ทันทีที่เดินลงมาถึงโถงกลางบ้าน ดวงตากลมโตกวาดมองหาร่างสูงใหญ่ที่มักนั่งจิบกาแฟรออยู่ที่โต๊ะรับประทานอาหารเพื่อกินมื้อเช้าด้วยกันเหมือนอย่างทุกวัน
ั้แ่วันที่เธอปฏิเสธเขา สิงหาก็กลับไปนอนที่ห้องของตัวเองและไม่เคยก้าวเข้ามาในห้องส่วนตัวของเธออีกเลย แต่เขาก็ยังดูแลเอาใจใส่ คอยถามไถ่สิ่งที่เธอ้าเพิ่มเติมอย่างไม่ขาดเหมือนเดิม ซ้ำคนของเขายังแอบบอกอีกว่าเขาต้องปรับตารางชีวิตหลายอย่างเพื่อเธอ จากเป็คนที่นอนหลังพระอาทิตย์ขึ้นก็เปลี่ยนมาเข้านอนตอนกลางคืนและตื่นเช้ามาร่วมกินมื้อเช้า และกลับบ้านก่อนหนึ่งทุ่มเพื่อกินมื้อเย็นด้วยกันทุกวัน แล้วค่อยกลับไปที่กาสิโนต่อ
แต่ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็ััได้ถึงระยะห่างที่เขาสร้างขึ้น และกลับเป็เธอเองที่ตั้งหน้าตั้งตารอคอยให้เขากลับบ้านทุกคืน ไม่ว่าจะดึกแค่ไหน
“นายสิงห์ไม่อยู่ครับ” ปลั่งเอ่ยปากราวกับรู้ใจผู้หญิงของเ้านาย
“ค่ะ” ธันย์ชนกรับคำเสียงแ่ เมื่อไม่มีคนตัวโตอยู่ด้วย หญิงสาวก็รู้สึกว่าบ้านหลังใหญ่เงียบลงกว่าทุกวัน
“นายไปลงเรือ น่าจะกลับวันเสาร์ครับ” เป็อีกครั้งที่ปลั่งเอ่ยราวกับรู้ใจ แม้นเธอจะไม่ได้เอ่ยปากถาม
วันศุกร์เป็วันสุดท้ายของตารางสอบไฟนอล และก็เป็วันตามข้อตกลงระหว่างเธอกับเขาด้วย นั่นหมายความว่าเธอจะได้มีเวลาทำใจเพิ่มอีกหนึ่งวัน
หญิงสาวยังรู้สึกทั้งหวาดหวั่นทั้งยังลังเล ด้วยเพราะไม่รู้ว่าตนเองคุ้นเคยกับเ้าหนี้มากพอที่จะทำใจมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขาได้แล้วหรือยัง เพราะขนาดทินกรที่รู้จักกันมาหลายปีก่อนตัดสินใจคบหากันเป็แฟนเธอยังปฏิเสธที่จะมีอะไรกับเขามาตลอด นับประสาอะไรกับสิงหาที่เพิ่งรู้จักกันเพียงสามสัปดาห์เล่า
“ปกตินายไม่ค่อยลงเรือ นี่คงเป็เพราะคุณฟ้าใสอยากไปเที่ยวด้วยแน่ๆ นายถึง…”
“มีอะไรทำก็ไปไป๊” คุณพ่อบ้านรีบโบกมือไล่นารา หลานสาวที่สิงหาเพิ่งให้เข้ามาทำงานประจำในบ้านเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ด้วยเหตุผลที่ว่าเผื่อธันย์ชนกจะไม่สะดวกใจที่จะเรียกใช้ปลั่งซึ่งก็จริง โดยให้เป็แบบไปเช้าเย็นกลับไม่ได้ให้ค้างที่บ้านหลังนี้
“คุณฟ้าใสคือใครคะ” ธันย์ชนกเงยหน้าขึ้นถามคนที่กำลังตักข้าวต้มให้แทนเด็กสาววัยสิบหกที่ถูกไล่ออกไป
ความรู้สึกบางอย่างบอกให้รู้ว่า ‘คุณฟ้าใส’ คนนี้ต้องมีความสำคัญกับสิงหามากพอดู และนั่นก็ค่อนข้างสะกิดความรู้สึกของเธอด้วย
“หนูฟ้าใส คือ คู่หมายของตาสิงห์”
“เธอล่ะเป็ใคร”
***
ฟ้าใสเป็ครายย...อีพี่มีคู่หมายแล้วงั้นเหรอ