49-นั่นไง!ไอ้หนุ่มนี่เป็นหลานเขยยายหวัน
หลังจากผ่านด่านครอบครัวฝ่ายชายเป็นไปได้ด้วยดี เริ่มมีข่าวหลุดออกไปถึงนักข่าว มีการพาดหัวข่าวบ้างว่า
‘นักธุรกิจหนุ่มพ่อหม้ายป้ายแดงพร้อมเริ่มต้นใหม่ วิวาห์ฟ้าผ่าเดือนหน้านี้’
‘หย่าไฮโซสาวปุ๊บ พร้อมแต่งใหม่ปั๊บ งานนี้ฝ่ายชายชิงเปิดตัวคนรักใหม่นำหน้าอดีตภรรยา!’
‘ว่าที่เจ้าสาวนักธุรกิจพ่อหม้ายเนื้อหอม วาสนาผู้ใด๋น้อ’
เล่นเอาชาวเผือกมองหาเจ้าของหัวข้อข่าวกันให้วุ่น สันนิษฐานกันไปมาแต่เจ้าตัวยังไร้การเคลื่อนไหว ไม่มีการให้สัมภาษณ์ใดๆ
“คุณโอเคมั้ยลิ้นจี่ ไม่ทันไรต้องมาเป็นข่าวแบบนี้กับผมซะแล้ว”
“ลิ้นจี่ไม่เป็นไรค่ะคุณตั้ง ตอนนี้คนก็คาดเดากันไปต่างๆ นานา ตราบใดที่เราไม่ออกไปยอมรับหรือปฏิเสธ เขาก็แค่สงสัย กังขากันต่อไป”
“งั้นผมออกไปให้สัมภาษณ์เลยมั้ย ว่าเรารักกัน ไม่ได้มีประเด็นไหนที่ไม่ดี เราคบกันหลังจากผมหย่าแล้ว”
“ลิ้นจี่ยังไม่พร้อมค่ะ ลำพังแค่ตัวเองไม่เป็นไรก็จริง ครอบครัวคุณรับรู้ ยอมรับเราแล้วก็จริง แต่ว่ายังมีแม่กับยายของลิ้นจี่ที่ยังไม่รู้นะคะ”
ชายหนุ่มถูกลลิตาเบรกไว้ก่อน ถึงเรื่องนี้จะผ่านด่านครอบครัวเขาได้แล้ว แต่ครอบครัวเธอยังไม่รู้! เรื่องนี้เขาก็ฉุกคิดเหมือนกัน แต่ไม่รู้จะเริ่มคุยกับเธอยังไง ชายหนุ่มพร้อมเปิดตัวเธอต่อครอบครัวเขา แต่ไม่รู้ว่าหญิงสาวอยากจะเปิดตัวเขาต่อครอบครัวเธอหรือเปล่า เป็นเรื่องที่ทำร่างสูงกังวล แต่ก็ไม่กล้าทวงถามสิทธิใดๆ จากว่าที่ภรรยา ทำได้แค่หยั่งเชิง ยินยอมให้เธอตัดสินใจเอง
“แล้วแบบนี้สักวันถ้าเราแต่งงานกัน ข่าวก็ต้องไปอยู่แล้ว ผมเป็นคนในแวดวงสังคม นักธุรกิจ คุณเข้าใจใช่มั้ย”
“ค่ะ ลิ้นจี่ถึงไม่อยากให้ท่านมารับรู้เรื่องของเราจากคนอื่น ก่อนเราจะจัดงานแต่งงาน คุณตั้งพาลิ้นจี่ไปเยี่ยมครอบครัวสักวันนะคะ”
“หืมมม คุณตั้งๆ เรียกคุณตั้งมากี่ครั้งกี่หนแล้ว เรียกสามีสิครับคุณภรรยา”
“บ้า! พูดเพ้อเจ้อ ใครเขาเรียกแทนกันแบบนั้นบ้างล่ะ”
“ฮ่าๆๆๆ ครับๆ ไม่แซวแล้ว แต่ว่า เรียก พี่ตั้ง สิครับ อีกหน่อยเราจะเป็นครอบครัวเดียวกันอย่างเต็มตัวแล้วนะ”
“เอ่อ ลิ้นจี่ไม่ชินเลยค่ะคุณ ...พี่ ตั้ง!”
“หึๆ น่ารักมาก น้องลิ้นจี่ เดี๋ยวพี่อาสาเป็นสารถีพร้อมรับส่งภรรยาถึงบ้านภายในพรุ่งนี้เลยครับ”
“ฮึ่ยยย รีบขนาดนั้นเลย น้องลิ้นจี่อะไร เรียกลิ้นจี่เฉยๆ เหมือนเดิมเถอะค่ะ ไม่ชินหู”
“ฮ่าๆๆๆ โอเคๆ พี่ก็ต้องรีบสิ จะแต่งอยู่แล้วต้องรีบไปบอกผู้ใหญ่ พวกท่านจะได้มีเวลาเตรียมตัว เกิดไปบอกใกล้วันงานแล้ว โดนงอนไม่รู้ด้วยนะ”
สมใจคนอยากให้ว่าที่ภรรยาเรียกพี่ ก็ตีเนียนแทนตัวเองว่าพี่ด้วยเลย คนถูกว่าที่สามีเอาใจใส่ครอบครัวฝ่ายเธอก็อดอมยิ้มไม่ได้ ทั้งเขินอายที่ต้องปรับเปลี่ยนคำเรียก และอุ่นใจที่รังสรรค์ไม่ได้คิดเผื่อเธอคนเดียว ความกังวลเกี่ยวกับครอบครัวของเธอ เขาก็เป็นคนที่พร้อมรับผิดชอบไปด้วยกัน
มาคราวก่อนเป็นเจ้านายหล่อน มาคราวนี้อยู่ในฐานะว่าที่ลูกเขยหลานเขยคนเขา รังสรรค์รู้สึกประหม่าขึ้นมาแล้ว เริ่มเข้าใจความรู้สึกของลลิตาตอนไปบ้านเขาครั้งแรกได้รางๆ
“ลิ้นจี่แน่ใจแล้วใช่มั้ย ที่ไม่ให้พี่ซื้อของติดมือไปฝากผู้ใหญ่ทั้งสอง แบบนี้มันจะไม่เสียมารยาทจริงๆ ใช่มั้ย”
“พี่ตั้งคะ ที่อยู่เบาะหลังกับหลังรถก็เยอะพอแล้วค่ะ คุณพ่อคุณแม่พี่เตรียมให้เยอะจนไม่มีที่วางแล้ว ทั้งของแม่กับยายลิ้นจี่ แล้วยังของอากงอาม่าอีก”
“นั่นสิ พี่ซื้อเพิ่มก็ไม่รู้จะขนมายังไง เอาไว้ให้ของขวัญท่านตอนงานแต่งเรา”
“โอเคค่ะ แบบนั้นก็ได้” ความกังวลมองของเบาะหลังสลับทางด้านหน้าว่าจะไม่มีของขวัญเพียงพอให้แม่กับยายจากว่าที่สามีทำเอาลลิตายิ้มอย่างสุขใจ ชายหนุ่มก็มีมุมน่ารักแบบนี้ด้วย วันๆ เห็นแต่มาดเจ้านายที่ลูกน้องต้องคอยทำงานให้ได้ตามมาตรฐานของเขา ใครทำไม่ได้ก็แผ่รังสีกดดัน เวลาทำงานเคยสนใจความรู้สึกใครที่ไหน
ตอนนี้เรื่องของเขากับเธอก็ยังรับรู้กันแค่ครอบครัวที่กรุงเทพฯ มานครสวรรค์คราวนี้รังสรรค์ก็ตั้งใจจะบอกข่าวดีเรื่องแต่งงาน ให้กับอากงอาม่ารับรู้ด้วยตนเองเช่นกัน
“ที่นี่มีเสน่ห์ดีนะ ดูเป็นชุมชนของคนหลากหลายดี เมื่อกี๊เพิ่งผ่านศาลเจ้า ห้างทอง ร้านขายของแบบคนไทยเชื้อสายจีนอยู่เลย ออกมาไม่เท่าไหร่ก็มีวัดไทย เป็นพื้นที่ไร่นากว้างขวางแล้ว”
“ค่ะ ที่นี่ดีมาก ถึงไม่สะดวกสบายเท่าในเมืองใหญ่ที่มีสาธารณูปโภค ระบบขนส่งสาธารณะที่พร้อม มีแหล่งงานที่มากพอให้กระตุ้นเศรษฐกิจเติบโตได้ดี แต่อยู่แบบนี้แล้วทั้งสงบ สบายใจ มีความสุขมากกว่ากันค่ะ”
“ไว้ลิ้นจี่คลอดแล้วเรามาพักที่บ้านแม่กับยายบ่อยๆนะ ลูกจะได้ซึมซับธรรมชาติ ความสงบของที่นี่”
“เราว่างเมื่อไหร่ค่อยมาเมื่อนั้นก็ได้ค่ะ คุณงานเยอะ ลิ้นจี่ยังต้องพักฟื้นหลังคลอด ต้องดูแลพี่ตั้งกับลูกด้วย” ลลิตาตอบรับอย่างเข้าใจชีวิตทำงานของเขา สายตาก็มองไปข้างนอกอย่างคิดถึง รถเบนซ์คันงามถูกขับเคลื่อนเข้าสู่ชุมชนใกล้ตลาด ห่างออกมาเพียงไม่นานก็ผ่านท้องทุ่ง มีบ้านสวนหลายหลังตั้งอยู่ละแวกใกล้กัน ที่นี่อากาศสดชื่น มีเสียงนกร้อง ชาวบ้านหลายคนกำลังทำงานในท้องนา ราวกับห่างไกลชุมชนเมืองมาหลายกิโลเมตร
“รู้สึกดีขึ้นมากเลยสิเรา วันนี้ไม่แพ้ท้องเลยทั้งที่นั่งรถมาจากกรุงเทพ สงสัยลูกคงจะชอบที่นี่ด้วยนะ” คนขับรถอยู่อดแซวหญิงสาวไม่ได้ ใบหน้าหวานละมุนดูมีสีสัน สดใสกว่าทุกวันพอสมควร
“ค่ะ ลิ้นจี่คิดว่าน่าจะแบบนั้น วันนี้ไม่เพลียด้วยนะคะ แหะๆ”
“พร้อมสารภาพเรื่องของเราหรือยังครับ บอกผู้ใหญ่ว่าเราจะแต่งงานกันแล้ว”
“ฮึบ! พร้อมแล้วค่ะ!” คนร่างบางยืดหลังตั้งตรง แววตามุ่งมั่นพร้อมเผชิญหน้า บรรยากาศคุ้นเคยเสริมกำลังใจให้ลลิตาฮึดสู้ เมื่อหันไปมองคนที่ขับรถก็ได้เห็นแววตามั่นคง หนักแน่น พร้อมยืนเคียงข้างเธอ เพียงเท่านี้ก็รู้สึกได้รับกำลังใจเต็มเปี่ยมแล้ว
เสียงรถ ตามด้วยเคาะประตูรั้วไม้หน้าบ้านทำให้คนในบ้านแปลกใจ ไม่บ่อยที่จะมีใครไปมาหาสู่แล้วมีมารยาทเคาะประตูสั่นกระดิ่งแบบนี้ ความสงสัยจบลงหลังจากได้ยินเสียงคุ้นเคยของคนข้างนอกตะโกนเรียก
“แม่จ๋า ยายจ๋า ลิ้นจี่มาหาแล้วววว อยู่บ้านกันมั้ยยย”
“นั่นมันเสียงหลานข้านี่แม่สา”
“ใช่จ้ะแม่ เสียงเจ้าลิ้นจี่จริงๆ ฉันจะไปเปิดประตูให้ลูกก่อน”
“ไปๆ เข้าใจรีบไป หลานมันมาเหนื่อยๆ จะได้เข้ามานั่งดื่มน้ำดื่มท่า ไม่ได้เห็นหน้าหลายเดือนแล้ว ฉันคิดถึงจะแย่”
รอยยิ้มดีใจทั้งหน้าและดวงตาของสองแม่ลูกหันมองกันบ่งบอกความยินดี เป็นสาวิตรีที่เร่งรีบเดินออกไปเปิดประตูรับลูกสาว ไม่วายมีเสียงเร่งเร้าจากยายหวัน คงจะคิดถึงหลานสาวมากอย่างที่พูดจริงๆ
“มาแล้ว แม่มาแล้ว อยู่บ้านกันทั้งแม่ทั้งยายนั่นแหละ ขายข้าวแกงรอบเช้ากลับมากันสักพักแล้ว”
“ฮื้อออ ฟอดๆ คิดถึงแม่สาที่สุดเลยค่ะ” ร่างบางเข้าสวมกอดคนเป็นแม่หลังประตูรั้วถูกเปิด หอมแก้มซ้ายขวาอย่างออดอ้อน เรียกรอยยิ้มบนหน้าของสาวิตรีได้มากกว่าเดิม
“เรานี่น้า โตขนาดนี้แล้วยังจะอ้อนแม่อยู่อีก”
“แหะๆๆ ก็คิดถึงแม่สา คิดถึงยายหวัน ได้กลับมาบ้านแล้วดีใจสุดๆ เลยค่ะ”
“สบายดีมั้ย ไปอยู่กรุงเทพคนเดียว ซูบลงรึเปล่า กลับมาอยู่บ้านเรามั้ยลูก” คนเป็นแม่ดึงลูกสาวออกจากอ้อมกอดเพื่อสำรวจ แม้จะผอมลง แต่เห็นว่าลลิตายังยิ้มทะเล้นได้ มีสุขดีก็พอใจ ครั้นสายตามองเลยไปเห็นคนหนุ่มสูงโปร่ง หน้าตาหล่อเหลาก็รู้สึกงุนงง หรือลลิตาจะมาทำงานแล้วผ่านมาทางนี้เหมือนคราวก่อน ถึงได้พ่วงเจ้านายคนนี้มาด้วย
“นี่คุณรังสรรค์ก็มาด้วย สวัสดีค่ะ มาทำงานแถวนี้ แลยแวะมาเยี่ยมคนแก่กันเหรอลูก”
“เอ่อ สวัสดีครับคุณแม่ ไม่ได้มาทำงานหรือแวะมาหรอกครับ แต่ผมตั้งใจพาลิ้นจี่มาเยี่ยมคุณแม่กับคุณยายครับ” คนถูกทักทายยกมือไหว้ตอบแทบไม่ทัน สรรพนามที่ใช้เรียกว่าที่แม่ยายลื่นไหลแนบเนียน แม้คนฟังจะรู้สึกตงิดๆ ขึ้นมาก็บอกไม่ถูกว่ามันแปลกตรงไหน ทำเพียงพยักหน้าตอบแม้จะงุนงงอยู่
“อ่อ เหรอจ๊ะ”
“แม่ ลิ้นจี่ว่าเราเข้าไปคุยกันข้างในดีกว่าจ้ะ คนเริ่มออกมามองเราแล้ว” ท้ายเสียงกดต่ำกระซิบคนเป็นแม่
“อืม งั้นไปคุยกันข้างใน เข้าบ้านกันก่อนค่ะคุณรังสรรค์” สาวิตรีตอบรับลูกสาว สองหนุ่มสาวถูกสายตาสงสัยของคนมากวัยก็เริ่มทำตัวไม่ถูก ความกล้าที่สั่งสมมาทั้งหมดเริ่มหดหาย ตอนนี้บ้านที่อยู่ใกล้เคียงแม้อยู่ไม่ใกล้ชิด แต่ก็ไม่ไกลจนมองไม่เห็นกัน เริ่มจะมีคนออกมาเมียงมองแล้ว สาวิตรีก็คิดเห็นเช่นกัน จึงเชื้อเชิญเจ้านายของลูกสาวเข้าบ้าน ปิดประตูกันคนอยากรู้อยากเห็นไว้เพียงเท่านั้น
“ยายยย ลิ้นจี่มาแล้ววว”
“นังหนูของยาย นังหนูลิ้นจี่จริงๆ ด้วย ดีๆ กลับมาแล้วก็ดี”
“งือออ คิดถึงยายมากเลย”
“หึๆๆ เด็กขี้อ้อน ไม่ยอมโตสักที แล้วนี่จะมาอยู่กับยายกี่วันล่ะ”
“อยู่ตลอดไปเลยดีมั้ยจ๊ะ”
“หือออ ดูพูดเข้า พ่อหนุ่มข้างหลังเอ็งมองเขม็งแล้ว ฮ่าๆๆ”
“เอ่อ...แล้วนี่ยายสบายดีนะจ๊ะ”
“สบายดีตามประสาคนแก่แหละ เจ็บออดๆ แอดๆ เป็นๆ หายๆ”
ยายหวันเมื่อเห็นหลานสาวก็ยิ้มหน้าบาน ยิ่งลลิตาเดินเข้ามากอด ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบคนแก่ยิ่งพอใจ แต่คนอาบน้ำร้อนมาก่อนก็ใช่ว่าจะมองไม่เห็นความผิดปกติบางอย่างของสองหนุ่มสาว
“ได้ไปหาหมอมั้ย หมอรักษาแล้วว่ายังไง ถ้ายังเดี๋ยวลิ้นจี่พายายไปนะ”
“ไม่ต้องๆ หมอพวกนั้นก็พูดเหมือนๆ กันทุกทีแหละ คนแก่จะไปสุขภาพแข็งแรงดีเหมือนคนหนุ่มได้ยังไงกัน ไปๆ แม่สาจัดโต๊ะแล้ว ไปทานข้าวทานปลากัน อีกหน่อยก็จะเที่ยงแล้ว ไปพ่อหนุ่ม ทานข้าวกัน”
“ขอบคุณครับคุณยาย” รังสรรค์ตอบรับคนสูงวัย ยายหวันก็ทำเพียงเลิกคิ้วกับสรรพนามที่ชายหนุ่มเรียกขาน เรื่องนี้ให้พวกเขาเริ่มพูดเอง แล้วเลือกจะพูดคุยถามไถ่ชีวิตความเป็นอยู่โดยทั่วไป
“ช่วงนี้งานไม่ยุ่งรึพ่อหนุ่มถึงมาเที่ยวต่างจังหวัดได้”
“เริ่มเบาลงครับ เป็นช่วงเริ่มโปรเจกต์ใหม่ๆ เลยยังไม่เข้มข้นมากครับ”
“มาหาอากงอาม่าด้วยล่ะสิ ได้แวะเข้าไปหาท่านแล้วยัง”
“ยังครับ มาที่นี่ก่อนเลย”
“ดีๆ ทานข้าวทานปลากันก่อนค่อยไปก็ยังได้” สาวิตรีจัดแจงกับข้าวขึ้นโต๊ะเสร็จก็ชวนทุกคนทานอาหาร เมื่อเริ่มอิ่มกันแล้ว หลังมื้อกลางวันลลิตาอาสาเก็บจานชามไปล้างในครัวโดยมีคนหนุ่มพูดคุยอยู่กับเจ้าบ้าน ปากตอบคนแก่ แต่สายตายังชำเลืองมองไปหลังครัวตลอด ความจริงอยากลุกไปล้างจานแทนเธอด้วยซ้ำ แต่ถูกคนร่างเล็กปรามไว้ด้วยสายตา ยายหวันกับสาวิตรีมีหรือจะไม่เห็นอาการคนหนุ่ม คนสูงวัยมองสบตากัน วันนี้ไม่น่าใช่การกลับมาเยี่ยมบ้านธรรมดาทั่วไปแล้ว
“อะเอ่อ ทำอะไรคะคุณ คุณเป็นเจ้านายลิ้นจี่นะคะ” สาวิตรีงุนงง
“โอ๊ะ คุกเข่าทำไมพ่อหนุ่ม” ยายหวันหลบแทบตกเก้าอี้แล้ว
“ผมมาวันนี้ ตั้งใจพาลิ้นจี่กลับมาหาคุณแม่คุณยาย แล้วตัวผมเองก็ขอขมาทั้งสองท่านด้วยครับ”
“หือ ขอขมาอะไรกัน” ยายหวันขมวดคิ้วงุนงง
“ผมกับลิ้นจี่เรารักกันครับ ตอนนี้เธอกำลังท้อง ผมขอขมาคุณแม่คุณยายที่ล่วงเกินลูกหลานของทั้งสองท่าน ยกโทษให้ผมด้วยครับ ให้โอกาสผมไถ่โทษด้วยการแต่งงานกับลิ้นจี่ ให้ผมได้เป็นพ่อของลูกในท้องเธอด้วยนะครับ”
เมื่อลลิตากลับมาพร้อมจานผลไม้เย็นๆ ก็ยืนแข็งค้าง เห็นแล้วว่ารังสรรค์เดินเข่าเข้าไปกราบหญิงสูงวัยทั้งสอง เล่นใหญ่ชนิดไม่ปรึกษาเธออีกแล้ว!ลลิตาได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย แบบนี้แม่กับยายของเธอจะช็อกไปก่อนไหม หลังจากนั้นยังเป็นเขาที่สารภาพความผิด ตีหน้าเศร้าเล่าอย่างสำนึก ต่างจากวันที่ประกาศกร้าวต่อหน้าครอบครัวเขาอย่างเบิกบานวันนั้นอย่างลิบลับ แต่ที่ไม่น่าเชื่อกว่าคงเป็นยายหวันที่ฟังเรื่องราวจบดันตบเข่าดังฉาด!
“นั่นไง!เห็นมั้ยแม่สา บอกแล้ว ไอ้หนุ่มนี่ต้องเป็นหลานเขยข้าจริงๆ ด้วย ผิดจากที่คิดที่ไหนล่ะ”
“คุณแม่!” สาวิตรีเริ่มทำหน้าไม่ถูกแล้ว คนแก่คนนี้พูดจาไปเรื่อยไม่รู้จักเก็บอะไรไว้ในใจบ้างเลย
“ไม่ได้การแล้ว คราวนี้ยายหวันกำลังจะมีเหลนน้อย ต้องไปพูดคุยกับย่าอรอนงค์ ปู่วรงค์ที่บ้านโน้นสักครั้ง ไปหนุ่ม เราไปบอกข่าวดีกับอากงอาม่าของเอ็งกัน”
“เอ่อ คะ ครับๆ ผมจะไปเตรียมรถนะครับ” ไม่รีรอให้ลลิตาหายมึนงงคนทั้งหมดก็ยกขบวนกันไปพูดคุยต่อที่บ้านใหญ่ของอากงอาม่ารังสรรค์
“ฮ่าๆๆๆ ดีๆ หลานชายข้านี่มันเก่งกาจ ทำดีๆ”
“อาอร ลื้อก็เก็บอาการหน่อย รู้ว่าดีใจ แต่เสียงดังไปสามบ้านแปดบ้านแล้วนั่น”
“หรือลื้อไม่ดีใจล่ะ ดูสิ ยิ้มหน้าบาน ตาวิบวับ หน้าแดงไปหมดแล้ว ตื่นเต้นจะได้เหลนปู่ย่าคนแรกล่ะสิ”
“ฮ่าๆๆๆ” เกิดเสียงหัวเราะขบขันอย่างกลั้นไม่อยู่ของบรรดาแม่บ้านพ่อบ้านที่ร่วมรับฟังข่าวดีครั้งนี้ เมื่อเห็นสองคนชราเย้าแหย่กัน แน่นอนว่า ย่าอรอนงค์เองก็มีท่าทีถูกอกถูกใจไม่ต่างกับยายหวัน มองว่าที่หลานสะใภ้ด้วยสายตาพึงพอใจ พูดว่าดีไม่หยุด ก็คนนี้เธอหมายตามาตั้งแต่แรกแล้ว หลานชายคนโตก็ไม่ทำให้ผิดหวัง คนแก่พากันพูดคุยอย่างอารมณ์แจ่มใส ดีใจยิ่งกว่าคนขับรถมาบอกข่าวด้วยตนเองที่กำลังนั่งประดักประเดิด ท่าทางงุนงงอยู่ตอนนี้เสียอีก!
ตอนหน้าตอนจบละงับ ใจหายอยู่ มีพล็อตเต็มหัวแต่ยังไม่ได้แต่งเรื่องอื่นรอ 5555+ แต่มีบวกตอนพิเศษให้อีก 3 ตอนนะงับ
__________
ก็ผ่านด่าน ส.ว. ฉลุยแบบสามผ่านไปเลยสิคะ ยุ่งยากก็หอบเหลนมาล่อซะเลย อิพ่อเขาพามาคนเดียวไม่เป็น ต้องหอบทั้งลูกทั้งเมียมาพร้อมกันเลยจบๆ ทำเกิน ทำถึงมากกก