"ใครน่ะ...นายหรือเปล่า?"
เสียงตั้งคำถามของคนคนนั้นดังขึ้นหลังจากดาวเหนือวาร์ปหนีมาที่ห้องของเขาได้เพียงเสี้ยววินาที ทั้งๆ ที่หนุ่มน้อยพยายามเก็บเสียงให้เงียบเชียบที่สุดแล้ว
"......................"
ดาวเหนือยังคงเงียบเขาอยากให้อีกฝ่ายเข้าใจว่ามันเป็เสียงแอร์ เสียงสัญญาณขาดๆ หายๆ ของทีวีเสียงนกบินชนกระจก หรือเสียงอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่เสียงการเคลื่อนไหวของเขาแต่จะว่าไป... เขาไม่มีร่างเนื้อสักหน่อย ทำไมหมอนั่นถึงได้...
"ฉันรู้นะว่านายอยู่ในห้องได้ถามรองหัวหน้าของนายหรือยังว่าคนที่ตาย... ชื่อหงสา ศักดิ์ศรีหรือเปล่า?"ก้อนดินพูดต่อไปอีก ชายหนุ่มยังคงนอนอยู่ที่พื้นรอคอยพยาบาลเคราะห์ร้ายสักคนที่จะเข้ามาแซะเขาขึ้นจากพื้น
"ผม...ยังไม่ได้ถาม แต่เดี๋ยวไปดูให้ก็ได้" ดาวเหนือตอบคำถามก่อนจะรีบตัดบทหนุ่มน้อยยมทูตฝึกหัดกลั้นใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะวาร์ปกลับไปที่ห้องไอซียูอีกครั้งพร้อมกับตั้งความหวังเล็กๆไว้ว่าไมเคิลกับมารสูทขาวจะแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเองแล้ว
"แจ้งทางตำรวจกับญาติคนไข้เลยนะ"คุณหมอวัยกลางคนถอนหายใจหนักๆ แล้วหันไปบอกพยาบาลที่ยืนอยู่ใกล้ๆตรงข้างเตียงคนไข้ผู้ถูกยมทูตนำดวงิญญาไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน
"นายสุดเขต...ไม่ใช่งั้นสินะ" ดาวเหนือก้มมองป้ายชื่อของชายผู้นอนพันผ้าพันแผลราวมัมมี่และสิ้นลมหายใจไปรับกรรมของตัวเองแล้ว
"แล้วก็ต้องวาร์ปไปบอกอีกงั้นสิ"ยมทูตฝึกหัดหนุ่มน้อยถอนหายใจระหว่างที่ยืนชั่งใจว่าจะวาร์ปกลับไปบอกก้อนดินดีหรือไม่เขาไม่ได้อยู่ในสถานะคนรับใช้ที่จะต้องคอยทำตามคำสั่งของใครไม่ใช่คนดีที่จะช่วยเหลือใครฟรีๆ และหมอนั่นก็ไม่ใช่คนดีที่ควรจะให้ความช่วยเหลือฟรีๆแบบนี้
ใช่...ถึงยังไงหมอนั่นก็เป็แค่คนใกล้ตาย ที่สุดท้ายก็ต้องไปใช้กรรมในนรกอยู่ดีถ้าหัวหน้าเก่าของหมอนั่นเป็คนดี ตายแล้วได้ไป์มันก็เป็เื่ช่วยไม่ได้ที่จะไม่ได้พบเจอกันอีก
"แกรู้ตัวรึเปล่าว่าตัวเองต่างจากยมทูตอื่นขนาดไหนน่าสงสารท่านยมนะ ที่มีลูกน้องอย่างแก!"
เสียงของมารสูทขาวดังขึ้นพร้อมการปรากฏตัวของเ้าของเสียง และแน่นอนว่าไม่ใช่แค่เขาเพียงคนเดียว...
"ท่านยมเลี้ยงฉันไว้ก็เพื่อให้ช่วยจัดการมารอย่างพวกแกไง!"
เสียงของไมเคิลดังตามมาติดๆพร้อมการปรากฏตัวของรองหัวหน้ายมทูต และแน่นอนว่านี่ไม่ใช่การปะทะคารมกันเฉยๆ
เคร้ง เคร้ง เคร้ง เคร้ง!!
เสียงคมหอกกับคมเคียวกระทบกันดังต่อเนื่องและทั้งคมหอกคมเคียวก็ขยับใกล้ดาวเหนือเข้ามาวินาทีต่อวินาที
"โอ๊ย!รุ่นพี่อย่ามาทางนี้สิครับ" ดาวเหนือถอยหลังหนีอย่างเร็วแล้วตัดสินใจวาร์ปหายไปจากตรงนั้น ก่อนที่คมเคียวจะวาดใส่ตรงที่เขาเคยยืนแค่เสี้ยววินาที
"แฮ่ก... แฮ่ก...แฮ่ก..." หนุ่มน้อยทรุดลงนั่งหอบอยู่ข้างผนังห้องพักฟื้นของก้อนดินความรู้สึกของเขาในตอนนี้ราวกับพึ่งรอดตายมาจากสมรภูมิแดนเถื่อนที่มีสองคนบ้าไร้สติกำลังห้ำหั่นกันอย่างเอาเป็เอาตาย และดูท่าว่าคงจะไม่เลิกราง่ายๆหากยังไม่มีใครคนใดวายชีวา
"นายไปถามรองหัวหน้ามาให้ฉันแล้วใช่ไหมขอบใจมาก เขาว่ายังไงบ้าง?" ก้อนดินถามขึ้นทันทีเสมือนคอยเพ่งจิตรออยู่แล้ว ไม่ว่าอีกฝ่ายจะกลับเข้ามาตอนไหนก็ตาม
"ฉันไปดูมาให้แล้วไม่ใช่... หัวหน้าเก่าของนาย" ดาวเหนือตอบทั้งที่ยังนั่งหอบอยู่อย่างน้อยก็เพื่อที่ก้อนดินจะได้ไม่ต้องซักถามอะไรอีก
"จริงเหรอ...ขอบใจนะ ฉันนึกว่านายจะไม่อยากทำตามคำขอร้องของคนเลวๆ อย่างฉันซะอีก"
คำพูดของก้อนดินทำเอาดาวเหนือถึงกับสะอึกนั่นสินะ... ถ้าไมเคิลกับมารสูทขาวนั่นไม่กลับเข้าไปตีกันในห้องไอซียูอีก เขาก็คงไม่ได้มาอยู่ตรงนี้หรอก
"ช่างเถอะ..."ดาวเหนือตอบกลับคำขอบคุณสั้นๆ เพราะคิดว่าตัวเองไม่สมควรจะได้รับมันเขาไม่ได้ตั้งใจจะทำเพื่อหมอนั่นสักหน่อย ก็แค่... ความจำเป็พาไป
แอ๊ดดดดด...
เสียงประตูห้องพักฟื้นที่เปิดออกเป็ดังราวกับเสียง์ในความรู้สึกของก้อนดิน เปล่าเลย... เขาไม่ได้หวังลมๆแล้งๆ ถึงพนักงานบริษัทประกันอีกแล้ว แต่หวังว่าจะมีใครสักคนใครก็ได้ที่จะช่วยพาเขากลับขึ้นไปนอนบนเตียงได้แม้ว่าคนคนนั้นจะทำได้แค่ตาลีตาเหลือกไปตามพยาบาลมาให้ก็ตามที
"ตายแล้ว!ทำไมเป็แบบนี้ล่ะคะ!?"
นับเป็โชคดีของก้อนดินที่บุคคลผู้เข้ามาพบสภาพอันน่าเวทนาของเขาในคราวนี้ คือคุณพยาบาลวัยกลางคนผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวและผ่านประสบการณ์ความพิสดารของคนไข้มานับไม่ถ้วนถึงแม้เธอจะต้องออกไปตามบุรุษพยาบาลอยู่พักหนึ่งแต่นั่นก็คงดีกว่าการนอนรอใครสักคนอย่างไร้จุดหมาย
"ขอบคุณมากๆ ครับขอโทษที่ทำให้วุ่นวายนะครับ ขอโทษจริงๆ ครับ ขอโทษครับ"
เสียงขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่าของก้อนดินเรียกให้ดาวเหนือหันไปมองเ้าของคำพูด แม้จะเห็นใบหน้าของเขาไม่ถนัดนักแต่จากน้ำเสียงที่ผ่านเข้ามายังรูหูซ้าย โดยที่ยังไม่ทะลุหูขวาออกไปก็ฟังดูจริงใจดี มันไม่ใช่แค่คำขอโทษขอไปทีอย่างคนที่ไม่รู้จักคำว่าสำนึกผิด
"เดี๋ยวต้องรอดูผลเอ็กซ์เรย์อีกทีนะคะว่ามีอะไรหักเพิ่มหรือเปล่า"
นั่นคือคำพูดที่คุณพยาบาลทิ้งท้ายไว้ก่อนจะออกจากห้องไป ทว่าหลังจากนั้นไม่กี่วินาที...
"ฮึบบบบบบ...อึ๊บบบบบ!!"
เสียงประหลาดจากคนบนเตียงเรียกให้ดาวเหนือหันไปมอง 'เขาคนนั้น' ซึ่งกำลังพยายามเอื้อมมือไปหยิบรีโมทบนโต๊ะตัวเดิมตัวเดียวกับที่เขาเคยเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือจนร่วงลงไปนอนอยู่บนพื้นหลายชั่วโมงก่อนหน้านี้
"อืม...พูดยังไม่ทันขาดคำ" ยมทูตหนุ่มน้อยส่ายหน้าเอือมระอา นี่ถ้าทำได้ล่ะก็เขาจะเตะหมอนั่นให้ตกเตียงเดี๋ยวนี้
...อ้อ!เขาขอถอนคำพูดที่ว่า คำขอโทษของหมอนั่นเจือความสำนึกผิดด้วยนะดูจากพฤติกรรมในตอนนี้ นอกจากจะไม่สำนึกผิดแล้ว ยังไม่เข็ดหลาบด้วย
"ท่าทางนายคงจะชอบนอนพื้นสินะ"ดาวเหนือคันปากยิบๆ จนอดประชดประชันแดกดันไม่ได้
"เปล่า...ฉันแค่อยากปิดทีวี" ก้อนดินตอบโดยที่ยังพยายามเอื้อมมือไปหยิบรีโมททีวีบนโต๊ะ
"ก็แล้วทำไมไม่บอกให้พยาบาลคนเมื่อกี๊ปิดให้?"ยมทูตหนุ่มน้อยถามโดยไม่คาดหวังว่าจะได้คำตอบที่มาจากความจริงใจของอีกฝ่ายโชคดีที่ยมทูตอย่างเขามีสกิลประเภทตรวจเช็คความสตอหลอรี่ของพวกมนุษย์ได้ เขาเลยไม่ต้องใช้สมองและประสบการณ์ในการพบเจอผู้คนวิเคราะห์ว่าคนคนนี้พูดจริงหรือโกหก
"เกรงใจแค่พาฉันขึ้นมานอน เค้าก็วุ่นวายกันพอแล้ว จะบอกว่ากลัวโดนดุด้วยก็ไม่ผิดหรอกนะพยาบาลคนนั้นหน้าดุจะตายชัก" ก้อนดินหัวเราะขื่นๆส่วนมือก็ยังพยายามไขว่คว้าหารีโมททีวีเหมือนเดิม
"อ้อ...ถ้านายลงไปนอนพื้นอีกรอบ เค้าคงจะไม่ลำบากกันสินะ" ดาวเหนือพยักหน้ายิ้มๆซึ่งแน่นอนว่าหนีไม่พ้นรอยยิ้มแนวกระทบกระแทกแดนดัน
"แปลว่าฉันจะตกเตียงอีกรอบใช่ไหมหรือว่าฉันจะหัวโหม่งพื้นตาย นี่นายมารอรับิญญาฉันงั้นเหรอ?" ก้อนดินตั้งคำถามรัวๆ และไม่มีทีท่าว่าจะหวาดกลัวความตายเหมือนอย่างที่ดาวเหนือเคยเข้าใจ
"เปล่า..."ยมทูตฝึกหัดตอบสั้นๆ เป็การตัดบท แล้ววาร์ปมาตรงข้างเตียงผู้ป่วยตาชำเลืองมองรีโมททีวีบนโต๊ะคร่อมเตียงล้อเลื่อนที่มีไว้สำหรับให้ผู้ป่วยใช้กินข้าว
...เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่ากะอีแค่รีโมททีวีเบาหยอง ตัวเองจะใช้พลังจิตยกมันได้หรือเปล่า
"อะไร? จะช่วยฉันเหรอ? ถ้าใช่ก็ขอบใจนะ"ก้อนดินยิ้มกว้างให้ดาวเหนือ และแม้จะแกล้งทำเป็จดจ่ออยู่กับรีโมททีวีแต่ยมทูตหนุ่มน้อยก็อดชำเลืองมองรอยยิ้มนั้นไม่ได้
ถ้าคนคนนี้ไม่ใช่เหยื่อที่เขาจะต้องนำดวงิญญาไปลงนรกล่ะก็เขาคง... ปล่อยใจให้หวั่นไหวไปกับรอยยิ้มนั้นแล้ว
ขลุก ขลุก... ขลุก ขลุก...
เสียงรีโมททีวีขยับไปมาบนโต๊ะก่อนจะลอยขึ้นช้าๆ จากพลังจิตของดาวเหนือทำเอาก้อนดินถึงกับต้องยื่นหน้าเข้ามาจับจ้อง ซ้ำยังทำตาโตได้อย่างน่าหมั่นไส้ดาวเหนือรู้ว่าชายหนุ่มกำลังทึ่งและตื่นเต้นในความสามารถของเขาจริงๆแต่ถึงจะเป็อย่างนั้น เขาก็อดคิดแผนแกล้งอีกฝ่ายไม่ได้อยู่ดี
โป๊ก!!
รีโมททีวีหล่นลงบนหัวของก้อนดินก่อนจะปลิวไปกระแทกเฝือกแขนของเขา แล้วร่วงลงไปนอนบนเตียงข้างตัวชายหนุ่มและทั้งที่เขาควรจะบ่นอะไรสักหน่อย แต่ก้อนดินก็เลือกที่จะหยิบมันมากดปุ่มปิดทีวีปิดท้ายด้วยการหันมายิ้มให้ดาวเหนืออีกครั้ง
"ขอบใจนะคุณยมทูตไม่สิ... น่าจะต้องพูดว่าขอบคุณมากกว่า นายคงแก่กว่าฉันสินะ"
คำพูดของก้อนดินทำเอาดาวเหนือหันขวับมาถลึงตาใส่ชายหนุ่ม ท่าทางราวกับอยากจะกินหัวคนพูดคำว่า 'แก่'
"ผมไม่ได้แก่กว่าคุณไม่-ได้-แก่-กว่า" หนุ่มน้อยย้ำชัดหนักแน่นตรงประโยคหลังจนก้อนดินอดหัวเราะขำไม่ได้ ทว่าไม่ทันที่ดาวเหนือจะได้โวยวายอะไรต่อ
"มาหลบอยู่ตรงนี้เองนึกว่าหายไปไหน"
เสียงของไมเคิลดังแทรกขึ้นทำเอาดาวเหนือสะดุ้งเฮือก หนุ่มน้อยไม่คิดว่ารุ่นพี่จอมโหดจะมาปรากฏตัวที่นี่ตอนนี้ และแม้ฝ่ายนั้นจะไม่ได้เดินลากเคียวมาด้วยแต่ดาวเหนือก็ไม่กล้าถามว่าการต่อสู้เมื่อครู่จบลงเช่นไร
"เอ่อ... ครับขอโทษครับ... รุ่นพี่" เขายิ้มเจื่อนๆ ระหว่างที่ผละจากเตียงของก้อนดินเดินไปหาไมเคิลเหมือนตัวเองเป็มนุษย์ธรรมดาคนนึงที่ไม่ใช่ยมทูต
"ไม่เป็ไรอยากมาดูเหยื่อที่ต้องมารับตัวไปลงนรกสินะ ผมพอเข้าใจความรู้สึกตอนเป็เด็กใหม่แบบนาย ผมก็เป็"
คราวนี้คำพูดของไมเคิลทำเอาทั้งดาวเหนือและก้อนดินชะงักไปพร้อมกันก่อนที่ยมทูตฝึกหัดหนุ่มน้อยจะเป็ฝ่ายตั้งสติได้ก่อน
"เดี๋ยวสิครับรุ่นพี่!!หมอนั่นมองเห็นเรา แถมยังได้ยินเื่ที่พวกเราพูดด้วย แบบนี้จะไม่เป็ไรเหรอครับ?"
ถ้าจะให้พูดตามตรงก็คือ...คำพูดของหนุ่มน้อยยมทูตฝึกหัดนั้น ดูจะทำให้สถานการณ์แย่ลงกว่าเดิมมากกว่า
"ไม่แปลกนี่...ปกติคนใกล้ตายก็มองเห็นพวกเราอยู่แล้ว" ไมเคิลยักไหล่ ก่อนจะตัดบทขรึมๆ"ไปกันได้แล้ว เรามีงานต้องทำอีก"
คำสั่งของรองหัวหน้ายมทูตทำให้ดาวเหนือจำใจต้องวาร์ปตามไมเคิลออกมาจากห้องพักฟื้นของก้อนดินน่าแปลกที่เขากลับนึกห่วงความรู้สึกของชายหนุ่มว่าจะคิดยังไงหลังจากได้ยินคำพูด...ที่บ่งบอกว่าตัวเองกำลังจะตาย
"ยังมีคนในห้องนี้ที่ต้องส่งดวงิญญาลงนรกอีกเหรอครับ?"ยมทูตหนุ่มน้อยถามขึ้นเมื่อเห็นว่าไมเคิลพาเขาวาร์ปกลับมาที่ห้องไอซียูอีก
"เปล่า...แต่มีดวงิญญาไม่ถึงฆาตที่พวกมารจ้องจะมาพาตัวไป เราต้องกางวงเวทย์ป้องกัน"
คำตอบของรองหัวหน้ายมทูตทำเอาดาวเหนือขมวดคิ้วนิ่วหน้าฉงนฉงาย เพราะไม่เคยได้ยินเื่แบบนี้มาก่อนนี่ถ้าเขากับไมเคิลเป็มนุษย์ปกติธรรมดาบนโลก ก็ยังพอเข้าใจได้ว่าอีกฝ่ายเมากัญชาเอ... หรือรุ่นพี่จะเมาหอกจากการต่อสู้เมื่อครู่กันแน่
"หมายความว่าไงครับ?"หนุ่มน้อยถามขึ้น และหันไปมองคนไข้ไอซียูผู้เป็เป้าหมายในการกางวงเวทย์ครั้งนี้ก่อนจะชะงักไปกับชื่อบนป้ายรัดข้อมือที่พิมพ์ว่า 'หงสาศักดิ์ศรี'
"ผมก็หมายความตามที่พูดไง"ไมเคิลตอบคำถามด้วยคำตอบที่ไม่ได้ช่วยให้ความสงสัยในสมองของดาวเหนือกระจ่างแจ้งขึ้นแม้เพียงเศษเสี้ยว... โอเค! เขาผิดเอง ที่ดันถามรุ่นพี่ออกไปแบบนั้น
"ผมหมายถึงทำไมพวกมารต้องมาเอาดวงิญญาเค้าไปด้วยล่ะครับ?"ดาวเหนือเปลี่ยนมาป้อนทีละคำถาม
"เพราะคนคนนี้เป็บุคคลที่พวกมารคัดเลือกแล้วว่าควรเอาเข้าเป็พวก" ไมเคิลตอบไปตามที่รู้ซึ่งก็ไม่ได้ให้ความกระจ่างเพิ่มขึ้นสักเท่าไหร่
"แล้วทำไมพวกมารถึงอยากให้คนคนนี้เข้าเป็พวกล่ะครับ?"ดาวเหนือถามอีก
"ผมเป็ยมทูตไม่ใช่พวกมาร ไว้เจอกันคราวหน้าก็ลองถามพวกมันดูสิ"
น้ำเสียงราบเรียบกับใบหน้าเรียบเฉยของไมเคิลทำเอาดาวเหนือถึงกับเหงื่อตก จนต้องเปลี่ยนเื่ถามเพราะไม่มั่นใจว่าอีกฝ่ายจะเรียกเคียวขึ้นมาเกี่ยวหัวเขาหรือเปล่า
"เอ่อ...แล้วการกางวงเวทย์ช่วยอะไรเขาได้หรือครับ ผมพึ่งรู้ว่าพวกเราทำแบบนี้ได้ด้วย"หนุ่มน้อยปิดท้ายประโยคด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ
"มีแค่หัวหน้ากับรองหัวหน้ายมทูตเท่านั้นที่ใช้วงเวทย์ประเภทนี้ได้"ไมเคิลตอบ พร้อมกับยื่นแขนซ้ายออกไปข้างหน้าและกางมือออกครบ 5 นิ้ว ก่อให้เกิดแสงสีน้ำเงินเป็วงกลมที่มีสัญลักษณ์รูปดาว 8 แฉกล้อมรอบตัวคนไข้คนนั้น
"แล้ว...มันจะช่วยเขาได้ยังไงเหรอครับ?" ดาวเหนือยังคงรับบทเ้าหนูจำไมต่อไป
"ตราบใดที่วงเวทย์นี่ยังไม่สลายพวกมารก็จะเข้าไปเอาดวงิญญาออกมาไม่ได้ เพียงแต่เราต้องมาเช็คทุกๆ เที่ยงคืนว่ามีเส้นไหนของวงเวทย์หายไปหรือเปล่า หน้าที่นั้นผมยกให้นายก็แล้วกันนะ"
คำสั่งของไมเคิลทำเอาดาวเหนือยืนอ้าปากค้างในเมื่ออยู่ดีๆ ก็มีภารกิจหล่นใส่หัวซะอย่างนั้น
"ผม... ระ...เหรอครับ ตะ... แต่ผมเติมวงเวทย์ไม่เป็นะครับ เกิดมีเส้นหายไปผมจะทำยังไงล่ะครับ!?" หนุ่มน้อยถามย้ำตะกุกตะกักพลางจิ้มนิ้วชี้ที่อกตัวเอง
"ไม่ต้องห่วงผมจะให้นายถือเคียวของผมมาด้วยนายแค่ใช้ด้ามเคียวเติมให้มันเต็มเหมือนเดิมก็เรียบร้อย" ไมเคิลอธิบายฟังดูง่ายดายเหมือนปอกกล้วยยื่นให้ลิงที่อิ่มแล้ว
"เอ่อ...ครับรุ่นพี่" ยมทูตฝึกหัดรุ่นน้องยิ้มเจื่อนๆ รับคำเหงื่อเม็ดโป้งยังติดอยู่บนหน้าผากจนหนุ่มน้อยนึกสงสัยว่ายมทูตมีเหงื่อไว้เพื่อการณ์นี้เท่านั้นน่ะเหรอ
"เข้าใจก็ดีใกล้เวลาเคสถัดไปแล้ว ไปกันได้แล้ว" รองหัวหน้ายมทูตตัดบทขรึมๆแล้วพาดาวเหนือวาร์ปหายไปจากห้องไอซียูของโรงพยาบาล
ท่ามกลางเงามืดของราตรีที่คืบคลานเข้ามามีเ้าของลมหายใจที่ขาดหายอยู่มากมายเหลือเกินในเมืองหลวงที่หลายคนมองว่ามันไม่ได้ศิวิไลซ์อีกต่อไป ทั้งไมเคิลและดาวเหนือกลับมาทำหน้าที่ต่อเนื่องชนิดที่แทบไม่มีเวลาหยุดพักอีกครั้ง จนกระทั่งเวลาเที่ยงคืนมาถึง...
"ได้เวลาแล้วฝากด้วยนะ... เด็กใหม่ ไว้เจอกันตอนตี 1 ตรงประตูยมโลกเวลาที่เหลือนายก็พักผ่อน เดินเล่นแก้เครียดไปแล้วกัน"ไมเคิลยื่นเคียวของตัวเองให้ยมทูตรุ่นน้อง แล้ววาร์ปหายไปจากตรงนั้นทันที
"เฮ้อ...คร้าบๆ" หนุ่มน้อยถอนหายใจพลางรับคำเสียงเนือยแม้เ้าของคำสั่งจะไม่ได้ยินมันแล้วก็ตาม แต่ก็เพราะไม่ได้ยินนั่นแหละเขาถึงทำแบบนี้ได้ไงล่ะ
"ยังอยู่ครบโชคดีไป" ดาวเหนือถอนหายใจอีกครั้งเมื่อเห็นวงเวทย์ฝีมือไมเคิลยังอยู่ครบถ้วนดีทุกเส้นทุกแฉกหนุ่มน้อยกำลังเป็กังวลอยู่พอดีว่า หากมีเส้นใดเส้นหนึ่งหายไปแล้วเขาดันเติมเส้นเบี้ยว... อะไรจะเกิดขึ้น!?
"ทำอะไรต่อดีล่ะให้พักผ่อน เดินเล่นแก้เครียดตอนเที่ยงคืนเนี่ยนะมันใช่เื่ไหมครับรุ่นพี่" เขายืนเคว้งคว้างอยู่กลางห้องไอซียูอันน่าหดหู่ไม่ว่ามองไปทางไหนก็เห็นแต่ผู้ป่วยหนักใส่เครื่องช่วยหายใจ ทว่าจะออกไปเดินเล่นแก้เครียดนอกห้องนี้หนุ่มน้อยก็หวั่นเกรงว่าจะเจอผีในโรงพยาบาล
...ถึงจะเป็ยมทูตเขาก็กลัวผีนะเฟ้ย!
"ห้างก็ปิดแล้วสวนสาธารณะก็อาจจะมีผี ไปไหนดีฟะเนี่ย?" ดาวเหนือยืนเกาหัวแกรกๆหลอกตัวเอง ทั้งๆ ที่ในใจมีคำตอบอยู่แล้ว
วาบ!
ในที่สุด เขาก็ตัดสินใจทำตามที่เสียงหัวใจเรียกร้องด้วยการวาร์ปมายังห้องที่ใครคนหนึ่งน่าจะกำลังนอนหลับอยู่
"เฮ้ยยยย!!"
"เฮ้ยยยย!!"
เสียงร้องสองเสียงดังประสานขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายจากอาการใเมื่อตาประสานตาภายใต้แสงสลัวของโคมไฟและแสงจากทีวีบนผนังห้อง
"นี่คุณไม่หลับไม่นอนรึไงเที่ยงคืนแล้วนะเฟ้ย!!" ดาวเหนือเป็ฝ่ายโวยวายขึ้นก่อน
"ฉันรอนายมารับเคียวนั่นเอามาเกี่ยวิญญาฉันใช่ไหม?" ก้อนดินใช้มือที่ไม่ได้ใส่เฝือกชี้ไปที่อาวุธยมทูตในมือดาวเหนือ
"ไม่ใช่เฟ้ย!!"ยมทูตหนุ่มน้อยตอบสวน แล้วรีบเก็บเคียวให้กลับไปอยู่ในรูปแบบปากกา
"ล้ำมาก! มันมีปุ่มกดเหรอหรือว่าต้องใช้พวกพลังจิต เวทมนตร์อะไรแบบนี้?" ก้อนดินมองปากกาในมือดาวเหนือพลางทำท่าตาโตได้อย่างน่าหมั่นไส้จนยมทูตหนุ่มน้อยคันไม้คันมืออยากพุ่งปากกาไปจิ้มให้เืทะลัก
"ยุ่งน่า!ผมไม่ได้มารับิญญาคุณ คุณยังไม่ได้ถึงฆาตวันนี้"
ท่าทางฮึดฮัดฟึดฟัดของดาวเหนือทำเอาก้อนดินหัวเราะขบขัน ทั้งที่ลึกๆข้างในดวงตาของเขาไม่ได้บ่งบอกว่ากำลังหัวเราะอยู่เลย
"แล้วฉัน...จะถึงฆาตวันไหนงั้นเหรอ?" ก้อนดินยังคงวนเวียนซักถามเกี่ยวกับวันตายของตัวเอง
"บอกไม่ได้!มันเป็กฎของยมทูต" ดาวเหนือตัดบทอีก
"งั้น... ฉันจะตายแบบไหนเหรอ?"ชายหนุ่มเปลี่ยนคำถาม ถึงอย่างนั้นก็ยังวนเวียนกับเื่ตายๆอยู่เหมือนเดิม
"ก็บอกว่าบอกไม่ได้มันเป็กฎไงเล่า" ยมทูตหนุ่มน้อยหงุดหงิดหนักขึ้น
"แล้วนายมาที่นี่ทำไมกันล่ะถ้าไม่ได้มารับิญญาฉัน?"
คราวนี้คำถามของก้อนดินทำเอาดาวเหนือถึงกับชะงักแน่ล่ะ! ในเมื่อแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้เลยว่า วาร์ปมาที่นี่ทำไม และมาทำอะไร
"ผม... เอ่อ...วาร์ปมาผิดที่น่ะ แบบว่าหลงกับรุ่นพี่ไง คุณก็เคยเห็นนี่"หนุ่มน้อยเอาเื่เมื่อตอนเย็นกลับมาเล่าซ้ำ เสมือนมันพึ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆอีกครั้ง ทั้งทีไม่ใช่
"คงไม่ใช่ว่า...มารับหัวหน้าเก่าฉันใช่ไหม?" ก้อนดินสูดลมหายใจลึกๆแล้วตัดสินใจถามคำถามบีบหัวใจนั้นออกมาอีกครั้ง
"เปล่า...รองหัวหน้าบอกว่าคนคนนั้นยังไม่ถึงฆาต คุณนี่เซ้าซี้จัง"
คำตอบของดาวเหนือทำให้ก้อนดินยิ้มกว้างออกมาอีกครั้งเพียงแต่คราวนี้ดวงตาของเขาเจือความรู้สึกโล่งอกเอาไว้ด้วย
"งั้นก็ไม่เป็ไรถึงฉันจะตาย แต่ถ้าลูกพี่ยังอยู่ก็โอเค ดีเลย! เดี๋ยวตอนเช้าฉันจะได้ไปเยี่ยมลูกพี่" ก้อนดินพูดด้วยความรู้สึกแบบนั้นจริงๆ
"คุณนี่พิลึกคนจริงๆ"ยมทูตฝึกหัดดาวเหนือมองชายหนุ่มด้วยความรู้สึกตามอย่างที่พูดเช่นกัน
"ทำไมล่ะ?"ก้อนดินถามยิ้มๆ โดยที่ความรู้สึกดีใจข้างในแววตายังไม่จางหายไป
"คุณไม่กลัวตายเลยหรือไง?"ยมทูตฝึกหัดหนุ่มน้อยตัดสินใจถามสิ่งที่ค้างคาอยู่ในความรู้สึก
"มัน... ก็กลัวนะเพราะไม่รู้ว่าชีวิตหลังความตายมันเป็ยังไง แล้วฉัน...ต้องไปเจอกับอะไรบ้าง" ก้อนดินตอบคำถามไปตามความจริง
"อ้อ...มีนรกหลายสิบขุมรอคุณอยู่เลยล่ะ" ดาวเหนือยิ้มมุมปากคล้ายสะใจที่ได้บอกเื่นี้ให้อีกฝ่ายรับรู้
"งั้นเหรอ...นั่นสินะ" ก้อนดินยิ้มเจื่อนๆ ก่อนจะตั้งคำถามต่อไป "แล้วนายน่ะก่อนจะเป็ยมทูต นายเป็อะไรมาก่อนเหรอ?"
"ผมก็เป็คนธรรมดาคนนึงที่เกิดมาเป็คนไทย แล้วก็... ใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ นี่แหละ"
ไม่รู้อะไรดลใจดาวเหนือให้ตอบความจริงออกมาแบบเปิดใจและเปิดอกทั้งที่เขาไม่เคยคิดอยากบอกเื่ราวพวกนี้ให้ใครได้รับรู้
"แล้ว...นายตายเพราะอะไรเหรอ?"
คำถามล่าสุดของก้อนดินทำเอายมทูตดาวเหนือถึงกับชะงัก