บันทึกราชันย์เทพอสูร

    เล่มที่ 3 บทที่ 66 มึนงงแล้ว

            เหลยจั๋วและเจียงหมิง ทั้งสองคนก็เริ่มลงสู่สนามแข่งแล้วสี่ครอบครัวสู้กันจนเลือดซิบกระทั่งราคาพุ่งขึ้นไปถึงสามแสนสองหมื่นเหรียญจิตอสูรจึงได้หยุด

            “เนี่ยหลี นี่เป็นยาเสริมพลังวิญญาณอันล้ำค่า เจ้าไม่เตรียมแข่งราคาหรือ?” เนี่ยไห่ถูมือแล้วถูมืออีก จ้องมองเนี่ยหลีด้วยท่าทางกระตือรือร้นยิ่งหากยาชุดนี้ถูกเนี่ยหลีประมูลได้ ย่อมดีกว่าปล่อยให้บ้านอื่นได้ไป

            “ข้าไม่สนใจ ข้าซื้อของมาหลายอย่างแล้ว ต้องให้โอกาสผู้อื่นบ้างไม่เช่นนั้น มีคนประมูลได้อยู่คนเดียวคงน่าเบื่อแย่” เนี่ยหลีพูดเบาๆ

            เนี่ยไห่ได้แต่ยิ้มขื่นยาเสริมพลังวิญญาณนี้เป็นของดีที่สามารถช่วยส่งเสริมการฝึกยุทธ์ให้แก่เด็กรุ่นใหม่ของตระกูลได้อย่างแน่นอนเขาพลันนึกถึงเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้ในเมื่อยาเหล่านี้ผลิตจากสมาคมนักปรุงยาวิเศษ และเนี่ยหลีก็มีความสัมพันธ์อันดียิ่งกับหยางซินไม่มีเหตุผลที่หยางซินจะไม่ให้ยาเหล่านี้แก่เนี่ยหลีบ้างเลย มิน่าเล่าเนี่ยหลีจึงไม่สนใจยาเหล่านี้

            “เนี่ยหลี ท่านผู้อำนวยการหยางแบ่งยาให้เจ้าบ้างหรือไม่?” เนี่ยไห่เอ่ยถามเสียงต่ำ

            “มีบ้าง ยาเหล่านั้นล้วนเป็นข้าขอมาจากพี่หยาง ท่านประมุขคงไม่คิดแย่งแม้กระทั่งของพวกนี้ไปจากข้าหรอกนะหากเป็นเช่นนั้น ข้าจะฟ้องพี่หยาง!” เนี่ยหลีกระพริบตาปริบๆและพูดน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาแฝงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แม้เขาได้ตัดสินใจไว้แล้วว่าจะมอบยาส่วนหนึ่งให้แก่ตระกูลทว่าได้แกล้งแหย่ท่านประมุขเช่นนี้บ้างก็เป็นเรื่องที่น่าขำเรื่องหนึ่ง

            “จะเป็นไปได้อย่างไร!” เนี่ยไห่คิดอยากร้องไห้หากเนี่ยหลีรายงานให้ผู้อำนวยการหยางทราบความร่วมมือกันระหว่างตระกูลเทียนเหินและสมาคมนักปรุงยาวิเศษก็คงต้องล้มเหลวลงแล้ว “ข้าหมายความว่า ในเมื่อท่านผู้อำนวยการหยางมอบยาให้เจ้าไว้ เจ้าก็ต้องเก็บรักษาให้ดีอย่าปล่อยให้ถูกขโมยไปได้!”

            “อ๋อ ข้าเข้าใจท่านประมุขผิดไปนั่นเอง ขอบคุณท่านประมุขที่เป็นห่วง!” เนี่ยหลีพยักหน้าหงึกๆ

            เนี่ยไห่ยิ้มขื่นและหันหน้ากลับไป เด็กสมัยนี้ช่างรับมือด้วยยากเสียจริงคิดจะเอาผลประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ มาจากมือของเนี่ยหลี ช่างยากเย็นนัก! ภายในใจของเนี่ยไห่ราวกับสะสมไปด้วยน้ำขมสักบ่อหนึ่ง

            การแข่งขันสำหรับยาชุดแรกเหลยจั๋วประมูลได้ในราคาที่สามแสนสองหมื่นเหรียญจิตอสูร ตามมาด้วยชุดที่สองชุดที่สาม ชุดที่สี่ และชุดที่ห้า แต่ละครั้ง เนี่ยไห่คิดอยากแข่งด้วยทว่าราคายากลับเพิ่มสูงขึ้นมาถึงกว่าสามแสนเหรียญจิตอสูรแล้ว

            เนี่ยไห่หดหู่ใจยิ่ง หากเขาซื้อยาเสริมพลังวิญญาณชุดหนึ่งก็จะไม่มีเงินพอสำหรับยารวมสมาธิ ได้แต่มองดูประมุขบ้านอื่นๆ แย่งกันในใจก็แอบหลั่งน้ำตาออกมาแล้ว

            “เจ้าพวกประมุขกลุ่มนี้ร่ำรวยเกินไปแล้ว!” เนี่ยไห่ครุ่นคิดเคืองใจไม่ว่าอย่างไร ตระกูลเทียนเหินผ่ายผอมเกินไปเพิ่งได้ร่วมงานกับสมาคมนักปรุงยาวิเศษ หนี้สินที่เคยมีก็เพิ่งคืนได้หมดเมื่อเทียบกับตระกูลอิ๋นหู่ ตระกูลเถี่ยเหมินและบ้านอื่นๆ แล้วมรดกตกทอดของพวกเขายังคงอุดมสมบูรณ์อยู่มาก

            เห็นคนเหล่านี้แข่งขันกันอย่างดุเดือดเพื่อยาวิเศษเนี่ยหลีแอบพูดไม่ออกแล้ว การค้ายาวิเศษนี้ช่างทำเงินได้ดีจริงๆ! ไม่ว่าอย่างไร เงินที่ได้จากการประมูล เมื่อหักค่าธรรมเนียมประมูลแล้วย่อมเป็นของเขาอยู่ถึงสามสิบส่วน! เนี่ยหลีย่อมดีใจที่ได้เห็นแต่ก็ไม่ได้เข้าไปร่วมวงด้วยแม้เขาจะสามารถเข้าร่วมวงประมูลเพื่อปั่นราคาให้สูงขึ้นทว่าเงินจำนวนน้อยนิดเพียงเท่านี้ช่างไร้ความหมายต่อเนี่ยหลีที่มีเงินนับร้อยล้านเหรียญจิตอสูรอยู่ในมือ

            ขณะนั่งมองยาทีละชุดๆ ถูกประมูลไปอยู่ในมือของผู้อื่นตัวเองไม่มีส่วนได้สักนิด เนี่ยไห่ที่อยู่ด้านข้างหดหู่ใจจนจินตนาการได้เลยทีเดียว

            หลังจากที่ยาชุดที่ห้าถูกประมูลออกไป การต่อสู้เข้มข้นก็ซาลงเล็กน้อยแม้ราคามิได้ตกลงไปต่ำกว่าสามแสนเหรียญจิตอสูรก็ตาม

            “ท่านประมุขเนี่ยไห่ ข้าเห็นบ้านท่านไม่ค่อยกระตือรือร้นบอกราคา ไม่สนใจยาเสริมพลังวิญญาณหรือ?” ฉือเฟิงที่อยู่ด้านหนึ่งเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย

            “ข้า...” เนี่ยไห่พูดไม่ออกจริงๆเขาอยากบอกว่าเขาไม่มีเงิน แต่คำถามคือพวกฉือเฟิงจะเชื่อหรือไม่?

            ก่อนหน้านี้ คนที่จ่ายเงินมากมายคือเนี่ยหลี มิใช่เขา!

            ลี่หยวนครุ่นคิดและพูดว่า “ท่านประมุขเนี่ยไห่มีความสัมพันธ์อันดีกับสมาคมนักปรุงยาวิเศษคงต้องสามารถซื้อยาวิเศษหลายอย่างได้ในราคาพิเศษ หากมียาวิเศษราคาต่ำจริงๆประมุขเนี่ยไห่ ท่านห้ามลืมพวกเราเด็ดขาดเชียวตราบใดที่ราคาไม่เกินสามแสนเหรียญจิตอสูร มีเท่าไหร่พวกเราล้วนต้องการ!”

            “ข้า... นั่น... ตกลง” เนี่ยไห่ฝืนตอบต่อให้เขาปฏิเสธ เกรงว่าทั้งฉือเฟิงและลี่หยวนก็คงไม่เชื่อเขาได้แต่หันไปทางเนี่ยหลี

            เห็นสายตาหดหู่ใจของเนี่ยไห่ เนี่ยหลีกระพริบตาปริบๆ ทำหน้าไร้เดียงสาเขายังต้องการแหย่เจ้าเฒ่าขี้เหนียวผู้นี้อยู่ผู้ใดใช้ให้เขาชอบทำหน้าเหม็นใส่เขาในชาติที่แล้วเล่า!

            ยาเสริมพลังวิญญาณชุดสุดท้ายถูกขายออกไปแล้ว เหลยจั๋วได้ยาไปสามชุดเจียงหมิงได้สองชุด ลี่หยวนและฉือเฟิงได้คนละชุดที่เหลืออยู่ในมือของพวกพ่อค้าที่ร่ำรวย

            “ลำดับต่อไปคือยารวมสมาธิ!”

            ทันทีที่ได้ยินคำว่ายารวมสมาธิ บรรยากาศทั่วห้องประมูลก็ดุเดือดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งต้องทราบว่ายารวมสมาธินี้ใช้ได้ผลดีกับผู้ควบคุมจิตอสูรระดับเงินและระดับทองโดยเฉพาะพวกที่ติดขัดอยู่กับระดับเดิมมาเป็นเวลานาน ยิ่งเป็นที่ต้องการเป็นอย่างมากยารวมสมาธิเม็ดหนึ่งก็เปรียบเหมือนโอกาสที่จะสามารถสร้างผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองขึ้นมาได้ผู้หนึ่งกระทั่งยังช่วยให้ผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองมีโอกาสที่จะทะลุทะลวงฝ่าจุดติดขัดของตนขึ้นไปถึงระดับทองดำได้! ความล่อใจเช่นนี้ย่อมพอจะจินตนาการถึงได้

            “สามแสนห้าหมื่นเหรียญจิตอสูร เริ่มได้!” แม่นางน้อยผู้ดำเนินการประมูลประกาศขึ้นเสียงดัง

            “สามแสนหกหมื่นเหรียญจิตอสูร!”

            “สามแสนเก้าหมื่นเหรียญจิตอสูร!”

            ...

            เพียงไม่นาน ราคาก็พุ่งขึ้นไปถึงกว่าห้าแสนเหรียญจิตอสูรแล้วและยังคงไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ เมื่อเห็นว่าอีกไม่นานราคาก็จะพุ่งขึ้นไปถึงหกแสนเหรียญจิตอสูรราคานี้ทำเอาเนี่ยไห่ทำตัวไม่ถูกเสียแล้วเขาคิดว่าเงินหกแสนเหรียญจิตอสูรจะเพียงพอให้ซื้อยารวมสมาธิสักชุดหนึ่ง คิดไม่ถึงสักชุดก็ซื้อไม่ได้

            หากรู้มาก่อนว่าจะเป็นเช่นนี้ เขาคงซื้อยาเสริมพลังวิญญาณไว้สักชุดหนึ่งแทนหรือจำต้องกลับบ้านมือเปล่าเสียแล้ว? เนี่ยไห่หดหู่ใจแทบตายแล้วคนเหล่านี้ก็บ้าเกินไป ยาสมุนไพรสิบเม็ดกลับแพงถึงเพียงนี้นี่ยังจะมีเหตุผลอยู่อีกหรือไม่? สมาคมนักปรุงยาวิเศษได้กำไรมากมายเกินไปแล้ว!

            ในใจของเนี่ยไห่ไม่เป็นสุขแล้ว แต่ผู้ใดใช้ให้ตระกูลเทียนเหินต้องตกอยู่ในสภาพย่ำแย่ที่สุดในหมู่ครอบครัวขุนนางถึงเพียงนี้กันเล่าก่อนหน้านี้พวกเขายังต้องขายทรัพย์สมบัติอันเป็นมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษออกไปเป็นจำนวนมากเพื่อใช้หนี้ใช้สินและเวลานี้ เงินหกแสนเหรียญจิตอสูรถือเป็นจำนวนเงินสูงสุดที่สามารถใช้ได้แล้ว

            หกแสนห้าหมื่น!

            ยารวมสมาธิชุดแรกถูกขายออกไปที่ราคาหกแสนห้าหมื่นเหรียญจิตอสูร!

            เนี่ยไห่และเนี่ยเอินมองหน้ากันพร้อมยิ้มขื่น นับวันก็ยิ่งหดหู่ใจขณะหันไปมองเหลยจั๋วเก็บยารวมสมาธิชุดหนึ่งเข้าถุงไป

            “เนี่ยหลีเอ๋ย!” ผู้อาวุโสเอินที่อยู่ด้านหนึ่งในที่สุดก็ทนไม่ได้ขึ้นมาแล้วเขาพูดกับเนี่ยหลี “เจ้าจะช่วยพวกเราซื้อยารวมสมาธิมาสักชุดหนึ่งได้หรือไม่? เงินจำนวนนี้ถือว่าพวกเราเป็นหนี้เจ้าพวกเราจะรีบคืนเงินให้เจ้าในอนาคตข้างหน้า!” เนี่ยหลีสามารถโยนเงินสองล้านเหรียญจิตอสูรออกมาได้โดยไม่กระพริบตาเงินแค่หกแสนห้าหมื่นเหรียญจิตอสูร คงเป็นเพียงปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นกระมัง

            หากเนี่ยไห่เป็นฝ่ายเอ่ยปาก เนี่ยหลีคงไม่ไว้หน้าเขาอย่างแน่นอนแม้เนี่ยไห่จะเป็นประมุขของตระกูลเทียนเหิน ทว่าในชีวิตหนก่อนเขาห่างเหินกับเนี่ยหลีนัก ทว่าเนี่ยเอินนั้นไม่เหมือนกันก่อนเมืองกวงฮุยจะล่มสลาย เนี่ยเอินช่วยปกป้องครอบครัวของเนี่ยหลีมาโดยตลอดดังนั้นเนี่ยหลีจึงยังคงมีความเคารพต่อเนี่ยเอินอยู่

            “ผู้อาวุโส ในเมื่อท่านเป็นฝ่ายเอ่ยปาก เรื่องนี้ย่อมไม่มีปัญหาทว่ายารวมสมาธินี้ ไม่จำเป็นต้องซื้อหาจริงๆ” เนี่ยหลียกมือขวาขึ้นคราหนึ่งหยิบขวดลายครามขนาดใหญ่ออกมาหลายใบจากแหวนมิติ ยัดลงในมือของเนี่ยเอินและพูดว่า “นี่คือยาเสริมพลังวิญญาณห้าพันเม็ด ยารวมสมาธิหกร้อยเม็ดและยาสงบอารมณ์หนึ่งร้อยเม็ด ถือว่าเป็นของขวัญที่ข้ามอบให้ท่าน ท่านผู้อาวุโส!”

            ขณะกอดขวดลายครามเหล่านี้อยู่ในมือ ดวงตาของเนี่ยเอินก็เป็นประกายแล้วน้ำเสียงของเขาสั่นพร่าพูดว่า “ห้าพันยาเสริมพลังวิญญาณห้าพันเม็ด... หกร้อย... ยารวมสมาธิ... กับยาสงบอารมณ์รึ?”

            เนี่ยเอินทำตัวไม่ถูกสุดประมาณแล้ว เนี่ยไห่ก็มึนงงทำตัวไม่ถูกเช่นเดียวกัน

            หลายครอบครัวในห้องประมูลยังคงต่อสู้กันอย่างยอมหัวร้างข้างแตกเพื่อยารวมสมาธิด้านข้างตรงนี้ เนี่ยหลีกลับหยิบเอายาเสริมพลังวิญญาณออกมาห้าพันเม็ดยารวมสมาธิหกร้อยเม็ด ยังมีกระทั่งยาสงบอารมณ์ที่ไม่อาจหาซื้อได้ในท้องตลาดอีกหลายเม็ด!

            สวรรค์ นี่ข้าฝันไปอยู่หรือไม่? เนี่ยเอินยังคงอยู่ในสภาพที่มึนงงทำตัวไม่ถูกอยู่