ตลาดยามเช้าคึกคักราวกับมหรสพที่ไม่มีวันจบสิ้น เสียงผู้คนเจรจาซื้อขายดังระงมปะปนกับเสียงหัวเราะและเสียงเรียกของพ่อค้าแม่ค้า
กลิ่นหอมของซาลาเปานึ่งร้อน ๆ ลอยมาปะทะจมูก
ข้าก้าวเท้าไปตามทางเดินแคบ ๆ ที่เต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน เสี่ยวหวาเดินตามหลังข้าอย่างเงียบ ๆ แต่สายตาของนางกลับจับจ้องไปยังร้านรวงรอบข้างด้วยความสนใจ
ข้าหยุดยืนหน้าร้านขายไก่สด กลิ่นคาวของเนื้อสดลอยมาแตะจมูกจนข้าต้องกลั้นหายใจเล็กน้อย
สายตาข้ากวาดมองไปยังไก่ที่แขวนเรียงรายอยู่บนตะขอโลหะ มันดูสดใหม่จนข้ารู้สึกเหมือนมันยังส่งเสียงขันได้อยู่ในใจ
ข้าก้าวเข้าไปใกล้แม่ค้า หญิงวัยกลางคนที่กำลังใช้มีดสับเนื้อไก่ด้วยท่าทางคล่องแคล่ว
"ไก่ตัวนี้เท่าไหร่?" ข้าถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้มั่นคงที่สุด
"สองตำลึง" แม่ค้าตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามอง ข้าชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะขมวดคิ้ว
"สองตำลึง?!"
ข้าอุทานเสียงดังจนเสี่ยวหวาที่เดินตามมาสะดุ้ง "นี่เ้าเอาไก่เลี้ยงด้วยโสมหรืออย่างไร ถึงได้ตั้งราคาแพงขนาดนี้?"
แม่ค้าชะงักมือที่กำลังสับเนื้อไก่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองข้าด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย "นี่ราคาปกติของตลาดนะ หากเ้าคิดว่าแพงก็ไปซื้อที่อื่นเถอะ"
"หนึ่งตำลึงได้หรือไม่?" ข้ากล่าวพลางยิ้มบาง ๆ พยายามทำให้ดูเหมือนข้ากำลังต่อรองอย่างจริงใจที่สุด
แม่ค้าถอนหายใจยาว ราวกับข้ากำลังทำให้นางเสียเวลาอันมีค่า
"หนึ่งตำลึงครึ่ง ข้าลดให้แค่นี้" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงความรำคาญ
"หนึ่งตำลึงเถอะ ข้าก็แค่คนธรรมดา หาเช้ากินค่ำ มิได้ร่ำรวยเหมือนพวกขุนนางในวัง"
ข้ากล่าวพลางยกมือขึ้นแตะหน้าอกตัวเอง ทำท่าทางราวกับข้ากำลังทุกข์ใจอย่างที่สุด
แม่ค้าชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้ "ก็ได้ ๆ หนึ่งตำลึงก็หนึ่งตำลึง แล้วเ้าจะเอากี่ตัว?"
"ครึ่งตัว" ข้าตอบทันทีโดยไม่ลังเล
"ครึ่งตัว?!"
แม่ค้าร้องเสียงหลง "เ้าต่อราคาข้าจนขาดทุน แล้วเ้าจะเอาแค่ครึ่งตัวเนี่ยนะ?!"
"ข้าจำเป็ต้องใช้แค่ครึ่งตัว" ข้ากล่าวพลางยืดอกขึ้นเล็กน้อย พยายามทำให้ดูเหมือนข้ามีเหตุผลอันหนักแน่น "ไก่ครึ่งตัววางคว่ำก็ดูเหมือนไก่ทั้งตัวอยู่แล้ว เหล่าบรรพบุรุษของข้าคงไม่ถือสาหรอก"
แม่ค้าถอนหายใจอีกครั้ง นางมองข้าราวกับกำลังพยายามกลั้นคำกล่าวบางอย่างไว้ในใจ เสี่ยวหวาที่อยู่ข้าง ๆ อ้าปากค้าง มองข้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง
"เ้าจะขายหรือไม่ขาย?" ข้ากล่าวพลางยกคิ้วขึ้น "หากไม่ขาย ข้าก็จะไปซื้อที่ร้านอื่นก็ได้!"
แม่ค้าชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มแห้ง ๆ "ขาย ๆ ข้าขายให้เ้า" นางกล่าวพลางหยิบมีดขึ้นมาสับไก่ครึ่งตัวให้ข้า "ข้าล่ะไม่เคยเจอลูกค้าแบบเ้ามาก่อนเลยจริง ๆ"
ข้าหยิบเงินออกมาจ่ายด้วยท่าทางสง่างามที่สุดเท่าที่ข้าจะทำได้ ก่อนจะหันไปมองเสี่ยวหวาที่กำลังยืนอ้าปากหวออยู่ข้าง ๆ
"เ้ามองข้าทำไม?" ข้าถามพลางยิ้มบาง ๆ
"ข้าไม่เคยเห็นใครต่อราคาได้หน้าด้านเท่าเ้าเลย" นางกล่าวพลางหัวเราะเบา ๆ "แต่ข้าก็ต้องยอมรับว่าเ้าทำได้ดีจริง ๆ"
"นี่เรียกว่าความสามารถในการต่อรองราคา" ข้ากล่าวพลางยักไหล่ "ในเมื่อข้าไม่มีเงินมากมาย ข้าก็ต้องใช้ปัญญาแทน"
เสี่ยวหวาส่ายหน้าเบา ๆ แต่รอยยิ้มของนางกลับเต็มไปด้วยความเอ็นดู
ข้าหยิบไก่ครึ่งตัวที่แม่ค้าห่อให้เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะเดินออกจากร้านด้วยความรู้สึกโล่งใจเล็กน้อย
"อย่างน้อยก็มีไก่ไหว้บรรพบุรุษวันนี้แล้ว"
ข้าคิดในใจ ขณะที่เราสองคนเดินต่อไปในตลาดที่เต็มไปด้วยเสียงกล่าวคุยและกลิ่นอาหารที่ลอยอบอวล
เสี่ยวหวายืนมองข้าด้วยสายตาที่ข้าคาดเดาไม่ออก นางไม่ได้กล่าวอันใด แต่ข้ารู้สึกได้ถึงความกังวลที่แฝงอยู่ในแววตาของนาง
「นางคงคิดว่าข้าประหยัดจนเกินไป」
ข้าหันหน้าหนีไปอีกทาง พยายามไม่สบตานาง
ทันใดนั้น เสี่ยวหวากลับยื่นถุงเงินใบเล็กในมือมาตรงหน้าข้า สีหน้าของนางดูจริงจังจนข้าต้องถอนหายใจเบา ๆ
"เอาไปเถอะ ข้าไม่ได้ลำบากอันใดนักหรอก" นางกล่าวพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย
"ข้าบอกแล้วว่าไม่ต้องเอาเงินมา" ข้าหันไปมองนาง น้ำเสียงของข้าราบเรียบ แต่ในใจกลับข้ากลับหนักอึ้ง "เงินที่ข้าได้จากการดูดวงเมื่อวานนี้ก็พอแล้ว"
"แต่เงินของเ้าก็ไม่พอซื้อของไหว้ทั้งหมดนี่" เสี่ยวหวากล่าวพลางยื่นถุงเงินเข้ามาใกล้กว่าเดิม "หรือเ้าจะให้ข้าดูเ้าเดินซื้อไก่ครึ่งตัว ซาลาเปาสองลูก แล้วผลไม้แค่ไม่กี่อย่างไปไหว้บรรพบุรุษ? ข้าดูแล้วมันไม่สมศักดิ์ศรีเลยนะ!"
"ไม่ต้อง" ข้าตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด ข้ารู้ดีว่าเสี่ยวหวาไม่ได้มีเงินทองมากมายอันใดนัก นางเป็เพียงลูกสาวของช่างปักผ้าธรรมดา ๆ ที่ต้องช่วยงานครอบครัวั้แ่เช้าจรดค่ำ
"เ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าเงินที่เ้ามีอยู่ก็ต้องเก็บไว้ใช้เอง?"
"แต่ข้าอยากช่วยเ้า" นางกล่าวพลางทำหน้ามุ่ย ข้ารู้ว่านางจริงใจ แต่ข้าก็ไม่อาจรับน้ำใจนี้ได้
"ไก่ครึ่งตัววางคว่ำก็ดูเหมือนไก่ทั้งตัว" ข้าตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ พลางยักไหล่เล็กน้อย "ยังดีกว่าไม่มีเนื้อไหว้เลย"
เสี่ยวหวาอ้าปากค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ "เ้าคิดได้ยังไงกันเนี่ย? ไก่ครึ่งตัววางคว่ำแล้วจะกลายเป็ไก่ทั้งตัว ข้าล่ะไม่เข้าใจความคิดของเ้าเลยจริง ๆ"
"เหล่าบรรพบุรุษของข้าที่เสียไปหลายปีแล้ว พวกเขาคงมีของกินบน์มากมายอยู่แล้วล่ะ" ข้ากล่าวพลางเบือนหน้าหนีไปอีกทาง ไม่อยากให้นางเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความกดดันของข้า "ข้ารู้ว่าเ้าหวังดี แต่ข้าจัดการเองได้"
เสี่ยวหวาถอนหายใจยาว นางเก็บถุงเงินกลับเข้าไปในแขนเสื้อ แต่ยังคงมองข้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็ห่วง "เ้าดื้อจริง ๆ นะเสี่ยวเหมย" นางกล่าวพลางส่ายหน้า "แต่ถ้าเ้าคิดว่าทำได้ ข้าก็จะไม่ขัดเ้าอีก"
"ขอบใจนะ เสี่ยวหวา" ข้ากล่าวเบา ๆ พลางยิ้มบาง ๆ ให้กับนาง
นางมองข้าเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มกลับมา "ถ้าอย่างนั้น ข้าจะช่วยเ้าถือของแทนก็แล้วกัน นางกล่าวพลางหัวเราะเบา ๆ
ทันใดนั้น เสียงดังสนั่นจากอีกด้านหนึ่งของตลาดทำให้ข้าหยุดชะงัก ข้าหันไปมองตามเสียงนั้น เห็นผู้คนเริ่มวิ่งกรูไปยังทิศทางเดียวกัน "เกิดอันใดขึ้น?" ข้ารู้สึกถึงหัวใจที่เต้นแรงขึ้นเล็กน้อย
"เราไปดูกันเถอะ" เสี่ยวหวากล่าวพลางจับแขนข้าเบา ๆ ข้าพยักหน้า ก่อนจะเดินตามนางไปยังที่มาของเสียง