หมอดูสาวพลิกชะตา

    chapter 4 : ข้าต้องการเท่านี้

            ตลาดยามเช้าคึกคักราวกับมหรสพที่ไม่มีวันจบสิ้น เสียงผู้คนเจรจาซื้อขายดังระงมปะปนกับเสียงหัวเราะและเสียงเรียกของพ่อค้าแม่ค้า 

            กลิ่นหอมของซาลาเปานึ่งร้อน ๆ ลอยมาปะทะจมูก 

            ข้าก้าวเท้าไปตามทางเดินแคบ ๆ ที่เต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน เสี่ยวหวาเดินตามหลังข้าอย่างเงียบ ๆ แต่สายตาของนางกลับจับจ้องไปยังร้านรวงรอบข้างด้วยความสนใจ

            ข้าหยุดยืนหน้าร้านขายไก่สด กลิ่นคาวของเนื้อสดลอยมาแตะจมูกจนข้าต้องกลั้นหายใจเล็กน้อย

             สายตาข้ากวาดมองไปยังไก่ที่แขวนเรียงรายอยู่บนตะขอโลหะ มันดูสดใหม่จนข้ารู้สึกเหมือนมันยังส่งเสียงขันได้อยู่ในใจ

             ข้าก้าวเข้าไปใกล้แม่ค้า หญิงวัยกลางคนที่กำลังใช้มีดสับเนื้อไก่ด้วยท่าทางคล่องแคล่ว

            "ไก่ตัวนี้เท่าไหร่?" ข้าถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้มั่นคงที่สุด

            "สองตำลึง" แม่ค้าตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามอง ข้าชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะขมวดคิ้ว

            "สองตำลึง?!" 

            ข้าอุทานเสียงดังจนเสี่ยวหวาที่เดินตามมาสะดุ้ง "นี่เ๯้าเอาไก่เลี้ยงด้วยโสมหรืออย่างไร ถึงได้ตั้งราคาแพงขนาดนี้?"

            แม่ค้าชะงักมือที่กำลังสับเนื้อไก่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองข้าด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย "นี่ราคาปกติของตลาดนะ หากเ๽้าคิดว่าแพงก็ไปซื้อที่อื่นเถอะ"

            "หนึ่งตำลึงได้หรือไม่?" ข้ากล่าวพลางยิ้มบาง ๆ พยายามทำให้ดูเหมือนข้ากำลังต่อรองอย่างจริงใจที่สุด

            แม่ค้าถอนหายใจยาว ราวกับข้ากำลังทำให้นางเสียเวลาอันมีค่า

             "หนึ่งตำลึงครึ่ง ข้าลดให้แค่นี้" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงความรำคาญ

            "หนึ่งตำลึงเถอะ ข้าก็แค่คนธรรมดา หาเช้ากินค่ำ มิได้ร่ำรวยเหมือนพวกขุนนางในวัง" 

            ข้ากล่าวพลางยกมือขึ้นแตะหน้าอกตัวเอง ทำท่าทางราวกับข้ากำลังทุกข์ใจอย่างที่สุด

            แม่ค้าชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้ "ก็ได้ ๆ หนึ่งตำลึงก็หนึ่งตำลึง แล้วเ๽้าจะเอากี่ตัว?"

            "ครึ่งตัว" ข้าตอบทันทีโดยไม่ลังเล

            "ครึ่งตัว?!" 

            แม่ค้าร้องเสียงหลง "เ๯้าต่อราคาข้าจนขาดทุน แล้วเ๯้าจะเอาแค่ครึ่งตัวเนี่ยนะ?!"

            "ข้าจำเป็๲ต้องใช้แค่ครึ่งตัว" ข้ากล่าวพลางยืดอกขึ้นเล็กน้อย พยายามทำให้ดูเหมือนข้ามีเหตุผลอันหนักแน่น "ไก่ครึ่งตัววางคว่ำก็ดูเหมือนไก่ทั้งตัวอยู่แล้ว เหล่าบรรพบุรุษของข้าคงไม่ถือสาหรอก"

            แม่ค้าถอนหายใจอีกครั้ง นางมองข้าราวกับกำลังพยายามกลั้นคำกล่าวบางอย่างไว้ในใจ เสี่ยวหวาที่อยู่ข้าง ๆ อ้าปากค้าง มองข้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง

            "เ๽้าจะขายหรือไม่ขาย?" ข้ากล่าวพลางยกคิ้วขึ้น "หากไม่ขาย ข้าก็จะไปซื้อที่ร้านอื่นก็ได้!"

            แม่ค้าชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มแห้ง ๆ "ขาย ๆ ข้าขายให้เ๯้า" นางกล่าวพลางหยิบมีดขึ้นมาสับไก่ครึ่งตัวให้ข้า "ข้าล่ะไม่เคยเจอลูกค้าแบบเ๯้ามาก่อนเลยจริง ๆ"

            ข้าหยิบเงินออกมาจ่ายด้วยท่าทางสง่างามที่สุดเท่าที่ข้าจะทำได้ ก่อนจะหันไปมองเสี่ยวหวาที่กำลังยืนอ้าปากหวออยู่ข้าง ๆ

             "เ๯้ามองข้าทำไม?" ข้าถามพลางยิ้มบาง ๆ

            "ข้าไม่เคยเห็นใครต่อราคาได้หน้าด้านเท่าเ๽้าเลย" นางกล่าวพลางหัวเราะเบา ๆ "แต่ข้าก็ต้องยอมรับว่าเ๽้าทำได้ดีจริง ๆ"

            "นี่เรียกว่าความสามารถในการต่อรองราคา" ข้ากล่าวพลางยักไหล่ "ในเมื่อข้าไม่มีเงินมากมาย ข้าก็ต้องใช้ปัญญาแทน"

            เสี่ยวหวาส่ายหน้าเบา ๆ แต่รอยยิ้มของนางกลับเต็มไปด้วยความเอ็นดู 

            ข้าหยิบไก่ครึ่งตัวที่แม่ค้าห่อให้เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะเดินออกจากร้านด้วยความรู้สึกโล่งใจเล็กน้อย 

            "อย่างน้อยก็มีไก่ไหว้บรรพบุรุษวันนี้แล้ว"

             ข้าคิดในใจ ขณะที่เราสองคนเดินต่อไปในตลาดที่เต็มไปด้วยเสียงกล่าวคุยและกลิ่นอาหารที่ลอยอบอวล


            เสี่ยวหวายืนมองข้าด้วยสายตาที่ข้าคาดเดาไม่ออก นางไม่ได้กล่าวอันใด แต่ข้ารู้สึกได้ถึงความกังวลที่แฝงอยู่ในแววตาของนาง 

            「นางคงคิดว่าข้าประหยัดจนเกินไป」 

            ข้าหันหน้าหนีไปอีกทาง พยายามไม่สบตานาง

            ทันใดนั้น เสี่ยวหวากลับยื่นถุงเงินใบเล็กในมือมาตรงหน้าข้า สีหน้าของนางดูจริงจังจนข้าต้องถอนหายใจเบา ๆ 

            "เอาไปเถอะ ข้าไม่ได้ลำบากอันใดนักหรอก" นางกล่าวพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย

            "ข้าบอกแล้วว่าไม่ต้องเอาเงินมา" ข้าหันไปมองนาง น้ำเสียงของข้าราบเรียบ แต่ในใจกลับข้ากลับหนักอึ้ง  "เงินที่ข้าได้จากการดูดวงเมื่อวานนี้ก็พอแล้ว"

            "แต่เงินของเ๯้าก็ไม่พอซื้อของไหว้ทั้งหมดนี่" เสี่ยวหวากล่าวพลางยื่นถุงเงินเข้ามาใกล้กว่าเดิม "หรือเ๯้าจะให้ข้าดูเ๯้าเดินซื้อไก่ครึ่งตัว ซาลาเปาสองลูก แล้วผลไม้แค่ไม่กี่อย่างไปไหว้บรรพบุรุษ? ข้าดูแล้วมันไม่สมศักดิ์ศรีเลยนะ!"

            "ไม่ต้อง" ข้าตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด ข้ารู้ดีว่าเสี่ยวหวาไม่ได้มีเงินทองมากมายอันใดนัก นางเป็๲เพียงลูกสาวของช่างปักผ้าธรรมดา ๆ ที่ต้องช่วยงานครอบครัว๻ั้๹แ๻่เช้าจรดค่ำ 

            "เ๯้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าเงินที่เ๯้ามีอยู่ก็ต้องเก็บไว้ใช้เอง?"

            "แต่ข้าอยากช่วยเ๽้า" นางกล่าวพลางทำหน้ามุ่ย ข้ารู้ว่านางจริงใจ แต่ข้าก็ไม่อาจรับน้ำใจนี้ได้

            "ไก่ครึ่งตัววางคว่ำก็ดูเหมือนไก่ทั้งตัว" ข้าตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ พลางยักไหล่เล็กน้อย "ยังดีกว่าไม่มีเนื้อไหว้เลย"

            เสี่ยวหวาอ้าปากค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ "เ๽้าคิดได้ยังไงกันเนี่ย? ไก่ครึ่งตัววางคว่ำแล้วจะกลายเป็๲ไก่ทั้งตัว ข้าล่ะไม่เข้าใจความคิดของเ๽้าเลยจริง ๆ"

            "เหล่าบรรพบุรุษของข้าที่เสียไปหลายปีแล้ว พวกเขาคงมีของกินบน๱๭๹๹๳์มากมายอยู่แล้วล่ะ" ข้ากล่าวพลางเบือนหน้าหนีไปอีกทาง ไม่อยากให้นางเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความกดดันของข้า "ข้ารู้ว่าเ๯้าหวังดี แต่ข้าจัดการเองได้"

            เสี่ยวหวาถอนหายใจยาว นางเก็บถุงเงินกลับเข้าไปในแขนเสื้อ แต่ยังคงมองข้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็๲ห่วง "เ๽้าดื้อจริง ๆ นะเสี่ยวเหมย" นางกล่าวพลางส่ายหน้า "แต่ถ้าเ๽้าคิดว่าทำได้ ข้าก็จะไม่ขัดเ๽้าอีก"

            "ขอบใจนะ เสี่ยวหวา" ข้ากล่าวเบา ๆ พลางยิ้มบาง ๆ ให้กับนาง  

            นางมองข้าเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มกลับมา "ถ้าอย่างนั้น ข้าจะช่วยเ๽้าถือของแทนก็แล้วกัน นางกล่าวพลางหัวเราะเบา ๆ

     

            ทันใดนั้น เสียงดังสนั่นจากอีกด้านหนึ่งของตลาดทำให้ข้าหยุดชะงัก ข้าหันไปมองตามเสียงนั้น เห็นผู้คนเริ่มวิ่งกรูไปยังทิศทางเดียวกัน "เกิดอันใดขึ้น?" ข้ารู้สึกถึงหัวใจที่เต้นแรงขึ้นเล็กน้อย

            

            "เราไปดูกันเถอะ" เสี่ยวหวากล่าวพลางจับแขนข้าเบา ๆ ข้าพยักหน้า ก่อนจะเดินตามนางไปยังที่มาของเสียง