ชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 133 บุกจวนไท่จื่อเพื่อมีเรื่อง

            ฮวาเหยียนและหยวนเป่าตามจีอู๋ซวงไปยังสถานที่ซึ่งคล้ายคลังเก็บสมบัติพวกนางเห็นจีอู๋ซวงกดปุ่มกลไกบนผนังสองสามครั้ง เกิดเสียงดังขึ้น ผนังพลันเปิดกว้างเผยให้เห็นพื้นที่ภายในที่เหมือนห้องเก็บของ

            ว้าว...

            นัยน์ตานางอาบย้อมแสงสีทองเปล่งประกายจนมิอาจลืมตาขึ้นได้

            “แม่นางเหยียนพวกข้านับเงินเตรียมเอาไว้พร้อมแล้ว เจ้าสามารถรับไปได้ทุกเมื่อ”

            จีอู๋ซวงกล่าวด้วยรอยยิ้มวิบวับท่าทางดูมั่งคั่งร่ำรวย

            แขกผู้มีเกียรติท่านอื่นๆของหออู๋หมิงมีสิทธิพิเศษเช่นนี้ที่ใดกัน สามารถมาถึงคลังเก็บสมบัติของหออู๋หมิงได้แม้จะเป็นเพียงห้องขนาดเล็ก แต่ผลกระทบต่อผู้คนนั้นยิ่งใหญ่นัก

            จีอู๋ซวงเป็นคนฉลาดเขามองออกนานแล้วว่าอีกฝ่ายคลั่งไคล้ในเงินตรา ดังนั้นจึงเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น

            ผลลัพธ์คือการได้เห็นฮวาเหยียนตกตะลึงไม่เบา

            “มากมายนักเงินทองมากมายเหล่านี้...เป็นของข้าทั้งหมด...”

            ฮวาเหยียนกลืนน้ำลายอึกหนึ่งรู้สึกเพียงว่าแสงสีทองที่เปล่งประกายตรงหน้าทำให้ดวงตาของนางเจ็บ นึกอยากขึ้นไปนอนกลิ้งบนกองเงินนี้เสียจริง

            นางก้าวไปข้างหน้าสัมผัสทองคำแท่งนี้ สัมผัสทองคำแท่งนั้น ท่าทางชื่นชอบจนมิอาจทนไหว

            เงินกองนี้พูนจนเหมือนภูเขาขนาดย่อมเลยทีเดียว...

            “ล้วนเป็นของเจ้าทั้งหมด”

            เมื่อจีอู๋ซวงเห็นท่าทีหลงใหลในเงินตราของฮวาเหยียน เขาจึงเสริมประโยคหลังเพิ่มเข้ามา

            เฮอะ...

            คำกล่าวนั้นทำให้ฮวาเหยียนกลับคืนสู่ท่าทางเดิมของตนเป็นของนางทั้งหมดหรือ? ผิดแล้ว...กระทั่งทองคำสักแท่งก็ไม่ใช่ของนางทว่าเป็นขององค์รัชทายาทสารเลวนั่น

            ใจเจ็บกายเจ็บ เจ็บไปทั้งร่าง

            ทองคำและเงินมากถึงเพียงนี้แต่ทั้งหมดกลับมิใช่ของนาง ฮวาเหยียนรู้สึกว่าหัวใจของนางมีโลหิตหยดซึม

            แต่จีอู๋ซวงกลับเติมเชื้อเพลิงลงในกองไฟกาใดน้ำไม่เดือดหยิบกานั้น เพราะเขาทำให้นางเป็นทุกข์ยิ่ง

            หยวนเป่าเห็นว่ามารดาเริ่มหายใจแรงแสดงท่าทีกราดเกรี้ยวราวกับอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิง เด็กน้อยจึงรีบเดินไปข้างหน้าจับมือของฮวาเหยียนเพื่อเป็นการปลอบโยน

            ฮวาเหยียนหลับตาแน่นบังคับตนเองมิให้มองดูแท่งทองคำในห้องนี้ นางจับมือบุตรชายของตนหมุนกายกลับและเดินออกไปข้างนอกทันที

            “นี่ แม่นางเหยียนเจ้าจะไปที่ใด? ไม่พูดเรื่องเงินแล้วหรือ ข้าเรียกคนมาช่วยเจ้าขนไปที่จวนได้นะ”

            “เก็บใส่กล่องให้ข้าอีกสักครู่ข้าจะมาขนไป!”

            ทันทีที่โยนคำกล่าวนี้ทิ้งท้ายฮวาเหยียนก็จูงหยวนเป่าออกจากหออู๋หมิงโดยไม่เหลียวหลัง สามารถเห็นได้จากเงาของนางว่ามีท่าทีเปี่ยมด้วยความโมโหทั้งขยับก้าวอย่างรีบเร่ง

            “ท่านแม่ พวกเราจะไปที่ใดหรือขอรับ?”

            หยวนเป่าไม่เข้าใจจึงเอ่ยถามออกมา

            เพียงเห็นว่ามารดาของตนมีเป้าหมายที่ชัดเจนยิ่งนางมุ่งไปทิศทางเดียวโดยไม่ลังเล

            บรรยากาศของนางดุร้ายราวกับกำลังจะบุกไปตีผู้ใดสักคน

            “ไปจวนไท่จื่อ”

            “หา? ไปทำอันใดที่จวนไท่จื่อหรือขอรับ?”

            หยวนเป่ากะพริบตาพลางถามด้วยท่าทางน่าเอ็นดูเขาไม่ปรารถนาจะไปที่จวนไท่จื่อเพื่อพบองค์รัชทายาทสารเลวผู้นั้น เขาไม่ชอบคนผู้นั้นเพราะคนผู้นั้นกลั่นแกล้งท่านแม่

            “หึ...”

            สิ่งที่ตอบหยวนเป่ากลับมาคือรอยยิ้มเย็นชา

            ตามมาด้วยฮวาเหยียนที่กล่าวว่า“ไปหาเรื่องให้องค์รัชทายาทสารเลวนั่นอยู่อย่างมิเป็นสุข”

            ใช่แล้ว ไปเพื่อทำให้ตี้หลิงหานอยู่อย่างมิเป็นสุขการเก็บเงินจำนวนสามล้านตำลึงลงกล่องอย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาถึงหนึ่งก้านธูป เมื่อนางมองผู้คนช่วยกันเก็บเงินเหล่านั้นพลางคิดว่าเงินทั้งหมดนี้มิใช่ของตนนางก็ใกล้จะระเบิดตนเองจนตายแล้วสุดท้ายจึงฉวยโอกาสใช้เวลานี้ไปยั่วโมโหตี้หลิงหานสักสองสามคำ หากสามารถทำให้เขาอึดอัดใจนางคงสบายใจขึ้นไม่น้อย

            หยวนเป่า “...!” ท่านแม่ ท่านจะก่อเรื่องอีกแล้วหรือ!

            ทว่าหยวนเป่าย่อมรู้ถึงอารมณ์ของมารดาดีหากไม่ให้นางได้ระบายสักหน่อย จิตใจของนางคงรู้สึกอึดอัดหดหู่

            เฮ้อท่านแม่อารมณ์ร้ายเช่นนี้ ข้าจะทำอันใดได้? ทำได้แค่ตามใจนางเท่านั้น

            ...

            การปฏิบัติของจีอู๋ซวงที่มีต่อฮวาเหยียนนับว่าดียิ่งเมื่อเห็นว่านางเดินจากไปอย่างก้าวร้าว เขายังเอาอกเอาใจโดยการให้นางยืมม้าของหออู๋หมิงภายหลังเมื่อเห็นว่ารถม้าวิ่งตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ จีอู๋ซวงก็เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ราวกับสุนัขจิ้งจอก

            เพราะทิศทางนั้นคือจวนไท่จื่ออย่างไรเล่า

            กล่าวตามตรงว่าเขาเป็นคนยุ่งเรื่องคนอื่นเพราะไม่กลัวบานปลาย [1]

            แต่ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งคือเขารู้สึกว่าอาหานมักจะเมินเฉยต่อสตรีมีแค่คุณหนูใหญ่ตระกูลมู่ผู้นี้ที่สามารถกระตุ้นอารมณ์ที่รุนแรงของอีกฝ่ายได้ไม่แน่ว่าบางทีทั้งสองคนอาจต้องใจกันขึ้นมา ดังนั้นเขาเพียงสร้างโอกาสให้น้องชายผู้นี้เท่านั้น...

            รถม้ามาถึงจวนไท่จื่อและตรงไปที่ประตูหลักเสียงทุบดังราวกับจะพังประตูจวนก็มิปาน เหมือนคนที่มาหาเรื่องไม่มีผิดทว่าเพราะวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของฮวาเหยียนในครั้งก่อน ทำให้ทุกคนไม่ว่าตำแหน่งสูงหรือต่ำล้วนรู้จักนางดี

            มิเช่นนั้นทหารเฝ้าประตูผู้ฉลาดเฉลียวจะรีบร้อนเข้าไปรายงานผู้เป็นนายทันทีที่เห็นคุณหนูใหญ่ตระกูลมู่หรือ

            ยามนี้เป็นเวลาเที่ยงวันตี้หลิงหานกำลังเสวยสำรับมื้อกลางวันอยู่ เมื่อได้ยินรายงานจากข้ารับใช้เขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “คุณหนูใหญ่ตระกูลมู่? นางมาด้วยเรื่องใด?”

            อั้นจิ่วที่ยืนอยู่ข้างหลังตี้หลิงหานพลันกล่าวว่า“หรือนางจะมามอบเงินให้พระองค์พ่ะย่ะค่ะ?”

            “หึ...ที่แท้ก็รอไม่ไหวแล้ว”

            ตี้หลิงหานยิ้มเย็นมิได้วางตะเกียบในมือลง พูดเสียงเบาว่า “เช่นนั้นก็เชิญนางเข้ามาข้าเองก็อยากเห็นว่านางจะทำอันใด”

            ...

            นับเป็นครั้งที่สองที่ฮวาเหยียนและหยวนเป่าเข้าจวนไท่จื่อคราก่อนพวกนางบุกมาอย่างเร่งรีบ ทว่าครั้งนี้พวกนางสามารถเพลิดเพลินกับทัศนียภาพระหว่างทางได้

            กล่าวไปแล้วตระกูลมู่ก็เป็นตระกูลที่มั่งคั่งแต่ยังถือว่าด้อยกว่าจวนไท่จื่ออยู่มาก

            ตลอดทางต้นหญ้าและต้นไม้ทุกต้นในจวนล้วนเลิศล้ำงดงาม มิต้องเอ่ยถึงเรือนต่างๆที่วิจิตรตระการตา ศาลาคลายร้อนและทะเลสาบ ภูเขาจำลอง สวนหิน ความเรียบง่ายและหรูหราแฝงอยู่ในทุกๆที่

            ความรู้สึกอิจฉาในหัวใจของฮวาเหยียนระเบิดออกมาโดยไม่รู้ตัว

            ดูโครงสร้างของจวนไท่จื่อดูไข่มุกราตรีที่ฝังอยู่บนศาลาคลายร้อน ดูปลาจิ๋นหลี่สีแดงที่ว่ายอยู่ในทะเลสาบ และดูกล้วยไม้ล้ำค่าในสวนเถิด...

            องค์รัชทายาทตี้หลิงหานผู้นี้คงเป็นคนโลภที่ไม่รู้จักพอแค่ดอกบัวพันปีดอกเดียว กลับบีบให้นางต้องจ่ายเงินถึงสามล้านตำลึง มิรู้ว่าเขาเบียดเบียนผู้อื่นมามากมายเท่าใดแล้ว

            ฮวาเหยียนลอบด่าตี้หลิงหานในใจอีกครา

            ฮวาเหยียนกับหยวนเป่าถูกพาไปหาตี้หลิงหานก่อนที่พวกนางจะพบว่าตี้หลิงหานกำลังเสวยสำรับมื้อกลางวันอยู่บนโต๊ะมีอาหารอยู่สี่จาน เป็นอาหารมังสวิรัติทั้งหมด เต้าหู้ผลชิ่งหนึ่งจานผัดมันเทศหนึ่งจาน และอาหารเรียกน้ำย่อยอีกสองจาน

            เขานั่งหลังตรงบนเก้าอี้สวมชุดผ้าปักลายเมฆาซึ่งทำให้รูปร่างสูงโปร่ง คิ้วตาอันหล่อเหลาและหยิ่งยโสของเขาดกดำราวกับถูกวาดด้วยหมึกจากปลายพู่กันงดงามดั่งโอรสสวรรค์

            เมื่อฮวาเหยียนมาถึงตี้หลิงหานก็วางชามในมือลง เขาหยิบผ้าไหมเช็ดหน้ามาเช็ดมือ ทุกการเคลื่อนไหวแสดงถึงความสง่างามอย่างผู้ที่ได้รับการอบรมจากนั้นจึงเงยหน้าขึ้น ดวงตาเย็นชามิแยแสของเขาเหลือบมองมาที่ฮวาเหยียน “คุณหนูใหญ่ตระกูลมู่ สตรีที่ยังมิได้ออกเรีอนเช่นเจ้ากลับผลีผลามวิ่งมาที่จวนไท่จื่อของข้าเช่นนี้แม้เจ้าไม่ต้องการชื่อเสียงของเจ้า แต่เปิ่นกงยังต้องการอยู่”

            ตี้หลิงหานเปิดปากพูดเพียงคำแรกก็มิใช่คำที่ดีนัก

            นี่คือการกล่าวโดยนัยว่าฮวาเหยียนไร้ซึ่งกฎเกณฑ์ วิ่งปรี่มาถึงจวนของบุรุษ

            ทันทีที่ฮวาเหยียนเห็นตี้หลิงหานเส้นประสาททั้งหมดในร่างกายของนางก็ขมวดเกร็ง นางเข้าสู่สภาวะการต่อสู้ขั้นสุดเมื่อนางได้ยินตี้หลิงหานกล่าววาจากระทบนางเช่นนี้ นางก็พ่นลมหายใจเย็นชา กลอกตาพลางกล่าวว่า“พระองค์ตรัสเช่นนี้ช่างน่าขันนัก สิ่งใดเรียกว่าสะอาดก็คือสะอาดขุ่นมัวก็คือขุ่นมัว [2] คนมีสมองควรรู้ว่าเรื่องของหม่อมฉันกับพระองค์ย่อมมิอาจเป็นไปได้เพคะ”

            ฮวาเหยียนกล่าวยิ้มๆ

            น่าเสียดายที่รอยยิ้มของนางไปไม่ถึงดวงตา

            หลังกล่าวจบคำก็เห็นดวงตาที่สดใสของนางค่อยๆหันมองมา ก่อนพูดต่อว่า “พระองค์ทรงปฏิบัติต่อแขกเช่นนี้หรือเพคะ? แขกผู้มีเกียรติมาเยือนถึงประตู แม้แต่ชาสักถ้วยก็ไม่มีให้? จวนไท่จื่อไร้กฎระเบียบเยี่ยงนี้เป็นปกติหรือเพคะ?”

            “หึ คุณหนูใหญ่ตระกูลมู่เปิ่นกงมิได้ปิดประตูมิต้อนรับเจ้าเป็นคราแรก ข้าไว้หน้าให้ท่านอ๋องมู่แล้ว ทว่าเจ้าเล่า?นับเป็นแขกผู้มีเกียรติจำพวกใด?”

             

            เชิงอรรถ

            [1] ยุ่งเรื่องคนอื่นเพราะไม่กลัวบานปลาย 看热闹不嫌事大 (kàn rè nào bú xián shì dà) หมายถึง คนที่ชอบยุ่งเรื่องของคนอื่น ไม่เพียงยุ่งเพื่อความบันเทิงเท่านั้นแต่มักทำให้เรื่องราวบานปลาย เนื่องจากคิดว่าไม่ใช่เรื่องของตัวเอง

            [2] สิ่งใดเรียกว่าสะอาดก็คือสะอาดขุ่นมัวก็คือขุ่นมัว 清者自清, 浊者自浊 (qīng zhě zì qīng, zhuó zhě zì zhuó) หมายถึง มือสะอาดไม่จำเป็นต้องล้าง

    คล้ายกับเรื่องชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452