า”เขาทั้งโกรธทั้งโมโห แต่พอรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังท้องก็ไม่อยากจะทำอะไรรุนแรง
เมื่อรู้ความจริงจากปากคุณหมอว่าภรรยาตั้งท้องได้สี่สัปดาห์แล้วธงรบแทบล้มทั้งยืน แทนที่จะดีใจแต่ช็อกกับสิ่งที่ได้ยินเพราะเ้าตัวมั่นใจว่าใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีอะไรกัน แล้วเ้าตัวจะท้องได้อย่างไร
เปลือกตาสวยขยับ เปิดขึ้นช้า ๆก็เห็นเพดานห้องที่ไม่คุ้นตา เอียงหน้ามามองข้างเตียงก็เห็นใบหน้าอันเคร่งขรึมของธงรบจึงพยายามหยัดตัวลุกขึ้นช้า ๆ
“ที่นี่ที่ไหนครับ”
“โรงพยาบาล นายเป็ลมหมดสติไป”เขาตอบด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยเป็มิตรสักเท่าไหร่
“ผมทำอะไรไม่พอใจคุณอีกงั้นหรือถึงได้มองหน้าราวจะกินเืกินเนื้ออย่างนั้น”
“นายไปท้องกับใครมา!” ธงรบพยายามข่มอารมณ์ตัวเองไว้ จ้องมองราวกับ้าจะฉีกร่างเป็ชิ้นๆ
“ทะ...ท้องงั้นเหรอ” เขียนฟ้าเบิกตาโพลงด้วยความใยกมือขึ้นมาวางที่หน้าท้องตัวเอง เขาไม่อยากเชื่อเลยว่ามันจะเกิดขึ้นจริง ๆเพียงแค่ครั้งเดียวที่ไม่ได้ป้องกัน ตอนนั้นธงรบไม่รู้ด้วยซ้ำว่าได้ทำอะไรไว้
“ใช่! ใมากหรือไงที่ฉันรู้ความจริง นายท้องกับใครบอกมาเดี๋ยวนี้!” ชายหนุ่มจับไหล่บางเขย่าแรง ๆ เพื่อคาดคั้นเอาความจริง
ได้ยินคำถามซ้ำอีกครั้งเขียนฟ้าก็น้ำตาไหลพรากความดีใจและเสียใจถาโถมเข้ามาพร้อมกัน ทั้งชีวิตเขาไม่เคยมีอะไรกับผู้ชายคนไหนมาก่อนแต่ก็ช่างเถอะในเมื่อธงรบไม่คิดว่าเด็กในท้องเป็ลูก เขาก็จะไม่อธิบายอะไรทั้งนั้น
“ในเมื่อคุณคิดอย่างนั้น ผมก็ไม่มีอะไรจะอธิบายแล้วฮึก...” คนพูดเอียงหน้าหนีไปอีกทาง หลั่งน้ำตาออกมาพร้อมกับเสียงสะอื้นไห้
“จะไม่ให้ฉันคิดได้ยังไงในเมื่อทุกครั้งที่เรามีอะไรกันฉันใส่ถุงยางตลอดนายก็รู้ดีบอกมาว่าไอ้ผู้ชายคนนั้นมันเป็ใคร ไอ้ศิวะใช่ไหม” ธงรบคาดคั้นเอาความจริงจากอีกฝ่ายอย่างเอาเป็เอาตาย
“คุณไม่ต้องรู้หรอกว่าเป็ใคร รู้แค่ว่าเด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกของคุณก็พอ”เ้าตัวะโลั่นห้อง ในวินาทีนี้เขาไม่จำเป็ต้องเก็บความรู้สึกอะไรไว้แล้วในเมื่อมันเป็เช่นนี้ ก็ควรถึงเวลาที่จะต้องแตกหักกันเสียที เขาเองที่ต้องเป็ฝ่ายยอมแพ้และขอจบเกมนี้ด้วยตัวเอง
“นายทำฉันเจ็บแสบมากนี่น่ะเหรอลูกสะใภ้ที่คุณแม่รักนักรักหนา แท้ที่จริงแล้วก็เป็เพียงแค่อีตัวหิวเงินมั่วผู้ชายไม่เลือกหน้า”
เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!
ทนให้เขาดูิ่ดูแคลนไม่ไหวจึงง้างมือฟาดเข้าที่ใบหน้าหล่อสองครั้งติดจ้องมองผ่านม่านน้ำตาด้วยความเสียใจเป็ที่สุด
“คุณดูถูกผมมากไปแล้ว ผมขอยอมแพ้ เราเลิกกันเถอะนะเื่พวกนี้มันจะได้จบ ๆ เสียที”
“มาดูดเอาเงินครอบครัวฉันแล้วคิดจะชิ่งงั้นเหรอไม่มีทางซะหรอก”
“แล้วคุณจะเอายังไงเด็กในท้องไม่ใช่ลูกคุณจะทนไปเพื่ออะไรกัน ฮือ... ขอให้เื่นี้มันจบเถอะนะคุณรบถือว่าผมขอร้อง”
“ฉันจะไม่ยอมเลิก นายจะยังได้ขึ้นชื่อว่าเป็เมียฉันไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของโลกใบนี้อยู่ในสถานะนี้จนกว่าจะตายกันไปข้างหนึ่ง ห้ามนายมีใคร และนับจากนี้หาก้าจะไปอยู่ที่ไหนก็ไปฉันขยะแขยงผู้ชายแบบนายเต็มทนแล้ว”
“ผมเองก็ไม่ยอมทนอยู่ให้คุณทรมานจิตใจแบบนี้อีกต่อไปแล้วคุณมันเป็ผู้ชายที่เห็นแก่ตัวที่สุดในโลก คุณมันน่าโง่ที่โดนผมสวมเขาให้ไม่รู้ต่อกี่ครั้งเป็บุญของลูกผมที่ไม่ได้มีพ่อชื่อธงรบ” เขียนฟ้าแสยะยิ้มทั้งน้ำตา
“นี่นาย! มันจะมากไปแล้วนะ” ชายหนุ่มอดรนทนไม่ไหวบีบคางเรียวแน่นแม้จะรู้สึกเจ็บแต่เขียนฟ้ายังคงจ้องหน้าเขาอย่างเอาเื่
“เอาเลย! ฆ่าผมให้ตายไปเลยจะได้ไม่ต้องทนเป็เมียผู้ชายอย่างคุณ”
“อย่าคิดว่าฉันไม่กล้านะ”
“ก็เอาสิ ฆ่าผมเลย”
เห็นแววตาแห่งความชิงชังที่ส่งมาให้ ธงรบยิ่งรู้สึกแย่กับตัวเองทั้งชีวิตมีคนมากหน้าหลายตามาเสนอตัวให้ แต่ผู้ชายคนนี้กลับแตกต่างออกไปจึงอยากเอาชนะให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม
ทั้งคู่จ้องตากันอย่างไม่ลดละอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ธงรบจะยอมปล่อยมือ ถอนหายใจเฮือกใหญ่เพื่อระงับอารมณ์โกรธ
“จะไปไหนก็ไป แล้วอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก”เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งยืนเท้าสะเอวเงยหน้ากลอกลูกตาเพื่อห้ามไม่ให้น้ำตามันไหล
ส่วนเขียนฟ้าน้ำตาไหลพรากเมื่อได้ยินอย่างนั้นมันคงถึงเวลาที่จะต้องออกไปจากชีวิตผู้ชายคนนี้เสียทีในเมื่ออีกฝ่าย้าความเป็อิสระ บัดนี้มันถึงเวลาที่เขาจะได้ใช้ชีวิตสมใจอยากแล้วส่วนตนเองจะทำหน้าที่แม่ที่ดีเลี้ยงดูลูกที่กำลังจะถือกำเนิดขึ้นมา
“หวังว่าเราจะไม่ต้องเจอกันอีกนะครับ”กล่าวอย่างไม่มีเยื่อใย เอียงหน้าหนี วางสายตาไว้ที่บรรยากาศภายนอกขอบหน้าต่าง
มันเป็อะไรที่ยอมรับได้ยาก เมื่อจู่ๆ ภรรยาตนเองก็ตั้งท้อง ทั้งที่เขามั่นใจว่าป้องกันทุกครั้งที่มีอะไรกันแม้จะเริ่มรู้สึกดีกับผู้ชายคนนี้ขึ้นมาบ้าง แต่ถึงอย่างไรก็ต้องยอมรับความจริงว่าอีกฝ่ายมีชู้และมันคือเหตุผลที่ไม่อาจยอมรับได้ ธงรบปิดเปลือกตาช้า ๆ ทำให้หยดน้ำตาไหลลงบนพวงแก้มก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง แล้วเดินหันหลังออกไปจากห้องอย่างเงียบ ๆ
เมื่ออยู่ในห้องเพียงลำพังเขียนฟ้าก็ปล่อยโฮออกมาอย่างเต็มที่รู้สึกเสียดายที่อะไรมันกำลังจะดีขึ้นแล้วแท้ ๆแต่ต้องมาเกิดเื่อย่างนี้ขึ้นเสียก่อน
“หนูฟ้าเป็ยังไงบ้างจ๊ะเกิดอะไรขึ้นทำไมจู่ ๆ ถึงได้เป็ลมเป็แล้งจนต้องเข้าโรงพยาบาลอย่างนี้”เมื่อได้ยินเสียงผู้มาใหม่เขียนฟ้าก็รีบเช็ดน้ำตาพยายามปรับสีหน้าให้เป็ปกติที่สุดแม้ว่าตอนนี้ดวงตาสวยจะแดงก่ำจนสังเกตได้ชัดเจนก็ตามที
“ไม่เป็ไรแล้วครับคุณแม่ ผมแค่หน้ามืดเป็ลมธรรมดาเท่านั้น”
“แต่ทำไมตาแดง ๆ อย่างนั้นล่ะ หนูร้องไห้งั้นเหรอ”
“เปล่าครับ พอดีผมแพ้ฝุ่นในห้องมั้งครับคุณแม่แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้วครับ” เขาพยายามยิ้มแย้ม เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายสงสัยไปมากกว่านี้
“แล้วตารบไปไหน ทำไมปล่อยให้หนูอยู่คนเดียวอย่างนี้”
“คุณรบเพิ่งจะออกไปครับ อย่าไปว่าเขาเลยนะครับ”
“หนูไม่เป็ไรแม่ก็สบายใจแล้วแล้วหมอให้กลับบ้านได้ตอนไหนล่ะ”
“ผมไม่เป็ไรแล้วกลับเลยตอนนี้ก็ได้ครับอยากไปนอนพักที่บ้านเราดีกว่า”
“แต่แม่ว่ารอให้หมอมาตรวจให้ละเอียดอีกครั้งก่อนดีไหมค่อยกลับ”
“ไม่เป็ไรครับคุณแม่”
“งั้นก็ได้จ้ะเดี๋ยวแม่ช่วยพยุงเราจะได้รีบกลับบ้านกัน” กิ่งดาวจะช่วยพยุงลูกสะใภ้แต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินอีกฝ่ายเรียก
“คุณแม่ครับ ผมมีเื่จะขอ”
“ว่ามาได้เลย แม่ให้ได้ทุกเื่ล่ะ”
“คุณแม่จะว่าอะไรไหมถ้าผมจะกลับไปอยู่เชียงใหม่สักพักใหญ่ๆ คือผมคิดถึงคุณพ่อคุณแม่ครับ”
“ได้สิจ๊ะ แล้วบอกเื่นี้กับตารบหรือยัง”
“บอกแล้วครับ คุณรบไม่ได้ว่าอะไร”
“ถ้างั้นก็ตามใจเลยจ้ะแม่ไม่คัดค้านอะไรเลย อยู่ที่นั่นให้สบายใจแล้วค่อยกลับมาจะไปวันไหนเดี๋ยวแม่จะให้ตารบไปส่ง”
“ไม่เป็ไรครับผมไปเองได้ ่นี้คุณรบงานเขายุ่งไม่อยากรบกวน”
“จะรบกวนอะไรกัน อย่าลืมว่าฟ้ากับตารบแต่งงานกันแล้วนะ”
“ถ้างั้นผมจะบอกคุณรบให้ไปส่งเองครับ”
“ดีมากจ้ะ เอาไว้ว่าง ๆแม่จะขึ้นไปเยี่ยมนะ”
“ครับ”
ที่ยอมตกลงก็เพื่อให้ผู้ใหญ่สบายใจแต่เขาคงไม่ยอมให้ไปส่งแน่นอน เพราะถึงบอกอีกฝ่ายก็คงไม่ไป เขาก็ได้แต่หวังว่าการห่างกันในครั้งนี้จะทำให้ฝันร้ายที่ผ่านมามันจบลงด้วยดี
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
วันต่อมา…
ในมุมหนึ่งของร้านกาแฟชื่อดังซึ่งมีลูกค้ากำลังนั่งดื่มอยู่จำนวนหนาตามีคู่ชายหญิงกำลังนั่งฉลองความสำเร็จที่พวกเขาเพิ่งจะได้ทำมันลงไปเมื่อวานนี้ ศิวะได้ต่อสายตรงหาดาววดีเพื่อร่วมกันแยกธงรบและเขียนฟ้าออกจากกันเพื่อที่ต่างฝ่ายจะได้คนที่ตนเองรัก
“ฉลองให้กับความสำเร็จของเราหน่อยสิคะ”ดาววดียิ้มมุมปากอย่างพอใจ ยกแก้วกาแฟขึ้นตรงหน้า
“เชียร์! คุณทำดีมากรู้ไหม” ศิวะยิ้มร้ายเช่นกัน
“คุณเองก็ร้ายใช่ย่อยวางแผนให้ฉันเสร็จสรรพตอนแรกนึกว่าเป็คนดีซะอีก ดูเหมือนไม่ค่อยชอบใจที่ฉันไปกิ๊กกับคุณรบ” ดาววดียังคงสงสัยเพราะจู่ๆ ก็ถูกชวนให้เข้าร่วมขบวนการ
“ผมยังเป็คนดีเหมือนเดิมเพียงแค่้าช่วยให้คุณฟ้าเป็อิสระเท่านั้นเองมันผิดเหรอที่เราจะช่วยเหลือคนที่เรารัก ”
“ฉันเข้าใจคุณแล้วค่ะเราต่างก็วินวินกันทั้งคู่ แค่นี้ก็โอเคแล้ว คุณคงรักผู้ชายคนนั้นมากสินะ”
“ใช่ ผมรักคุณฟ้ามาก ก็เหมือนที่คุณรักไอ้รบตอนนี้ก็พยายามรั้งมันไว้ให้ได้ละกันหลังจากเราแยกกันถือซะว่าเื่นี้มันไม่เคยเกิดขึ้น ต่างฝ่ายต่างไปไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก”
“ได้ค่ะ ต่างฝ่ายต่างไป ฉันจะไม่พูดถึงเื่นี้อีกขอให้สมหวังกับคุณฟ้านะคะ”
“คุณเองก็เช่นกันขอตัวก่อนนะเพราะวันนี้ผมจะไปหาคุณฟ้าที่บ้าน”
“ฉันเองก็จะไปหาคุณรบที่คอนโดเหมือนกันค่ะรายนั้นคงไม่เข้าบ้านอีกหลายวันแน่ ๆ”
“สมใจอยากคุณแล้วสินะ”
“คุณเองก็เช่นกันนั่นล่ะ”
ทั้งสองต่างก็ยิ้มร้ายก่อนจะแยกย้ายไปทางใครทางมัน
กระเป๋าใบเล็กที่บรรจุเฉพาะของสำคัญถูกวางไว้บนเตียงส่วนผู้เป็เ้าของได้ยืนกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องด้วยความใจหาย ่เวลาสั้น ๆที่ได้อยู่ในห้องนี้ ในบ้านหลังนี้ ล้วนแต่เป็ความทรงจำที่หาไม่ได้จากที่ไหนอีกแม้จะมีทั้งเื่ที่ดีและไม่ดี แต่อย่างน้อยเขาก็ได้รับสิ่งที่ยิ่งใหญ่นั่นคือลูกที่อยู่ในท้องเขาสัญญาว่าจะเลี้ยงดูลูกให้ดีที่สุด แม้ว่าพ่อของแกจะไม่ยอมรับว่าเป็ลูกก็ตามที
เขียนฟ้าหยิบกรอบรูปธงรบที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาดูดวงตาสวยแดงก่ำมีน้ำตาเอ่อคลอ ก่อนที่หยาดน้ำตาจะไหลลงเป็ทางบนแก้มขาว
“ลาก่อนนะครับ ผมหวังว่าคุณจะมีความสุขกับชีวิตโสดที่้าผมขอยอมแพ้แล้ว น่าเสียดายที่เราไม่มีโอกาสเรียนรู้กันให้มากกว่านี้ ทั้งที่…ตอนนี้ผมกำลังจะรู้สึกดีกับคุณแล้วแท้ ๆ”
เ้าตัววางกรอบรูปแล้วใช้หลังมือปาดน้ำตาออกจากแก้มจนหมด เดินไปหยิบกระเป๋าแล้วออกไปจากห้อง
ลงมาถึงด้านล่างก็เห็นกิ่งดาวและทรงกลดยืนรออยู่ก่อนแล้วเห็นอย่างนั้นเขาก็ส่งยิ้มแล้วเดินตรงไปหาวางกระเป๋าไว้ที่พื้นแล้วยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อมถ่อมตน
“ผมลานะครับคุณพ่อคุณแม่”
“หนูฟ้าจะไปวันนี้จริง ๆ เหรอลูกเพิ่งออกมาจากโรงพยาบาลแท้ ๆ แทนที่จะพักสักสองสามวันก่อน” กิ่งดาวกล่าวอย่างเป็ห่วง
“ผมโอเคแล้วครับคุณแม่ไม่ต้องเป็ห่วง ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะครับ ผมจะไม่ลืมพระคุณคุณพ่อคุณแม่เลย”
“ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะหนูฟ้าแค่จะไปเยี่ยมพ่อกับแม่ที่เชียงใหม่ ทำอย่างกับจะไม่กลับมา” ทรงกลดเอ่ย
“ผมแค่รู้สึกดีใจที่ได้เป็สะใภ้บ้านหลังนี้ครับเลยอดไม่ได้ที่จะพูดอย่างนั้น” เขายิ้มแล้วเดินเข้าไปสวมกอดผู้ใหญ่ทั้งสองทีละคนแล้วเดินกลับมายืนที่เดิม
กิ่งดาวและทรงกลดต่างก็มองหน้ากันด้วยความสงสัยเริ่มรู้สึกตงิดใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า เพราะั้แ่เขียนฟ้ากลับมาบ้านยังไม่เป็ลูกชายตนเองกลับมาเลยสักครั้ง
“แม่ถามจริง ๆ หนูมีปัญหากับตารบหรือเปล่าทำไมมันไม่กลับมาบ้านเลย ทั้งที่วันนี้หนูจะเดินทางไปเชียงใหม่”
“ไม่ใช่อย่างนั้นครับคุณแม่ ผมโทรคุยกับคุณรบแล้วเค้าติดงานมาไม่ได้ครับ เห็นคุณรบบอกว่าจะตามลงไปที่โน่น”
“อ้อได้ยินอย่างนี้แม่ก็โล่งใจขึ้นมาหน่อย เดินทางปลอดภัยนะลูกไปเที่ยวพักผ่อนให้สบายใจแล้วค่อยกลับมา”
“ครับคุณแม่ งั้นผมไปแล้วนะครับ” เขายกมือไหว้แล้วจับกระเป๋าขึ้นมาถือไว้ทั้งสามจึงเดินไปที่หน้าประตูบ้านพร้อมกัน
กำลังจะก้าวขาขึ้นรถทว่าในจังหวะนั้นศิวะก็มาถึงพอดีเขียนฟ้าจึงชะงักแล้วหันไปมอง ศิวะรีบวิ่งเข้ามาหาเมื่อเห็นอย่างนั้น
“สวัสดีครับคุณลุงคุณป้า”
“สวัสดีจ้ะตาศิวะทำไมวันนี้มาแต่เช้าเชียว”
“ผมมาเยี่ยมคุณลุงคุณป้าครับว่าแต่คุณฟ้าจะไปไหนเหรอครับ”คุยกับผู้ใหญ่ทั้งสองแต่ดูเหมือนว่าสายตากลับสนใจมองแค่เขียนฟ้า
“ผมจะกลับไปเยี่ยมพ่อกับแม่ที่เชียงใหม่ครับ”
“อ้าวเหรอครับงั้นเดี๋ยวผมไปส่งดีกว่า”
“ไม่เป็ไรครับ”
“ให้ตาศิวะไปส่งเถอะนะหนูฟ้า”
“งั้นก็ได้ครับ” เขายอมตอบตกลงแล้วปิดประตูรถคันที่จอดรอ จากนั้นคนขับรถก็ขับออกไป
ศิวะยิ้มอย่างพอใจ“งั้นผมขอตัวไปส่งคุณฟ้าก่อนนะครับ แล้วจะมาหาคุณลุงคุณป้าอีกที”
“จ้า ฝากหนูฟ้าด้วยนะ”
“ครับคุณป้าผมจะไปส่งให้ถึงที่อย่างปลอดภัยแน่นอน”
“งั้นลุงกับป้าเข้าไปข้างในแล้วนะขับรถดี ๆ ล่ะ”
“ครับคุณป้า”
จากนั้นผู้ใหญ่ทั้งสองท่านก็เข้าไปในบ้านเมื่อเขียนฟ้าขึ้นไปบนรถแล้วคนขับก็พามุ่งหน้าสู่สนามบิน ระหว่างทางเ้าตัวก็เอาแต่เงียบศิวะจึงไม่อยากจะซักไซ้ถามให้มากความ เพราะพอจะเดาออกว่าเป็เื่อะไร
มาถึงสนามบินแล้วทั้งสองก็ได้มีโอกาสคุยกันก่อนที่ไม่กี่นาทีจะถึงเวลาออกเดินทาง
“คุณฟ้าจะไปเชียงใหม่นานไหมครับ”
“ยังไม่รู้เลยครับ”
“ที่คุณบินไปเชียงใหม่กะทันหันอย่างนี้เพราะเื่ไอ้รบใช่ไหมครับ ผมขอโทษที่ทำให้คุณกับไอ้รบต้องทะเลาะกัน”
“ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกครับมันเป็ความผิดของผมเอง ที่เข้ามาในชีวิตคุณรบ”
“อย่าโทษตัวเองอย่างนั้นสิครับ คุณฟ้าไม่ผิดเลยแต่ไอ้รบนั่นล่ะผิด ที่เอาแต่ทำร้ายจิตใจคุณฟ้าตลอดผมเห็นแล้วก็อยากจะเป็ฝ่ายดูแลคุณฟ้าเสียเอง”
“คุณก็ดูแลผมอยู่แล้วนี่ครับเวลามีปัญหาคุณมักจะยื่นมือมาช่วยเหลือตลอด คงไม่มีใครที่จะดีเท่าคุณอีกแล้วขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมานะครับ”
“ผมเต็มใจครับ แต่ผมอยากดูแลคุณฟ้าในฐานะอื่นที่ไม่ใช่ญาติของสามีมันพอจะมีทางเป็ไปได้ไหมครับ” ศิวะจับมือเรียวขึ้นมาถือไว้จ้องมองด้วยแววตาที่จริงใจและจริงจัง
เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายคิดกับตนมากกว่าน้องสะใภ้เขียนฟ้าก็อึ้งเล็กน้อย แต่ก็พยายามฝืนยิ้มออกไป โน้มตัวเข้าไปกอดศิวะเพื่อขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา
“คนอย่างผมคงไม่เหมาะกับคุณศิวะหรอกครับคุณออกจะเป็ผู้ชายที่เพียบพร้อมขนาดนี้ ต้องมีคนที่เพียบพร้อมเช่นกันรอคุณอยู่ขอบคุณสำหรับความหวังดีที่มอบให้นะครับ แต่ผมคงรับไว้ได้แค่ในฐานะพี่ชายเท่านั้น”
“แต่ถึงอย่างไรผมก็ไม่ยอมแพ้หรอกจะต้องเอาชนะใจคุณฟ้าให้ได้สักวัน ที่ผมกล้าเพราะรู้ว่าไอ้รบมันทำเลวกับคุณมากแค่ไหนคนอย่างคุณฟ้าไม่ควรต้องมาเจอผู้ชายแบบนี้เลย ผมอยากจะเป็คนนั้นที่ทำให้คุณฟ้ามีความสุข”
“ขอบคุณอีกครั้งนะครับ แต่ผมให้คุณศิวะได้แค่ฐานะพี่ชายเท่านั้นจริงๆ หากมีโอกาสเราคงได้เจอกันอีกนะครับ ผมต้องขึ้นเครื่องแล้ว”
ศิวะก้มหน้าเศร้า ก่อนจะเงยขึ้นมามองใบหน้าหวานอีกครั้ง“ผมขอกอดคุณฟ้าอีกสักครั้งได้ไหมครับ”
“ได้สิครับพี่ชาย” เขาย้ำสถานะให้ศิวะฟังอีกครั้งเพื่อเตือนสติว่าให้ได้แค่นี้จริง ๆ ก่อนทั้งสองจะสวมกอดกันอีกครั้ง จากนั้นเขียนฟ้าก็เดินจากไปโดยที่ศิวะทำได้เพียงยืนมองตามหลังไปอย่างอาลัยอาวรณ์
ในขณะทั้งสองกำลังยืนสนทนากันอยู่นั้นมีสายตาคู่หนึ่งได้จ้องมาั้แ่ต้น ตอนแรกว่าจะมาร่ำลาเป็ครั้งสุดท้ายแต่พอเห็นคนทั้งสองสวมกอดกันก็ทำให้ธงรบโมโหหนักยิ่งขึ้น โกรธจนตัวสั่น ทำให้ความตั้งใจั้แ่แรกเปลี่ยนไปและเข้าใจว่าคนที่เป็พ่อของเด็กคงจะเป็ศิวะนั่นเองไม่เช่นนั้นคงไม่ถึงเนื้อถึงตัว อาลัยอาวรณ์กันอย่างนั้นแน่
ธงรบรู้ว่าการจากไปของเขียนฟ้าในครั้งนี้ ไม่ต่างจากการเลิกราเป็อย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน เขาจะลืมเื่ราวที่ผ่านมา ลืมว่าเคยมีเมียที่ชื่อเขียนฟ้าและจะไม่ยอมเซ็นใบหย่าให้อย่างแน่นอน แม้ว่าอีกฝ่ายจะอ้อนวอนขอร้องมากแค่ไหนก็ตามเพราะคนคนนี้ทำให้เขาเสียความรู้สึกมากเกินกว่าจะให้อภัยได้