เหยื่อรักริษยา

    ตอนที่ 2

             

            “เพื่ออะไรคะ”

            น้ำเสียงและสีหน้าของแพรวรุ้งบ่งบอกว่ายังไม่สามารถที่จะยอมรับเ๱ื่๵๹เหมือนนิยายน้ำเน่านี้ได้ง่ายๆ

            “เพื่อนของพ่อเขารู้สึกเอ็นดูหนูมากจึงได้เอ่ยปากขอหมั้นลูกไว้กับลูกชายของเขา๻ั้๫แ๻่ตอนนั้น”

            นายเพิ่มพลเป็๲ผู้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับบุตรสาว

            “ก็แล้วทำไมคุณพ่อจะต้องรับปากเขาด้วยละค่ะคุณพ่อไม่คิดบ้างเลยหรือไงว่าหนูจะต้องทุกข์ทรมานใจแค่ไหนหากจะต้องแต่งงานกับใครก็ไม่รู้ที่ไม่ได้รัก”

            แพรวรุ้งโวยวายออกมาทันที

            “แพรวฟังพ่อก่อนสิลูก พ่อมีความจำเป็๞จริงๆน่ะตอนนั้นกิจการบริษัทของพ่อมีปัญหาเ๹ื่๪๫สภาพคล่องทางการเงิน  แล้วเพื่อนของพ่อคนนั้นก็ได้ยื่นมือเข้ามาช่วย  โดยมีเงื่อนไขว่าพ่อจะต้องรับหมั้นหนูกับลูกชายของเขาไว้”

            “แล้วทำไมคุณพ่อถึงพึ่งมาบอกหนูตอนนี้”

            “เ๹ื่๪๫มันนานมาแล้วลูก และเพื่อนของพ่อคนนั้นก็ได้ยกครอบครัวย้ายออกไปทำไร่อยู่ที่ต่างจังหวัดนานแล้วจนเขาเสียชีวิตไปแล้วพ่อก็ไม่ได้ติดต่ออะไรกับครอบครัวของเขาอีก”

            “ทุกอย่างมันก็น่าจะจบไปแล้วนี่คะ  คุณพ่อจะต้องรื้อฟื้นขึ้นมาอีกทำไม”

            “พ่อไม่ได้เป็๞ฝ่ายรื้อฟื้นนะลูก  พ่อเองก็อยากให้ทุกอย่างมันจบไปเหมือนกัน  แต่เพื่อนของพ่อคนนั้นสิ เขาได้ทำพินัยกรรมเอาไว้ให้ลูกๆของเขาสานต่อ และเมื่อถึงเวลาเขาก็ติดต่อมาเพื่อให้เราทำตามสัญญา  ซึ่งเขาก็พึ่งติดต่อมาก่อนหน้าที่พ่อจะบอกลูกนี้เพียงไม่กี่วันเอง”

            “เราก็บอกเขาไปว่าเราไม่พร้อมที่จะแต่งงานกับเขาและคืนของหมั้นเขาไปก็ได้นี่คะ”

            แพรวรุ้งเสนอเงื่อนไขเพื่อจะได้ไม่ต้องแต่งงานกับคนที่ตนไม่ได้รักซึ่งสิ่งที่เธอพูดออกไปนั้นก็ทำให้บิดากับมารดาถึงกับถอนหายใจออกมาพร้อมกันทันที

            “เราทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกนะลูก”

            นายเพิ่มพลกล่าวออกมาอย่างลำบากใจ

            “ทำไมคะคุณพ่อ  ทำไมถึงจะทำไม่ได้”

            “ก็เพราะของหมั้นไม่ได้มีแค่แหวนนี้เท่านั้นนะสิ”

            “แล้วมันมีอะไรอีกคะ”

            “มีเงินอีกยี่สิบล้าน และที่ดินติดกับแม่น้ำเ๯้าพระยาอีกสิบไร่ซึ่งเงินยี่สิบล้านนั้นแม่ของลูกก็ได้เอาไปเที่ยวรอบโลกจนหมดไปตั้งนานแล้ว”

            “ทำไมคุณแม่ถึงทำอย่างนั้นคะ”

            แพรวรุ้งหันไปต่อว่ามารดาทันที

            “อย่ามาว่าแม่นะยัยแพรว เพราะเราเองก็มีส่วนใช้เงินนั้นไปกับแม่เหมือนกัน รถเบนซ์ป้ายแดงรุ่นใหม่ที่ลูกขับอยู่กับเงินที่ลูกไปเที่ยวต่างประเทศกับเพื่อนอยู่ทุกปีก็เป็๲เงินนั้น”

            “งั้นก็เอาเงินส่วนตัวของคุณพ่อไปรวมกับที่ดินกับแหวนแค่นี้ก็ครบแล้วนี่ค่ะ”

            “มันไม่ง่ายอย่างนั้นนะสิ เพราะที่ดินนั้นคุณพ่อก็ขายไปตั้งนานแล้ว  แล้วตอนนี้ราคาที่ดินแถบนั้นก็พุ่งขึ้นสูงลิบเราไม่มีปัญญาซื้อหามาคืนเขาได้แน่”

            “โอ๊ย ทำไมอะไรมันถึงได้เป็๞อย่างนี้นะ  แล้วถ้าหากหนูยืนยันไม่ยอมแต่งเด็ดขาดละคะ”

            “ไม่ได้นะลูก  เขาจะหาว่าเราผิดสัญญาแล้วฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากเราได้ มีทางเดียวคือลูกต้องยอมแต่งงานกับคู่หมั้นของลูกเท่านั้น”

            “ไม่ไหวหรอกค่ะคุณพ่อ  แค่ได้ยินว่าเขาไปทำไร่อยู่ต่างจังหวัดตั้งนาน หนูก็คิดว่าตัวเองรับเขาไม่ได้แล้วหละค่ะ ป่านนี้เนื้อตัวคงดำสกปรกมอมแมมจนดูไม่ได้  เขาไม่ใช่ผู้ชายในแบบที่หนูชอบแน่นอน”

            กล่าวจบแพรวรุ้งก็ลุกขึ้นเดินออกไปทันที  สาวสังคมไฮโซที่เคยใช้แต่ชีวิตหรูหราอย่างเธอจะให้ไปแต่งงานกับหนุ่มชาวไร่แล้วให้ใช้ชีวิตจมปลักอยู่ที่ไร่ต่างจังหวัดงั้นเหรอ ไม่มีทาง

            “หยุดก่อนยัยแพรว  กลับมาคุยกับพ่อให้รู้เ๹ื่๪๫ก่อน”

            นายเพิ่มพลพยายามเรียกบุตรสาวเอาไว้

            “คุณพี่คะ ใจเย็นๆ ปล่อยลูกไปก่อนเถอะค่ะ ไว้ค่อยคุยกันวันหลัง”

            นางวิภาวีรีบบอกกับสามีเมื่อเห็นว่าต่างฝ่ายต่างเริ่มร้อน

            “จะมัวใจเย็นได้ยังไง อีกแค่เจ็ดวันก็จะถึงกำหนดการแต่งงานแล้วยัยแพรวจะต้องเตรียมตัวและควรจะเดินทางไปถึงที่นั้นก่อนวันแต่งอย่างน้อยที่สุดก็หนึ่งวัน”

            นายเพิ่มพลหัวเสียอย่างหนัก ด้วยกลัวว่าจะถูกอีกฝ่ายฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเอาจนหมดตัวอีก

            “เอาเถอะค่ะ ยังไงก็ยังนับว่าพอมีเวลาแล้วดิฉันจะหาโอกาสพูดกับลูกเอง”