แสงสีส้มแตะขอบฟ้าเสียงนกเจื้อยแจ้วดังร้องไห้ได้ยินเป็ระยะๆ ตื่นแต่เช้านี่เป็การเริ่มต้นวันใหม่ที่ให้ความรู้สึกดีจริงๆ สูดหายใจเข้าได้เต็มปอด พลังจงมา พลังจงมา วันนี้เป็ครั้งแรกที่ได้เริ่มส่งหนังสือพิมพ์ เมื่อวานอุตส่าห์ขี่จักรยานคู่ใจที่เป็สมบัติชิ้นเดียวที่มีตอนนี้ออกสำรวจเส้นทาง หวังว่าวันนี้คงไม่หลงทางนะ เส้นทางส่วนใหญ่จะเป็หมู่บ้านริมทะเลสาบซึ่งบรรยากาศตอนเช้าพระอาทิตย์ดวงกลมกำลังขึ้นจากผืนน้ำมันสวยจนอยากเก็บภาพไว้คนเดียว วันนี้บ้านหลังแรกที่เป็ลูกค้า เลี้ยวซ้ายหน้าก็น่าจะถึงแล้ว สิ่งที่อยู่ตรงหน้า บ้านหลังใหญ่อยู่บนเนินเขาริมทะเลสาบ เหมือนมีมนต์สะกด สวยงามมากเธอเคยอยู่แต่ในบ้านหลังเล็กๆ ห้องแคบๆ ที่ต้องจัดสรรที่นอนให้อยู่กันได้แบบลงตัว โลกที่เปลี่ยนไปตอนนี้มันทำให้เธอรู้ว่า คนมีฐานะเค้าใช้ชีวิตกันอย่างหรูหราขนาดไหน เมื่อเทียบกับชีวิตของเธอ ยังไม่ได้เท่ากับเศษฝุ่นที่ติดรองเท้าของพวกเค้าเลย ไม่ได้ไปถึงจุดนั้นแค่มองภาพสวยๆ แบบนี้ก็พอใจแล้ว ไม่ใช่แค่เป็วันแรกที่ต้องส่งหนังสือพิมพ์แต่ยังเป็วันแรกที่มหาลัยเปิดด้วย ส่งหนังสือพิมพ์เสร็จก็ไปที่มหาลัยต่อเลย น้ำแกงผู้ซึ่งตั้งตัวเองว่าเป็คนปั่นจักรยานที่เจ๋งที่สุด ผ่านโค้งและเลี้ยวซ้าย หัวใจแถบหยุดเต้น ด้านหน้ามีรถยนต์คันหรูจอดอยู่ ทำให้เธอต้องเบรกกระทันหันจักรยานของเธอล้มแต่ตัวเธอะโออกมาได้ก่อน มีตำรวจที่อยู่แถวนั้นวิ่งมาดูเธอ
“เป็อะไรมากมั๊ยครับคุณ”
“ไม่เป็อะไรหรอกค่ะคุณตำรวจดีที่ะโออกจากตัวรถทันไม่อย่างนั้นสภาพคงไปนอนกองรวมจักรยานนั่นล่ะค่ะ”
“รถบ้าอะไรมาจอดอยู่ตรงนี้ค่ะ” น้ำแกงดึงจักรยานที่ล้มขึ้นมาจอดข้างๆ รถสปอร์ตคันหรู ยืนพิจารณาอยู่นาน แล้วก็นึกอะไรขึ้นมาได้
“จำได้แล้ว คันนี้แหละ คันนี้แหละ คันเมื่อคืนนี้ คงไม่ผิดหรอกมั้งเพราะไม่ใช่ว่าใครจะซื้อรถแพงขนาดนี้ได้” เดินวนไปวนมารอบรถเดินไปบ่นไปเหมือนมันเป็ที่ระบายแทนเ้าของสักพักสายตามก็เหลือบไปที่ป้าย เยื้องออกไป
" แล้วทำไมมาจอดอยู่ตรงนี้ล่ะ มันห้ามจอดนี่น่า "
" คุณตำรวจค่ะ " เสียงะโแข่งกับเสียงรถที่วิ่งไปมา
" มีอะไรครับ "
" ตรงนี้จอดได้ด้วยเหรอค่ะ " มันเป็การปั้นหน้าใสซื่อที่สุดและหัวเราะกลบเกลื่อน
" เอ๊ะไม่ได้นี่ครับ มาจอดั้แ่เมื่อไร " คิ้วคุณตำรวจเริ่มผูกเป็โบว์
“ไม่มีอะไรนะคะ กลัวคนที่ไม่เห็นขี่รถเลี้ยวมาแล้วเกิดอุบัติเหตุเหมือนฉันเข้านะค่ะ
คุณตำรวจไม่ได้พูดอะไรวิทยุเรียกรถเพื่อลากเข้าสถานีตำรวจได้ผลเกินคาดแฮะ
" ขอบคุณมากนะค่ะ” เธอมองที่นาฬิกาอีกครั้ง ไปนะค่ะ ขอบคุณจริงๆ ค่ะ ช่างเป็วันเที่เบิกบานสำหรับเธอจริงๆ อะไรมันจะรู้สึกดีอย่างนี้
เวลาผ่านไปไม่ถึง 5 นาที ขณะที่รถหรูได้เคลื่อนตัวออกไปจากตรงที่มันเคยจอดอยู่ ท่ามกลางเสียงดังของรถที่สวนกันไปมา เสียงที่ดังกว่าเสียงรถมันทำให้เ้าหน้าที่ตำรวจคนเดิมต้องรีบเดินเข้ามาหาเ้าของสียง
"นี่มันอะไรกันคุณตำรวจทำอะไรรถผม " มาร์ก ใกับสิ่งทีเห็น เค้าะโถาม
" รถคุณจอดในที่ห้ามจอดครับคุณต้องตามไปเอารถที่สถานีตำรวจ "
" โธ่เว้ย!!! แต่ผมรีบนะและผมก็จอดอย่างนี้มาตั้งหลายครั้งไม่เห็นเป็ไรนี่ "
" มันห้ามจอดครับเมื่อกี้มีคนเดือดร้อนเพราะการจอดรถของคุณ "
" ใครมันงี่เง่าโว๊ย " มาร์ก ะโพร้อมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
" พี่อยู่ไหน เอารถมาให้ผมหน่อยเื่อื่นเอาไว้จะเล่าให้ฟัง ผมอยู่หน้าตึกที่ถ่ายแบบเมือคืน " ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น เฟอรารี่คันแดงตรงมาจอด มาร์กรีบวิ่งไปที่รถ
" พี่จัดการทางนี้ด้วยนะ " ไม่ทันที่ผู้จัดการคินจะพูดอะไร เฟอรารี่คันงามก็ขับออกไปอย่างรวดเร็ว อารมณ์ตอนนี้ของมาร์กไม่มีใครอยากยุ่งด้วยแน่ อาการเมาค้างจากเมื่อคืนยิ่งทำให้อารมณ์เค้า ยากจะบรรยาย
" โอ๊ยจะทันมั๊ยนี่ "นักศึกษาปี 1 เอกประวัติศาสตร์ตะวันตกอย่างเรา มีความตั้งใจเรียนเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะความใฝ่ฝันของฉันอยากช่วยน้องๆ ที่บ้านเด็กกำพร้าให้มีโอกาสได้เรียนเหมือนเธอ และยังมีความฝันเล็กๆ ที่อยู่ในหัวใจอยากได้มีโอกาสไปที่ฮัลส์สตัทท์ เมืองเล็กๆ ริมทะเลสาบสีฟ้า ฉากหลังเป็ูเาสูงชัน บ้านเรือนน่ารักๆ เหมือนอยู่ในเทพนิยาย ยืนเพ้อฝันจนกระทั่ง...
" น้ำแกงทางนี้ " ทุกอย่างในความคิดเหมือนเป็ภาพขาว อะไรมาขัดจังหวะ เธอหันไปตามสียง
" ใครหว่า... ทักฉันใช่ไหม ถ้าตอบไปแล้วเค้าไม่ได้ทักเราล่ะ ยิ้มก่อนล่ะกัน "
" จำฉันไม่ได้เหรอ ฉันไตรที่เคยเอาของไปเลี้ยงวันเกิดที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าไง” ชายหนุ่มหน้าเสีย นึกไม่ถึงว่าหญิงสาวจะจำไม่ได้ จริงๆ เค้าสนใจ น้ำแกงอยู่เป็ทุนเดิมอยู่แล้ว หญิงสาวหน้าตาสวยน่ารัก น่าทะนุถนอม รอยยิ้มสดใจ ถึงจะลำบากแต่รับรู้ถึงพลังในตัวเธอมากมาย ทัศนคติบวกที่ทำให้โลกสดใสน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะ
" อ่อ..สวัสดีค่ะคุณไตร " จะจำได้ยังไงแหม เจอกันไม่กี่ครั้งเอง
“โชคดีจังเลย มีคนรู้จักอยู่มหาลัยเดียวกันฝากตัวเป็เพื่อนนะคะ ฉันเรียนเอกเอกประวัติศาสตร์ตะวันตก” รอยยิ้มสว่างไสวมอบให้เพื่อนใหม่ทันที
" โชคดีจริงเราเรียนเอกเดียวกันเลย ตอนแรกนึกว่าจะไม่มีโอกาสได้เจอกันอีกแล้ว" สายตาหลงไหล ส่องประกายออกมาชัดเจน
จ๊อก จ๊อกกกกกก!!!!! หญิงสาวตรงหน้ารีบเอามือกุมท้องทันที หน้าเริ่มแดงนิดๆ ไม่คิดว่าอาการนี้จะมาทำให้ขายหน้าในเวลานี้ ชายหนุ่มเอามือลวงเข้าไปในกระเป๋าหยิบบางสิ่งออกมายื่นให้ตรงหน้าเธอ
" อ่าวนี่ ทานรองท้องก่อน แต่รีบไปกันเถอะ เดี๋ยวสาย " เค้ารีบเดินนำหน้าหญิงสาวเพราะเมื่อวานเค้ามาสำรวจมหาลัย จึงรู้เส้นทางเป็อย่างดี น้ำแกงยังคงเดินตามหลังเค้ามาโดยดีเพราะไม่รู้ว่าจะต้องไปตึกไหน เธอใช้โชคอันน้อยนิดของเธอ ได้เจอเพื่อนที่รู้จักกันทำให้ใจชื่นขึ้นมา ไม่ต้องโดเดี่ยวอีกแล้ว ระหว่าง นั้นรถยนต์แล่นเข้าด้วยความเร็วผ่านตัวเธอ เสียงเครื่องยนต์ดังมากพอที่จะทำให้คนที่อยู่บริเวณนั้นหูอื้อไปตามๆ กัน ต่างคนหันไปมองต้นตอ
“โอ๊ย!! เสียงรถอีกแล้ว ่นี้ฉันเป็อะไรกับไอ้เสียงรถแบบนี้นะ ขอรอดูหน้าหน่อยเถอะ จะขับอะไรเร็วๆ ในมหาลัย"
"ไม่ทันแล้วน้ำแกง รีบไปเร็ว " ยังไม่ทันจะเดินไปดู ไตรพูดขัดจังหวะ เข้าเรียนสำคัญกว่า วันนี้วันแรกอย่าสายดีกว่า แล้วความสนใจทั้งหมดของน้ำแกงก็อยู่ที่เส้นทางไปห้องเรียนอีกครั้ง
เสียงเบรกของรถดังพอที่จะทำให้ทุกคนหันมามอง ชายหนุ่มเดินลงจากรถ เสียงกรี๊ดกราดของสาวๆ ดังตามมาตลอดทาง ถ้าไม่ใช่ตอนนี้ มาร์กคงภูมิใจ เค้าไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะพูดกับใคร ยังปรับอารมณ์ที่เพิ่งผ่านมายังไม่ได้ สายตาที่เค้ามองไปที่กลุ่มสาวๆ เลยสามารถทำให้ทุกคนเงียบเสียงพร้อมกันได้ จากเทพบุตรกลายเป็ซาตานทันที เค้าไม่เคยเจอเหตุการณ์ทุเรศเหมือนกับวันนี้ เพราะทุกคนก็รู้ว่า ครอบครัวเค้ามีอิทธิพลในประเทศนี้ค่อนข้างมาก ถ้าเค้าเจอตัวต้นเหตุนะจะอัดซะให้น่วมเลย
" พี่มาร์กค่ะ " เสียงนี้ดึงความสนใจของเค้ากลับมา
" อ้าว มายด์พึ่งมาเหมือนกันเหรอ " ดวงตาของเค้าอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัดเธอเป็เพื่อนที่อยู่ข้างๆ เค้าั้แ่เด็ก
" ใจลอยไปถึงไหนเดี๋ยวเข้าเรียนไม่ทันนะ " หญิงสาวออกเดินนำหน้าไปโดยมีชายหนุ่มเดินตามไปติดๆ
น้ำแกงเข้าห้องเรียน ทุกวินาทีที่มีอยู่เธอจะต้องทำทุกอย่างให้สำเร็จอย่างที่ตั้งใจ พลังมาเหมือนองค์ลง ผ่านไปครึ่งชั่วโมง หันไปอีกครั้งก็เห็นเพื่อนใหม่แกะกล่อง เข้าไปนับแกะในทุ่งแล้ว จังหวะที่กำลังจะปลุกเค้า อาจารย์ก็หันมาเห็นพอดี ไตรนายเสี่ยงชีวิตแล้วคราวนี้
" ไตร ไตร "เสียงกระซิบแ่เบา น้ำแกงพยายามใช้ทั้งศอกกระทุ้ง เท้าด้านล่างก็เตะ ทำไมขี้เซาจัง ช่วยไม่ได้อีกแล้ว
" นักศึกษา " น้ำเสียงหนักแน่นและดังกว่าครั้งแรก
" นักศึกษา " น้ำเสียงเหลืออด
" อย่ามาขัดจังหวะฉัน” น้ำเสียงโวยวาย พอได้ลืมตาขึ้นเท่านั้น
“อาจารย์!!!!! " ด้วยความใเค้ารีบลุกขึ้นจนข้าวของตกกระจาย
" เธอไม่ตั้งใจเรียนเลยนะ มหาวิทยาลัยนี้ไม่ใช่กระจอกๆ ..ที่นักศึกษาอย่างเธอจะเข้ามานั่งเพ้อ เื่ไร้สาระ ยังมีอีกหลายคนที่เค้าอยากจะเข้ามาเรียนและตั้งใจเรียนมากกว่าเธอ" พูดจบอาจารย์ก็มองที่ต้นเหตุ
" ขอโทษครับ ผมจะไม่ทำอีกแล้วครับอาจารย์ "หน้าชายหนุ่มจ๋อยลงอย่าเห็นได้ชัด
อย่างนั้นเรามาเรียนต่อ เปิดหน้าต่อไป
" ทำไมอาจารย์ต้องพูดแรงขนาดนั้นด้วย "ไตรกระซิบหน้ามุ่ย
" เดี๋ยวก็โดนอีกหรอกตั้งใจเรียนซะ "
" น้ำแกงเธอไม่เข้าข้างฉันเลย "
วันนี้พอแค่นี้อาทิตย์หน้า มีการบ้านที่ต้องส่งนะอย่าลืม แยกย้ายกันได้
" ไตรไปทานข้าวกัน เดี๋ยวฉันเอาของไปเก็บในล็อกเกอร์ก่อนแล้วเจอกันที่โรงอาหารนะ"
" อืม เดี๋ยวฉันไปจองที่ให้ รีบตามมาไม่งั้นฉันกินก่อนด้วย "ยังไม่ทันพูดจบก็เห็นเพื่อนสาววิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
“น้ำแกงอย่าวิ่ง เดี๋ยวหกล้ม” เหมือนคำพูดของเค้าจะไม่ได้ผล เพราะเธอหายไปรวดเร็วมาก ได้ยินแต่เสียงถอนหายใจของตัวเค้าเอง น้ำแกงเพื่อนที่มองโลกในแง่ดี ชีวิตของเธอลำบากมาก แต่ยังไม่เคยเห็นเธอท้อหรือน้อยใจในโชคชะตา อยู่ใกล้เธอก็จะได้พลังบวกไปด้วย คิดแล้วก็เผลอยิ้มออกมา
น้ำแกง...วิ่งลงบันได ด้วยความที่รีบร้อน ตัวเธอก็กระแทกเข้ากับใครบางคนอย่างแรง จังหวะนั้นเธอไม่ทันระวัง การหลับตามันช่วยให้เื่ที่อยู่ตรงหน้าไม่น่ากลัวไม่ต้องเห็นว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับตัวเธอเอง
" โอ๊ย " สิ้นเสียงเธอก็หล่นจากบันได จำไม่ได้ว่ากี่ขั้นแล้ว แต่นานพอที่จะรู้สึกถึงความเจ็บที่เกิดขึ้น แล้วทุกอย่างก็จบลง หยุดซะที เธอค่อยๆ ลืมตามองดูข้าวของที่กระจัดกระจายมันดูเสียหายไปหมด ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และเสียงดังมากพอที่จะเรียกความสนใจของคนรอบข้างได้ มันคือเสียงเชิญแขก เจ็บจัง ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นตอนนี้ เธอนั่งอยู่ที่เดิมและมองขึ้นไปยังต้นเหตุ ที่ทำให้เธอเจ็บขนาดนี้ ผู้หญิงคนนี้เอง หล่อนจับราวบันไดไว้แน่น