บทที่ 3 ทำไมถึงเป็คุณ?
บริษัทเฟยอวิ๋นตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจของเมืองที่ซึ่งผู้คนพลุกพล่านและคึกคักเป็พิเศษ เมื่อโม่เฟิงยืนอยู่หน้าตึกสีฟ้าสูงใหญ่ เขามองไปรอบ ๆ ด้วยใบหน้าตื่นเต้น เห็นหญิงสาวในชุดทำงานรัดรูปเดินผ่านไปมาอย่างไม่ขาดสาย ในใจพึมพำว่า ‘ที่นี่แหละคือดินแดนแห่งความสุขในการทำงานอย่างแท้จริง’
โม่เฟิงจัดแจงเสื้อผ้าชุดใหม่ที่สวมใส่อย่างพิถีพิถันด้วยความรู้สึกเบิกบานใจ ก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้าไปในตึก เมื่อเข้าไปในลิฟต์แล้ว เขาก็กดตรงไปยังชั้นสามสิบแปดทันที
บริษัทเฟยอวิ๋นพื้นที่สี่ชั้นในตึกนี้ ั้แ่ชั้น 38 ถึงชั้น 21 ล้วนเป็ของบริษัทเฟยซิง โม่เฟิงได้รับการว่าจ้างให้ทำงานในแผนกที่ชั้น 18 ดังนั้นเขาต้องไปพบผู้จัดการแผนกก่อน จากนั้นผู้จัดการจะพาเขาไปที่แผนกบุคคลเพื่อลงทะเบียน เมื่อลงทะเบียนเสร็จแล้ว เขาจะสามารถเริ่มงานได้อย่างเป็ทางการ
หลังจากนั้น โม่เฟิงก็เข้าไปในห้องทำงานของผู้จัดการแผนก ผู้จัดการเป็ผู้ชายอายุสามสิบห้าปี ชื่อต้วนเจิงฉีเขาต้อนรับโม่เฟิงอย่างอบอุ่นที่มาทำงานที่บริษัทเฟยอวิ๋น หลังจากทักทายและพูดคุยกันอย่างเล็กน้อยแล้ว ต้วนเจิงฉีจึงเซ็นชื่อในประวัติของเขาเพื่อแสดงความเห็นชอบ แล้วให้โม่เฟิงไปยังแผนกบุคคล
แผนกบุคคลอยู่ที่ชั้น 36 เมื่อโม่เฟิงเดินเข้าไปในประตูใหญ่ของแผนกบุคคลอย่างช้า ๆ เขาก็ต้องตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า ภายในห้องทำงานขนาดใหญ่แห่งนี้เต็มไปด้วยพนักงานหญิงที่แต่งกายด้วยชุดสูทกำลังนั่งทำงานอยู่กันอย่างขะมักเขม้น เมื่อโม่เฟิงเดินเข้าไป ทุกคนต่างเงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยความสงสัย โม่เฟิงรีบโค้งคำนับและพูดว่า “สวัสดีครับทุกคน”
โม่เฟิงพูดกับหญิงสาวที่กำลังยุ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานใกล้หน้าต่างว่า “ผมโม่เฟิงครับ มาเพื่อรายงานตัว”
หญิงสาวค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมา ทันใดนั้นโม่เฟิงก็ตกตะลึง จนคำพูดที่กำลังจะพูดติดอยู่ในลำคอ
จากนั้นทั้งคู่ก็พูดออกมาพร้อมกันทันที “ทำไมถึงเป็คุณ?”
โม่เฟิงจำเธอได้ในทันที เพราะเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน เขาเคยไปทานอาหารกับลูกค้าที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่ง ตอนอยู่ในห้องน้ำโม่เฟิงกำลังยุ่งอยู่กับการตอบวีแชตจนไม่ทันได้ระวัง จึงชนเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังยุ่งอยู่กับมือถือเช่นกัน
ในตอนนั้นโม่เฟิงรู้สึกผิดมาก ตั้งใจจะก้มลงไปพยุงเธอขึ้นมาอย่างสุภาพ แต่ไม่คาดคิดว่าเท้าของเขาจะลื่นไถลและล้มลงไปทับบนตัวผู้หญิงคนนั้น และยิ่งไปกว่านั้นคือมือทั้งสองของเขายังจับหน้าอกของเธออย่างไร้ยางอายอีกด้วย
คาดไม่ถึงว่าเธอจะยกมือขึ้นตบหน้าโม่เฟิงถึงสองที พร้อมกับะโว่า “ไอ้คนลามก!!! ไร้ยางอาย”
แต่แทนที่โม่เฟิงจะขอโทษหรือรู้สึกผิด เขากลับโต้เถียงกับเธออย่างไร้มารยาท จนท้ายที่สุดแล้วเื่ก็บานปลายไปถึงสถานีตำรวจ และทุกอย่างก็จบลงด้วยการที่ทั้งคู่ต่างก็รู้สึกเบื่อหน่ายจึงแยกย้ายกันไป
ในตอนนี้ทั้งสองคนกลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง ติงหรูจวินมองหน้าโม่เฟิงที่กำลังอึ้งด้วยสีหน้าเ็าพลางหัวเราะเยาะ “โลกกลมจริง ๆ นะ! คิดไม่ถึงเลยว่านายจะมาทำงานใต้บังคับบัญชาฉัน”
โม่เฟิงพยายามข่มใจที่สั่นเทา แล้วพูดว่า “ไม่น่าเชื่อเลยว่าเธอจะเป็ถึงผู้จัดการแผนกของบริษัทนี้! ถ้ารู้มาก่อน ฉันก็คงไม่มาสมัครงานที่นี่หรอก”
“ฮ่าฮ่า บริษัทเฟยอวิ๋นของเรายินดีต้อนรับคนเก่งมากความสามารถอยู่แล้ว ถ้านายเป็คนมีความสามารถ เราก็ยินดีต้อนรับนายอยู่แล้ว จะไล่นายออกไปได้ยังไงกันล่ะ ใช่ไหมล่ะคุณโม่?!”
เมื่อพูดจบติงหรูจวินก็ยิ้มออกมาทันที แต่ในใจกำลังคิดแผนแก้แค้นโม่เฟิงอยู่ เธอจึงยินดีต้อนรับโม่เฟิงเข้าร่วมงานกับบริษัทเฟยอวิ๋นอย่างเต็มใจ
ในเวลาเดียวกันนั้น โม่เฟิงมองออกไปนอกหน้าต่างชมวิวทิวทัศน์อันงดงามเบื้องหน้า แล้วคิดในใจว่า ‘ตายเป็ตาย’ จากนั้นโม่เฟิงก็รีบเซ็นชื่อลงในสัญญาที่ติงหรูจวินยื่นให้เขาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินคอตกออกจากแผนกบุคคลไป
ส่วนติงหรูจวินกลับยิ้มอย่างเ็าแล้วพูดว่า “โม่เฟิง นายเตรียมตัวตายได้เลย กล้าดียังไงมาลวนลามฉัน หึหึ”
หลังจากนั้น โม่เฟิงก็มาถึงที่ทำงานใหม่ของตัวเอง นั่นคือแผนกวางแผนโฆษณา เขายื่นเรซูเม่ให้หลัวเสี่ยวเฟิ่งซึ่งเป็หัวหน้าของแผนก
โม่เฟิงเพิ่งสังเกตผู้หญิงตรงหน้าอย่างละเอียด รูปร่างของเธอนั้นงดงามมาก ดวงตาเหยี่ยวคู่งามนั้นก็ยั่วยวนใจมาก หลัวเสี่ยวเฟิ่งขมวดคิ้วเล็กน้อย มองชายหนุ่มตรงหน้าที่พยายามวางท่าทีเรียบร้อย แต่ทว่าสายตากลับมองไปทั่วเรือนร่างของเธอ ในใจรู้สึกหงุดหงิดมาก แต่พอนึกถึงคำสั่งของเบื้องบนแล้ว เธอจึงพูดอย่างอดทนว่า “คุณคือโม่เฟิงใช่ไหมคะ งั้นคุณก็เริ่มทำงานที่นี่ได้เลยค่ะ”
หลังจากพูดจบ หลัวเสี่ยวเฟิ่งก็พาโม่เฟิงไปทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมของแผนกวางแผนโฆษณา พร้อมทั้งแนะนำเขาให้รู้จักกับพนักงานทุกคนในแผนกและหน้าที่ของแต่ละคน
แผนกนี้มีพนักงานทั้งหมดหกคน เมื่อรวมหลัวเสี่ยวเฟิ่งแล้วก็มีผู้หญิงสี่คน ผู้ชายสองคน โม่เฟิงกล่าวทักทายทีละคน ในใจก็อดคิดไม่ได้ว่า ‘ดีจัง ในแผนกนี้มีสาวสวยอยู่ตั้งสี่คน ์ยังเมตตาฉันอยู่จริง ๆ สินะ’
หลัวเสี่ยวเฟิ่งเดินเข้าไปในห้องทำงานห้องหนึ่ง แล้วชี้ไปที่โต๊ะทำงานตัวหนึ่งซึ่งอยู่ติดหน้าต่างก่อนจะพูดว่า “นั่นคือโต๊ะทำงานของคุณนะ ต่อไปถ้ามีงานออกแบบโฆษณาหรือวางแผนเนื้อหาจากเบื้องบน คุณก็สามารถทำที่นี่ได้เลย” โม่เฟิงค่อนข้างพอใจกับสภาพแวดล้อมที่นี่ เพราะโต๊ะทำงานของเขาอยู่ใกล้หน้าต่าง สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองได้ เขาโค้งตัวเล็กน้อยเพื่อขอบคุณหลัวเสี่ยวเฟิ่ง ก่อนจะเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ หลัวเสี่ยวเฟิ่งกำลังจะหันหลังเดินออกจากห้องทำงานไป แต่ก็นึกอะไรขึ้นได้ จึงพูดกับโม่เฟิงว่า “อ๋อ แล้วก็ห้องทำงานของฉันอยู่ติดกับคุณพอดีนะ”
โม่เฟิงนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของตัวเอง พลางคิดไปว่าถึงแม้จะต้องทำงานภายใต้สายตาของหัวหน้าอาจทำให้รู้สึกอึดอัดใจอยู่บ้าง แต่เขาก็ยังรู้สึกดีใจที่ได้เข้ามาทำงานในบริษัทใหญ่แห่งนี้
เนื่องจากโม่เฟิงเพิ่งเข้ามาทำงานจึงยังไม่มีงานโฆษณาให้เขาทำ หลัวเสี่ยวเฟิ่งจึงมอบเอกสารบางอย่างให้โม่เฟิงอ่าน ซึ่งรวมถึงกฎระเบียบของบริษัท ขอบเขตงานที่ต้องรับผิดชอบในแผนกวางแผนโฆษณา และขอบเขตงานของแผนกอื่น ๆ โม่เฟิงตั้งใจอ่านอย่างละเอียด เพราะสำหรับพนักงานใหม่แล้ว ข้อมูลเหล่านี้ถือเป็พื้นฐานสำคัญในการทำงานที่ดีในอนาคต เขาจึงไม่อาจละเลยได้
ขณะที่โม่เฟิงกำลังตั้งใจอ่านเอกสารอยู่นั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบพร้อมกับหายนะที่กำลังมาเยือน
โม่เฟิงรีบลุกขึ้นไปเปิดประตูทันที และก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นติงหรูจวินในชุดเดรสสีดำมองมาที่เขาด้วยรอยยิ้มอย่างที่ไม่เห็นมาก่อน
โม่เฟิงจึงรีบหลีกทางให้ติงหรูจวินเข้ามาในห้องทำงานของเขาพร้อมกับพูดอย่างสุภาพว่า “ไม่ทราบว่าผู้จัดการมาที่นี่ มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ”
แต่ติงหรูจวินกลับมองไปรอบ ๆ ห้องทำงานแล้วพูดว่า “ไม่เลวนี่ สภาพแวดล้อมที่นี่ดีนะ ตั้งใจทำงานล่ะ”
โม่เฟิงรู้สึกได้ว่าการมาของติงหรูจวินในครั้งนี้ว่าเธอคงไม่ได้มาดีแน่ เขาจึงรีบตอบอย่างนอบน้อมว่า “ใช่ครับ บริษัทเฟยอวิ๋นในฐานะบริษัทชั้นนำของเมืองนี้ มีมาตรฐานในการสรรหาพนักงานใหม่ที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้วครับ”
ติงหรูจวินหัวเราะอย่างสดใสแล้วพูดว่า “ไม่คิดเลยนะว่านายจะพูดเก่งขนาดนี้!”
โม่เฟิงรู้สึกตัวสั่นขึ้นมาทันที เขาไม่มีทางเลือกอื่นจึงต้องยอมก้มหัวให้เธอเพราะเธอมีตำแหน่งที่สูงกว่า แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มของติงหรูจวิน เขากลับมีความรู้สึกเหมือนมีลางร้ายอะไรบางอย่าง
และก็ไม่ผิดจากที่คิดไว้ เมื่อติงหรูจวินยื่นนิ้วเรียวสวยออกมาพร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ยังไงตอนนี้นายก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว งั้นช่วยฉันทำอะไรหน่อยสิ”
ทันใดนั้นโม่เฟิงรู้สึกถึงสายลมเย็นวูบวาบหลายระลอกที่พัดผ่านด้านหลังของเขา